LOGINวันต่อมาตระกูลลู่ก็ได้ส่งของหมั้นไปสู่ขอกุนซือเจียวลู่ ให้กับคุณหนูรองลู่อัน และส่งของหมั้นไปสู่ขอรองแม่ทัพฉือลี่เฉี่ยว ให้กับคุณหนูสามลู่เจิน บุรุษทั้งเมืองต่างพากันอิจฉา กับของหมั้นที่ทางตระกูลลู่ส่งมามากมาย แต่ก็นึกประหลาดใจในเวลาเดียวกัน สตรีไปสู่ขอบุรุษเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็น นี่มันขนบธรรมเนียมประเพณีอันใดกัน
ที่จริงตระกูลเจียวและตระกูลฉือ พวกเขาตั้งใจจะคืนของหมั้นให้กับตระกูลลู่ทั้งหมดอยู่แล้ว พวกเขาเป็นบุรุษฐานะก็ไม่ธรรมดา สมควรให้ฝ่ายหญิงมากกว่า แต่ที่ไม่ทำตอนนี้เพราะลู่เสียนบอกว่า อยากให้ตระกูลเจียวและตระกูลฉือ เห็นถึงความจริงใจว่า ตระกูลลู่ต้องการพวกเขาไปเป็นลูกเขยจริง ๆ ทางด้านตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ได้จัดเตรียมของหมั้นเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน เมื่อแม่สื่อมาเจรจาสู่ขอกันเสร็จเรียบร้อย ผ่านไปไม่นานตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ตั้งขบวนแห่ของหมั้น ออกไปสู่ขอคุณหนูรองและคุณหนูสาม ทำเอาผู้คนแตกตื่นให้ความสนใจกับประเพณีที่ไม่เคยเห็นนี้ ซึ่งรอบนี้มีของหมั้น ที่มาจากตระกูลเจียว ของหมั้นที่มาจากตระกูลฉือ และของหมั้นก่อนหน้านี้ที่มาจากตระกูลลู่รวมกัน ขบวนแห่ของหมั้นจึงยาวเป็นทางยาว ผู้คนต่างออกมายืนชมอยู่ริมสองฝั่งถนน ผู้คนที่ออกมายืนดู ต่างเอ่ยชื่นชมยินดีกับคุณหนูตระกูลลู่ แต่ก็แอบประหลาดใจและงุนงงสงสัย เพราะเกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นขนบธรรมเนียมเช่นนี้ คราวแรกฝ่ายหญิงส่งแม่สื่อมาสู่ขอฝ่ายชาย คราวนี้เป็นฝ่ายชายส่งแม่สื่อไปสู่ขอฝ่ายหญิง ช่างแปลกประหลาดดีแท้ และในวันเดียวกันทางราชสำนักจากวังหลวงก็ได้ออกมาปิดประกาศ พระราชโองการหมั้นหมาย ระหว่างเหว่ยอ๋องและคุณหนูใหญ่ เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ คราวนี้ผู้คนทั้งแคว้นโจว ไม่มีใครไม่พูดถึงคุณหนูตระกูลลู่ ผู้คนต่างออกมาพูดถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเซ็งแซ่ แสดงความคิดเห็นในแบบของตน ทั่วทั้งเมืองหลวง “ตระกูลลู่มีบุตรสาวมากมาย คุณหนูใหญ่แต่งเข้าจวนอ๋อง คุณหนูรองแต่งเข้าตระกูลเซียว คุณหนูรองแต่งเข้าจวนแม่ทัพ พวกเจ้าลองคิดดู ปกติตระกูลลู่ก็ร่ำรวยอยู่แล้ว อีกทั้งฮ่องเต้ยังให้ความเกรงใจ พอแต่งเข้าสามตระกูลนี้ แคว้นโจวไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าตระกูลลู่อีกแล้ว” “แต่จะว่าไปคุณหนูใหญ่ชื่อเสียงก็ใช่ว่าจะดี ข่าวร่ำลือว่านางเป็นคุณหนูตัวร้าย เผด็จการเอาแต่ใจ มาหมั้นหมายกับจอมปีศาจเหว่ยอ๋อง ช่างหาคู่ได้เหมาะสมกันดีจริง ๆ” “ราชวงศ์คิดอย่างไรถึงหมั้นหมายบุตรสาวตระกูลพ่อค้าให้ท่านอ๋อง หรือว่าเพื่อตอบแทนบุญคุณ” เสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ มีให้ได้ยินกันทั้งเมืองหลวง “ข้าคิดว่าการแต่งครั้งนี้ เหมือนหนูต้องการพึ่งบารมีเสือมากกว่า” ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ “อย่างไร?” “เจ้าลองคิดดู ถึงตระกูลลู่จะร่ำรวย แต่ก็มีแต่สตรี ล่าสุดเจ้าไม่เห็นหรือ โรงเตี๊ยมถูกเพลิงไหม้พร้อมกันสี่แห่ง เรื่องนี้ดูก็รู้ว่ามีคนจงใจวางเพลิง เป็นเพราะมีแต่สตรี คนร้ายเลยเหิมเกริมไม่เกรงกลัว