Partager

7

last update Date de publication: 2026-02-19 16:00:02

นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ

*****

"คุณครับ..คุณ..คุณเฉียนเว่ยเว่ย คุณอยู่ไหมครับ"ลู่เฟิงยืนเรียกเว่ยเว่ยอยู่หน้าห้องเช่า

"ค่ะ..มาแล้วค่ะ อ้าวคุณมาทำไมแต่เช้ากันคะ มีอะไรหรือเปล่า" เว่ยเว่ยถามออกไปด้วยความแปลกใจ

"คือ ผมจะมาสอบถามอาการของคุณนะครับ เผื่ออาการไม่ดีขึ้น จะได้พาไปหาหมออีกครั้ง" ลู่เฟิงหลังจากกลับไปเมื่อวานนี้เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากที่ทำหญิงสาวเจ็บตัว จนวันนี้ต้องมาที่นี่แต่เช้าเพื่อมาดูให้แน่ใจว่าเะอไม่เป็นอะไร

"อ๋อ..ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ฉันพักผ่อนแล้วก็ทานยา อาการดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณนะคะ" ที่ดีขึ้นเพราะเธอเอายายุคปัจจุบันมากินมาทา ไม่อย่างนั้นอาการคงไม่บรรเทาได้เร็วขนาดนี้

"เอ่อ...คุณทานข้าวเช้าหรือยังครับ ออกไปทานข้าวกับผมไหมครับ พอดีว่าผมรีบมาหาคุณผมยังไม่ได้ทานข้าวเลย ตอนนี้หิวมาก" ลู่เฟิงชวนเว่ยเว่ยไปทานข้าว 

"ยังค่ะ แต่ว่าฉันไม่รบกวนคุณดีกว่าฉันเกรงใจน่ะค่ะ" 

"ไม่หรอกครับ ผมเต็มใจไปกันนะครับ ผมรู้จักร้านอาหารอร่อยๆหลายร้านเลย" ลู่เฟิงยังตื้อต่อ

เว่ยเว่ยก็ได้แต่บ่นในใจ 'อีตาบ้านี่มันยังไงกันนะทำยังกะจะมาจีบฉันแหน่ะ ไปหรือไม่ไปดีนะ เฮ้อ!!!คนสวยเพลีย'

"ไปก็ได้ค่ะ..เชิญค่ะ" ในที่สุดเว่ยเว่ยก็ตัดสินใจที่จะออกไปทานข้าวกับลู่เฟิง

"คุณชอบทานอะไรบ้างครับ ร้านนี้มีเมนูอร่อยหลายอย่างเลย" ลู่เฟิงถามความชอบของเว่ยเว่ย

"แล้วแต่คุณเลยค่ะ ฉันเป็นคนกินง่ายทานง่ายอะไรก็ทานได้ค่ะ" ลู่เฟิงที่ได้ยินแบบนั้น จึงสั่งอาหารไป 3-4 อย่าง ข้าวอีก 2 ถ้วย ระหว่างรออาหารลู่เฟิงเอ่ยปากถามเว่ยเว่ยว่า

"คุณเรียนชั้นไหนแล้วครับ ใกล้จบหรือยัง" ลู่เฟิงคิดว่าเว่ยเว่ยน่าจะกำลังเรียนชั้นมัธยมปลาย แต่ก็อยากถามให้แน่ใจ

"ฉันเรียนชั้นมัธยมปีสุดท้ายแล้วค่ะ เดือนหน้าก็สอบจบแล้ว" เว่ยเว่ยคิดว่าดีมากที่เธอมาในช่วงที่ไกล้สอบแบบนี้ ไม่อย่างนั้นเธอต้องมาทนนั่งเรียนอีกเป็นปีๆ มันน่าเบื่อจะตาย

"แล้วคุณวางแผนกับอนาคตไว้ยังไงบ้างครับ" ลู่เฟิงถามขึ้น เหมือนกับว่ากำลังถามคำถามทั่วไป เว่ยเว่ยจึงมองหน้าลู่เฟิงด้วยความสงสัย

