LOGIN“...” แม้นในบางครั้งอี้หนิงเหอ เล่อฮูหยินคนปัจจุบันจะทำเรื่องร้ายกาจ ไม่มีเหตุผลไปบ้าง แต่เยี่ยนเฉินก็มั่นใจว่าถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ใช่คนที่มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตถึงขั้นลงมือฆ่าพี่สาวที่คลานตามกันออกมากับตนเองได้ลงคอเพียงเพื่อหวังอำนาจการเป็นฮูหยินของอัครเสนาบดีใหญ่ แต่ทว่าสิ่งที่เล่อหยางหลงเอื้อนเอ่ยถามไถ่ออกมาเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นเดียวกันว่ามันผิดแผกไปจากสิ่งที่อีกฝ่ายหยั่งรู้และเข้าใจ
“เหอะ!” บุรุษเค้นเสียงหัวเราะในลำคออย่างนึกสมเพช “ว่าอย่างไรเล่าเยี่ยนเฉิน แม้เจ้าที่เป็นบุตรชายแท้ ๆ ของสตรีแพศยาผู้นั้นก็ยังไม่สามารถให้ข้อกระจ่างในตัวมารดาเจ้าได้เลยว่าเหตุใดถึงกล้าใช้สามีร่วมกับพี่สาวตนเอง ซ้ำยังทิ้งห่างกับระยะเวลาที่พี่สาวสิ้นใจตายไม่ถึงสัปดาห์” “…” “เอาเถิด ที่ข้ามาวันนี้ข้าเพียงเป็นห่วงเจ้าและมารดาของเจ้าเท่านั้น ภายในตระกูลเล่อมีเรื่องฉาวถูกแพร่ออกไปถึงเพียงนี้ มารดาเจ้าคงร้อนรนใจ เคร่งเครียดจนนั่งไม่ติดเป็นแน่ ข้าเกรงว่านางจะด่วนสิ้นใจไปเสียก่อนทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รับผลกรรมที่ตนเคยก่อเอาไว้อย่างสาสม” "ขอบใจพี่ใหญ่มากที่นึกเป็นห่วงข้าและมารดา หากไม่มีธุระสิ่งใดแล้ว ข้าขอตัว” เล่อเยี่ยนเฉินที่ไม่อาจทนทานต่อถ้อยคำกระแทกแดกดันของอีกฝ่ายไหวจึงเป็นฝ่ายลุกขึ้นและขอปลีกตัวออกมา เพราะไม่ว่าอย่างไรบุรุษตามืดบอดผู้นั้นก็มิเคยฟังความผู้ใดนอกเสียจากยึดเอาความคิดของตนเป็นที่ตั้งในการตัดสินทุกอย่าง “จะไปตามหาคนรักของเจ้าหรือ? เสียเวลา เสียกำลังพลไปโดยเปล่าประโยชน์น่าเยี่ยนเฉิน” เล่อหยางหลงเดินเข้าไปขวางหน้าเอาไว้ แล้วยกแขนแกร่งกำยำขึ้นวางกระแทกบนบ่าอย่างแรงพร้อมตบซ้ำทีสองที “หารู้ไม่ตอนนี้แม่นางกุ้ยไป๋หลานอาจกำลังสุขสม เริงรักอยู่กับชายคนรักของนาง แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้คิดไปขัดขวาง พรากผัวพรากเมียผู้อื่นเล่า บาปกรรมยิ่งนัก เพียงสิ่งที่มารดาเจ้าก่อเอาไว้ก็เกรงว่าชาตินี้พวกเจ้าสองคนแม่ลูกก็คงชดใช้กันไม่จบไม่สิ้น” “!!!” เล่อเยี่ยนเฉินปัดมือเขาออก และรีบสาวเท้ายาว ๆ เดินหนีออกไปทันที แม่ทัพเล่อหยางหลงตะโกนหัวเราะตามหลังเล่อเยี่ยนเฉินไปอย่างบ้าคลั่งด้วยความสาแก่ใจยิ่งนัก “ไม่แน่เมื่อคืนนี้พวกเขาทั้งสองคนอาจพรอดรักกันจนบุรุษผู้นั้นสูบน้ำเชื้อเข้าไปในตัวนาง หากเจ้าสามารถไปรับนางกลับมาได้จริง จะมั่นใจได้อย่างไรว่าลูกผู้อื่นมิคาท้องนางอยู่ เยี่ยนเฉิน!!!!” ครึ่งเดือนผ่านไป ณ จวนแม่ทัพเล่อหยางหลง