로그인บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางเปิดกล่องเครื่องประดับออกก่อนจะหยิบเอาปิ่นปักผมสีทองอร่ามออกมาทาบลงบนผมเพื่อดูว่าปิ่นอันไหนเหมาะสมกับตนเอง ของเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องประดับที่หยวนฉินซื้อให้นางซะเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ซื้อเองนักหรอก เวลาเขาเห็นเครื่องประดับสวย ๆ งาม ๆ ก็มักจะซื้อมาฝากนางเสมอ ยิ่งต
บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เจ้าแฝดที่ตอนนี้นอนหลับปุ๋ยไปแล้วเพราะวันทั้งวันเอาแต่วิ่งเล่นตกกลางคืนเลยอ่อนเพลียหลับง่ายเป็นธรรมดา นางหันตัวเดินออกมานอกห้องก่อนจะปิดประตูแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนลูกทั้งสองสายตามองไปยังห้องตำราก็เห็นมีแสงสว่างอยู่ แปลว่าหยวนฉินยังไม่กลับเร
บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..“หมายความเช่นไรเจ้าคะ?”“เจ้าไม่รู้อะไร การมีฝูอ๋องอยู่ในเมืองหลวงคอยช่วยงานฮ่องเต้ นอกจากจะคอยค้านอำนาจฝ่ายองค์รัชทายาทแล้ว ยังช่วยขับเคลื่อนองค์รัชทายาทให้เอางานเอาการสนใจงานบ้านเมืองด้วย เพราะถ้าไม่สร้างผลงานไม่ทำให้ฮ่องเต้พอใจก็อาจจะถูกแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาทไปก็ได้
บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..เสียงมีดหั่นลงบนเขียงดังก้องภายในโรงครัวที่มีควันลอยฟุ้งจากเตาถ่านที่ถูกจุดเอาไว้ บนเตามีหม้อที่กำลังตุ๋นเนื้อหมูสามชั้นให้นุ่มจนเข้าเนื้อ เย่ซูชางหันไปหยิบปลิงทะเลและหอยเป่าฮื้อมาหันเป็นชิ้นพอดีคำ“พี่หญิงรองทำสิ่งใดอยู่เจ้าคะ?” เย่ซูเจินเดินเข้ามาภายในครัวเมื่อได้กลิ่
บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..“เจ้านี่ยังปากร้ายเสมอต้นเสมอปลาย”หยวนฉินโน้มลงไปจูบริมฝีปากเอิบอิ่มด้วยความมันเขี้ยวจนเย่ซูชางตกใจจะดันเขาออกแต่ก็ถูกมือใหญ่รวบแขนเอาไว้จนไร้ทางขัดขืนได้แต่จ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าถมึงทึง“เจ้าทำบ้าอะไร สติเพี้ยนไปแล้วหรือ ถึงกล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้”“เรื่องบัดสีอะไรกัน ข้า
บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..ห้าปีต่อมาเมืองหนานตูเสียงเด็ก ๆ วิ่งกันเจื้อยแจ้วไปตามถนนของเมืองที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมายที่แวะเวียนมาค้าขายตามประสาของเมืองท่าติดทะเลที่มีเรือขนส่งมากมายมาจอดเทียบท่า ผู้คนล้วนมีความสุขกับการใช้ชีวิตภายใต้เมืองที่เงียบสงบไร้เหตุร้ายเพราะทุกคนล้วนมีงานทำมีเงินใช้จึง
บทที่ 7.6‘อำเภอเป่ยตู’..เย่ซูชางเดินออกมานอกเรือนเพื่อรับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้าเปิดอันสดใส เหล่าผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก้มหัวคำนับนาง ในฐานะท่านหญิงก็เป็นปกติอยู่แล้วที่คนต่างก้มหัวให้ แต่ที่นี่มันแตกต่างจากเมืองหลวงเพราะทุกคนแสดงความจริงใจต่อนางอยากเคารพนางจริง ๆ ไม่ใช่ทำตามหน้
บทที่ 7.5‘อำเภอเป่ยตู’..“หรือหลงรักข้าไปแล้ว?”“จะ… เจ้าอย่ามัวแต่นอกเรื่อง รีบทำงานให้เสร็จดีกว่า”เขากล่าวเสียงละล่ำละลักและพยายามเปลี่ยนเรื่อง เย่ซูชางก็มองออกว่าเขาเขินอายแต่มันก็อดจะหงุดหงิดไม่ได้ ปกติก็ดูเป็นคนหน้าหนาจะตายไปแต่พอเรื่องแบบนี้ดันอายไม่แสดงออกให้ชัดเจน จ้องจะเปลี่ยนเรื่องตลอด
บทที่ 7.4‘อำเภอเป่ยตู’..เวลาในวันหนึ่งเดินไวเสมอเมื่อมีงานมากมายรัดตัว เย่ซูชางเดินกลับมาที่เรือนรับรองด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากไปช่วยพวกเด็ก ๆ ที่พอจะสั่งสอนรู้เรื่องให้ช่วยกันทำสมุนไพรทาผิวกันยุงและถุงหอมกันยุง แต่เด็กก็คือเด็กวันยังค่ำทำงานได้ไม่นานก็เหนื่อยแล้ว บางคนก็เบื่ออยากออกไปวิ่งเล่น
Chapter 7.3 'อำเภอเป่ยตู'..แสงอรุณสาดส่องลงมายังพื้นดินแฉะชื้น พร้อมเสียงนกกาที่ร้องกันเจื้อยแจ้วต้อนรับเช้าวันใหม่ที่ดูจะสดใสกว่าวันก่อน ๆ ผู้คนต่างเดินกันขวักไขว่ไหล่แทบจะชนกันเร่งรีบทำหน้าที่ของตนตั้งแต่เช้ามืด บางคนไม่ได้หลับได้นอนด้วยซ้ำไปเย่ซูชางมาตรวจดูผ้าฝ้ายที่เพิ่งขนเข้ามาหลายเกวียนจา







