Share

15

last update Tanggal publikasi: 2026-02-19 16:09:32

นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ

*****

"คุณลุงฉี สวัสดีค่ะ" เว่ยเว่ยกล่าวทักทาย หัวหน้ากองการผลิตของหมู่บ้าน

"อ้าว เว่ยเว่ย มาทำอะไรแถวนี้ล่ะ"

"คือว่าฉันมาทำธุระแถวนี้ค่ะ คุณลุงคะ ถ้าฉันจะฝากของไปไห้คนที่บ้าน จะเป็นการรบกวนรึเปล่าคะ" เว่ยเว่ยเอ่ยถาม

"รบกงรบกวนอะไรกัน คนกันเองทั้งนั้นแหละ"

"ถ้างั้นฉันขอไปเอาของก่อนนะคะเดี๋ยวฉันกลับมา" แล้วเธอก็ไปเตรียมของให้กับที่บ้าน เธอหยิบตะกร้ามา 1 ใบ ใส่หมูลงไป 5 ชั่ง ข้าวสาร 10 ชั่ง เกลือ 3 ชั่ง น้ำตาลทรายแดง 1 ชั่ง ไข่ไก่ 2 ชั่ง ขนมเปี๊ยะ 2 กล่อง แตงโม 1 ลูก ส้ม 2 ชั่ง 

"แค่นี้น่าจะพอ เอาไปมากเดี๋ยวพวกท่านจะสงสัยเราได้"

"คุณลุงฉีคะ ฉันมาแล้วค่ะ"

"มาทันเวลาพอดีเลยหนู อีกครึ่งชั่วโมงลุงต้องกลับเข้าในหมู่บ้านแล้ว ขนอะไรมาเยอะแยะเลยเนี่ย มาๆเดี๋ยวลุงถือขึ้นไปไว้บนรถให้เอง"

"ขอบคุณนะคะลุงฉี แล้วก็ฉันฝากซองเงินไปให้พ่อกับแม่ด้วยนะคะ ส่วนอันนี้ค่าฝากค่ะ" เว่ยเว่ยส่งซองเงินและมอบเงินให้กับลุงฉี 1 หยวนเป็นค่ารับฝากของ

"ไอ้หยา..ค่าฝ่งค่าฝากอะไรไม่คิดหรอก"

"ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะว่าโอกาสหน้าฉันจะได้รบกวนลุงอีก เพราะฉันก็จะฝากของไปให้ที่บ้านบ่อยๆเหมือนกันค่ะ ว่าแต่คราวหน้าลุงฉีจะเข้ามาในเมืองวันไหนบ้างหรอคะ"

"ก็ทุก 10 วันเหมือนเมื่อก่อนนั่นแหละ ถ้าจะฝากก็มาเวลานี้ ลุงก็จะมาจอดรถบริเวณนี้เหมือนกัน "

"ได้ค่ะถ้างั้นรบกวนลุงฉี ส่งของให้ด้วยนะคะ ไว้คราวหน้าเจอกันนะคะ ฉันขอตัวก่อนขอบคุณค่ะ"

ส่วนเว่ยเว่ยนั้น  เมื่อฝากของไปให้กับพ่อกับแม่แล้ว ก็กลับมาที่บ้านเช่า เธอวางแผนไว้ว่า ถ้าเธอสอบติดมหาลัยแล้วนั้น เธอจะไปซื้อบ้านอยู่ที่ตัวมณฑล เผื่อว่าเธอจะขายของกับพี่หลี่อี้เฟิงต่อ และถ้ามีการนัดรับของเธอจะได้ไม่ต้องลำบากส่วนในตัวอำเภอนั้นเธอขอคิดดูก่อนว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ เพราะไม่แน่ว่า เธออาจจะเปิดร้านขายของสักร้านให้กับพ่อแม่และครอบครัวของเธอ แต่ก็อยากถามพวกท่านก่อนว่าอยากเข้ามาทำอาชีพค้าขายในอำเภอไหมถึงเวลานั้นเธอคงมีเงินอยู่เยอะ เพราะยอดขายของเดือนนี้ได้เกือบ 10000 หยวน เชียวล่ะ

บ้านที่ชนบท......

