แชร์

บทที่ 3 (02)

ผู้เขียน: เกี้ยวเกล้า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-09 19:40:04

“ไม่...เอา ฉันไม่อยากกลับไป”

          คนช้ำสั่นหน้าหวือ เธอเกลียดบ้านหลังนั้นที่เคยคิดว่าเป็นวิมานบนสวรรค์ แต่แท้จริงแล้วคือขุมนรก

          “งั้นไปห้องฉัน” เกวลินมองเพื่อนผ่านกระจกหลังด้วยความกังวลใจ ปกติจนิตารักบ้านหลังนั้นยิ่งกว่าอะไร แต่ตอนนี้กลับกำลังแสดงท่าทีรังเกียจจนน่าตกใจ

          ฮึก...

          จนิตาขดตัวงออยู่บนเบาะหลังแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างไม่คิดจะหักห้าม หัวใจแหลกสลายกลายเป็นผุยผงเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้      

          ฝ่ายศราทำได้แค่กอดปลอบเงียบๆ นึกไม่ออกเลยว่ามีเรื่องร้ายแรงขนาดไหนกันที่ทำให้คนแข็งแกร่งอย่างจนิตาร้องไห้ได้ถึงเพียงนี้

          ใช้เวลาไปพอควรกว่าทั้งสามจะไปถึงคอนโดมิเนียมของเกวลิน

          “ถ้าแกอยากเล่า พวกฉันพร้อมฟัง ถ้าไม่ พวกฉันก็พร้อมนั่งอยู่เฉยๆ ข้างแก” หลังจากพาเพื่อนมานั่งบนโซฟา ทั้งเกวลินและศราก็นั่งประกบซ้ายขวา มือเรียวยื่นไปกุมมือที่เย็นเฉียบไว้แน่นเพื่อบอกว่ายังมีพวกเธออยู่ตรงนี้เสมอ

          “ฮื่อ”

          จนิตาร้องไห้หนักกว่าเดิม ดวงตาแดงก่ำและบวมช้ำ พลันโผเข้ากอดเพื่อนทั้งสองแนบแน่น แล้วร้องไห้ต่อไปอีกครู่ใหญ่ ก่อนที่เสียงแหบพร่าจะรำพันออกมาอย่างปวดใจ

          “เขาไม่เคยรักฉันเลย”

          เพื่อนทั้งสองมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็ยังไม่กล้าถามแทรกไป   

          “คุณพายไม่เคยรักฉัน ไหนเขาว่ารู้สึกดีกับฉันไง”           

          จนิตาเบะปากด้วยความเจ็บปวดลึกเข้าไปในทรวง พริษฐ์เคยบอกว่าที่ยอมเปิดใจให้เธอ เพราะรู้สึกดีๆ ด้วย หลังตนตามจีบอย่างไม่ลดละเกือบสองปี

          ย้อนกลับไปในวันแรกที่เธอตกหลุมรักพริษฐ์ เธอได้ไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วถูกคนที่มารอซื้อสินค้าชื่อดังชนล้มจนข้อเท้าแพลง ชายหนุ่มเป็นคนยื่นมือเข้ามาช่วย แถมพาเธอไปยังโรงพยาบาล แม้เขาจะดูนิ่งๆ ขรึมๆ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น

          ในตอนที่เสียมารดาไป เธอรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยวและไม่เหลือใคร พริษฐ์ได้เข้ามาช่วยโอบอุ้มเยียวยาจิตใจ เขาจึงเปรียบเสมือนบ้านที่อบอุ่น ทำให้เธอรักเขามาก โดยไม่ได้คิดระแวงใดๆ ไม่คิดว่ามันจะเป็นแค่การแสดงแสนหลอกลวง       

          ที่ผ่านมาแม้จะไม่ได้หวานจนมดไต่ หรือไม่ได้ยินคำว่ารักบ่อยครั้ง เธอก็เข้าใจดี เพราะพริษฐ์เป็นคนพูดน้อย ใครจะไปคิดว่ามันเป็นเพราะเขาไม่ได้รักเธอต่างหาก

          “แกหมายความว่าไง” คำตัดพ้อของเพื่อนทำให้เกวลินต้องถามขึ้น

          “เขามาหลอกคบและแต่งงานกับฉันเพื่อเป็นไม้กันหมาให้กับนังคุณฉาย ให้แม่นั่นได้สมหวังกับคนที่ชอบ เพราะแม่นั่นขอร้อง” คนช้ำฝืนใจตอบ นึกสมเพชพริษฐ์เป็นที่สุด รวมถึงตัวเองด้วยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

          “แกว่าอะไรนะ” เกวลินตาเบิกกว้าง ตกใจจนไม่อยากเชื่อ แต่คนอย่างจนิตาไม่ใช่คนชอบโกหก