"ผมขอโทษด้วยนะครับที่ละลาบละล้วงเรื่องของคุณ ไม่ตอบก็ไม่เป็นไรครับ" เมื่อเห็นสายตาของเว่ยเว่ย ลู่เฟิงก็รีบโบกมือปฎิเสธทันที

"ค่ะ..ฉันคิดว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยน่ะค่ะ อยากลองเสี่ยงดู " เธอคิดว่าถ้าสอบเกาเข่าที่ไกล้จะถึงนี้ เธอคิดว่ายังไงเธอก็น่าจะผ่าน

"อ้อครับ..แล้ววันนี้คุณต้องไปโรงเรียนไหมครับ" ลู่เฟิงพยักหน้ารับรู้ 

"ไม่หรอกค่ะ รอสักวันสองวันก่อนให้อาการดีขึ้นมากกว่านี้แล้วค่อยไป ฉันขี้เกียจตอบคำถามเพื่อนว่าฉันไปโดนอะไรมา หายแล้วค่อยไปดีกว่า" ไม่นานอาหารที่ถูกสั่งไปก็ยกออกมา ทั้งสองกินไปด้วย พูดไปด้วย ไม่นานอาหารก็หมดลง หลังจากกินข้าวเสร็จลู่เฟิงก็ไปส่งเว่ยเว่ยกลับห้องเช่า

ที่ลู่เฟิงมาหาเว่ยเว่ยในวันนี้ ไม่ใช่แค่อยากมาดูอาการเท่านั้น แต่เพราะตัวเขาประทับใจในตัวของเว่ยเว่ย เขาคิดว่าเธอเป็นคนสวยและยังปากร้ายแต่ดูท่าทางแล้ว น่าจะเป็นคนใจดี ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงถูกเรียกร้องค่าเสียหายไปแล้ว แต่นี่เธอไม่เรียก แม้จะขี้โวยวายไปนิดก็ตาม

หลายวันผ่านไป.....

"วันนี้เรามีนัดกับพี่สาวเจียงนี่นา เกือบลืมไปเลยนะเนี่ย เตรียมของไว้เลยดีกว่า" เว่ยเว่ยจึงได้เตรียมของที่พี่สาวเจียงสั่งไว้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ แป้ง น้ำตาล ไข่ไก่ ข้าวสาร เกลือ แล้วก็ขนมเปี๊ะ

"อืม...ถ้าเราเอาสบู่แชมพูครีมนวดผมยาสีฟันไปเสนอขายพี่สาวเจียงเขาจะซื้อไหมนะ ถ้างั้นเราเอาสินค้าไปเสนอขายก่อนแล้วกัน" เว่ยเว่ยจึงนำของที่เตรียมไว้ใส่ตะกร้าแล้วเก็บเข้าในมิติไปก่อนใกล้ถึงบ้านพี่สาวเจียงค่อยเอาของออกมาเพื่อป้องกันคนเห็น

"พี่สาวเจียงคะ ฉันเว่ยเว่ยมาแล้วค่ะ" เมื่อถึงเวลานัด ตอนนี้เว่ยเว่ยก็มาอยู่ที่หน้าบ้านของพี่สาวเจียงแล้ว

"อ้าวคุณ" เว่ยเว่ยอุทานออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่เธอรู้จักออกมาเปิดประตู เว่ยเว่ยจึงเงยหน้ามองที่อยู่ให้ชัดเจนอีกทีว่าเธอไม่ได้มาผิดบ้าน 

"ฉันมาหาพี่สาวเจียงค่ะ" เธอบอกออกไป

"เข้ามาก่อนสิครับ เธออยู่ในครัวเดี๋ยวคงออกมา" ลู่เฟิงบอกหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังหอบหิ้วของมามากมายจนเขาต้องเข้าไปช่วยเธอถือ 

"เว่ยเว่ย มาแล้วเหรอจ๊ะ พี่กำลังรอเธออยู่เลย พี่ก็นึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว" ลู่จิงที่ออกมาจากในครัวก็ทักทายสาวน้อยทันที

