Главная / รักโบราณ / นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า / ตอนที่46 ความสามารถของลู่หลิน

Share

ตอนที่46 ความสามารถของลู่หลิน

last update Последнее обновление: 2026-01-23 06:20:42

ทางด้านคุณหนูฟู่เหลียนอวี่และท่านหญิงฟู่เหลียนฮวา ยามนี้ภายในใจลุ้นระทึกว่าคุณหนูตระกูลลู่จะเป็นอย่างไร นางทั้งสองคนต่างพากันนอนไม่หลับเพราะความกังวล ยาพิษจะได้ผลจริงหรือไม่ แต่หากว่าไม่ได้ผลก็คงไม่เป็นไรเพราะไม่มีใครรู้อยู่แล้วว่าพวกนางถูกพิษ องค์หญิงไป๋อวี่และท่านหมอเทวดายืนอย่างหนักแน่นว่า พิษนี้ไม่สามารถตรวจพบได้อย่างแน่นอน 

 แต่ว่าพวกนางก็ไม่อาจคลายความกังวลลงไปได้ ต่างพากันนอนครุ่นคิดว่าถ้าหากตรวจพบขึ้นมา พวกนางจะทำอย่างไร พวกนางไม่อาจวางใจเรื่องนี้ได้เลย ตอนทำไม่คิดแต่มาตอนนี้พวกนางกลับรู้สึกไม่สบายใจกังวลและหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก 

เรือนคุณหนูรองลู่อันยามนี้ กุนซือหนุ่มยังคงเร่าร้อนกับไฟสวาทที่ลุกโชน ยิ่งเสพสมกับนางเขายิ่งรู้สึกเหมือนมีพลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องนี้แปลกจริง ๆ หรือว่าจะเป็นผลจากการดื่มเลือดของคุณหนูใหญ่ เรื่องนี้เขาต้องถามรองแม่ทัพฉือว่ารู้สึกแบบเดียวกันกับเขาหรือไม่

“อื้อ…พี่ลู่รอบสุดท้ายแล้วนะเจ้าค่ะข้าเหนื่อยจะตายแล้ว” ลู่อันบ่นออกมาเมื่อเขาจัดนางไม่มีพักตั้งแต่เข้าเรือนมา เขาจะบ้าพลังเกินไปแล้ว

“เหนื่อยอันใดกัน เจ้านอนเฉย ๆ มีแต่ข้าทำ แต่จะว่าไปที่ข้าทำแบบนี้ก็เพราะเจ้าถูกพิษนิทรา ข้าเคยได้ยินมาว่าหากเจ้านอนหลับเมื่อไหร่ เจ้าจะหลับใหลไม่ได้สติแล้วก็หมดลมหายใจ ข้าจึงไม่อยากให้เจ้าหลับอย่างไรละ” ลู่อันเบ้ปากอย่างรู้ทัน

“เชอะ! พี่หญิงบอกข้าว่าไม่เป็นอะไร ท่านอย่ายกเรื่องนี้มาอ้างเลยเจ้าค่ะ อ๊าาาอย่ากระแทกแรง” เจียวลู่อัดกระแทกด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ

“อันเอ่อร์ยิ่งข้าเสพสมกับเจ้าก็เหมือนข้ามีพละกำลังเพิ่มขึ้น เรื่องนี้แปลกมากจริง ๆ ต้องโทษพี่สาวของเจ้าที่ทำให้ข้าคึกคักได้มากเช่นนี้”

“ข้าไม่เห็นจะรู้สึกว่ามีพละกำลังหรือว่าจะเป็นเฉพาะบุรุษ”

“ก็อาจจะเป็นไปได้ เด็กน้อยอ่าาาข้าใกล้แล้ว” เข้ากล่าวจบก็อัดกระแทกไม่ยั้งจนร่างของลู่อันหัวสั่นหัวคลอน จนทั้งสองปลดปล่อยสายธารออกมาอีกครั้ง จากนั้นลู่อันก็หนีหลับไปทันทีเพราะความเหนื่อยล้า เจียวลู่นำอ่างน้ำกับผ้ามาเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้นาง จากนั้นเขาก็เข้ามานอนกอดและหลับตามนางไปติด ๆ

ลู่เสียนตัดสินใจเดินมาหาลู่หลินที่เรือนของนาง เพราะนางอยากรู้ว่านางทะลุมิติมาแล้วมีความสามารถพิเศษติดตัวมาด้วยหรือไม่ อีกอย่างนางมีเรื่องจะคุยเกี่ยวกับกิจการร้านค้า ว่าจะให้นางเข้ามาช่วยอย่างไร เมื่อมาถึงก็เห็นลู่หลิน นั่งเขียนอะไรบางอย่างอยู่ที่โต๊ะ

“เจ้าเขียนอะไรหรือ?”