          “พี่เก้าน่ะเหรอ” ศราถาม รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน เพราะตนก็พอจะรู้จักนพเก้าอยู่บ้าง ไม่คิดว่าเรื่องจะซับซ้อนขนาดนี้ “แล้วแกไปรู้มาได้ไงนังไจ๋”

          “ที่ผับใช่ไหม เพราะเหมือนฉันจะเห็นเพื่อนคุณพายแวบๆ” เกวลินคาดเดาจากสถานการณ์

          จนิตาพยักหน้าหงึกๆ เพราะพูดไม่ออกแล้ว

          “เหี้ยที่สุด” เกวลินสบถออกมาอย่างเหลืออด รู้สึกโกรธแค้นแทนเพื่อนจนหน้าแดงก่ำ          

          ด้านศราพูดไม่ออก นึกอยากจะด่าออกมาให้แสบทรวง แต่ก็กลัวจะไปกระทบความรู้สึกของเพื่อนที่กำลังใจสลาย จึงหันไปมองเจ้าของห้อง “นังเกี๊ยวไปหยิบน้ำมาให้มันกินหน่อย”

          “อื้อ” เกวลินขยับตัวลุก 

          “ฉันจะกินเหล้า” จนิตาอยากให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ช่วยดับความทรมานที่ราวกับตายทั้งเป็นนี้

          “เออ กินไปเลย กินให้พอ แกไม่ต้องไปนั่งแคร์ความรู้สึกใครอีกแล้วนังไจ๋” เกวลินไม่คิดจะห้าม ถึงเวลาแล้วที่เพื่อนจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระเสียที

          “เดี๋ยวพวกฉันกินเป็นเพื่อนเอง” ศราเสริม เพื่อนมีทุกข์พวกเธอก็พร้อมจะทุกข์ด้วย เชื่อว่าจนิตาต้องผ่านไปพบเจอกับความสุขอีกครั้งได้แน่นอน

          ไม่นานเกวลินก็กลับมาพร้อมเหล้าหนึ่งขวดที่มีเก็บไว้ในตู้ และยังมีเบียร์เย็นๆ อีกหลายกระป๋อง ทว่าทันทีที่

จนิตานำแก้วจ่อเข้าใกล้ปากกลับต้องรีบสะบัดมันออกห่างตัวพลางโวยวาย

           “ทำไมเหล้าแกเหม็นขนาดนี้...นี่มันเหล้าหรือน้ำเน่ากันแน่นังเกี๊ยว”

          “อะไรของแกนังไจ๋” เกวลินที่กระดกเหล้าเข้าปากไปแล้วร้องถามอย่างงุนงง มันเสียใจจนเพี้ยนไปแล้วหรืออย่างไร ไม่ทันให้พูดต่อก็ต้องทำหน้าตกใจ เมื่อจู่ๆ จนิตาก็ขยับตัวลุกพรวดแล้ววิ่งถลาไปยังห้องน้ำ ก่อนจะโก่งคออาเจียนออกมาอย่างหนัก  

          ศรารีบตามเข้าไปช่วยลูบแผ่นหลัง นี่เพื่อนเสียใจจนร่างกายปั่นป่วนเลยหรือ เป็นเวลาร่วมสิบนาทีที่จนิตาได้แต่นั่งกอดชักโครกอย่างหมดสภาพ แทบไม่มีแรงเหลือจะหยัดยืน

          “ทำไมมันทรมานแบบนี้” จนิตาที่ถูกเพื่อนหิ้วปีกกลับมานั่งบนโซฟาพึมพำ ความเสียใจยังคงวิ่งเข้ามาไม่หยุด แต่คนอย่างเธอจะไม่ยอมตกเป็นหมากในกระดานของใครแน่ จึงบอกไปอย่างแน่วแน่

          “ฉันจะหย่า”

          เกวลินไม่ได้เอ่ยแย้งใดๆ เพราะยามนี้มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา ขณะที่ศราก็ได้แต่ลูบแผ่นหลังปลอบเพื่อน

          “พวกแกไม่ต้องห้าม” จนิตาโวยวาย หลังเห็นเพื่อนเงียบไป

          “ไม่ได้จะห้าม” เธอพร้อมสนับสนุน “แต่ตอนนี้แกมีสิ่งที่ต้องทำก่อนหย่า”

          “อะไร” จนิตามองสีหน้าจริงจังของเกวลินด้วยความไม่เข้าใจ จะมีอะไรสำคัญไปกว่าการปลดแอกชีวิตออกจากคนเฮงซวยนั่นอีก

          เกวลินไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับหันไปสั่งกับศรา “แกอยู่เฝ้ามันไปก่อนนะนังศรี ฉันจะลงไปซื้อที่ตรวจครรภ์ที่ร้านสะดวกซื้อด้านล่าง”

          จนิตาที่ได้ฟังถึงกับอึ้งงัน โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนไปต่อหน้าต่อตา ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ฝ่ามือค่อยๆ ยกขึ้นมาวางทาบบนหน้าท้องด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10

    “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (04)

    “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status