Share

ตอนที่49 ถึงเวลาเอาคืน

last update Huling Na-update: 2026-01-25 07:38:50

เมื่อทุกคนรับอาหารเช้าเสร็จก็พากันย้ายไปนั่งที่ห้องโถงใหญ่ ลู่เสียนคิดว่าถึงเวลาที่ต้องจัดการคนที่อยู่เบื้องหลังนี้เสียที ต่อไปนางจะได้ตั้งใจดูแลกิจการอย่างจริงจังเสียที พอมามีลู่หลินที่ทะลุมิติมาอีกคนนางก็เริ่มเบาใจและคิดแผนการเอาคืนคนชั่วได้เสียที อีกอย่างตอนนี้นางมีพลังและวรยุทธ การจะจัดการกับคนเหล่านั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

“ท่านพ่อ ท่านแม่และทุกคนฟังสิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้ให้ดีไม่ต้องตื่นตกใจและหวาดกลัวจนเกินไป ยามนี้ตระกูลลู่มีคนจ้องทำร้ายและทำลาย ข้าจึงคิดว่าถึงเวลาที่ข้าจะต้องตรวจสอบอย่างจริงจังและต้องเอาคืนพวกเขาอย่างสาสม ในระหว่างนี้ทุกคนต้องระมัดระวังตัว หากต้องออกไปข้างนอกให้มีคนคุ้มกัน ซึ่งวันนี้หน่วยพยัคย์อินทรี จะมาคุ้มกันที่นี่20นาย”

“ช่วงนี้ลู่หลินจะเป็นคนออกไปตรวจกิจการร้านค้าแทนข้า ลู่อัน ลู่เจิน มีอะไรให้บอกและปรึกษาลู่หลินได้เลย น้ำกระเจี๊ยบที่ข้าทำขึ้นหากเป็นไปได้ข้าอยากให้ทุกคนดื่มทุกวัน เพราะว่ามันจะช่วยบำรุงร่างกาย รวมถึงบ่าวในจวนก็ต้องดื่มด้วยเช่นกัน”

ลู่เสียนกวาดตามองทุกคนอย่างพอใจ ยามนี้ทุกคนกลับมารักกันและสามัคคีกันมากขึ้น นางเห็นแล้วก็รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ แต่แล้วจู่ ๆ รัชทายาทก็รีบก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ สีหน้ามีความกังวลและเคร่งเครียด พอมาถึงเขาก็รีบบอกกับเหว่ยอ๋องทันที

“เสด็จพี่ตอนนี้หมอที่เขตชายแดนส่งข่าวมาบอกว่า ยามนี้ผู้คนล้มป่วยกันเป็นจำนวนมากและดูเหมือนจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว บางคนก็สิ้นใจตายไปแล้วก็มี ตอนนี้บรรดาหมอส่งจดหมายมาขอความช่วยเหลือ ให้ทางราชสำนักส่งหมอหลวงไปช่วยเหลือด่วนพ่ะย่ะค่ะ”

เหว่ยอ๋องพอได้รับฟังก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทัน กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน 

“ฮ่องเต้สั่งหมอหลวงให้ไปช่วยหรือยัง?”

“ให้ออกเดินทางตั้งแต่เช้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“งั้นพวกเราเตรียมตัวเดินทาง รองแม่ทัพฉือบอกบิดาของท่านให้ส่งทหารไปคอยช่วยเหลือมากหน่อย เจียวลู่เจ้าอยู่ทางนี้คอยเหลือรัชทายาทและช่วยดูแลตระกูลลู่” เจียวลู่และรองแม่ทัพเอ่ยตอบพร้อมกันอย่างหนักแน่น

“ได้”

ลู่เสียนและลู่อันมองหน้ากันอย่างหนักใจ ปัญหามีมาให้แก้เรื่อย ๆ สินะ บททดสอบชีวิตหรืออย่างไร จะให้พวกนางกลายเป็นวีรสตรีให้ได้เลยใช่หรือไม่สวรรค์นะสวรรค์