“ก็เขียนในสิ่งที่ไปตรวจมาในวันนี้เจ้าค่ะ พอเขียนเสร็จข้าตั้งใจว่า จะเอาไปให้พี่ใหญ่ดูว่าคิดเห็นเช่นไรเจ้าค่ะ” ลู่เสียนหยิบมาอ่านดูก็ยกยิ้มอย่างพอใจ

“เขียนได้ดีนำวิธีการทำงานจากยุคปัจจุบันมาปรับใช้ที่นี่ มีลงชื่อเข้างานและเลิกงาน มีอีกหลายอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยนตั้งแต่ข้ามาถึงก็มีแต่เรื่องให้ทำมากมาย ข้าเลยยังไม่มีเวลาจัดการ มีเจ้ามาช่วยเช่นนี้ก็แบ่งเบาข้าได้มากเลยทีเดียว”

“ที่ข้ามาหาเจ้าเพราะอยากรู้ว่าเจ้ามีความสามารถพิเศษใดติดตัวมาหรือไม่? เพราะหากมีก็จะช่วยข้าได้มากเลยทีเดียว” ลู่หลินครุ่นคิดว่านางพอจะมีสิ่งใดติดตัวมาด้วยหรือไม่ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่านางมีจี้หยกที่มารดาให้นางใส่ติดตัวมาตั้งแต่เล็กจนโต แต่ว่ามันก็ไม่ได้พิเศษอะไรมากนัก เพราะนางไม่เคยเห็นอภินิหารอะไรเกิดขึ้น ลู่หลินค่อย ๆ ถอนสร้อยคอที่มีจี้หยกสีเขียวมรกตยื่นให้ลู่เสียน 

ลู่เสียนรับมาดูอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามบรรพบุรุษในใจ “ท่านปู่หากข้านำเลือดของนางกับเลือดของข้าหยดลงไปที่หยก ท่านว่าจะเกิดปาฏิหาริย์หรือไม่?”

“ลองดูก็ไม่เสียหายอันใดนี่” เสียงชายชราตอบกลับออกมา ลู่เสียนได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปหยิบถ้วยชาแล้วใส่จี้หยกลงไป จากนั้นก็ดึงปิ่นที่ปักอยู่บนผมออกมา

“ข้าอยากให้เจ้าลองหยดเลือดลงไป”

“ได้เจ้าค่ะ” ลู่หลินรับปิ่นมาแล้วปักลงบนปลายนิ้ว เลือดเริ่มซึมออกมาทันที ลู่หลินจึงปล่อยให้หยดลงในถ้วยชา จากนั้นลู่เสียนก็รับปิ่นมาแล้วทำแบบเดียวกัน แต่เพียงแค่เลือดลู่เสียนหยดลงไป ดูเหมือนจี้หยกจะเริ่มมีปฏิกิริยาเมื่อจากหยกแสงสีเขียวค่อย ๆ เปล่งประกายออกมาจากจี้หยก 

จากนั้นจี้หยกก็เหมือนจะเริ่มดูดเลือดที่อยู่ในถ้วยชาจนหมด ลู่เสียนยืนมองด้วยท่าทีสงบนิ่ง ต่างกับลู่อันที่มองด้วยท่าทีตื่นเต้น ลู่เสียนหยิบสร้อยคอไปสวมให้ลู่หลิน จากนั้นร่างทั้งร่างของลู่หลินก็เปล่งประกายแสงสีเขียวก่อนจะจางหายไป

“พี่หญิงร่างกายของข้าเหมือนมีพลังบางอย่างไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างเลยเจ้าค่ะ” ลู่หลินคิดว่าพลังที่ได้รับมาคงมาจากพี่สาวของนางเป็นแน่ ลู่หลินยกแขนมามองดูด้วยความตื่นเต้นเพราะสัมผัสได้ถึงพลัง 

“คืนนี้เจ้าคงได้คำตอบว่าเจ้ามีความสามารถใดบ้าง ข้าคงต้องกลับเรือนก่อน” ลู่เสียนกล่าวจบก็หมุนตัวจากไป ปล่อยให้ลู่หลินเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง

