LOGIN“ทำไมวันนี้ดูมีความสุขจังว่ะ หรือชีวิตแต่งงานมีความสุขกว่าที่คิด?” เขตถกรยักไหล่อย่างไม่อยากตอบคำถาม เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอย่างสบายใจ พอเห็นสายเรียกเข้าที่แสดงชื่อของนิราก็ไม่ได้สนใจแล้วกดตัดสายไป
“กูว่าไม่น่าใช่เพราะเมียหรอกไอดลที่ทำให้มันมีความสุข ดูท่าน่าจะเป็นน้องเมียมากกว่า”
“สมกับเป็นเพื่อนสนิทกู รู้ใจชิบหาย” เขตถกรยิ้มอย่างพอใจในสิ่งที่กิตติธรพูด เพื่อนเขาพูดไม่มีผิดไปสักนิด สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขไม่เคยเป็นนิรา แล้วก็จะไม่มีวันเป็นด้วย
“หลงเด็กอะไรขนาดนั้น”
“แหม ไอดล ก็เด็กมันน่ารัก เด็กมันเชื่อฟัง กูก็หลงเป็นธรรมดา”
“นั่นใช่ไหม? เด็กที่เชื่อฟังของมึง?” เขตถกรหันไปตามที่นพดลบอก เขาเห็นคนตัวเล็กที่นั่งอยู่คนเดียวตรงมุมร้าน เมื่อตอนเย็นเธอบอกเขาว่าจะไปเฝ้าแม่แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ เขที่กำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปหาแต่ถูกเพื่อนรั้งเอาไว้ซะก่อน
“อะไรของมึงไอกิต!”
“มึงใจเย็นๆ แล้วมองดีๆ กูว่าเด็กมึงไม่ปกตินะ” เขาพยายามข่มใจให้เย็นลงแล้วหันไปมองอีกครั้ง นิลินเอาแต่ยกเหล้าขึ้นดื่มติดต่อกันอยู่หลายครั้ง มือเธอยกขึ้นราวกับว่าเช็ดน้ำตาอยู่ หรือจะเกิดเรื่องขึ้นกับเธอและเขายังไม่รู้
เขตถกรข่มอารมณ์โกรธเมื่อครู่ลงแล้วหลงเหลือเพียงความห่วงใยเท่านั้น เขาเดินเข้าไปหาอีกคนอย่างโจ่งแจ้ง ทันทีที่เด็กสาวเห็นเขาก็รีบเช็ดซับน้ำตาออกจนหมดแล้วมองเขาด้วยรอยยิ้ม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หลายครั้งที่เขาเห็นคือคนตัวเล็กไม่ยอมแสดงด้านอ่อนแอให้ใครเห็นแม้สักครั้ง
“คุณเขตมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”
“ฉันต่างหากต้องถามเธอ ทำไมมาอยู่ที่นี่?”
“คือหนู…..”
“ไปคุยกันที่อื่นดีกว่า ที่นี่มันเสียงดัง” เขายื่นมือไปให้เธอจับแล้วหยิบเอาเงินปึกหนึ่งวางไว้ที่โต๊ะเพื่อจ่ายค่าเครื่องดื่มทั้งหมดของเธอ พากันออกมานอกร้านอย่างไม่พูดจาแล้วพาเธอขึ้นรถไปก่อน
วันนี้เขาขับรถมาเองก็เลยสะดวกมากพอที่จะนั่งคุยกันในรถอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องไล่ให้ลูกน้องลงไปอยู่นอกรถให้ใครต่อใครมองว่าเอิกกะเหลิก เขตถกรหันไปหาคนที่ยังนั่งก้มหน้าแล้วเอ่ยถามตามตรง อีกคนยังอึกอักไม่ยอมพูดจนเขาเริ่มกังวลใจว่ามันเป็นเรื่องอะไรกันแน่
“ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะรู้ได้ยังไง?”