ข้าคิดว่าการหมั้นหมายในครั้งนี้ เหมือนตระกูลลู่ต้องการยืมบารมีของอีกสามตระกูลมาปกป้อง” “เจ้าพูดก็ถูกอะนะ หากข้ามีบารมีก็อยากให้ตระกูลลู่ยืมเหมือนกัน แต่ว่าข้าไม่มีนะสิ” “ที่จริงพวกนางได้แต่งกับตระกูลที่มั่นคงก็ดีแล้ว พวกเจ้าจำไม่ได้รึ หากไม่ได้เสบี่ยงของทางตระกูลลู่ ให้การสนับสนุน ศึกครั้งนั้นก็ไม่มีทางชนะ ข้าศึกแอบเข้ามาเผาเสบี่ยงจนวอดวาย หากไม่ได้ตระกูลลู่ ส่งเสบี่ยงไปเพิ่มเติม พวกเราคงไม่ได้มานั่งพูดกันอยู่ตรงนี้” เสียงพูดคุยกันตามโรงน้ำชา ร้านค้าต่าง ๆ ถึงการหมั้นของพวกเขาไม่หยุด กู้เว่ยหยางและเจินซีหยวนนั่งจิบชารับฟังข่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ดูท่าแล้วคุณหนูใหญ่นางเก่งและฉลาดกว่าที่เราคิด เจ้าตั้งใจให้คนไปใส่ร้ายนางว่าเป็นคุณหนูผู้ร้ายกาจ แต่มาวันนี้นางกลับดึงสามตระกูลมาเป็นพวกได้สำเร็จ ดูแล้ววิธีการของเจ้าจะไม่ได้ผลเอาเสียเลย” หยวนอ๋องหมุนถ้วยชาในมือไปมา พร้อมครุ่นคิดถึงวิธีการของคุณหนูใหญ่ “น่าเสียดายที่คนเก่งและฉลาดเช่นนาง อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพวกเรา ท่านหญิงเสียอีกที่คิดกว่าตนเองฉลาดและเก่งเหนือผู้ใด กลับโง่เขลาคิดว่าพวกเรายอมให้นางจูงจมูกได้อย่างง่ายดายช่างน่าขัน” กู้เว่ยหยางยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “เป็นสตรีที่งดงามแต่ภายในจิตใจ กลับเลือดเย็นอำมหิตนัก ข้าไม่คิดว่าสตรีเช่นนางจะเหมาะกับผู้ใด” เจินซีหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “แล้วเราจะเอาอย่างไรต่อไป?” “อีกไม่นานคณะทูตจากแคว้นฉิน แคว้นเจิน แคว้นเป่ย จะเดินทางมาที่แคว้นโจว ข้าจะเข้าร่วมในฐานะทูตจากแคว้นเจิน การมาในครั้งนี้คือการแลกเปลี่ยนความรู้และวัฒธรรม” “ได้ข่าวว่าแคว้นฉิน ส่งองค์หญิงผู้งดงามและฉลาดเฉลียวมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ แคว้นเป่ยก็ส่งองค์หญิงคนเล็กมาเข้าร่วม ส่วนแคว้นเจินเป็นน้องสาวข้าเอง องค์หญิงเจินไป๋อวี่ ข้าก็อยากรู้แคว้นโจวจะส่งสตรีใด เข้าร่วมประชันความสามารถในครั้งนี้” “ให้ข้าเดา หนึ่งท่านหญิง สองคุณหนูรองฟู่ สามคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่” กู้เว่ยหยางเอ่ยขึ้น “ฮึ ๆ มีเรื่องให้ข้าได้ตื่นเต้นอีกแล้ว น้องสาวข้าใช่ว่าจะเป็นลูกพลับนิ่ม ให้ใครรังแกได้ง่าย ๆ นางก็มีดีพอตัว” กู้เว่ยหยางได้ยินเช่นนั้นก็เผยยิ้มออกมา ชมบุรุษแข่งขันกันมาก็มาก มาดูสตรีประชันกันดูบ้างคงสนุกไม่น้อยเลย ลู่เสียนได้เรียกทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องโถง โดยนางได้ให้ตงหานไปพา ฮูหยินรองและคุณหนูห้ามานั่งฟังด้วย เมื่อทุกคนมานั่งกันพร้อมหน้า ลู่เสียนก็ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีมั่นใจ ด้านหลังตามมาด้วยสามบุรุษผู้หล่อเหล่า ลูกเขยคนโปรดของลู่เฉิง ลู่เสียนตรงมานั่งคู่กับเหว่ยอ๋องเป็นประธาน โดยขนาบข้างซ้ายขวา โดยเจียวลู่ไปนั่งคู่กับลู่อัน ส่วนฉือลี่เฉี่ยวไปนั่งคู่กับลู่เจิน ลู่เฉิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข อย่างไม่อาจปิดบัง เป็นเพราะเขาไม่มีลูกชาย พอได้ลูกเขยก็เลยดีใจมากเป็นพิเศษ “ที่ข้าเรียกทุกคนมาก็เพื่อจะแจ้งให้ทุกคนเข้าใจ ไม่ได้ต้องการความคิดเห็นของใคร