Share

บทที่ 7 (03)

last update publish date: 2026-07-28 02:47:15

“ไม่ใช่พ่อ ไม่ต้องมาสั่ง”

          พริษฐ์กลอกตาใส่คนปากดีที่พอเริ่มมีแรงก็แผลงฤทธิ์

          “ผมจะไปทำอะไรให้กิน” ชายหนุ่มตัดบทสั้นๆ หมุนตัวเดินตรงไปยังห้องครัว โดยไม่รอฟังคำค้าน       

          “ไม่...” จนิตาเค้นเสียงได้แค่คำเดียว อาการหน้ามืดระลอกใหม่ก็จู่โจมจนต้องเอนกายพิงพนักโซฟา

          เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่พริษฐ์ก็เดินกลับมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว มือยื่นจานข้าวพร้อมกับน้ำดื่มวางไว้บนโต๊ะ

          “กินซะครับ จะได้กินยา”

          หญิงสาวค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น เพราะกลิ่นที่คุ้นเคยเตะจมูก แล้วในนาทีถัดมาก็แทบปากสั่น

          “ข้าวไข่เจียว”

          สิ่งที่เขาทำให้ คือข้าวไข่เจียวที่ตอนนี้เธอเกลียดมันเข้าไส้ แค่เห็นใจก็เดือดดาล พลันยกนิ้วขึ้นชี้ไปทางประตูบ้าน

          “ออกไป”

          “กินซะ อย่ามามัวแต่ทำตัวอวดดีอยู่เลยครับ หรือต้องให้ผมป้อน” พริษฐ์มองหน้าอดีตภรรยาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมการจะคุยกันดีๆ เหมือนเมื่อก่อนถึงได้ยากเย็นนัก

          หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนที่แม้จะหย่ากันไปแล้ว แต่ก็ยังให้เธอเป็นตัวแทนแม่นั่นอยู่อีก ดวงตามองไปยังข้าวไข่เจียว ก่อนจะปัดมันทิ้งลงพื้นจนจานแตกดังเพล้ง

          “คุณไจ๋” พริษฐ์มองเม็ดข้าวที่กระจายเกลื่อนพื้นด้วยอาการอึ้งๆ “ผมอุตส่าห์ตั้งใจทำให้นะครับ”

          “ไม่ได้ขอปะวะ” คนเจ็บช้ำใจเค้นเสียงถามพร้อมปรายตามอง

          “จะว่าผมสะเออะ?” มันจะตีความเป็นอื่นได้อย่างไร นอกจากเขาสาระแนทำให้เองโดยเจ้าตัวไม่ได้ขอ 

          “คิดได้ก็ดี” จนิตากลั้วหัวเราะใส่ พยายามฝืนอาการวิงเวียนมาสู้กลับอย่างสมน้ำสมเนื้อ

          “แบบนี้ไงผมถึงทนคุณไม่ไหว” คนถูกว่าสติขาดผึง ใบหน้าคมเข้มขรึมลงด้วยความโกรธจัด สายตาตวัดมองคนอวดดีที่ตนไม่น่าให้ความสนใจเลย

          “ใครทนใครไม่ไหวกันแน่” จนิตาสวนกลับทันควัน ลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าเธอเป็นคนขอหย่า

          “อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นนะไจ๋ไจ๋ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อก่อนคุณเป็นฝ่ายวิ่งโร่ตามผมต้อยๆ เอง” พริษฐ์ประชดกลับด้วยรอยยิ้มร้าย ตอกย้ำภาพเก่าๆ ที่จนิตาเคยวิ่งตามจีบเขาจนลือกันไปทั้งโรงพยาบาล แถมยังชอบทำกับข้าวฝีมือห่วยๆ เค็มจนกินไม่ได้มาให้อีก

          “ที่ผ่านมาฉันตาบอด” จนิตายอมรับ

          พริษฐ์ทั้งสะอึกทั้งโกรธคนที่กำลังดูถูกกัน ทว่าไม่ทันได้โต้กลับก็ต้องหันไปสนใจกับเสียงสมาร์ตโฟนที่ดังขึ้น

          ปิ๊บๆ

          ยามหางตาของจนิตาเห็นว่าสายเรียกเข้านั้นคือผู้ใดก็เหยียดปากออกมา แล้วสะบัดหน้าหนีคล้ายไม่อยากรับรู้

          “อิจฉา หึง?” คนที่เห็นบิดปากคว่ำ แล้วไม่วายบอกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าคุณทำตัวน่ารักแบบคุณฉายบ้าง...”

