Share

15

last update Tanggal publikasi: 2026-08-24 15:25:34

“เจ้า…” แม่ทัพเล่อหยางหลงหยุดชะงักไปครู่สั้น ๆ คล้ายกับว่ากำลังใช้สมองคิดแผนการชั่วช้าบางอย่างอยู่ จากนั้นรอยยิ้มและแววตาสุนัขจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์ก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะเอื้อนเอ่ยประโยคถัดไปออกมา “หากเจ้าว่างจนมิมีสิ่งใดทำมากถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็มาถูหลังให้ข้าเร็วเข้า”

“เจ้าคะ” นางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ โดยปกติแล้วเล่อหยางหลงมักรับบทบาทเป็นบุรุษจอมมั่นที่หวงเนื้อหวงตัวกับนางตลอดเวลาเพราะกลัวว่าสตรีขี้ริ้วขี้เหร่คนนี้จะใช้สายตาน่าเกลียดลอบแทะโลมกล้ามเนื้อแน่น ๆ มัดโต ๆ และซิกซ์แพ็กเจ้าก้อนขนมปังเรียงกันเป็นลอนสวยคล้ายลูกคลื่นของตน แม้นกระทั่งคราวก่อนนางโดนแม่นางซือเหย่ดักขากลั่นแกล้งจนข้าวต้มร้อน ๆ ในถ้วยซึ่งผ่านการปรุงสุกนำลงจากเตาไฟหมาด ๆ ราดเข้าที่แผงอกเนื้อตัวเขาอย่างจัง เขาก็ยังมิรีบถอดอาภรณ์ออก แต่เลือกที่จะก้าวขาพรวดพราดเดินเข้าไปในห้อง ซ้ำยังกล่าวหาว่านางจงใจสะดุดล้มหมายจะหลอกกินเต้าหู้เขาอีกด้วย (กินเต้าหู้ เป็นคล้าย ๆ สำนวนจีน ที่คนจีนนำมาใช้ในควาหมายใหม่ หมายถึง แต๊ะอั๋ง ลวนลาม) แล้วจู่ ๆ เหตุใดเขาถึงได้เอ่ยปากให้นางถูหลังให้เช่นนี้เล่า ย่อมมีจุดประสงค์แผนการบางอย่างซุกซ่อนไว้เป็นแน่

“เจ้ามีสิ่งไหนสงสัยหรือแม่นางกุ้ยไป๋หลาน เหตุใดจึงได้แสดงกิริยาท่าทางคล้ายกับคำพูดของข้าเมื่อครู่ซับซ้อนจนสตรีสมองกลวงเช่นเจ้ายากที่จะสามารถทำความเข้าใจได้ หรือข้าต้องใช้ภาษาสุนัข ภาษาที่เจ้าคุ้นเคยเป็นอย่างดีเผื่อจะได้สนทนากับเจ้ารู้เรื่องขึ้นมาบ้าง” บุรุษเอ่ยถามด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่นางกลับรู้ดีว่าภายในแววตาเอาจริงจังและริมฝีปากบางเฉียบที่แอบเก็บงำสุนัขเอาไว้นับร้อย ๆ ตัวนั่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มสะใจแอบซุกซ่อนอยู่

แต่นี่หาใช่แม่นางกุ้ยไป๋หลานคนเดิมที่แสนบอบบาง อ่อนไหวง่าย จนรู้สึกสะอึกจุกอกกับคำพูดถากถางน้ำใจพวกนี้ของเขาไม่ นี่ผู้ใด! อีหมูหวาน ฟาดฟันกับพวกปากหอยปากปูทั้งป้าข้างบ้าน วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย และเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศที่ชอบเหน็บแนม บูลลี่ขนาดตัวของเธอว่าตัวใหญ่ราวกับช้างน้ำ ชาตินี้น้องมิโจะน้อยคงเหงาเฉาตาย เหี่ยวแห้งปล่อยให้แมงมุมมาชักไยเล่นแน่