หลังจากที่แม่ทัพเล่อหยางหลงเสร็จกิจธุระจากการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ก็สั่งจินเกอ จินเฉอมุ่งหน้ากลับจวนทันทีเพราะเขาจะฉวยเอาจังหวะที่เล่อเยี่ยนเฉินกำลังพร่ำเพ้อออกตามหานางสตรีปากหมาผู้นั้นแทบพลิกแผ่นดินจนมิเป็นอันทำงานทำการ สร้างความดีความชอบให้เหล่าขุนนางได้ประจักษ์ว่าแม่ทัพที่ประจำการอยู่ทางทิศใต้เช่นเขา มีคุณสมบัติ ความสามารถเพียบพร้อมในการเข้ามาดูแลเมืองหลวงและให้ความอารักขาองค์ฮ่องเต้แทนแม่ทัพใหญ่ผู้เฒ่าคนปัจจุบันมิต้องเสียเวลาควบม้าเดินทางไปยังป้อมทางทิศของตนร่วมหลายชั่วยามมากกว่าแม่ทัพที่ประจำการอยู่ทางทิศเหนือเยี่ยงบุตรชายสตรีชาติชั่วเพียงใด! ด้วยบรรพชนเหล่าฮ่องเต้คนก่อน ๆ กล้าหาญชาญชัยในการวางกลศึก ออกรบจึงสามารถแย่งชิงกวาดต้อนดินแดนรอบข้างมาอยู่ภายใต้อาณาเขตการปกครองของแคว้นต้าฮวาง ทำให้ในยุคสมัยนั้นแคว้นต้าฮวางเจริญรุ่งเรือง ผู้คนไพร่ฟ้าประชาร่ำรวย กลายเป็นบ่อขุมทรัพย์ล้ำค่ำเพราะมีทั้งเหมืองทองคำ เหมืองแร่ เหมืองเพชรพลอย และเหมืองบาดาลดินดำที่มิสามารถตีมูลค่าเป็นเงินตราได้หมด จึงถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปโดนรุกรานอยู่บ่อยครั้งเพราะเหล่าทหารให้ความดูแลไม่ทั่วถึง ฮ่องเต้จึงตัดสินใจทิ้งระบอบการปกครองขุนนางเดิมที่ใช้กันมายาวนานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และป่าวประกาศ ร่างพระราชโองการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมด ด้วยการแบ่งเขตการดูแลออกเป็นแม่ทัพสองฝ่ายใหญ่ นั่นคือ ประจำการอยู่เมืองหลวงหมิงเวย เป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้น! และจัดตั้งตำแหน่งแม่ทัพเพิ่มขึ้นมาคือทางทิศเหนือ ทิศใต้ ที่เป็นบ่อขุมทรัพย์ของแคว้นต้าฮวางซึ่งโดนรุกรานอยู่บ่อยครั้งไม่จบไม่สิ้นนั่นเอง และระบอบการปกครอง สามแม่ทัพในหนึ่งแคว้นเช่นนี้ก็ถูกใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อถึงคราวผลัดเปลี่ยนฤดูกาล แม่ทัพใหญ่ซึ่งประจำการอยู่เมืองหลงอย่างท่านลุงเถาชิงหลงที่เป็นทั้งสหายคนสนิทร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ฮ่องเต้คนเก่าโรยราแก่ตัวลงเต็มที จึงต้องมีการเลือกหาผู้มีความสามารถเพียบพร้อมเข้ามาแบกรับหน้าที่ใหญ่หลวงแทน... แต่ทว่าบัดนี้ในสายตาของเหล่าขุนนางเล่อเยี่ยนเฉินคงโดนตำหนิติเตียนมิใช่น้อย เขาหาได้รู้จักแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกัน ร่ำสุราจอกแล้วจอกเล่าจนเมามายมิเป็นอันทำสิ่งใด ปล่อยปละละเลยการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในห้องโถงพระราชวังเพราะช้ำรักสาหัสจากสตรีนางเดียวที่กล้าทำเรื่องบัดสีด้วยการคบชู้สู่ชาย