"สวัสดีค่ะพี่สาวเจียง สบายดีนะคะ" เว่ยเว่ยลุกขึ้นทักทายด้วยความสุภาพ

"จ้ะ สบายดี วันนี้มีอะไรมาให้พี่บ้างจ๊ะ" ลู่จิงมองของมากมายที่กองอยู่ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้

"ก็ตามที่ตกลงกันไว้นั่นแหละค่ะ แต่ว่าวันนี้มีสินค้ามาแนะนำพี่สาวด้วยนะคะ" เว่ยเว่ยยกตระกร้าที่ใส่ของขึ้นมา

"อะไรเหรอจ๊ะ" ลู่จิงถามด้งยความสงสัย

"นี่เลยค่ะ สบู่ แชมพู ครีมนวดผม ยาสีฟัน โลชั่นทาผิว เป็นของใช้จำเป็นที่สาวๆอย่างเราต้องใช้ค่ะรับรองเลยว่าถ้าพี่สาวได้ใช้จะต้องติดใจแน่นอน" เธอโฆษณาสินค้าเต็มที่ ของพวกนี้ไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่มีขาย แต่คุณภาพไม่สู้ของที่เะฮเอามาหรอก

"หลายอย่างเลยนะจ๊ะ แล้วขายยังไงเอ่ย" ลู่จิงตื่นเต้นกับของตรงหน้า ของพวกนี้ก็หาซื้อยากเช่นกัน เพราะถ้าไม่สั่งสหกรณ์เอาไว้ก็แทบจะไม่มีให้ซื้อ

"สบู่ก้อนละ 5 หยวน แชมพูกับครีมนวดอย่างละ 8 หยวน ยาสีฟัน 3 หยวน โลชั่น 10 หยวนค่ะ แต่ว่าวันนี้มาในราคาโปรโมชั่นลด 50% สำหรับพี่สาวเลยค่ะ" เว่ยเว่ยเลือกที่จะลดราคาในครั้งแรก เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายในอนาคต

"อะไรคือโปรโมชั่น อะไรคือ 50% เหรอจ๊ะเว่ยเว่ย " พี่สาวเจียงถามด้วยความสงสัย

"หมายความว่าลดครึ่งราคาค่ะ ไม่ได้ขายราคาเต็ม เฉพาะวันนี้เลยค่ะ ถ้าพี่สาวซื้อวันอื่นต้องจ่ายราคาเต็มค่ะ พี่สาวสนใจจะรับไว้เลยไหมคะ"  พอพี่สาวเจียงได้ฟังก็พยักหน้าเข้าใจทันที ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มที่ได้ฟังอยู่นาน ก็สนใจวิธีการขายของเว่ยเว่ยขึ้นมาทันที หญิงสาวคนนี้มักมีอะไรให้เขาแปลกใจเสมอ

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   174

    เธอบอกว่าการผ่าคลอดนั้นเจ็บมากกว่าการคลอดเองมาก แถมการฟื้นฟูหลังคลอดก็ยากกว่า เธอจึงไม่เลือกวิธีนี้ แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นว่าเธอทนเจ็บอย่างทรมาณก็อยากจะให้เธอผ่าคลอด “ไม่ค่ะ ฉันทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไหวค่ะ” เธอจับมือของเขาและบีบมันเบาๆ เพื่อสื่อว่าเธอทนได้จริงๆในการคลอดครั้งนี้ พวกเขาได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน ลู่เฟิงจึงได้เพิ่มเงินค่าคลอด และขอเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาด้วย เพราะเขานั้นเป็นห่วงเธอมาก จึงไม่อยากที่จะรออยู่ที่ด้านนอก เขาอยากเป็นกำลังใจของเธอทุกช่วงเวลาและเมื่อไกล้คลอด อาการของเว่ยเว่ยก็น่าเป็นห่วง เพราะอาการปวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เธอทนได้ก็เริ่มที่จะทนไม่ได้ เธอจึงมีน้ำตาไหลออกมา“คุณเจ็บมากเลยหรือครับ” เมื่อเห็นว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา ก็รู้แหละว่าเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว เขาเองก็ทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คิดแล้วว่าเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เขาจะทำหมันเอง เพื่อที่เว่ยเว่ยจะได้ไม่ต้องท้องและทรมาณแบบนี้อีก และอีกอย่างตอนนี้รัฐเองก็มีนโยบายลูกคนเดียวนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด“ตอนนี้ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ ลู่เฟิงคะฉันทรมาณมากเลย” ตอนนี้เธอปวดมาก ปวดจนเหมือน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   173