"ตาเฒ่าเฉียน ตาเฒ่าเฉียน อยู่บ้านไหม มีใครอยู่บ้านบ้างออกมาเปิดประตูให้หน่อย"

หัวหน้ากองการผลิตตระโกนเรียกอยู่ที่รั้วประตูบ้าน

"มาแล้ว มาแล้ว ใครกันนะมายืนเรียกอยู่ได้" แม่มู่อดบ่นไม่ได้

"อ้าวพี่ฉี มีอะไรกับที่บ้านฉันหรือเปล่าจ๊ะ" แม่มู่เอ่ยถาม

"ก็นังหนูเว่ยเว่ยน่ะสิ ข้าเจออยู่ที่ในอำเภอ หล่อนก็เลยฝากของมาให้พวกแกน่ะ นี่ซองเงิน แล้วก็นี่ของที่นังหนูมันฝากมา อ้าว..รับไปสิ " ลุงฉีเล่าให้แม่มู่ฟังและส่งของที่เว่ยเว่ยฝากมาให้

"นี่จ๊ะค่าเสียเวลา"

"โอ๊ย เหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก นังหนูให้ข้ามาแล้วล่ะ หล่อนเก็บไว้เถอะ" ลุงฉีดันเงินจำนวนนั้นออกไป

"ถ้างั้นฉันต้องขอบใจมากนะจ๊ะ ที่อุตส่าห์เป็นธุระให้"

"งั้นข้าไปละ" 

"จ๊ะ เดินดีๆนะจ๊ะ" แล้วแม่มู่ก็ขนของเข้าบ้านไป

"ใครมาล่ะคุณ" พ่อเฉียนถามขึ้น

"หัวหน้าฝ่ายการผลิตน่ะ เขาเอาของมาให้ บอกว่าลูกสาวเราฝากมา" แม่มู่ชี้ให้ดูของในตะกร้า

"ลูกฝากอะไรมาเยอะแยะเชียว คุณคิดว่าลูกเก็บไว้กินบ้างไหมเนี่ยหรือขนมาให้พวกเราหมด" พ่อเฉียงยังสงสัยต่อ

"ฉันคิดว่าคงแบ่งไว้แล้วล่ะค่ะ แล้วก็นี่ลูกยังฝากซองเงินมาด้วย" แล้วแม่มู่ก็ชูซองเงินให้พ่อเฉียนดู พร้อมกับแกะซอง

"100หยวน น่ะคุณ ลูกไปรวยอะไรมาคะเนี่ย"

"ก็คงอย่างที่ลูกบอกนั่นแหละ ว่าไปช่วยเขาขายของ คงจะขายดีมาก  เลยได้ค่าเหนื่อยเยอะหน่อย  คุณอย่ากังวลไปเลย " พ่อเฉียนบอกแม่มู่ เพื่อไม่ให้กังวล

แต่ทั้งสองคนก็อดกังวลใจไม่ได้กลัวว่าลูกจะทำงานลำบาก และเหน็ดเหนื่อยมากเกินไป ถ้ายังไงเดี๋ยวคงจะส่งลูกชายไปดูลูกสาวสักวันหนึ่ง

*****......*****

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   174

    เธอบอกว่าการผ่าคลอดนั้นเจ็บมากกว่าการคลอดเองมาก แถมการฟื้นฟูหลังคลอดก็ยากกว่า เธอจึงไม่เลือกวิธีนี้ แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นว่าเธอทนเจ็บอย่างทรมาณก็อยากจะให้เธอผ่าคลอด “ไม่ค่ะ ฉันทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไหวค่ะ” เธอจับมือของเขาและบีบมันเบาๆ เพื่อสื่อว่าเธอทนได้จริงๆในการคลอดครั้งนี้ พวกเขาได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน ลู่เฟิงจึงได้เพิ่มเงินค่าคลอด และขอเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาด้วย เพราะเขานั้นเป็นห่วงเธอมาก จึงไม่อยากที่จะรออยู่ที่ด้านนอก เขาอยากเป็นกำลังใจของเธอทุกช่วงเวลาและเมื่อไกล้คลอด อาการของเว่ยเว่ยก็น่าเป็นห่วง เพราะอาการปวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เธอทนได้ก็เริ่มที่จะทนไม่ได้ เธอจึงมีน้ำตาไหลออกมา“คุณเจ็บมากเลยหรือครับ” เมื่อเห็นว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา ก็รู้แหละว่าเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว เขาเองก็ทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คิดแล้วว่าเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เขาจะทำหมันเอง เพื่อที่เว่ยเว่ยจะได้ไม่ต้องท้องและทรมาณแบบนี้อีก และอีกอย่างตอนนี้รัฐเองก็มีนโยบายลูกคนเดียวนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด“ตอนนี้ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ ลู่เฟิงคะฉันทรมาณมากเลย” ตอนนี้เธอปวดมาก ปวดจนเหมือน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   173