หนีตามบุรุษอื่นไป ซ้ำยังใช้กำลังพลทหารจำนวนมากระดมตามหาแม่นางผู้นั้นอีก... หอนอนแม่ทัพเล่อหยางหลง หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เขาต้องจำใจยอมพ่ายแพ้ให้กับฝีปากราวกับซุกซ่อนสุนัขไว้นับร้อยตัวของแม่นางกุ้ยไป๋หลาน เขาก็พยายามหาหนทางกลั่นแกล้งนางสารพัด ทว่าสตรีตัวดีผู้นั้นกลับเอาตัวรอดได้ทุกครั้งร่ำไป จนเขาต้องเอานางมาไว้ใกล้ตัวเพื่อลงมือจัดการด้วยตนเอง หากหวังพึ่งคนอื่น ๆ เห็นทีคงล้มเหลวไม่เปฺ็นท่าเช่นครั้งก่อน ๆ สามวันมานี้ สตรีหน้าตายผู้นั้นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจในตัวกุ้ยไป๋หลานหลาย ๆ อย่าง แม้กระทั่งซือเหย่ที่เขาคิดว่าความร้ายกาจ ดื้อรั้นเอาแต่ใจ อยากได้สิ่งใดก็ต้องได้ ชังน้ำหน้าผู้ใดย่อมตามราวีไม่เลิกของนางจะสามารถทำให้อีกฝ่ายทนอยู่ในจวนหลังนี้ยังต้องยอมพ่ายด้วยความกล้ำกลืนทุกข์ทรมานใจ แอบร้องไห้จนตาบูมปูด ทว่า! ผิดคาด ซือเหย่ที่พยายามกลั่นแกล้งหลายต่อหลายครั้งกลับแพ้ภัยตัวเอง โดนกุ้ยไป๋หลานย้อนเกล็ดมังกร เล่นงานกลับจนแผนพังไม่เป็นท่า เล่อหยางหลงเคลือบแคลงสงสัยในตัวกุ้ยไป๋หลานไม่ใช่น้อยว่าจริง ๆ แล้วเนื้อแท้ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในด้านในของนางเป็นเช่นใดกันแน่ ไยถึงได้แตกต่างกันราวคนละคนได้ถึงเพียงนี้ หรือแผนการของเขาและแม่นางหลินฟางเหมยที่ร่วมมือกันโดนเล่อเยี่ยนเฉินจับได้จึงย้อนเกล็ดมังกรสับเปลี่ยนกุ้ยไป๋หลานตัวปลอมและกุ้ยไป๋หลานตัวจริง จากนั้นก็แสร้งโศกเศร้าเสียใจ ตลบหลังให้เขาตายใจว่าแผนการชั่วช้าของเขานั้นสำเร็จ!!! แต่จะหน้าตาเหมือนกันเช่นนี้เลยหรือ หากจำมิผิดนางหาได้มีพี่สาวน้องสาวฝาแฝด เป็นเพียงบุตรสาวคนเดียวที่ถูกบิดามารดาประคบประหงมอย่างดี มีคำถามมากมายในหัวเขาที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ จึงจำเป็นต้องเอานางไว้ใกล้ตัว หากนางคิดกระทำการสิ่งใดจะได้อยู่ภายใต้สายตาของเขาตลอดเวลา... ซึี่งตอนนี้นางกำลังทำหน้าที่สาวรับใช้ของตนอยู่นั่นคือ หาบน้ำจากโอ่ง และเตรียมใส่อ่างรอให้เขาลงมาเอนกายนอนแช่ผ่อนคลายอาการตึงเครียดจากการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ แม่ทัพเล่อหยางหลงที่กำลังเปลื้องชุดคลุมตัวด้านนอกเพื่อก้าวขาลงไปแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่น ๆ ทว่าดันเหลือบไปเห็นแม่นางกุ้ยไป๋หลานผู้นั้นกำลังจ้องมองกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ บริเวณแผงอกแก่งกำยำของตนตาไม่กระพริบ จึงรีบกำชับดึงอาภารณ์กลับมาปกปิดส่วนสงวนอันน่าภาคภูมิใจโดยไว “มองอันใดของเจ้า จ้องข้าราวกับจะกลืนกินข้าเข้าไปทั้งตัว