"ลำบากท่านแม่ทัพแล้วล่ะเจ้าค่ะ" กุ้ยไป๋หลานอมยิ้มจนดวงตากลมโตดุจไข่ห่านทั้งสองข้างแทบปิดสนิท "แต่จะว่าไป หากดูจากคำพูดคำจาที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาเพื่อเหน็บแนมเสียดสีไป๋หลานคนนี้จนข้าเจ็บ ปวด รวดร้าว กล้ำกลืนฝืนทน อมทุกข์ แอบร้องไห้กระซิกกระซิกเพราะมันช่างรุนแรงเหลือเกินสำหรับสตรีบอบบางอ่อนแอ อ่อนไหวง่ายยิ่งกว่าขนนกเยี่ยงข้า" ว่าพลางนางก็ทำท่ายกฝ่ามือขึ้นปาดน้ำตา ขยับเขยื้อนตัวไหวโยกขึ้นลงประกอบการแสดงไปด้วย นั่นยิ่งทำให้ดูน่าหมั่นไส้ กวนประสาทอีกฝ่ายเข้าไปใหญ่

แม้นให้เขาไปยืนท้าวสะเอวมองดูจากดาวอังคารก็รู้ว่านางกำลังแสดง ประชดประชัน หมายมั่นเอาคืนที่เขาว่านางเป็นสุนัขเมื่อครู่ชัด ๆ

"คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงใช่หรือไม่เจ้าคะ เพราะดูท่าท่านแม่ทัพคงขลุกขลีกับ..." นางทิ้งช่วงหายใจเอาไว้ปล่อยให้เขาไปขบคิดเอาเองว่าควรเติมคำใดเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ตามบริบทในตอนนี้ ทว่าคงเป็นคำอื่นเสียไม่ได้นอกจาก 'สุนัข' "จนคุ้นชิน จึงสามารถเรียนรู้เพื่อสื่อสารกับข้าได้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ช่างเก่งกาจรอบด้านสมกับเป็นแม่ทัพใหญ่จริง ๆ เลยเจ้าค่ะ ไป๋หลานคนนี้ขอคาราวะ

พูดจบนางก็ก้าวถอยหลังสองสามก้าว ใช้ฝ่ามือทั้งสองฝั่งจับชายอาภรณ์ยกขึ้นเบนออกข้างแล้วย่อตัวพร้อมโค้งศีรษะลงเล็กน้อย

"เจ้า!! นางสตรีชั่วช้า เจ้ากล้าด่าว่าข้าปากหมาเช่นนั้นหรือ" และนางก็คิดไม่ผิดที่เมื่อครู่ก้าวขาถอยห่างจากเล่อหยางหลงเพื่อเตรียมทางหนีทีไล่ป้องกันตนเองจากความร้ายกาจแบบฉบับตัวร้ายในนิยายจีนโบราณทั่วไปที่ไม่สนว่าแท้จริงแล้วนางคือสตรีเพศมารดาตัวเล็ก ๆ บอบบางผู้หนึ่ง ยามมิพึงพอใจเช่นขณะนี้ จับคว้าสิ่งใดที่อยู่ใกล้ตัวได้ก็ขว้างปาใส่นางอย่างไม่บันยะบันยัง

"หยุด!!! เจ้าหลอกด่าว่าข้าปากหมา แล้วคิดจะหนีเอาตัวรอดง่าย ๆ เช่นนี้หรือนางสตรีชั่วช้า! หากเจ้าก้าวขาออกไปจากห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะสับขาเจ้าโยนทิ้งให้นกแร้งมันกัดแทะเนื้อของเจ้าจนเปื่อยยุ่ยส่งกลิ่นเหม็นเน่า แล้วส่งเศษซากฝ่ามือที่สวมแหวนแต่งงานเอาไว้ให้คนรักของเจ้ามันดิ้นทุรนทุรายกระอักเลือดตาย!!! เอาหรือไม่!" เล่อหยางหลงตะเบ็งเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด ทำให้ขาเรียวบางทียกขึ้นทำท่าจะเผ่นหนีความผิดของตนออกไปจากห้องเพื่อเอาตัวรอดต้องหยุดชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาแล้วส่งยิ้มเจื่อน ๆ มองเขาด้วยสีหน้าซีดเผือก