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ(บทส่งท้าย)ฉันกับคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันและวันแต่งงานก็มาถึงวันนี้ทุกคนล้วนวุ่นวายกันหมด แม้กระทั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว ถึงแม้ว่าจะวางแผนการจัดงานเอาไว้อย่างดี ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างหลังจากที่เว่ยเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงเพื่อที่จะทำพิธียกน้ำชาในช่วงเช้า เธอได้แอบมาดูสถานที่ ตอนนี้ทางโรงแรมได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม โดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทั้งผ้าม่าน และดอกไม้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งอุปกรณืที่ต้องใช้ในพิธีด้วย“มาอยู่ที่นี่เองหรือลูก ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะ จะออกมาทำไมกัน” แม่มู่ที่แวะมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งก็เจอเข้ากับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่“หนูแค่มาดูเท่านั้นค่ะ แล้วแม่ล่ะคะเหนื่อยไหม” ทั้งๆที่เธอให้ทางโรงแรมจัดการทั้งหมด แต่แม่ของเธอและทุกคนก็ยังอาสามาช่วยพนักงานทำ“ไม่เหนื่อยเลยลูก แม่ดีใจเสียอีกที่ลูกสาวแม่มีวันนี้ ต่อไปนี้ลูกก็จะเป็นภรรยา และเป็นแม่คนแล้วนะ” แม่มู่อดที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มีครบทุกอย่าง โดยคนที่ยื่นมันให้ก็คือลูกสาวคนนี้ของเธอ“แม่คะ หนูรักแม่นะคะ ถึงหนูจะแต่งงานแล้ว แต่หน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   172

    และในมลฑลนี้ก็มีโรงแรมเพียงสองที่เท่านั้นที่อยู่ไกล้ที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ได้พากันไปดู ซึ่งเว่ยเว่ยถูกใจโรงแรมที่สองที่ลู่เฟิงพาเธอมาดูมากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่แรกมาก เพราะอยู่ในแถบชานเมืองออกมาหน่อย แต่ก็ไม้ได้ไกลจากบ้านมากนัก ทั้งยังมีที่จอดรถไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งที่แรกไม่มีเพราะอยู่ติดถนนเลยนั่นจะทำให้แขกที่มางานนั้นไม่สะดวกเรื่องการจอดรถและเมื่อทั้งสองได้เข้ามาติดต่อ ก็ได้รับบริการอย่างดีจากผู้จัดการโรงแรม ซึ่งลู่เฟิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของรัฐแต่เป็นของเอกชน แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาลนั่นเองเว่ยเว่ยได้ตกลงเรื่องสถานที่ที่จะจัดงาน ซึ่งทางโรงแรมก็บอกว่าวันนั้นไม่มีลูกค้ามาจองไว้ เธอสามารถทำเรื่องจองไว้ได้เลย โดยที่เธอต้องจ่ายเงินมัดจำเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะทางโรงแรมกลัวว่าเมื่อจัดงานไว้แล้วลูกค้าจะเบี้ยว จึงได้เรียกเก็บเงินมากกว่าครึ่งเมื่อได้สถานที่แล้ว เว่ยเว่ยก็พูดถึงเรื่องการตกแต่ง เธอไม่ได้ต้องการให้หรูหรามาก ขอแค่มีแท่นพิธีที่มีดอกไม้สวยงามเท่านั้น และรอบๆก็ขอให้มีดอกไม้วางในจุดต่างๆที่เห็นสมควรเพื่อความสวยงามส่วนเรื่องอาหารนั้นเธอขอให้ทางโรงแรมนั้