ข้าเข้าใจดีว่าข้าเป็นบุรุษรูปงาม หล่อเหลา ซ้ำร่างกายข้ายังชวนหลงใหลถึงเพียงนี้ แต่ฝันไปเถิดไป๋หลาน! สตรีขี้ริ้วขี้เหร่ปากหมาเช่นเจ้าหามีวาสนามากพอที่จะได้เชยชมข้าไม่” “เปล่าเจ้าคะ” นางรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ทั้ง ๆ ที่หลักฐานมันก็คาตาอยู่ทนโท่ว่าเมื่อครู่แววตาของนางที่จับจ้องหน้าอกเขามันดูโรคจิตมากเพียงใด แม่ทัพเล่อหยางหลงกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความภาคภูมิใจในร่างกายอันแสนน่าหลงใหลของตน ขนาดกุ้ยไป๋หลานสตรีคนรักของเล่อเยี่ยนก็ยังไม่อาจยับยั้งอดใจไหวจนต้องแสดงกิริยาการออกมาอย่างชัดเจนถึงเพียงนี้เลย “เอาเถิด ข้าจะแสร้งปิดหูปิดตาไม่รับรู้ถือเสียว่าทำบุญทำทานให้เจ้าได้แอบลอบมองเป็นบุญตาก็แล้วกัน เพราะข้ารู้ดีว่าสตรีขี้ริ้วขี้เหร่เช่นเจ้าคงไม่มีวาสนาได้เห็นของดีเช่นนี้บ่อยนัก” “เอาที่ท่านสบายใจเลยเจ้าค่ะ” กุ้ยไป๋หลานถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลอบกรอกตามองบนให้กับความมั่นหน้าเกินกว่าบุรุษใด ๆ ในแผ่นดินนี้ แม้นจะปฏิเสธไม่ได้ก็เถิดว่าร่างกายเขามันเย้ายวนดึงดูดชวนให้นางต้องแอบเหลือบดูอยู่บ่อยครั้งยามที่อีกฝ่ายเผลอจริง ๆ “หากหมดหน้าที่ข้าแล้ว เช่นนั้นไป๋หลานสตรีขี้ริ้วขี้เหร่ผู้นี้ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ เชิญท่านแม่ทัพแช่น้ำให้สบายใจได้เลยเจ้าค่ะ” นางโค้งศีรษะเล็กน้อย หมุนตัวทำท่าจะก้าวขาออกไป ทว่าก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงน่าเกรงขามของเขาที่จู่ ๆ นึกตะเบ็งขึ้นมา “หยุด!!!! นางสตรีเกียจคร้าน ข้ารู้ดีเจ้าคิดจะอู้งานกินแรงผู้อื่นแล้วไปแอบหลับใช่หรือไม่” “ก็หน้าที่ของข้าเสร็จแล้วนี่เจ้าคะ ภายในเรือนหลังนี้ข้าก็เช็ด ถู ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมจนใหม่เอี่ยมอ่อง สะอาดกริบแม้ไรฝุ่นสักนิดก็มิหลงเหลือให้เห็น ส่วนอาภรณ์ของท่าน โน้นเจ้าค่ะ ข้าห้อยให้มันตากแดดอยู่ด้านนอก” ก่อนนางจะยกฝ่ามือเรียงบสงชึ้นมาลูบปลายคงมนปเอย ๆ ทำท่าคล้ายกับกำลังครุ่นคิด “เอ…แล้วยังมีสิ่งใดอีกหรือเจ้าคะ” ดูสีหน้าท่าทางนางเถิด ช่างยั่วยวนกวนประสาทยิ่งนัก เขาจะสั่งสอน กำราบสตรีนางนี้อย่างไรดีเขาต้องงอนง้อนางเป็นแน่! มิได้! นางต้องห้ามแสดงกิริยาอาการออกนอกหน้าเป็นอันขาด ควรสงวนที่ท่าสงบเสงี่ยมเอาไว้ให้สมบทบาทนางเอกนวนิยายเสียหน่อย เล่นตัวเล็กน้อยให้พอเป็นพิธี มิต้องมากความ เสียเวล่ำเวลา! "เอาบัวลอยน้ำขิงของเจ้ากลับไปด้วย ข้ามิอยากเห็นมันดูรกหูรกตา" เพล๊ง!!!! ใบหน้านางแตกกระจายแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ริมฝีปากอวบอิ่มเน้นเข้าหากันเบา ๆ ก่อนจะส่งเสียงชิชะในลำคออย่างนึกขัดใจแล้วคว้าถ้วยขนมหวานแล้วเดินสะบัดส่ายสะโพกโยกย้ายออกไปจากเรือนแม่ทัพเล่อหยางหลง "เดี๋ยว!""