ログイン“ฝ่าบาท” ขันทีคนสนิทที่ได้ยินทุกอย่างมองไปยังโอรสสวรรค์ที่นิ่งงันด้วยคำพูดของน้องชายที่พล่ามบอกกับตนเองว่ารักมากมายเหลือเกิน...
ใช่ บุรุษที่โดนต่อว่าว่าเห็นแก่ตัวนี่แหละรักน้องชายที่ก่นด่าเมื่อครู่นี้มากเสียจนจงเกลียดจงชังตัวเองในตอนนี้เหลือเกิน
“เราไม่รู้... เราไม่รู้ว่านางตั้งครรภ์ โม่โฉว... เราไม่รู้จริง ๆ ” บุรุษที่เสียงแข็งใส่น้องชายเอ่ยอย่างสำนึกผิด เรื่องราวในวันนั้นที่หลานหลินอ๋องกล่าวมานั้นถูกต้องทุกอย่าง แต่เขาไม่ทราบเลยว่าสตรีที่พยายามจะกีดกันให้จางต้าเหลียนออกห่างกำลังตั้งครรภ์
ในขณะที่พร่ำบอกว่าตนเองนั้นทำทุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัว กลับกลายเป็นว่าเขากำลังทำร้ายครอบครัวอื่นเช่นกัน
“พระทัยเย็นก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้หลานหลินอ๋องกำลังร้อน ฝ่าบาทต้องพระทัยเย็นไม่เช่นนั้นจะพากันผิดใจกันเปล่า ๆ ”
“ไม่ทันแล้วโม่โฉว ต้าเหลียนเกลียดข้าไปแล้ว”
“ฝ่าบาท อดีตแก้ไขไม่ได้ แต่ฝ่าบาทรักษาอนาคตได้นะพ่ะย่ะค่ะ” โม่โฉวเอ่ยต่อหวงตี้ที่ตนให้การอภิบาลมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย และทราบดีว่าบัดนี้หวง
“ขึ้นไปนอนก่อนก็ได้ ของพวกนี้ข้าจัดการล้างให้เอง”“ไม่เป็นไร ค่อย ๆ กินไป”“หรานเอ๋อร์... ไปพักเถิดข้าจัดการเอง แค่นี้ก็เกรงใจเหลือเกิน”เหยียนหรานถอนหายใจอีกหน มองเด็กน้อยที่พอจะรู้ภูมิหลังจากจนใจ สายตาที่เหยียนหรานถอดมองเด็กน้อยที่ก้มหน้ากินข้าวอย่างเชื่องช้ายากจะคาดเดาได้ว่าบัดนี้นางคิดสิ่งใดอยู่“ข้าจะส่งเขากลับเมืองหลวง”เหยียนหรานมองจางต้าเหลียนที่พูดขึ้นมาโดยที่นางไม่ได้ถาม ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความกังวลเหลือคณา“...ทำใจปล่อยไปได้หรือ”“ทำไม่ได้ก็ต้องปล่อย ข้าจะไปทำอะไรได้ ข้าไม่มีสิทธิ์อะไรเลย ปล่อยให้กลับไปเผชิญกับความจริงที่บิดาของเขาสร้างเอาไว้คงจะดีกว่า”“เขาไม่รู้เรื่องด้วยนะต้าเหลียน” เหยียนหรานไม่แน่ใจว่าสิ่งที่จางต้าเหลียนต้องการนั้นคือสิ่งใด แต่สิ่งที่นางทราบดีคือหากเด็กคนนี้กลับเมืองหลวงไปเมื่อใดก็คงพ้นถูกใช้เป็นเครื่องมือของบิดามารดามุ่งร้ายต่อคนอื่นต่อ นางโง่เขลาไม่ทราบว่าบิดามารดาของจางหยวนจะทำการสิ่งใด แต่บิดาที่ทอดทิ้
หลานหลินอ๋องหอบหิ้วบุตรในนามอย่างจางหยาวนมาเดินตามถนนที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารและผู้คนมากมายถึงแม้จะมืดค่ำแล้วก็ตาม เขาได้ให้อิสระจางหยวนในการเรื่องสรรค์ของกินแต่สุดท้ายเด็กกินยากก็ไม่อาจเลือกสิ่งใดได้อยู่ดี จนตอนนี้ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าบ้านพักของเหยียนหราน หลานหลินอ๋อง ชั่งใจอยู่นานว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ แต่ไม่ทันจะได้ตัดสินใจสตรีงามที่นึกถึงก็ปรารกฎตัวตรงเบื้องหน้าโดยที่เขาไม่รู้เลยว่านางมาตั้งแต่เมื่อใดเหยียนหรานมองบุรุษคุ้นหน้าที่มายืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกับเด็กน้อยที่นางเจอมาแล้วเมื่อช่วงบ่าย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ“เข้ามาข้างในก่อน ข้างนอกมันหนาวประเดี๋ยวจะได้ไข้กันไปทั้งคู่”หลานหลินอ๋องมีท่าทีลังเลจนเหยียนหรานสังเกตได้ “ข้าให้เข้าได้ก็คือเข้าได้ อย่าคิดอะไรให้มากนัก”คล้ายกับรู้ความคิดของหลานหลินอ๋องเหยียนหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากหลานหลินอ๋องมาเพียงลำพังนางคงจะกลั่นแกล้งให้อีกฝ่ายตากน้ำค้างจนได้ไข้กันไปข้างหนึ่ง ด่าทออีกฝ่ายอีกสำทับที่มายืนลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่แบบนี้ แต่ทว่าเด็กน้อยที่มากับจางต้าเหลียนไม่ได้รู้เรื่องอะไ
หลานหลินอ๋องนั่งกุมขมับหลังจากพาจางหยวนกลับมายังที่พักของตน เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องทุกอย่างให้กับจางหยวนฟังอย่างไร จางหยวนไม่เหมือนกับอาเฟิง สองคนนี้ต่างกันสิ้นเชิงและเรื่องก่อนหน้านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าทั้งสองคนนี้ต่างกันเพียงใด"ไอ้หยา! นี่มันอะไรกันต้าเหลียน! ”กุนซือหวงที่ถูกตามตัวมาพบท่านแม่ทัพทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะขอตัวกลับไปได้ไม่เท่าใดร้องตกใจเมื่อเห็นเด็กน้อยที่ตนนั้นกล่าวถึงเมื่อก่อนหน้าแต่กลับมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่“หนีออกมาจากวัง แล้วเมื่อครู่นี้เจอกับอาเฟิงแล้ว”“อ้อ เด็กคนนั้น... แล้วเป็นอย่างไร”“อาเฟิงดูจะเข้าใจอะไร ๆ ได้ดี... เจ้าหรือติงเชาละที่เล่าเรื่องให้อาเฟิงฟัง”หวงเหวินหลบสายตาของท่านแม่ทัพ เพราะเป็นเขาเองอย่างเช่นที่แม่ทัพคาดการณ์ เป็นเขาที่บอกเรื่องราวในเมืองหลวงให้กับเด็กน้อยขี้สงสัยที่เจอกันหน้าร้านขายขนมหวาน คราแรกก็ชั่งใจว่าจะพูดดีหรือไม่แต่พอคิดไปคิดมาจางต้าเหลียนก็ไม่คิดปิดบังเรื่องใดกับบุตรชายอยู่แล้วเขาจึงช่วยเล่าเรื่องต่าง ๆ ให
หลานหลินอ๋องกอดอกนิ่วหน้ามองบุตรชายในนามที่ยิ้มร่ากับพี่เลี้ยงคนสนิทที่หอบหิ้วกันมาถึงเปี้ยนเหลียงโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ เขาที่เพิ่งจะจัดการล้างจานจัดข้าวของเสร็จสรรพกำลังจะสาวเท้าไปหาภรรยากลับพบว่าบุตรชายที่ควรอยู่ในวังอ๋องกลับมาอยู่ที่นี่อีกทั้งยังยืนฉีกยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวทั้ง ๆ ที่ตนและเหยียนหรานต่างมองหน้ากันไปมาคล้ายกับทราบถึงความวุ่นวายที่จะตามมาในอีกไม่ช้าจะเป็นอย่างไรหากหวงตี้ล่วงรู้ว่าโอรสของพระองค์หายตัวไปกันเล่า“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”“คือ...” พี่เลี้ยงแซ่มู่พยายามหาข้อหลบหลีกความผิดให้กับคุณชายของตน แต่กระนั้นเด็กชายที่ดีใจเหลือประมาณที่ได้เจอกับบิดากลับสาวเท้าเข้าไปเกาะแข้งเกาะขาเอาไว้ด้วยความเคยชิน“อาหยวนมาหาท่านพ่อขอรับ ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อไม่กลับมาแล้วข้าเลยออกมาหาท่านพ่อแทน”หลานหลินอ๋องถอนหายใจ แกะมือเล็ก ๆ ที่เกาะกุมเขาไว้ออกย่อกายลงและสนทนากับเด็กน้อยที่ตนนั้นเลี้ยงดูมา “แล้วท่านแม่รู้หรือไม่ว่าออกมาแบบนี้ มีใครรู้บ้างว่าอาหยวนมาที่นี่”“ไม่มีขอรับ ข้าเก่งใช่หรือไม่ออกมาแบบไม่มีใครรู้เลย”หลานหลินอ๋องไม่พูดสิ่งใดเพียงแต่มองไปยังพี่เลี้ยงของบุตรชายที่ยืนหลบตาเขาอย่