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ(บทส่งท้าย)ฉันกับคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันและวันแต่งงานก็มาถึงวันนี้ทุกคนล้วนวุ่นวายกันหมด แม้กระทั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว ถึงแม้ว่าจะวางแผนการจัดงานเอาไว้อย่างดี ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างหลังจากที่เว่ยเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงเพื่อที่จะทำพิธียกน้ำชาในช่วงเช้า เธอได้แอบมาดูสถานที่ ตอนนี้ทางโรงแรมได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม โดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทั้งผ้าม่าน และดอกไม้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งอุปกรณืที่ต้องใช้ในพิธีด้วย“มาอยู่ที่นี่เองหรือลูก ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะ จะออกมาทำไมกัน” แม่มู่ที่แวะมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งก็เจอเข้ากับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่“หนูแค่มาดูเท่านั้นค่ะ แล้วแม่ล่ะคะเหนื่อยไหม” ทั้งๆที่เธอให้ทางโรงแรมจัดการทั้งหมด แต่แม่ของเธอและทุกคนก็ยังอาสามาช่วยพนักงานทำ“ไม่เหนื่อยเลยลูก แม่ดีใจเสียอีกที่ลูกสาวแม่มีวันนี้ ต่อไปนี้ลูกก็จะเป็นภรรยา และเป็นแม่คนแล้วนะ” แม่มู่อดที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มีครบทุกอย่าง โดยคนที่ยื่นมันให้ก็คือลูกสาวคนนี้ของเธอ“แม่คะ หนูรักแม่นะคะ ถึงหนูจะแต่งงานแล้ว แต่หน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   172

    และในมลฑลนี้ก็มีโรงแรมเพียงสองที่เท่านั้นที่อยู่ไกล้ที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ได้พากันไปดู ซึ่งเว่ยเว่ยถูกใจโรงแรมที่สองที่ลู่เฟิงพาเธอมาดูมากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่แรกมาก เพราะอยู่ในแถบชานเมืองออกมาหน่อย แต่ก็ไม้ได้ไกลจากบ้านมากนัก ทั้งยังมีที่จอดรถไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งที่แรกไม่มีเพราะอยู่ติดถนนเลยนั่นจะทำให้แขกที่มางานนั้นไม่สะดวกเรื่องการจอดรถและเมื่อทั้งสองได้เข้ามาติดต่อ ก็ได้รับบริการอย่างดีจากผู้จัดการโรงแรม ซึ่งลู่เฟิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของรัฐแต่เป็นของเอกชน แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาลนั่นเองเว่ยเว่ยได้ตกลงเรื่องสถานที่ที่จะจัดงาน ซึ่งทางโรงแรมก็บอกว่าวันนั้นไม่มีลูกค้ามาจองไว้ เธอสามารถทำเรื่องจองไว้ได้เลย โดยที่เธอต้องจ่ายเงินมัดจำเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะทางโรงแรมกลัวว่าเมื่อจัดงานไว้แล้วลูกค้าจะเบี้ยว จึงได้เรียกเก็บเงินมากกว่าครึ่งเมื่อได้สถานที่แล้ว เว่ยเว่ยก็พูดถึงเรื่องการตกแต่ง เธอไม่ได้ต้องการให้หรูหรามาก ขอแค่มีแท่นพิธีที่มีดอกไม้สวยงามเท่านั้น และรอบๆก็ขอให้มีดอกไม้วางในจุดต่างๆที่เห็นสมควรเพื่อความสวยงามส่วนเรื่องอาหารนั้นเธอขอให้ทางโรงแรมนั้