ตอนนี้ข้าและคุณหนูรอง คุณหนูสาม ได้หมั้นหมายเป็นที่เรียบร้อย กฎระเบียบขนบธรรมเนียมประเพณี ด้านนอกจะเป็นอย่างไร แต่ที่ตระกูลลู่ข้าคือผู้คุมกฎ” “หลายวันที่ผ่านมาเกิดเรื่องมากมาย มันทำให้ข้าได้เข้าใจอะไรมากขึ้น ข้าจะให้โอกาสทุกคนได้ตัดสินใจ หากไม่ต้องการที่จะอยู่ที่นี่ ก็สามารถย้ายออกไปได้เลย ท่านพ่อจะเขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ให้ และจะแบ่งทรัพย์สินให้ไปตั้งตัว” แต่ในเมื่อข้าให้โอกาสย้ายออกไป แต่ยังคงตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อ นั้นหมายถึงทุกคนยอมรับกฎที่ข้าสร้างขึ้น ข้าไม่ใช่คนดีมีใจเมตตา กับคนที่คิดร้ายกับข้าและตระกูลลู่ เพราะฉะนั้นวันนี้ฟังสิ่งที่ข้าจะพูดให้ดี ๆ ลู่เสียนกวาดตามองทุกคน ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งวันต่อมาตระกูลลู่ก็ได้ส่งของหมั้นไปสู่ขอกุนซือเจียวลู่ ให้กับคุณหนูรองลู่อัน และส่งของหมั้นไปสู่ขอรองแม่ทัพฉือลี่เฉี่ยว ให้กับคุณหนูสามลู่เจิน บุรุษทั้งเมืองต่างพากันอิจฉา กับของหมั้นที่ทางตระกูลลู่ส่งมามากมาย แต่ก็นึกประหลาดใจในเวลาเดียวกัน สตรีไปสู่ขอบุรุษเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็น นี่มันขนบธรรมเนียมประเพณีอันใดกันที่จริงตระกูลเจียวและตระกูลฉือ พวกเขาตั้งใจจะคืนของหมั้นให้กับตระกูลลู่ทั้งหมดอยู่แล้ว พวกเขาเป็นบุรุษฐานะก็ไม่ธรรมดา สมควรให้ฝ่ายหญิงมากกว่า แต่ที่ไม่ทำตอนนี้เพราะลู่เสียนบอกว่า อยากให้ตระกูลเจียวและตระกูลฉือ เห็นถึงความจริงใจว่า ตระกูลลู่ต้องการพวกเขาไปเป็นลูกเขยจริง ๆทางด้านตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ได้จัดเตรียมของหมั้นเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน เมื่อแม่สื่อมาเจรจาสู่ขอกันเสร็จเรียบร้อย ผ่านไปไม่นานตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ตั้งขบวนแห่ของหมั้น ออกไปสู่ขอคุณหนูรองและคุณหนูสาม ทำเอาผู้คนแตกตื่นให้ความสนใจกับประเพณีที่ไม่เคยเห็นนี้ซึ่งรอบนี้มีของหมั้น ที่มาจากตระกูลเจียว ของหมั้นที่มาจากตระกูลฉือ และของหมั้นก่อนหน้านี้ที่มาจากตระกูลลู่รวมกัน ขบวนแห่ของหมั้นจึงยาวเป็นทางยาว ผู้ค
เรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือนสองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไรคุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย“ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับ
“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไป เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่ เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง “จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว” “เข้าไปกันเถอเพคะ” “อืม” ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่ “ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?” “วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่” “ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?” “มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว “ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา” “จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ” “พ่ะย