ส่วนหลานหลินอ๋องก็มองบุตรชายที่จากไปพร้อมเงินหนึ่งร้อยตำลึง ตระหนักได้ว่าเหยียนหรานคงไม่อยากรับเงินเขาเสียเท่าใดนัก แต่ก็อยากกลั่นแกล้งเขาให้พอสนุกส่วนเงินนั่นก็ให้กับอาเฟิงเอาไว้ซื้อของกินกระมังเพราะบุตรชายของเขายิ้มแป้นเดินออกไปด้านนอกด้วยความเริงร่าเหลือประมาณหลังจากนั้นสตรีผู้อยู่เบื้องหลังการกลั่นแกล้งก็เดินมาเก็บกาน้ำชาและของว่างที่เหลือแต่จานเปล่า การกระทำทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของหลานหลินอ๋องแต่กระนั้นหลานหลินอ๋องกลับขมวดคิ้วมองทุกการกระทำของภรรยา“ทำไมไม่จ้างคนมาช่วย... ทำงานตั้งมากมายคนเดียวไม่เหนื่อยหรือ”“ทำมาตั้งนานแล้ว จะมาเหนื่อยเอาอะไรตอนนี้”หลานหลินอ๋องนิ่งงันคล้ายกับคนเอาหินมาทุ่มใส่ศีรษะก็มิปาน เพราะทราบดีว่าตนนั้นคือหนึ่งในคนที่ทำให้เหยียนหรานต้องเหนื่อยอยู่แบบนี้ หลานหลินอ๋องลุกขึ้นและฉวยเอาทุกอย่างที่เหยียนหรานกำลังถือมาถือไว้เอง ในเมื่อย้อนเวลากลับไม่ได้ต่อจากนี้เขาก็ต้องทำให้ดีที่สุดก็เท่านั้น เรื่องในอดีตลบล้างไม่ได้ แต่เขาสร้างเรื่องราวต่อจากนี้ให้ดีกว่าเดิมได้“จะทำอะไร”“เอาไปล้าง”“ไม่ต้อง ข้าทำเอง”“เมื่อก่อนข้าก็ทำ เจ้าน่ะพักบ้างก็ได้ มั่งมีเงินทองกว่า
หลานหลินอ๋องหอบกาน้ำชามาด้านหลังบ้านพักของเหยียนหรานแต่กระนั้นบุรุษร่างสูงก็เกือบจะทำกาน้ำชาที่หวงสุดชีวิตหล่นแตกเมื่อสตรีเจ้าของบ้านยืนกอดอกตีหน้าดุมองเขาอย่างไม่วางตา“คือ... เอ่อ...”“หลบอะไรมา”“เปล่า คือ... จะเอากาน้ำชามาคืน” เมื่อหลบไม่ได้หนีไม่พ้น ผู้ร้ายก็จำยอมส่งคืนของรักของหวงกลับคืนสู่เจ้าของที่ดูจะไม่แปลกใจแต่อย่างใด เพียงรับกาน้ำชาเอาไว้และส่งกาใหม่มาให้เท่านั้น“มีแขกไม่ใช่หรือ น้ำชายังไม่หมดกาจะส่งแขกได้อย่างไร”หลานหลินอ๋องเบิกตากว้าง เหยียนหรานไม่ได้ใจกว้างเขาทราบดี ฉะนั้นบัดนี้นางคงคิดสิ่งใดอยู่เป็นแน่... แต่ไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามหรือใคร่ครวญให้ถ้วนถี่กาน้ำชาร้อน ๆ ก็ถูกยัดใส่มือของหลานหลินอ๋องที่เอาแต่ครุ่นคิด ร่างสูงสะดุ้งจนเกือบจะทำกาน้ำชาตกพื้นแต่เสียงเล็ก ๆ ก็เอ่ยขึ้นเสียงดัง“หากเจ้าทำกาข้าแตกก็อย่าหวังมาเหยียบที่นี่อีก! ”หลานหลินอ๋องพลันตั้งสติได้โดยพลัน ร่างสูงที่ลนลานเมื่อครู่บัดนี้ตัวตรงเฉกเช่นทหารที่กำลังถูกแม่ทัพตรวจแถวอยู่ก็มิปาน ก่อนจะเดินออกไปเชื้อเชิญให้แขกที่ไล่ส่งเมื่อครู่นี้ให้ดื่มชาให้หมดกา...“อะไรของเจ้าต้าเหลียน เจ้าทำงานหนักไปกระมังจึงได้เลอะเ