ดูเหมือนชะตานางอาจขาดสะบั้น!!! คงมิเหลือรอดชีวิตอยู่จนถึงตอนจบบริบูรณ์ของนิยายจีนโบราณเรื่องนี้ตามแบบฉบับนางเอกของเรื่องเป็นแน่ เพราะคราวนี้ดันไปทำให้แม่ทัพเล่อหยางหลงท่านโกรธหนัก ใบหน้า ใบหูแดงเขาระเรื่อ ซ้ำดวงตาดุจพญานกเหยี่ยวคู่นั้นที่กำลังเพ่งมาทางนางยังเต็มไปด้วยอายสังหารที่เฉียบคมราวกับมันพุ่งเข้ามาฟาดฟันร่างกายนางให้ขาดสองท่อนและสับละเอียดเสียแล้ว

“ทะ…ท่าน อย่าถือโทษโกรธเคืองข้าเลยนะเจ้าคะ” สองขาเรียวบางสั่นงันงก ยามอีกฝ่ายรั้งเชือกรัดอาภรณ์ชั้นนอกที่ใช้สำหรับนุ่งห่มคลุมอาบน้ำแล้วก้าวเท้าหมายมุ่งเข้ามาหาร่างของนางอย่างไม่ละสายตาเย็นยะเยือกคู่นั้นเหลียวไปทางอื่นเลยแม้แต่เศษเสี้ยววินาที “ท่านแม่ทัพ ท่าน ได้โปรดอย่าทำอะไรข้าเลยนะเจ้าคะ ไป๋หลานสำนึกผิดแล้วเจ้าค่ะ ไป๋หลานคนนี้เพียงรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจที่โดนท่านต่อว่าอยู่หลายต่อหลายคราจนคราวนี้เผลอกล่าวในสิ่งสิ้นคิดออกไปเพราะอารมร์ชั่ววูบเท่านั้นเจ้าค่ะ” นางยกฝ่ามือขึ้นมาประนมไหว้ ขอร้องอ้อนวอนชีวิตจากเขาด้วยความหวาดกลัวเกรงว่าความปากดีของนางจะทำให้แม่นางกุ้ยไป๋หลาน นางเอกนิยาย เจ้าของร่างนี้จะถึงจุดจบในเวลาอันมิสมควรทั้ง ๆ บทสรุปสุดท้ายนางควรได้ใช้ช่วงบั้นปลาชีวิตที่เหลืออยู่ของนางกับคนที่นางรักเสียแล้วจริง ๆ

ทว่าเล่อหยางหลงหาได้สนใจคำอ้อนวอนร้องขอจากสตรีชั่วช้ากลับกลอกที่เพียงอ้าปากเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาก็มองเห็นลิ้นไก่ไม่ ตั้งแต่เล็กจนโตจำความได้ก็มิเคยมีผู้ใดหาญกล้าพูดจากับเขาเช่นแม่นางผู้นี้มาก่อนเลยสักครั้ง ซ้ำคราวนี้นางยังเปรียบเปรยกับเขาถึง สัตว์สี่เท้าอย่างสุนัข มันไม่หยามเกียรติเสมือนเอาเท้ามาเหยียบหน้าเขาจนเกินไปหรือ

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ใด เก่งกาจมาจากที่ใด ไยถึงได้กล้าพูดถึงข้าเช่นนั้น!!!” เขาปัดฝ่ามือที่กำลังประนมไหว้เป็นดอกบัวตูมสวยของนางทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วใช้ฝ่ามือใหญ่กุมเข้าที่ลำคอบางที่สามารถโอบรอบได้ในทันที

แววตาของนางสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว เสียวแผ่นหลังวาบจนฉี่แทบราดอาภรณ์ลงตรงนี้เสียเต็มประดา ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังโอบรอบลำคอนางอยู่นั้นไร้ซึ่งทีท่าว่าจะยอมผ่อนปรนหรือปลดปล่อยให้นางเป็นอิสระ มีแต่จะรุนแรงหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิมตามอารมณ์ไฟโทสะแห่งความโกรธแค้นที่ค่อย ๆ ร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อแผดเผาคนรอบกายให้มอดไหม้เหลือเพียงเศษเถ้าถ่าน

“สามวันที่ผ่านมาข้าคงใจดีกับศัตรูเช่นเจ้ามากเกินไปใช่หรือไม่! เจ้าถึงได้ปากกล้ากับข้าถึงเพียงนี้” ว่าแล้วก็ออกแรงบีบลำคอระหงแน่นขึ้นกว่าเดิม จนนางเริ่มรู้สึกหายใจไม่ใคร่สะดวกจึงปลดปล่อยหยาดน้ำตาหลั่งรินไหลพร่างพรูลงมาอาบพวงแก้มนุ่มนิ่ม “อย่าคิดบีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากข้า เพราะสตรีอวดดีเช่นเจ้าจะมิมีวันได้รับมันเป็นอันขาด!!”

วินาทีนี้ภายในใจของกุ้ยไป๋หลานหวาดผวายิ่งนัก จริงอยู่อย่างที่เขาว่า ‘นางเป็นผู้ใด เก่งกาจมาจากไหนไยถึงได้หาญกล้าพูดจากับเขาเช่นนั้น...’ นางลืมคำนึงสิ้นไปว่า ตอนนี้หาใช่พุทธศักราช ๒๕๖๖ ที่ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพความเป็นคนในการออกปากออกเสียงเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและมีสิทธิพูดในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเท่าเทียมกันไม่ แต่นางทะลุมิติเข้ามาในนิยายจีนโบราณ ยุคสมัยที่ผ่านพ้นมาแล้วนับร้อย ๆ ปี ยิ่งไปกว่านั้นคนที่นางกำลังต่อกรอยู่ด้วยคือ ท่านแม่ทัพเล่อหยางหลง บุรุษตัวร้ายที่มีชื่อเสียงด้านลบ ทั้งความโหดเหี้ยมอำมหิต เลือดเย็น มิเกรงกลัวผู้ใด แน่นอนว่าทัศนคติของผู้คนรวมถึงบุรุษในยุคนี้ย่อมคิดว่าตนเองเป็นใหญ่ หากโดนนางที่เขามองว่าเป็นเพียงสตรีต่ำต้อย น่ารังเกียจพูดจาด่าทออย่างไม่มีขลาดกลัว คงรู้สึกเสมือนว่าโดนหยามเกียรติราวกับเอาเท้ามาเหยียบหน้า

นางสิ้นคิดไปแล้วจริง ๆ ต่อให้บ้านเมืองจะมีกฎหมาย แต่ท้ายสุดแล้วเขาที่เป็นถึงแม่ทัพสหายร่วมชั้นเรียนคนสนิทที่ฮ่องเต้ยังทรงเกรงพระทัย ซ้ำขึ้นชื่อว่าตัวร้ายซึ่งเคยฆ่าเฉือนลิ้นบุรุษเมาสุราปากพล่อยว่าเขาเป็นประเภทชายตัดแขนเสื้อ อายุปูนนี้แล้วจึงยังไร้ฮูหยินข้างกาย สิ้นใจตาย เลือดกระฉูดลงท่ามกลางผู้คนมากมายโดยไม่ได้เกรงกลัวความผิดเลยสักนิด ยิ่งแล้วใหญ่ตอนนี้หามีผู้ใดล่วงรู้ไม่ว่านางถูกเขาจับตัวมาทรมานอยู่ในจวนเพื่อหวังชำระแค้นเอาคืนเล่อเยี่ยนเฉิน ทุกคนต่างทราบเพียง สตรีแพศยานามว่ากุ้ยไป๋หลานผู้นี้หอบสิดสอดจำนวนหลายร้อยตำลึงหนีตามชายชู้ไปในคืนวันเข้าหอ หากเขาคิดฆ่าปาดคอนางทิ้งโยนให้แร้งแทะกินก็คงมิมีผู้ใดเคลือบแคลงสงสัยเป็นแน่