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   171

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากที่ลู่เฟิงพาเธอไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว เพราะจัดโต๊ะสำหรับต้อนรับแขกที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างส่วนตัว โต๊ะที่เธอเข้ามานั่งนั้นติดกับแม่น้ำเลยทีเดียว หรือจะพูดว่าทางร้านทำร้านให้ยื่นเข้าไปในแม่น้ำก็ได้“ที่นี่สวยดีนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าที่นี่จะมีที่สวยๆแบบนี้” เว่ยเว่ยที่ไม่เคยออกไปที่ไหนนอกจากที่ร้านและมหาวิทยาลัย จึงได้ไม่เคยมาที่นี่ เธอค่อนข้างที่จะเสียดายมากทีเดียว“เป็นผมเองที่ไม่ได้พาคุณมา แต่ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปหลายๆที่เลยนะครับ” เพราะก่อนหน้านั้นเขาต้องทำงาน และเมื่อปีที่ผ่านมาเขาต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่จึงไม่ได้มีโอกาสพาเธอไปที่ไหนเลย เขาจึงอยากจะชดเชยวันเวลาที่ผ่านมา“คุณสัญญาแล้วนะคะ” เว่ยเว่ยนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องเที่ยวนัก แต่เธอก็ชอบที่คนรักของเธอนั้นชอบที่จะดูแลเธออย่างนี้ เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา “ครับ ต่อไปนี้สามีจะพาคุณไปทุกที่ที่อยากไปเลยครับ” อยู่ๆลู่เฟิงก็แทนตัวเองว่าสามี นั่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   170

    เมื่อตอนที่เธอเห็นมันครั้งแรก เธอเองก็งงเหมือนกัน ว่ามันมาจากที่ไหน ในเมื่อเธอเอาผ้าออกมาจากในมิติทุกวันเพื่อเอาออกมาตัดชุดที่ร้าน เธอก็ไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้ง และมันไม่ใช่มีแค่สีเดียว แต่มีถึงสองสี และอีกสีหนึ่งก็คือสีแดงซึ่งเว่ยเว่ยก็นำมันมาตัดชุดกี่เพ้าด้วยเหมือนกัน แต่ชุดนั้นเธอคิดว่าจะเอามันไว้ใส่ในวันแต่งงานของเธอกับลู่เฟิง ตอนที่เธอหยิบชุดออกมาใส่ เธอก็แอบคิดไปเหมือนกันว่ามิติอาจจะรู้ว่าเธอจะได้ทำแบบนี้จึงได้มอบผ้าสวยๆแบบนี้มาให้ก็เป็นได้พอถึงช่วงบ่าย ลู่เฟิงก็มารับเธอที่บ้านตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนไปจดทะเบียน เขาได้พาเธอเข้าไปหาครอบครัวของเขาก่อน เพื่อบอกว่าทั้งสองจะไปจดทะเบียนกัน“ลูกว่าอะไรนะลู่เฟิง” แม่จิ่งที่ได้ยินลูกชายบอกว่าจะพาคู่หมั้นไปจดทะเบียนก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง“ผมจะพาเว่ยเว่ยไปจดทะเบียนครับ” ลู่เฟิงบอกคนเป็นแม่อีกครั้ง ส่วนพ่อเจียงที่นั่งฟังอยู่ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะเขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เพราะเด็กทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ว ถ้านับเวลาคงเกือบห้าปีเลยล่ะ“แล้วลูกบอกทางบ้านของหนูเว่ยเว่ยแล้วหรือยัง ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ทำอะไรทำไมไม่ถามผู้ใหญ่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   169