มีอันใดอีก" กุ้ยไป๋หลานตะคอกตอบนางด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงวีน "ข้าหาได้มีอารมณ์มาทะเลาะกับเด็กเอาแต่ใจเช่นเจ้าหรอกนะซือเหย่" นางเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจตนของแม่นางซือเหย่ผู้นี้เต็มทีแล้ว เหตุใดพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เดียวกัน ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากคนคนเดียวกันจึงได้มีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึงเพียงนี้เล่า แม่นางซืออิ๋ง ผู้พี่ ยามเจอหน้านางก็ยิ้มทักทายแล้วเข้ามาชวนพูดคุยอย่างเป็นมิตรในฐานะสหายคนหนึ่ง นางขาดเหลือสิ่งใดอีกฝ่ายก็คอยช่วยมิเคยปริปากบ่นเลยสักครา แต่ไยแม่นางซือเหย่ผู้เป็นน้องสา
เพี๊ยะ!!!! ฝ่ามือเล็ก ๆ ของแม่นางซือเหย่ฟาดลงบนใบหน้านุ่มนิ่มกุ้ยไป๋หลานอย่างแรงด้วยความโมโหที่จู่ ๆ ก็ดันเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจที่ชายในดวงใจกำลังกอดจูบลูบคลำอยู่กับสตรีนางที่ตนเกลียดชังน้ำหน้ายิ่งกว่ากระไรดี จึงหาได้มีความสามารถมากเพียงพอพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ได้ไหวไม่“ซือเหย่!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเบิกตาโพลงด้วยความรู้สึกตกใจ แต่ยังมิทันที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดก็ดันเจอเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจมากกว่าเมื่อครู่เท่าตัว เมื่อกุ้ยไป๋หลาน หญิงสาวผู้ที่มิเคยโต้ตอบยืนแน่นิ่งปล่อยให้ผู้อื่นกระทำตนอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดกำลังกระชากเส้นผมยาวสลวยของซือเหย่ แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังแรงจนเรือนร่างบอบบางล้มหัวคะมำลงไปบนพื้น “เจ้า!!! เจ้าถือดีอย่างไรกล้าตบหน้าข้า” ฝ่ามือเล็กประคองพวงแก้มนุ่มนิ่มที่โดนกระทำเมื่อครู่แล้วทำท่าจะพุ่งหลาวเข้าใส่สตรีอีกฝ่ายอีกครั้งหนึ่ง “มา!! มึงเข้ามา แน่จริงก็เข้ามาสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสงเคราะห์ประเคนฝ่ามือให้งาม ๆ เลยเชียวเอาหรือไม่!!!!” นางท้าวสะเอวและยกฝ่ามืออีกข้างหนึ่งง้างเอาไว้สุดแขนเพื่อตั้งท่าหมายจะตบแม่นางซือเหย่อีกรอบ“จะ…เจ้า!!! น