“อื้อ!!!” ใบหน้าของนางแดงก่ำเพราะเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาเบิกโพลงลนลานด้วยความกลัวตายในช่วงวินาทีสุดท้ายของชีวิตก่อนสิ้นลมไป

มนุษย์เราเมื่อรู้ตัวว่าใกล้จะตาย ก็หวนคิดถึงหน้าบิดา มารดา คนรัก และหลาย ๆ เรื่องที่อยากทำทว่ายังไม่มีโอกาสได้ทำในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่นเดียวกันกับหมูหวานในร่างกุ้ยไป๋หลาน ณ ตอนนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   30

    เขาต้องงอนง้อนางเป็นแน่! มิได้! นางต้องห้ามแสดงกิริยาอาการออกนอกหน้าเป็นอันขาด ควรสงวนที่ท่าสงบเสงี่ยมเอาไว้ให้สมบทบาทนางเอกนวนิยายเสียหน่อย เล่นตัวเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี มิต้องมากความ เสียเวล่ำเวลา! "เอาบัวลอยน้ำขิงของเจ้ากลับไปด้วย ข้ามิอยากเห็นมันดูรกหูรกตา" เพล๊ง!!!! ใบหน้านางแตกกระจายแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเน้นเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงชิชะในลำคออย่างนึกขัดใจแล้วคว้าถ้วยขนมหวานแล้วเดินสะบัดส่ายสะโพกโยกย้ายออกไปจากเรือนแม่ทัพเล่อหยางหลง "เดี๋ยว!""มีอันใดอีก" กุ้ยไป๋หลานตะคอกตอบนางด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน "ข้าหาได้มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้าหรอกนะซือเหย่" นางเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจตนของแม่นางซือเหย่ผู้นี้เต็มทีแล้ว เหตุใดพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เดียวกัน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคนคนเดียวกันจึงได้มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้เล่า แม่นางซืออิ๋ง ผู้พี่ ยามเจอหน้านางก็ยิ้มทักทายแล้วเข้ามาชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตรในฐานะสหายคนหนึ่ง นางขาดเหลือสิ่งใดอีกฝ่ายก็คอยช่วยมิเคยปริปากบ่นเลยสักครา แต่ไยแม่นางซือเหย่ผู้เป็นน้องสา

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   29

    เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็ก ๆ ของแม่นางซือเหย่ฟาดลงบนใบหน้านุ่มนิ่มกุ้ยไป๋หลานอย่างแรงด้วยความโมโหที่จู่ ๆ ก็ดันเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่ชายในดวงใจกำลังกอดจูบลูบคลำอยู่กับสตรีนางที่ตนเกลียดชังน้ำหน้ายิ่งกว่ากระไรดี จึงหาได้มีความสามารถมากเพียงพอพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ไหวไม่“ซือเหย่!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกตกใจ แต่ยังมิทันที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ดันเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมากกว่าเมื่อครู่เท่าตัว เมื่อกุ้ยไป๋หลาน หญิงสาวผู้ที่มิเคยโต้ตอบยืนแน่นิ่งปล่อยให้ผู้อื่นกระทำตนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดกำลังกระชากเส้นผมยาวสลวยของซือเหย่ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแรงจนเรือนร่างบอบบางล้มหัวคะมำลงไปบนพื้น “เจ้า!!! เจ้าถือดีอย่างไรกล้าตบหน้าข้า” ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนุ่มนิ่มที่โดนกระทำเมื่อครู่แล้วทำท่าจะพุ่งหลาวเข้าใส่สตรีอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “มา!! มึงเข้ามา แน่จริงก็เข้ามาสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสงเคราะห์ประเคนฝ่ามือให้งาม ๆ เลยเชียวเอาหรือไม่!!!!” นางท้าวสะเอวและยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งง้างเอาไว้สุดแขนเพื่อตั้งท่าหมายจะตบแม่นางซือเหย่อีกรอบ“จะ…เจ้า!!! น