          “ก็ไปรักแม่นั่นสิ” เขาจะมามัวยืนมองเธอไปทำไม เชิญวิ่งโร่ไปหาผู้หญิงคนนั้นได้เลย

          “มั่นใจนะว่าจะไม่ตามไปอาละวาด” ชายหนุ่มหรี่ตามอง เมื่อก่อนจำได้ดีว่าเวลามีผู้หญิงมาอยู่ใกล้ตน จนิตาจะมีอาการหึงหวงชอบแสดงให้คนอื่นรู้ว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

          “มั่นใจ แถมฉันจะร่วมอวยพรให้ด้วย” เธอมันโง่ที่ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนที่พริษฐ์ไม่ชอบให้เธอออกงาน เป็นเพราะไม่เคยคิดจะให้เป็นภรรยาที่แท้จริง

          “ไว้มีข่าวดีเมื่อไหร่ ผมจะจ้างคุณไปร้องเพลง” พริษฐ์หวังว่าในวันนั้นหญิงสาวจะร้องเพลงเพราะๆ ไม่ใช่ร้องไห้กระซิกๆ

          จนิตาค้อมศีรษะรับ รับรองว่าจะเรียกค่าตัวหลักล้านเลย แล้วชี้นิ้วไล่อีกครั้ง “ออกไปได้แล้ว หรือต้องให้เอาน้ำมาสาดไล่”

          หากพริษฐ์ยังไม่รีบเดินออกไป เธอจะเอาน้ำมาสาดไล่เขาเหมือนหมูเหมือนหมาแน่

          ชายหนุ่มมีศักดิ์ศรีพอจะไม่รอให้ถูกไล่ซ้ำเป็นครั้งที่สาม สองเท้าเดินไวๆ หายไปอย่างเร็วไว ทิ้งไว้เพียงข้าวไข่เจียวที่ถูกสายตาคู่สวยมองอย่างเกลียดชัง

          หญิงสาวพยายามระงับอารมณ์และเรียกสติกลับมา ทว่าก็รู้สึกได้ว่าเธอไม่เป็นตัวเอง ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น เพราะอยากจะล้างหน้าล้างตาอีกรอบ แล้วก็ต้องเก็บกวาดทั้งห้องน้ำ ทั้งห้องนั่งเล่น

          ทว่าแค่ปลายเท้าแตะพื้นกระเบื้องก็ต้องพบกับสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ

          บนพื้นห้องน้ำที่ควรจะเลอะเทอะกลับสะอาดเอี่ยมอ่อง

          เขาทำอย่างนั้นหรือ จนิตานิ่งครุ่นคิด นึกถึงช่วงเวลาที่พริษฐ์หายเข้าไปในห้องครัวนานสองนาน นอกจากเสียงหุงข้าวก็แทบไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลยเพราะอาการหน้ามืดเล่นงาน ก่อนสะบัดศีรษะไล่ความคิดเหล่านั้น เพราะเธอไม่ควรไปสนใจ แล้วรีบล้างหน้าล้างตาให้สะอาด

          หญิงสาวเดินกลับไปทำความสะอาดห้องนั่งเล่น ส่วนเรื่องข้าวกลางวันก็เปลี่ยนเป็นสั่งผ่านแอปพลิเคชันสั่งอาหารแทน โดยที่ในมือยังคงกำยาดมสมุนไพรไว้แน่นไม่ยอมปล่อย   

         

          วันเวลาล่วงเลยมาอีกสามวัน อาการแพ้ท้องของจนิตายังคงวนเวียนมาทักทายทุกเช้าที่ลืมตาขึ้น และจะเริ่มทุเลาลงในช่วงสายๆ           หญิงสาวหยิบยาดมอันใหม่เอี่ยมขึ้นมาสูดดมความสดชื่นเข้าปอด ส่วนยาดมสมุนไพรของพริษฐ์นั้นเธอโยนทิ้งลงถังขยะไปแล้ว ปากเบะใส่อย่างนึกชัง ไม่รัก ไม่ว่า แต่ไม่ใช่มาหลอกว่ารัก

           ปิ๊บๆ

          จนิตาสะบัดความคิดนั้นทิ้งหันไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดรับ

          “นังไจ๋” คนที่โทร.เข้ามาคือเกวลิน

          “ว่าไง มีอะไรดีๆ หรือไงยะ” จากน้ำเสียงฟังดูก็รู้ว่าต้องมีสิ่งดีๆ แน่นอน

          “แกได้งานแล้ว”

          “จริงเหรอ งานอะไร” จนิตาตาเป็นประกาย ความห่อเหี่ยวจากการนั่งๆ นอนๆ อยู่ในบ้านมาสองวันมลายหายไปสิ้น

          “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10

    “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (04)

    “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status