แต่แล้วเสียงของบรรพบุรุษในกำไลก็เอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น และคราวนี้ลู่หลินเองก็ได้ยินด้วยเช่นกัน

“นังหนู! จู่ ๆ พื้นที่ที่ข้าจู่ ๆ ก็กลายเป็นเหมือนโลกที่อยู่ด้านนอก เมื่อก่อนมีเพียงหมอกสีขาว ๆ เต็มไปหมด ยามนี้กลายเป็นพื้นดิน มีต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้นานาพรรณ และนั่นยังมีร้านค้าตั้งขึ้นมาด้วย! เจ้าเข้ามาดูหน่อยสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ข้างงไปหมดแล้ว”

ลู่เสียนได้ฟังเช่นนั้นก็เหมือนมีเสียงมาบอกนางในหัวว่าให้นางต้องพูดว่าอย่างไร ลู่เสียนจึงหลับเพ่งจิตแล้วเอ่ยขึ้นในใจว่า “เข้ามิติ” เหว่ยอ๋องเห็นนางหลับตาลงก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลง เขาเรียนรู้ที่จะอยู่ข้างนางโดยไม่ซักถามให้นางลำบากใจ เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวของนาง ว่านางไม่มีทางทำร้ายใครหากไม่มีใครมารังแกนางก่อน

ลู่เสียนที่พอเข้ามาข้างในมิติ ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นเหล่าบรรพบุรุษอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วไหนจะมีร้านขายยาผุดขึ้นมาอีก นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้วจะมีเรื่องแปลกประหลาดอะไรอีกหรือไม่

“นังหนูร้านนี้เหมือนในยุคที่เจ้าจากมาเลยว่าแต่มันคือร้านอะไรหรือ?” ชายชราอาวุโสเอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้

“ร้านขายยาเจ้าค่ะ สวรรค์คงรู้ว่าแว่นแคว้นจะเกิดปัญหาเลยส่งร้านยามาให้เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้ากลับออกไปก่อนนะเจ้าคะ”

“ได้ ๆ เจ้าไปเถิด”

เมื่อลู่เสียนลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่า ทุกคนมองมาที่นางเป็นจุดเดียว ลู่เสียนไม่คิดจะอธิบาย เพราะยามนี้มีเรื่องให้ต้องทำอย่างเร่งด่วนชีวิตคนสำคัญต้องรีบช่วยเหลือ จู่ ๆ ผู้คนก็ล้มป่วยมีใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่นะ นางคิดว่าเรื่องนี้ดูผิดปกติมากเกินไป หากเป็นอย่างที่นางคิดคนพวกนี้ก็จิตใจเหี้ยมโหดเกินไปแล้ว

“ท่านอ๋องหม่อมฉันจะไปด้วยเพคะ ลู่หลินทางนี้ข้าฝากเจ้าด้วย พี่ตงหานพี่ผิงอันรีบเก็บของเจ้าค่ะ”

“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่”

“พี่หญิงแล้วเรื่องที่พวกข้าถูกวางยาจะเอาอย่างไรดีเจ้าคะ?”

“ลู่หลินเรื่องนี้ข้าจะให้เจ้าตัดสินใจ คิดและไตร่ตรองให้รอบคอบ ปรึกษาองค์รัชทายาทและท่านกุนซือ อย่างไรก็ต้องเอาคืนคุณหนูตระกูลฟู่ให้สาสม” ลู่หลินพยักหน้ารับคำอย่างมุ่งมั่น ภายในใจฮึกเหิมแทบรอไม่ไหวที่จะเอาคืน รอข้าหน่อยนะคุณหนูผู้สูงส่ง ตอนนี้ข้าคือเจ้ากรรมนายเวรของพวกเจ้า ทำอะไรกับใครเอาไว้ก็จงรับผลของมัน