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   28

    “แล้วท่านแม่จะเก็บใบชาพวกนี้ไว้ด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ หากมีผู้อื่นที่มิรู้ความพลั้งเผลอดื่มกินเข้าไปเล่า ลูกเกรงว่ามันจักกลายเป็นเรื่องใหญ่” ซืออิ๋งอดสงสัยไม่ได้ว่ามารดานางจะมีใบชาที่เป็นพิษแก่ร่างกายไว้ใกล้ตนเองด้วยเพราะสิ่งใด แม้นางที่คอยช่วยมารดาคัดแยกใบชามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มองด้วยตาเปล่า สัมผัส และสูดดมเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็แทบจะมิรู้หรือผิดสังเกตเลยว่าใบชาใบนี้มีสรรพคุณทางยาที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ฉะนั้นหากเป็นผู้อื่นที่มิเคยคุ้นชินกับใบชา นางมั่นใจว่าไม่มีทางทราบเป็นแน่“ใบชาเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดโทษเป็นพิษแก่ร่างกายก็จริงแต่นั่นหากใช้ในกรณีที่มากเกินความจำเป็นต่างหากเล่า…ดื่มกินเพียงน้อยนิดก็จะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่น” นางอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่บุตรสาวได้ฟัง “แล้วโทษของมันรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” “มันหาได้ก่อให้เกิดโทษในชั่วพริบตาที่ดื่มกินเข้าไปไม่ แต่ใบชาชนิดนี้หากดื่มกินบ่อยครั้งและสะสมกันภายในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนานมันก็จะค่อย ๆ กัดกินทำลายส่วนของระบบประสาทและก่อให้เกิดภาพหลอน” “น่ากลัวเสียจริงเจ้าค่ะท่านแม่” ซืออิ๋งหวาดผวาไม่น้อย "รีบคัดแยกเถิด" นางเ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   27

    เรือนใหญ่ตระกูลเล่อ"ข้า่ล่ะขัดใจยิ่งนัก เมื่อใดพ่อคนนั้นจะเลิกโง่เสียที" เล่อฮูหยินกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักแล้วหยิบชาดอกท้อขึ้นมายกซดจนหมดจอกรวดเดียวเพราะทุกคราที่ได้ลิ้มลองรสสัมผัส ก็มักจะทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายทุกครา แต่หากวันใดที่มิได้ดื่ม วันนั้นนางก็คล้ายจะมีอาการเหวี่ยงวีน ไฟออกหู มองสิ่งใดก็ดูขัดหูขัดตาไปเสียหมดมิเว้นแม้กระทั่งบุตรชายหรือสามี "ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะท่านป้า หลานเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีกนะเจ้าคะ" หลินฟางเหมยพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่แม่สามีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะชิงตายไปเสียก่อนช่วยส่งเสริมจนนางได้ตบแต่งเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่นางหมายตาต้องใจเยี่ยงเล่อเยี่ยนเฉินสำเร็จ เพราะหากสิ้นเล่อฮูหยิน นางก็มิเหลือผู้ใดคอยถือหางแล้วเช่นเดียวกัน ให้หวังพึ่งใบบุญว่าที่พ่อสามีก็หามีแววไม่ รายนั้นหูตามืดบอดหลงแม่นางกุ้ยไป๋หลานกระไรนั่นเหมือนบุตรชายตนมิมีผิด "นางเฟย ไปเอาชาดอกท้อมาให้ข้าอีก" "ชาหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน..." นางเฟยบ่าวรับใช้จากโรงครัวอีกคนหนึ่งที่คอยรองมือรองตีนและรองรับอารมณ์เล่อฮูหยินขานตอบ"อีเฟย!!!!" เพล๊ง!!! จอกชาถ