เมื่อลู่เสียนกลับมาถึงเรือนก็เห็นเหว่ยอ๋องกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ในมือมีตำราเล่มหนึ่งที่เขาให้ความสนใจอ่านอย่างตั้งใจ เมื่อเห็นนางก้าวเข้ามาก็ลดหนังสือลง ก่อนจะพับเก็บไว้ด้านข้าง เสื้อคลุมของเขาเพียงใส่ไว้หลวม ๆ ท่านั่งแบบนี้เผยให้เห็นแผงอกกำยำล่ำสัน เหมือนกับนายแบบในยุคปัจจุบันไม่มีผิด ลู่เสียนกวาดตามองอย่างชื่นชม ก่อนจะรีบถอดรองเท้าแล้วปีนขึ้นไปบนเตียง เขายกยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของจิ้งจอกเก้าหาง

“ตั้งใจยั่วยวนหม่อมฉันหรือเพคะ” เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ

“แล้วได้ผลหรือไม่?”

“จะบอกอย่างไรดี คืนนี้ท่านอาจไม่ได้นอน”

“ใครกลัว”

“ปากดีหม่อมฉันไม่อยากได้ชื่อว่ารังแกบุรุษนะเจ้าค่ะ?”

“แต่ข้าคิดว่าคืนนี้เจ้าต้องเปลี่ยนคำพูดเป็นบุรุษที่เป็นฝ่ายรังแกสตรี” ที่เขาพูดเช่นนี้เพราะร่างกายของเขาเหมือนมีพลังเพิ่มขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ อาจจะเป็นเพราะเลือดของนางก็อาจเป็นได้

“เชอะใครกลัว” ลู่เสียนยิ้มให้เขาอย่างท้าทาย เขาจึงเอื้อมมือมาถอดเสื้อคลุมของนางออก ลู่เสียนยกมือไปลูบไล้แผงอกของเขาอย่างหลงใหล เขาจึงดันร่างของนางให้เอนลงนอน ก่อนจะค่อย ๆ ปลดชุดของนางออกทั้งหมดอย่างไม่รีบร้อน

มือหนาลูบไล้ร่างบางไปทุกสัดส่วน ดวงตาของเขาเริ่มเปล่งประกายบ่งบอกอารมณ์ปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นมา เขารีบขึ้นไปทาบทับร่างบางก่อนจะบดจูบอย่างเร่าร้อน เสียงจูบดังขึ้นมาอย่างไม่มีใครยอมใคร เขาเริ่มบดมังกรที่เริ่มแข็งขืนบนดอกไม้ช่องามของนางด้วยอารมณ์รัญจวน

“เสียนเอ่อร์ยอดรักของข้า”

 

Продолжить чтение
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

    ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว “ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ “ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่58 ต้อนรับกลับแคว้นโจว

    แคว้นโจวยามนี้ผู้คนทั้งเมืองต่างเตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของเหว่ยอ๋องและลู่เสียนตั้งแต่ประตูเข้าเมืองจนไปถึงวังหลวง ลู่เฉิงได้จัดเตรียมการต้อนรับเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ลู่เฉิงยังได้ไปจ้างคณะเชิดสิงโตมาเพิ่มความครึกครื้น ยังไม่พอเขายังไปเหมาประทัดมาแจกจ่ายให้ทุกคนจุด เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ลู่เฉิงบอกให้ทุกคนจุดเวลาขบวนรถม้ามาถึง ยังไม่พอลู่เฉิงยังไปจ้างคณะระบำดนตรีมาร้องมารำเพื่อความสนุกสนาน ยามนี้เมืองหลวงแคว้นโจวคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อหน่วยข่าวมาแจ้งว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงในอีกไม่ช้า หน่วยที่มาแจ้งข่าวยังรายงานถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนรับรู้ ยามนี้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ลู่เสียนโด่งดังไปทั่วหล้า ไม่ว่าจะเป็นความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวหรือแม้แต่ทักษะด้านการแพทย์นางก็ทำได้ดีอย่างน่าทึ่ง ความมีน้ำใจเมตตาไม่เอาความโกรธแค้นมาลงกับผู้บริสุทธิ์ แคว้นเจินแม้จะรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของเชื้อพระวงศ์ แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ทุกคนรอดพ้นจากโรคระบาดและไม่ต้องพบเจอศึกสงคราม แม้จะต้องแลกด้วยการส่งข้าวปีละสองพันกระสอบเป็นเวลาสิบปีเพื่อชดเชยความผิดก็ตาม เพราะทุกคนไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้น ทางด้านตระกูลลู

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status