Home / รักโบราณ / นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า / ตอนที่47 ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่

Share

ตอนที่47 ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่

last update Last Updated: 2026-01-24 06:24:05

ณ วังหลวงห้องทรงอักษรของฮ่องเต้ องค์รัชทายาทจื้อเหวินเซียวเมื่อกลับมาถึงวังก็รีบตรงเข้ามารายงานเรื่องราวทั้งหมด ฮ่องเต้รับฟังด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธเขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

ลอบสังหารครั้งที่แล้วทางกรมสืบสวนก็ยังสืบหาคนร้ายไม่พบ พวกเขาเลยเหิมเกริมลงมือสังหารครั้งที่สอง ดูท่าคนผู้นี้คงมีอำนาจพอตัวถึงสามารถสั่งการให้คนร้ายไปจัดการเหว่ยอ๋องได้ สารเลว! เขาไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่ 

“เสด็จพ่อคุณหนูใหญ่ได้ทำน้ำกระเจี๊ยบฝากมาให้ทุกคนในวังได้ดื่มด้วยพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ข้างกายรัชทายาทรีบยกเข้ามา จื้อเหวินเซียวรับเอามาแล้วรีบรินให้ฮ่องเต้

“เสด็จพ่อน้ำนี้มีสรรพคุณบำรุงร่างกายและยังช่วยต้านพิษ คุณหนูใหญ่กำชับว่าให้ทุกคนดื่มให้ได้พ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้รับถ้วยน้ำกระเจี๊ยบมาสูดดมก่อนจะยกขึ้นจิบ

“อืมหวานเย็นชื่นใจดี”

“เสด็จพ่อที่จริงน้ำนี้” รัชทายาทรีบตรงเข้าไปกระซิบข้างใบหูของฮ่องเต้ว่า ในน้ำมีส่วนผสมอันสำคัญนั่นก็คือเลือดของคุณหนูใหญ่ เพราะเลือดของนางพิเศษมาก พอเขารับรู้ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจและตื่นเต้นดีใจในเวลาต่อมา หากสรรพคุณดีเช่นนี้เขาต้องดื่มเยอะ ๆ

“เร็วเข้าเจ้ารินให้ข้าอีกข้าจะดื่มมันเยอะ ๆ” รัชทายาทรีบรินใส่ถ้วยชาให้ฮ่องเต้ทันที ฮ่องเต้ยกขึ้นดื่มก่อนจะครุ่นคิด คุณหนูตระกูลฟู่วางยาพิษคุณหนูตระกูลลู่ ที่รอดพ้นมาได้เพราะน้ำกระเจี๊ยบของคุณหนูใหญ่ ไม่ได้เขาต้องรีบให้หวังกงกงเอาไปให้ไทเฮา ฮองเฮาและองค์หญิง

“หวังกงกงมาแบ่งน้ำกระเจี๊ยบไปให้ไทเฮา ฮองเฮาและองค์หญิง ฝากบอกด้วยว่าข้าสั่งให้ดื่มทันที”

“พ่ะย่ะค่ะ”

แคว้นฉิน

ทางด้านองค์หญิงและองค์ชายแคว้นฉินเมื่อกลับมาถึงแคว้น ก็รีบตรงเข้าไปรายงานต่อฮ่องเต้ถึงผลการไปเยือนแคว้นโจวในฐานะทูต องค์หญิงฉินฟางหรูรู้สึกอับอายและคับแค้นใจเป็นอย่างมาก ที่พ่ายแพ้ให้กับคุณหนูใหญ่ที่เป็นเพียงบุตรพ่อค้า ใจของนางไม่เพียงไม่ยอมรับ แต่คิดจะแก้แค้นเอาคืนให้สาสมกับความอับอายของนาง

“ถวายบังคมเสด็จพ่อ”

“เป็นอย่างไรบ้าง?” ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นมาจากฎีกาตรงหน้าเพื่อเอ่ยถาม แต่ก็ต้องคิ้วขมวดเข้าหากัน เพราะเห็นท่าทางไม่สบอารมณ์ขององค์หญิง 

“เสด็จพ่อข้าได้ท้าประลองกับคุณหนูตระกูลลู่ ซึ่งนางเป็นเพียงบุตรสาวตระกูลพ่อค้า ข้าไม่คิดเลยว่านางจะมีความสามารถมากขนาดนี้” องค์หญิงฉินฟางหรูเอ่ยด้วยความคับแค้นใจ

“หมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าเห็นนางเป็นเพียงบุตรสาวพ่อค้า ข้าจึงขอพระราชทานอนุญาตให้นางประชันกับองค์หญิง แต่ไม่คิดเลยว่านางจะเก่งกาจมีความสามารถมาก ไม่เพียงแต่คัดอักษร นางยังได้ประลองยิงธนูกับหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน ผลปรากฏว่านางยิงทีเดียวสามดอกและเข้าเป้าถึงสามดอกเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“เป็นสตรียิงธนูทีเดียวสามดอกเลยหรือ?”