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   26

    “ข้าจำได้ขอรับท่านแม่” น้ำเสียงเขาถูกกดต่ำลงเพราะดูคล้ายกับว่าคำพูดของแม่นมซือเหยาเมื่อครู่มันดันไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาเสียจนได้ "ข้ามิมีวันลืมหรอกขอรับ ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจตายท่านแม่ทำขนมยุเหวียนเซียวหม้อใหญ่ให้ข้ากินฉลองที่ข้าสอบได้อันดับที่หนึ่ง...และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้ามีโอกาสได้กินอาหารฝีมือท่านแม่" ... "แค่ก ๆ อร่อยหรือไม่หยางเอ๋อร์" ในครั้งนั้นฮูหยินใหญ่หนิงลี่เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาการมิใคร่สู้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าแปลกใจนักทั้ง ๆ ที่นางกินยาและดื่มชาที่ท่านหมอประจำตระกูลสามีจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างสม่ำเสมอมิเคยขาดตกบกพร่องแต่หารู้เลยไม่ว่าเหตุใดจึงมิดีขึ้นในทางกลับกันมีแต่ย่ำแย่ทรุดลงกว่าเดิม นับวันร่างกายของฮูหยินใหญ่หนิงลี่ก็ยิ่งทรุดโทรมห่อเหี่ยว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง เดิมทีเรือนร่างของนางแบบบางอยู่แล้วตามประสาสตรี ยามทรุดตัวป่วยไข้ลงก็ยิ่งผอมแห้งจนปรากฏเห็นโครงกระดูกชัดเจน แต่ด้วยเพราะรู้ข่าวว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางสอบได้คะแนนอันดับที่หนึ่งจึงแบกร่างตัวเองลงครัวทำขนมของโปรดให้เขาเป็นรางวัล "อร่อยขอรับท่านแม่ ข้าชอบอาหารที่ท่านแม่ทำทุกอย่างเลยขอร

  • นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้   25

    หยามเกียรติบุรุษร่างกายบึกบึนล่ำสั่นเช่นท่านแม่ทัพเยี่ยงเขายิ่งนัก! มิมีสิ่งใดน่าอัปยศอดสูกระทั่งอยากซุกแผ่นดินนี้เทียบเท่าคำพูดดูถูกของสตรีที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน ‘มองไม่ชัดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด’ เล็กจนมองมิออกเช่นนั้นหรือ นางกล้าพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร! เขาค่อนข้างมั่นใจในแท่งหยกอันเบ้อเร้อ สมบัติอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจว่าทั้งใหญ่ ทั้งยาวและผงาดสู้มือราวกับมังกรคำรามหาได้มีผู้ใดเทียบเท่าได้ไม่ แต่นาง! นางสตรีหน้าตายผู้นี้ตาถั่วหรืออย่างไร!! “ข้าเปล่า เปล่านะเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานอยากจะเอาศีรษะโขกฝาผนังจนสลบให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียโดยเร็ว แต่หาได้สามารถทำเช่นดั่งใจคิดได้ไม่เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่างว่านางกำลังพยายามหาหนทางชิ่งหนีเอาตัวรอด จึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาล็อคคอนางให้เชิดรั้นอยู่เยี่ยงนี้ “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เมื่อครู่เจ้าเป็นคนพูดว่ามันเลือนลางจนมองไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดนั่นมิใช่ว่าเจ้าดูถูกว่าของของข้าเล็กนิดเดียวหรอกหรือ!!!” พูดสิ่งใดก็พูดได้แต่หากเรื่องนี้เขาย่อมมิได้เป็นอันขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status