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   171

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากที่ลู่เฟิงพาเธอไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว เพราะจัดโต๊ะสำหรับต้อนรับแขกที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างส่วนตัว โต๊ะที่เธอเข้ามานั่งนั้นติดกับแม่น้ำเลยทีเดียว หรือจะพูดว่าทางร้านทำร้านให้ยื่นเข้าไปในแม่น้ำก็ได้“ที่นี่สวยดีนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าที่นี่จะมีที่สวยๆแบบนี้” เว่ยเว่ยที่ไม่เคยออกไปที่ไหนนอกจากที่ร้านและมหาวิทยาลัย จึงได้ไม่เคยมาที่นี่ เธอค่อนข้างที่จะเสียดายมากทีเดียว“เป็นผมเองที่ไม่ได้พาคุณมา แต่ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปหลายๆที่เลยนะครับ” เพราะก่อนหน้านั้นเขาต้องทำงาน และเมื่อปีที่ผ่านมาเขาต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่จึงไม่ได้มีโอกาสพาเธอไปที่ไหนเลย เขาจึงอยากจะชดเชยวันเวลาที่ผ่านมา“คุณสัญญาแล้วนะคะ” เว่ยเว่ยนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องเที่ยวนัก แต่เธอก็ชอบที่คนรักของเธอนั้นชอบที่จะดูแลเธออย่างนี้ เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา “ครับ ต่อไปนี้สามีจะพาคุณไปทุกที่ที่อยากไปเลยครับ” อยู่ๆลู่เฟิงก็แทนตัวเองว่าสามี นั่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   170

    เมื่อตอนที่เธอเห็นมันครั้งแรก เธอเองก็งงเหมือนกัน ว่ามันมาจากที่ไหน ในเมื่อเธอเอาผ้าออกมาจากในมิติทุกวันเพื่อเอาออกมาตัดชุดที่ร้าน เธอก็ไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้ง และมันไม่ใช่มีแค่สีเดียว แต่มีถึงสองสี และอีกสีหนึ่งก็คือสีแดงซึ่งเว่ยเว่ยก็นำมันมาตัดชุดกี่เพ้าด้วยเหมือนกัน แต่ชุดนั้นเธอคิดว่าจะเอามันไว้ใส่ในวันแต่งงานของเธอกับลู่เฟิง ตอนที่เธอหยิบชุดออกมาใส่ เธอก็แอบคิดไปเหมือนกันว่ามิติอาจจะรู้ว่าเธอจะได้ทำแบบนี้จึงได้มอบผ้าสวยๆแบบนี้มาให้ก็เป็นได้พอถึงช่วงบ่าย ลู่เฟิงก็มารับเธอที่บ้านตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนไปจดทะเบียน เขาได้พาเธอเข้าไปหาครอบครัวของเขาก่อน เพื่อบอกว่าทั้งสองจะไปจดทะเบียนกัน“ลูกว่าอะไรนะลู่เฟิง” แม่จิ่งที่ได้ยินลูกชายบอกว่าจะพาคู่หมั้นไปจดทะเบียนก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง“ผมจะพาเว่ยเว่ยไปจดทะเบียนครับ” ลู่เฟิงบอกคนเป็นแม่อีกครั้ง ส่วนพ่อเจียงที่นั่งฟังอยู่ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะเขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เพราะเด็กทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ว ถ้านับเวลาคงเกือบห้าปีเลยล่ะ“แล้วลูกบอกทางบ้านของหนูเว่ยเว่ยแล้วหรือยัง ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ทำอะไรทำไมไม่ถามผู้ใหญ่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   169