“ไม่เพียงเท่านั้นเป้าธนูนางยังให้ตั้งห่างออกไป250ก้าวพ่ะย่ะค่ะ”

“อะไรนะ!!” คราวนี้ฮ่องเต้ถึงกับตาเบิกกว้าง เรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปหรือไม่ หากเป็นเช่นนี้แคว้นโจวก็ยิ่งแข็งแกร่งดั่งเสือติดปีก เมื่อก่อนมีแม่ทัพฉือที่เป็นหัวหอกออกรบ ต่อมามีเหว่ยอ๋อง กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ แค่นี้พวกเขาก็ไม่สามารถเอาชนะได้อยู่แล้ว แคว้นโจวดันมามีสตรีมีความสามารถเพิ่มขึ้นมาอีก หนทางที่จะเอาชนะก็คงยากขึ้นไปอีก

“เสด็จพี่ท่านจะไปชื่นชมนางทำไม”องค์หญิงฉินฟางหรูเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ข้าก็เพียงแค่พูดไปตามความจริง เจ้าจะโมโหไปทำไม?”

“ฮึ! ข้าต้องหาทางเอาคืนนางแน่” องค์ชายฉินหย่งเล่อปรายตามองนางก่อนจะเอ่ยขึ้น

“จะทำอะไรก็คิดถึงแว่นแคว้นเอาไว้ให้มาก ๆ อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวไปทำตามอำเภอใจ เจ้าอาจรับผลของมันไม่ไหว”

แคว้นฉินต้องการดินแดนแคว้นโจวก็จริงแต่เขาไม่อยากสร้างความบาดหมางในตอนนี้ ยิ่งเหว่ยอ๋องประกาศชัดออกมาเช่นนี้ว่า คุณหนูใหญ่คือคนที่เขารัก หากทำให้เขาโกรธคาดว่าแคว้นฉินคงราบเป็นหน้ากลอง 

“พี่ชายของเจ้าพูดถูกอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องบ้านเมือง แพ้ก็ต้องยอมรับอย่างสมศักดิ์ศรีให้สมกับเป็นองค์หญิงของแคว้นฉิน ทุกการกระทำของพวกเรามีผลต่อความเป็นอยู่ของราษฎร เพราะฉะนั้นคิดและไตร่ตรองให้ดี”

องค์หญิงได้ฟังก็สะบัดหน้าพรึดรู้สึกขัดใจเหลือจะกล่าว ก็เพราะศักดิ์ศรีอย่างไรเล่านางถึงต้องหาทางเอาคืน นางเป็นถึงองค์หญิงจะมาแพ้ให้บุตรสาวพ่อค้าได้อย่างไรกัน ฮ่องเต้และองค์ชายมองท่าทางขององค์หญิงก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา พวกเขาต้องสั่งคนให้คอยจับตาดูนางเอาไว้

แคว้นเป่ย

องค์ชายไป๋ซีห่าวและองค์หญิงไป๋ซูหนี่ว์ เมื่อกลับมาถึงวังก็รีบตรงเข้าไปหาฮ่องเต้เพื่อรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทันที

“ถวายบังคมเสด็จพ่อ”

“ลุกขึ้นเถิด”

“เสด็จพ่อวันที่ไปเยือนแคว้นโจว ลูกได้ทำการปฏิเสธการประชันความสามารถไปพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ได้ฟังก็ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

“เหตุใดถึงต้องปฏิเสธ?”เมื่อฮ่องเต้ตั้งคำถามองค์ชายฉินหย่งเล่อจึงเริ่มเล่าตั้งแต่เริ่มต้น

“เสด็จพ่อรอบแรกเป็นองค์ชายจากแคว้นฉิน ขออนุญาตฮ่องเต้ ให้องค์หญิงแคว้นฉินประชันความสามารถกับคุณหนูใหญ่ ซึ่งเป็นบุตรสาวของคหบดีผู้มั่งคั่งแห่งแคว้นโจว ผลออกมาว่าคุณหนูใหญ่ฝีมือเก่งกาจหาใครเทียบได้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”

“รอบสองเป็นการประลองระหว่างหยวนอ๋องจากแคว้นเจินกับคุณหนูใหญ่ โดยที่คุณหนูใหญ่เป็นฝ่ายเสนอการยิงธนูระยะห่าง250ก้าว” ฮ่องเต้ได้ฟังก็รีบสวนขึ้นมาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

“อะไรนะ!ระยะห่าง250ก้าว!! จะเป็นไปได้อย่างไร?”