“แล้วท่านแม่จะเก็บใบชาพวกนี้ไว้ด้วยเหตุใดกันเจ้าคะ หากมีผู้อื่นที่มิรู้ความพลั้งเผลอดื่มกินเข้าไปเล่า ลูกเกรงว่ามันจักกลายเป็นเรื่องใหญ่” ซืออิ๋งอดสงสัยไม่ได้ว่ามารดานางจะมีใบชาที่เป็นพิษแก่ร่างกายไว้ใกล้ตนเองด้วยเพราะสิ่งใด แม้นางที่คอยช่วยมารดาคัดแยกใบชามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มองด้วยตาเปล่า สัมผัส และสูดดมเข้าไปจนเต็มปอดแล้วก็แทบจะมิรู้หรือผิดสังเกตเลยว่าใบชาใบนี้มีสรรพคุณทางยาที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกาย ฉะนั้นหากเป็นผู้อื่นที่มิเคยคุ้นชินกับใบชา นางมั่นใจว่าไม่มีทางทราบเป็นแน่“ใบชาเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดโทษเป็นพิษแก่ร่างกายก็จริงแต่นั่นหากใช้ในกรณีที่มากเกินความจำเป็นต่างหากเล่า…ดื่มกินเพียงน้อยนิดก็จะมีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่น” นางอธิบายไขข้อข้องใจให้แก่บุตรสาวได้ฟัง “แล้วโทษของมันรุนแรงหรือไม่เจ้าคะ” “มันหาได้ก่อให้เกิดโทษในชั่วพริบตาที่ดื่มกินเข้าไปไม่ แต่ใบชาชนิดนี้หากดื่มกินบ่อยครั้งและสะสมกันภายในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนานมันก็จะค่อย ๆ กัดกินทำลายส่วนของระบบประสาทและก่อให้เกิดภาพหลอน” “น่ากลัวเสียจริงเจ้าค่ะท่านแม่” ซืออิ๋งหวาดผวาไม่น้อย "รีบคัดแยกเถิด" นางเ
เรือนใหญ่ตระกูลเล่อ"ข้า่ล่ะขัดใจยิ่งนัก เมื่อใดพ่อคนนั้นจะเลิกโง่เสียที" เล่อฮูหยินกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ไม้สักแล้วหยิบชาดอกท้อขึ้นมายกซดจนหมดจอกรวดเดียวเพราะทุกคราที่ได้ลิ้มลองรสสัมผัส ก็มักจะทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายทุกครา แต่หากวันใดที่มิได้ดื่ม วันนั้นนางก็คล้ายจะมีอาการเหวี่ยงวีน ไฟออกหู มองสิ่งใดก็ดูขัดหูขัดตาไปเสียหมดมิเว้นแม้กระทั่งบุตรชายหรือสามี "ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะท่านป้า หลานเกรงว่าเดี๋ยวอาการจะกำเริบขึ้นมาอีกนะเจ้าคะ" หลินฟางเหมยพยายามเกลี้ยกล่อมว่าที่แม่สามีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะชิงตายไปเสียก่อนช่วยส่งเสริมจนนางได้ตบแต่งเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของบุรุษที่นางหมายตาต้องใจเยี่ยงเล่อเยี่ยนเฉินสำเร็จ เพราะหากสิ้นเล่อฮูหยิน นางก็มิเหลือผู้ใดคอยถือหางแล้วเช่นเดียวกัน ให้หวังพึ่งใบบุญว่าที่พ่อสามีก็หามีแววไม่ รายนั้นหูตามืดบอดหลงแม่นางกุ้ยไป๋หลานกระไรนั่นเหมือนบุตรชายตนมิมีผิด "นางเฟย ไปเอาชาดอกท้อมาให้ข้าอีก" "ชาหมดแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน..." นางเฟยบ่าวรับใช้จากโรงครัวอีกคนหนึ่งที่คอยรองมือรองตีนและรองรับอารมณ์เล่อฮูหยินขานตอบ"อีเฟย!!!!" เพล๊ง!!! จอกชาถ