“คือ….คุณพ่อจะส่งให้หนูไปอยู่กับเสี่ยบวรค่ะ” ทันทีที่ได้ยินก็เหมือนกับสติของเขตถกรขาดผลึง เสี่ยบวรขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิง ในบ้านมีเมียน้อยหลวงอยู่รวมกันหลายคน แล้วใครต่อใครก็ลือกันว่าถ้าใครทำให้ไม่พอใจ เสี่ยวบวรก็อาจจะฆ่าทิ้งทันที
แม้นิลินจะไม่สำคัญกับภัครวัตร แต่อะไรทำให้คนเป็นพ่อใจร้ายกับลูกสาวของตัวเองได้ลง ไม่ว่ายังไงนิลินก็มีสายเลือดของภัครวัตรครึ่งหนึ่ง
“ทำตามที่ลุงนภัทรต้องการไปก่อน”
“คุณก็อยากให้หนูไปเป็นของเสี่ยบวรหรอคะ?” ดวงตากลมฉายแวววูบไหวปนน้อยใจไม่น้อย เขตถกรรีบปฏิเสธยกใหญ่ว่านั่นไม่สิ่งที่เขากำลังจะสื่อ
“เธอคิดหรอว่าฉันจะยอมเสียเธอให้ใคร แต่ที่ให้ทำตามน้ำไปก่อน เพราะฉันมีวิธีของฉัน” เขตถกรยกยิ้มมุมปาก อันที่จริงการจัดการให้เสี่ยบวรไม่มายุ่งกับนิลินอีกมันง่ายนิดเดียวสำหรับเขา แต่แบบนั้นก็อาจจะจบง่ายเกินไป อย่างน้อยก็ควรได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้บ้างสิ
“ไม่ต้องกังวล ฉันไม่มีวันยอมให้ใครเอาเธอไปหรอก” เขาลูบหัวนิลินเพื่อคลายกังวลให้เธอ เด็กสาวยังพยักหน้าอย่างเข้าใจเขาแล้วไม่ถามคำถามอะไรให้มากความ อยากให้พวกเพื่อนเขามาเห็นจริงๆ ว่าท่าทีเชื่อฟังของเธอมันน่าเอ็นดูแค่ไหน
“แล้วไหนบอกว่าจะไปอยู่กับแม่ที่โรงพยาบาล?”
“เพราะว่ากังวลเรื่องนี้ก็เลยกลัวว่าจะทำให้แม่เครียดไปด้วยค่ะ หนูก็เลยมาที่นี่”
“แล้วจะกลับไปที่โรงพยาบาลอีกไหม? เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“เลยเวลาเข้าแล้วค่ะ คงเข้าไปไม่ได้แล้ว" เขตถกรยิ้มรับเขาจับมือเล็กเอาไว้แล้วเริ่มขับรถอีกครั้ง หน้าต่างถูกเปิดลงให้เธอได้เห็นข้างทาง ยามที่ลมเย็นกระทบแผ่วเบากลับทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นจนน่าแปลกใจ
“ฉันมีเรื่องอยากจะถามหน่อย” นิลินตอบรับเขาทันทีแล้วหันมามองอย่างตั้งใจว่าเขาอยากจะถามอะไร
“ฉันเคยได้ยินเรื่องที่เธอท้อง….”
“คุณก็เชื่อเหมือนคนอื่นหรอคะ?”
“เพราะไม่เชื่อไง ฉันถึงได้ถาม” เขตถกรบอกออกไปแล้วรอฟังคำตอบ ถึงแม้ในใจเขาไม่อาจเชื่อเธอได้เต็มร้อยในตอนที่ได้ยินหลายคนพูดถึงเรื่องนี้ แต่ก็อยากถามให้รับรู้เรื่องทั้งหมดมากกว่า
ต่อให้อีกคนจะตอบมาว่าเป็นอย่างที่ใครต่อใครพูดกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรับเรื่องของเธอไม่ได้ เพียงแค่อยากรู้จักกันให้มากกว่านี้ก็เท่านั้น
เขตถกรโตมาจนอายุขนาดนี้ เขารู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีใครขาวสะอาดหรอก เพราะงั้นเรื่องความหลังของเธอไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ที่เขาจำเป็นต้องรู้ไว้ก็เพื่อป้องกันว่าเธออาจจะได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องพวกนั้นอีกครั้งในอนาคต
“คนที่แท้งคือพี่นิราต่างหาก”
“ว่าไงนะ?” เขาขมวดคิ้วอย่างตั้งคำถาม ความหมายของเธอคือคนที่แท้งเป็นนิราแล้วใส่ร้ายว่าเธอท้องหรอ จะเป็นไปได้ยังไง….