“เป็นความจริงพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อเชื่อหรือไม่ว่านางใช้ลูกธนูถึงสามดอก อีกทั้งยิงเข้าเป้าพร้อมกันทั้งสามดอกอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายไป๋ซีห่าวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง

“เป็นความจริงหรือเป็นเพียงสตรีแต่ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าบุรุษเลยช่างน่าชื่นชม”

“เสด็จพ่อยังมีบทกวีที่นางเขียนข้าอ่านแล้วประทับใจยิ่งนัก กลอนบทนี้นางเขียนว่า 

“ร้อยวาจาไม่จริงใจก็ไร้ค่า”

“ร้อยสายตาไม่จริงใจก็ไร้ผล”

“ร้อยความคิดไม่จริงใจร้อยเล่ห์กล”

“ร้อยผู้คนไม่จริงใจก็ไร้ใจ”

ฮ่องเต้รับฟังอย่างเหม่อลอยและตกอยู่ในภวังค์ความคิด บทกลอนนี้ความหมายดีจริง ๆ แคว้นโจวช่างโชคดีที่มีสตรีมากความสามารถ บุรุษก็แข็งแกร่งเด็ดเดี่ยวมากความสามารถเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเหว่ยอ๋อง กุนซือเจียวลู่หรือแม้แต่รองแม่ทัพฉือทุกคนล้วนมีวรยุทธสูงส่งหาใครเทียบได้ 

แผนการทำศึกพวกเขาก็คิดอ่านวางแผนได้อย่างแยบยล จนเอาชนะศึกได้แทบทุกครั้ง สามแคว้นไม่มีใครเอาชนะได้จนต้องยอมลงนามสงบศึกชั่วคราว อีกทั้งพื้นที่ของแคว้นโจวก็อุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยแร่เงินแร่ทอง ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นสิ่งที่น่าอิจฉาที่สามแคว้นไม่อาจมีได้

“แล้วคุณหนูใหญ่นางมีคู่หมั้นคู่หมายแล้วหรือยัง?” พอฮ่องเต้เอ่ยถามประโยคนี้ องค์หญิงไป๋ซูหนี่ว์ก็ถอนใจออกมา

“เสด็จพ่อพอมาถึงการประชันในรอบที่สาม คุณหนูใหญ่ได้เอ่ยขอประชันความสามารถกับข้า เสด็จพี่ก็เลยขอถอนตัวเพราะเห็นข้าหวาดกลัวและไม่มีความมั่นใจ แต่กลับเป็นองค์หญิงแคว้นเจินที่อยากประลองวรยุทธกับนางแทน เหว่ยอ๋องก็เลยประกาศออกมาว่า คุณหนูใหญ่เป็นว่าที่พระชายา หากนางได้รับบาดเจ็บแม้แต่ปลายเส้นผม สัญญาสงบศึกก็จะเป็นอันยุติ และเขาจะไม่มีทางปล่อยให้คนที่ทำร้ายคนรักของเขาเอาไว้ เหว่ยอ๋องผู้นี้ได้ฉายาว่าเย็นชาโหดเหี้ยม แต่พอข้าได้เห็นแบบนี้ ข้าคิดว่าเขาช่างหล่อเหล่าองอาจสง่างามมากเพคะ”

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
จันจิรา แก้วมณี
ต่อทีค่ะ กำลังสนุก
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

    ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว “ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ “ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่58 ต้อนรับกลับแคว้นโจว

    แคว้นโจวยามนี้ผู้คนทั้งเมืองต่างเตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของเหว่ยอ๋องและลู่เสียนตั้งแต่ประตูเข้าเมืองจนไปถึงวังหลวง ลู่เฉิงได้จัดเตรียมการต้อนรับเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ลู่เฉิงยังได้ไปจ้างคณะเชิดสิงโตมาเพิ่มความครึกครื้น ยังไม่พอเขายังไปเหมาประทัดมาแจกจ่ายให้ทุกคนจุด เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ลู่เฉิงบอกให้ทุกคนจุดเวลาขบวนรถม้ามาถึง ยังไม่พอลู่เฉิงยังไปจ้างคณะระบำดนตรีมาร้องมารำเพื่อความสนุกสนาน ยามนี้เมืองหลวงแคว้นโจวคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อหน่วยข่าวมาแจ้งว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงในอีกไม่ช้า หน่วยที่มาแจ้งข่าวยังรายงานถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนรับรู้ ยามนี้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ลู่เสียนโด่งดังไปทั่วหล้า ไม่ว่าจะเป็นความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวหรือแม้แต่ทักษะด้านการแพทย์นางก็ทำได้ดีอย่างน่าทึ่ง ความมีน้ำใจเมตตาไม่เอาความโกรธแค้นมาลงกับผู้บริสุทธิ์ แคว้นเจินแม้จะรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของเชื้อพระวงศ์ แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ทุกคนรอดพ้นจากโรคระบาดและไม่ต้องพบเจอศึกสงคราม แม้จะต้องแลกด้วยการส่งข้าวปีละสองพันกระสอบเป็นเวลาสิบปีเพื่อชดเชยความผิดก็ตาม เพราะทุกคนไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้น ทางด้านตระกูลลู

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status