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****และเมื้อมื้ออาหารเย็นจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน รวมทั้งจางหย่งด้วย ที่วันนี้เขาได้รับอนุญาติให้ค้างที่นี่กับภรรยาและลูกได้ และในพรุ่งนี้เช้าเขาจะพาลูกและภรรยากลับไปพักที่ค่าย“อื้อ อื้อ” เว่ยเว่ยที่ถูกจู่โจมหลังจากที่ออกจากห้องน้ำก็ได้ได้แต่ครางอยู่แต่ในลำคอ “คุณเรียนจบแล้วใช่หรือเปล่า” ลู่เฟิงเมื่อละปากออก ก็พูดถามเสียงอู้อี้ เพราะตอนนี้จมูกของเขาได้ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวของเว่ยเว่ย ยิ่งเขาได้กลิ่นหอมที่มาจากตัวของเธอ ยิ่งทำให้เขานั้นแทบคลั่ง“อื้อ ค่ะ” เธอเรียนจบมาได้สองเดือนแล้ว เหลือแค่รอใบประกาศเท่านั้น“ถ้าอย่างนั้นเราแต่งงานกันนะ” ลู่เฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงได้ถามถึงเรื่องแต่งงาน“อะ อะไรนะคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินลู่เฟิงขอเธอแต่งงาน “เราแต่งงานกันนะครับ” เขาย้ำให้เธอฟังอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอให้ชัดๆ และหยุดการกระทำทุกอย่างไปก่อน“เรื่องนี้ เราไม่ต้องบอกพ่อแม่ก่อนหรือคะ” เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ยังไงพ่อแม่ก็ควรที่จะรับรู้เรื่องนี้“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ แต่งงานกับผมได

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   165

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือคุณเฉียน” ผู้จัดการฮงที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าแดงด้วยความโกรษ “ไม่หรอกค่ะ ฉันว่ามันเหมาะมากทีเดียว ถ้าคุณไม่ยินยอมฉันก็คงช่วยอะไรคุณไม่ได้ คุณคงต้องไปหาคนอื่น ซูเย่ ฉันต้องขอโทษเธอในเรื่องนี้ด้วยนะ แต่ค่าเหนื่อยที่ผู้จัดการให้มันน้อยเกินไป” เมื่อเห็

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   164

    “ก็ประมาณนั้น ตอนนี้ที่โรงพิมพ์วุ่นวายมาก เพราะคนที่เคยแปลงานให้ เขาทำงานช้ามากๆ และยังเล่นตัวมากอีกด้วย” เห็นว่าต้องการเงินเพิ่ม จึงได้เล่นตัว เพราะเห็นว่าตนเป็นคนเดียวที่สามารถทำงานนี้ได้ “ก็ได้ แต่ฉันไม่รับปากนะว่าจะช่วยได้มากแค่ไหน เธอเองก็รู้ว่าฉันมีงานต้องทำเหมือนกัน” ถ้าเป็นงานแปลที่ไม่ยาวม

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   151

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“เว่ยเว่ย คุณจะเปิดร้านน้ำหอมที่ไหนหรือครับ” เมื่อแยกย้ายกันกับเฟยหลงแล้วลู่เฟิงก็ถามคู่หมั้นถึงเรื่องร้านที่จะวางของขาย ถ้ายังไม่มีเขาคิดที่จะช่วยเธอหาที่เหมาะๆสักที่“อืม ฉันอยากขายที่ห้างค่ะ คุณพอจะมีเส้นสายบ้างหรือเปล่าคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าน้ำหอมนั้นเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ก

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   143

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“คุณพูดเรื่องนี้กับเธอแล้วหรือยังคะ เธอเต็มใจหรือเปล่า ไม่ใช่คุณคิดแค่ฝ่ายเดียว คุณต้องถามเธอด้วย” แล้วถ้าหากอ้ายเหม่ยไม่ยอมล่ะ เว่ยเว่ยก็อยากรู้ว่าลู่เฟิงจะทำยังไง“เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาครับ ผมคิดว่ายังไงเธอก็ต้องยอม” เพราะถ้าเธอไม่ยอมนั้น เขาจะติดต่อกลับไปที่บ้านของเธอ แ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status