“ลองค้นหาข่าวเมื่อสองปีก่อนดูหรือยังคะ? ถ้าคุณค้นหาดูคงเห็นชื่อ นิลิน ภัครวัตรเต็มไปหมด” เขาแค่ฟังก็รู้ว่าอีกคนอาจไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้ เขตถกรเองก็ไม่จำเป็นต้องถามต่อไป เพียงแค่รู้ต้นตอเขาก็พอจะให้ลูกน้องสืบได้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ดื่มตั้งเยอะ ไม่เมาเลย คอแข็งเหมือนกันนี่”
“ถ้าหนูบอกคุณว่าหนูเคยรับงานพวกนี้ คุณจะรังเกียจหนูไหมคะ?”
“งาน?”
“ค่ะ รับชงเหล้าให้พวกลูกคนรวย เวลาดื่มหนูได้แก้วละสองพันเลยนะคะ แล้วบางครั้งก็จบลงที่เตียง บางทีก็…..”
“พอๆ ไม่ต้องพูดแล้ว” เด็กสาวก้มหน้าลงทันทีเมื่อเขาเผลอเสียงเข้มใส่แล้วบอกให้เธอหยุดพูด อีกคนน่าเข้าใจความหมายที่เขาจะสื่อผิดไป ถึงเวลาที่เขตถกรต้องอธิบายอีกแล้วหรอ
“คุณรังเกียจหนูจริงๆ ด้วย”
“ไม่ใช่สักหน่อย ก็แค่….คือแบบ….แค่ไม่ชอบเวลาได้ยินว่าเธอไปใกล้ชิดกับใคร”
“คะ?”
“ช่างมันเถอะ แต่เอาเป็นว่าฉันไม่ได้สนใจหรอกว่าก่อนหน้านี้เธอจะใช้ชีวิตยังไง แต่ในตอนนี้เธอเป็นของฉัน อย่ากลับไปทำอย่างเดิมอีกก็พอ” นิลินยิ้มร่าแล้วตอบรับเขาก่อนจะยกนิ้วก้อยมาให้เป็นเชิงทำสัญญา เขตถกรเลือกที่จะจูบลงที่นิ้วเรียวนั้นแทน
“ฉันขับรถอยู่ อีกมือหนึ่งก็จับมือเธอ ไม่มีมือว่างหรอกนะ” เด็กสาวข้างายขยับมาหอมแก้มเขาย้ำไปย้ำมาอยู่หลายที เขตถกรแค่ยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วกระชับมือให้แน่นขึ้นอีก
"หนูตอบคำถามคุณแล้ว ทีนี้หนูขอถามคุณบ้างได้ไหมคะ”
“อื้ม ถามมาสิ”
“ที่คุณมาแต่งงานกับพี่นิรา คุณต้องการอะไรของภัครวัตรกันแน่คะ?” เขตถกรกลืนน้ำลายอึกใหญ่กับคำถามนั้น เขาสืบรู้มาว่าเมื่อก่อนนิลินไม่ได้ใช้ชีวิตลำบากขนาดนี้ เพราะมีปู่ของเธอดูแล เขตถกรเดาว่านิลินอาจจะรักปู่มาก ถ้าอีกคนรู้ว่าจุดเริ่มต้นการเข้ามาพัวพันกับภัครวัตรเกิดมาจากการที่เขาจะแก้แค้น เธอจะยอมรับมันได้ไหมนะ
“ก็ไม่….”
“หนูคิดอยู่แล้วว่าคุณต้องพูดอย่างนี้”
“…….”