เมื่อลู่เสียนจากไปพร้อมเหว่ยอ๋องและรองแม่ทัพฉือ ลู่หลินก็ให้คนไปปล่อยข่าวว่า คุณหนูสี่ลู่หลินและคุณหนูรองลู่อัน จู่ ๆ ก็นอนตายไม่เสียอย่างนั้น สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับตระกูลลู่เป็นอย่างมาก

เมื่อให้คนไปปล่อยข่าวเรียบร้อยแล้ว ลู่หลินก็เรียกทุกคนมารวมตัวกันรวมทั้งบ่าวในจวน เพื่อจะบอกว่าให้เสแสร้งแสดงอย่างไรกับเรื่องนี้ และการจัดงานศพเพื่อให้คนมากราบไหว้ก็จะถูกจัดขึ้นด้วยเช่นกัน เมื่อทุกคนเข้าใจดีแล้วก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน

“เหตุใดต้องแกล้งตายด้วย?” ลู่เฉิงถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ก็เพราะว่ายาพิษนิทราตรวจสอบไม่พบ มีเพียงพี่หญิงใหญ่ที่สัมผัสได้ หากเราจะจับพวกนางก็ต้องมีหลักฐานเพราะฉะนั้น ก็ต้องให้พวกนางเป็นคนพูดออกมาเอง”

“อย่างไร?”

“เราต้องจับนางสองคนไปขังที่ใดที่หนึ่ง ให้กรมสืบสวนรออยู่ข้างนอก ข้าจะแต่งกายเป็นผีลู่หลินและพี่ลู่เจินต้องแต่งเช่นกัน ข้าจะทำให้พวกนางกลัวและสารภาพออกมาเอง ข้าเชื่อว่านางจะสารภาพทุกอย่าง”

ทุกคนฟังแผนการของลู่หลินก็ชื่นชมอยู่ในใจ ไม่คิดว่านางจะเฉลียวฉลาดได้ขนาดนี้ เมื่อก่อนดูเหมือนนางเป็นคนเงียบ ๆ และไม่สนใจใคร แต่มาตอนนี้เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

    ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว “ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ “ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่58 ต้อนรับกลับแคว้นโจว

    แคว้นโจวยามนี้ผู้คนทั้งเมืองต่างเตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของเหว่ยอ๋องและลู่เสียนตั้งแต่ประตูเข้าเมืองจนไปถึงวังหลวง ลู่เฉิงได้จัดเตรียมการต้อนรับเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ลู่เฉิงยังได้ไปจ้างคณะเชิดสิงโตมาเพิ่มความครึกครื้น ยังไม่พอเขายังไปเหมาประทัดมาแจกจ่ายให้ทุกคนจุด เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ลู่เฉิงบอกให้ทุกคนจุดเวลาขบวนรถม้ามาถึง ยังไม่พอลู่เฉิงยังไปจ้างคณะระบำดนตรีมาร้องมารำเพื่อความสนุกสนาน ยามนี้เมืองหลวงแคว้นโจวคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อหน่วยข่าวมาแจ้งว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงในอีกไม่ช้า หน่วยที่มาแจ้งข่าวยังรายงานถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนรับรู้ ยามนี้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ลู่เสียนโด่งดังไปทั่วหล้า ไม่ว่าจะเป็นความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวหรือแม้แต่ทักษะด้านการแพทย์นางก็ทำได้ดีอย่างน่าทึ่ง ความมีน้ำใจเมตตาไม่เอาความโกรธแค้นมาลงกับผู้บริสุทธิ์ แคว้นเจินแม้จะรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของเชื้อพระวงศ์ แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ทุกคนรอดพ้นจากโรคระบาดและไม่ต้องพบเจอศึกสงคราม แม้จะต้องแลกด้วยการส่งข้าวปีละสองพันกระสอบเป็นเวลาสิบปีเพื่อชดเชยความผิดก็ตาม เพราะทุกคนไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้น ทางด้านตระกูลลู

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status