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****และเมื้อมื้ออาหารเย็นจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน รวมทั้งจางหย่งด้วย ที่วันนี้เขาได้รับอนุญาติให้ค้างที่นี่กับภรรยาและลูกได้ และในพรุ่งนี้เช้าเขาจะพาลูกและภรรยากลับไปพักที่ค่าย“อื้อ อื้อ” เว่ยเว่ยที่ถูกจู่โจมหลังจากที่ออกจากห้องน้ำก็ได้ได้แต่ครางอยู่แต่ในลำคอ “คุณเรียนจบแล้วใช่หรือเปล่า” ลู่เฟิงเมื่อละปากออก ก็พูดถามเสียงอู้อี้ เพราะตอนนี้จมูกของเขาได้ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวของเว่ยเว่ย ยิ่งเขาได้กลิ่นหอมที่มาจากตัวของเธอ ยิ่งทำให้เขานั้นแทบคลั่ง“อื้อ ค่ะ” เธอเรียนจบมาได้สองเดือนแล้ว เหลือแค่รอใบประกาศเท่านั้น“ถ้าอย่างนั้นเราแต่งงานกันนะ” ลู่เฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงได้ถามถึงเรื่องแต่งงาน“อะ อะไรนะคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินลู่เฟิงขอเธอแต่งงาน “เราแต่งงานกันนะครับ” เขาย้ำให้เธอฟังอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอให้ชัดๆ และหยุดการกระทำทุกอย่างไปก่อน“เรื่องนี้ เราไม่ต้องบอกพ่อแม่ก่อนหรือคะ” เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ยังไงพ่อแม่ก็ควรที่จะรับรู้เรื่องนี้“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ แต่งงานกับผมได

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   132

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“จริงด้วยเว่ยเว่ย ตัวนี้ดูสดใสมาก เธอดูสิพอเอามาทาบกับตัวฉันแล้วฉันดูขาวขึ้นอีกด้วย” ซูเย่ชอบใจมาก เธอคิดไม่ผิดเลยที่ชวนเว่ยเว่ยมาในวันนี้“ว่าแต่เธอไม่ซื้อบ้างหรือ เสื้อผ้าที่นี่สวยๆเยอะเลยนะ” ซูเย่ที่เห็นว่าเพื่อนเพียงแค่จับดูเท่านั้นแต่ไม่คิดที่จะซื้อ“ไม่อ่ะ ไม่มีที่ถ

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   131

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากวันที่เว่ยเว่ยหว่านล้อมให้ซูฮวากลับไปหาสามีนี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว และคาดว่าซูฮวาเองก็คงจะเดินทางถึงที่หมายแล้วอย่างแน่นอนเว่ยเว่ยเองก็ภาวนาให้ซูฮวานั้นได้ทำอย่างที่เธอแนะนำสำเร็จ หรือถ้าไม่ใช่อย่างที่เธอคิดก็ขอให้เจอแนวทางแก้ปัญหาที่ดี ตอนแรกเว่ยเว่ยคิดวาซูฮ

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   128

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“คุณมาทำอะไรที่นี่” ตอนที่พลทหารเข้าไปแจ้งเขา ว่ามีคนมาขอพบ เขานั้นดีใจมากคิดว่าเป็นเว่ยเว่ยเสียอีก แต่พอทหารบอกชื่อเท่านั้นแหละ เขากับถึงถอนหายใจเลยทีเดียว“เอ่อ…คือฉัน ฉันมีเรื่องให้พี่ลู่เฟิงช่วยน่ะค่ะ” ซูฮวาไม่รู้ว่าจะเริ่มที่ตรงไหนดี ไม่รู้ว่าเขาจะยอมช่วยเธอหรือเปล่า

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   127

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“จริง เราพึ่งจะหมั้นหมายกันไม่นานี้เอง และมีแผนที่จะแต่งงานหลังจากเว่ยเว่ยเรียนจบ” ลู่เฟิงพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อคิดว่าขาจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักส่วนซูฮวาตอนนี้ร้องไห้ไปแล้ว การที่เธอกลับมาที่นี่นั้นย่อมต้องมีจุดมุ่งหมาย เธอต้องการที่จะกลับมาคืนดีกับลู่เฟิง เพราะตอนนี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status