“ข้าจำได้ขอรับท่านแม่” น้ำเสียงเขาถูกกดต่ำลงเพราะดูคล้ายกับว่าคำพูดของแม่นมซือเหยาเมื่อครู่มันดันไปกระทบกระเทือนจิตใจของเขาเสียจนได้ "ข้ามิมีวันลืมหรอกขอรับ ก่อนที่ท่านแม่จะสิ้นใจตายท่านแม่ทำขนมยุเหวียนเซียวหม้อใหญ่ให้ข้ากินฉลองที่ข้าสอบได้อันดับที่หนึ่ง...และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้ามีโอกาสได้กินอาหารฝีมือท่านแม่" ... "แค่ก ๆ อร่อยหรือไม่หยางเอ๋อร์" ในครั้งนั้นฮูหยินใหญ่หนิงลี่เองก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาการมิใคร่สู้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าแปลกใจนักทั้ง ๆ ที่นางกินยาและดื่มชาที่ท่านหมอประจำตระกูลสามีจัดเตรียมเอาไว้ให้อย่างสม่ำเสมอมิเคยขาดตกบกพร่องแต่หารู้เลยไม่ว่าเหตุใดจึงมิดีขึ้นในทางกลับกันมีแต่ย่ำแย่ทรุดลงกว่าเดิม นับวันร่างกายของฮูหยินใหญ่หนิงลี่ก็ยิ่งทรุดโทรมห่อเหี่ยว ไม่มีเรี่ยว ไม่มีแรง เดิมทีเรือนร่างของนางแบบบางอยู่แล้วตามประสาสตรี ยามทรุดตัวป่วยไข้ลงก็ยิ่งผอมแห้งจนปรากฏเห็นโครงกระดูกชัดเจน แต่ด้วยเพราะรู้ข่าวว่าบุตรชายเพียงคนเดียวของนางสอบได้คะแนนอันดับที่หนึ่งจึงแบกร่างตัวเองลงครัวทำขนมของโปรดให้เขาเป็นรางวัล "อร่อยขอรับท่านแม่ ข้าชอบอาหารที่ท่านแม่ทำทุกอย่างเลยขอร
หยามเกียรติบุรุษร่างกายบึกบึนล่ำสั่นเช่นท่านแม่ทัพเยี่ยงเขายิ่งนัก! มิมีสิ่งใดน่าอัปยศอดสูกระทั่งอยากซุกแผ่นดินนี้เทียบเท่าคำพูดดูถูกของสตรีที่เอื้อนเอ่ยออกมาหลังจากที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของตน ‘มองไม่ชัดว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด’ เล็กจนมองมิออกเช่นนั้นหรือ นางกล้าพูดเยี่ยงนี้ได้อย่างไร! เขาค่อนข้างมั่นใจในแท่งหยกอันเบ้อเร้อ สมบัติอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจว่าทั้งใหญ่ ทั้งยาวและผงาดสู้มือราวกับมังกรคำรามหาได้มีผู้ใดเทียบเท่าได้ไม่ แต่นาง! นางสตรีหน้าตายผู้นี้ตาถั่วหรืออย่างไร!! “ข้าเปล่า เปล่านะเจ้าคะ” กุ้ยไป๋หลานอยากจะเอาศีรษะโขกฝาผนังจนสลบให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียโดยเร็ว แต่หาได้สามารถทำเช่นดั่งใจคิดได้ไม่เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่างว่านางกำลังพยายามหาหนทางชิ่งหนีเอาตัวรอด จึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาล็อคคอนางให้เชิดรั้นอยู่เยี่ยงนี้ “เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ! เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน เมื่อครู่เจ้าเป็นคนพูดว่ามันเลือนลางจนมองไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดนั่นมิใช่ว่าเจ้าดูถูกว่าของของข้าเล็กนิดเดียวหรอกหรือ!!!” พูดสิ่งใดก็พูดได้แต่หากเรื่องนี้เขาย่อมมิได้เป็นอันขา