“แต่รู้อะไหมคะ เวลาผู้หญิงเลือกที่จะถามอะไรสักอย่าง ส่วนใหญ่นั่นเป็นเพราะเธอรับรู้อะไรมาก่อนจะถามแล้ว ถึงได้เอ่ยปากถามคุณ" ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเลิ่กลั่กกับคำพูดนี้นัก คนอย่างเขตถกรไม่เคยกลัวใคร แต่เขามีอาการทุกทีถ้าเป็นนิลิน
เขตถกรนั่งอยู่ในห้องทำงานของคอนโดมิเนียมหรูตลอดอาทิตย์มานี้เขาใช้เวลาอยู่กับนิราตลอดในช่วงเย็นของวัน เขาหลอกอีกคนว่าเขาความจำเสื่อมและจำอะไรไม่ได้ ดูเหมือนภัครวัตรเองก็ไม่นึกสงสัยอะไร ร่วมสัปดาห์แล้วที่เขาไม่ได้เจอกับนิลินเลย บางวันโทรคุยกับเธอสองสามนาที แต่บางวันก็ไม่ได้พูดคุยกันแม้สักคำเขาพลิกเอกสารในมือไปมาอ่านดูข้อมูลต่างๆอย่างละเอียดและถี่ถ้วน หยิบเอาบิลค่าบัตรเครดิตเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่นิราไปใช้รูดซื้อของแล้วก็ทำความเข้าใจ เพราะไม่สามารถหาเงินสดหรือใช้บัตรถอนเงินได้ ภัครวัตรเลยใช้วิธีเอาบัตรเขาไปรูดซื้อของและปล่อยขายเพื่อเอาเงินสดมาแทน"มึงยื่นเรื่องขอร่วมทุนกับนุกูลไปรึยัง?" เขาหันไปถามเก่งกาจในขณะที่ยังมองจดจ้องอยู่ที่เอกสารในมือ นุกุลเป็นอีกหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถือหุ้นของบริษัทที่เขาต้องการเอาไว้ ถ้าเขาได้มันมาและหลอกเอาจะภัครวัตรมาได้อีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะกลายเป็นประธานบริษัทใหญ่ในทันที"ยื่นแล้วครับคุณเขต ทางนั้นตอบรับมาแล้วเมื่อวาน""บอกหรือเปล่าว่ากูยื่นในนามสามีของนิรา""ครับ พอทางนั้นเห็นว่าเป็นคุณเขตและเห็นว่าเป็นสามีของคุณนิราก็ไม่มีคำถามอะไรเลย" เขาพยัก
ตลอดทางแม้เธอพยายามเอ่ยถามถึงเขตถกรแค่ไหนแต่กิตติธรและนพดลก็ไม่ตอบเธอเลยสักคำ เธอถูกพามาที่พิพัตรตรา ภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสนิทและเต็มไปด้วยความอึมครึมจนใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงอย่างกังวลเมื่อก้าวมาถึงห้องนั่งเล่นก็เจอคุณหฤทัยกับขวัญนรีนั่งอยู่ ดวงตากลมพยายามกวาดมองหาคนที่เธอรอคอยแต่กลับไม่พบเขา นั่นยิ่งทำให้ความคิดเธอเตลิดไปไกล"คุณเขตละคะ?" ฉันถามเสียงสั่น รอบดวงตายังคงบวมช้ำจากการร้องไห้ พยายามกวาดสายตามองทุกคนเพื่อหาคำตอบแต่ได้รับมาเพียงแค่การหลบตาของทุกคนเท่านั้น"ปลอดภัยดีใช่ไหมสาวน้อย?" ขวัญนรีเอ่ยถามเธอแต่กลับไม่ยอมตอบคำถาม ยิ่งทำให้ความคิดในหัวของนิลินตีรวนไปไกล เธอส่ายหัวไปมาอย่างไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น"คุณขวัญ ฮึก คุณเขตละคะ...""......""ทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด ฮึก คุณเขตละคะ ฮืออ" หยาดน้ำตาไหลลงมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ไม่อาจปิดกลั้น เธอไม่อยากเสียเขาไป เธออยากให้เขตถกรกลับมาดูแลอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ"นิลิน!..." เสียงเรียกแสนคุ้นหูปนความกระหืดกระหอบจากการวิ่งมาทำให้เธอหันไปมอง ตาเธอเบิกกว้างแล้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่าเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กำลังยืนหอบอยู่ตรงนั้น เขาคงจะรีบวิ่งม
นิลินกดโทรออกและวางสายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามวันผ่านไปแต่เธอกลับไม่ได้รับการติดต่อมาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคุณหฤทัย ขวัญนรี หรือแม้แต่เก่งกาจไม่มีใครเลยสักคนที่รับสายของเธอ เมื่อเช้าเธอตัดสินใจไปหานพดลและกิตติธรเพื่อนของเขา เพียงหวังว่าจะได้คำตอบอะไรที่น่าพอใจ แต่ก็พบเพียงความผิดหวัง ทั้งสองคนนั้นก็ไปมาเก๊าตั้งแต่วันที่เขตถกรเกิดเรื่องแล้ว และแม้แต่ที่บ้านของพวกเขาก็ยังติดต่อไม่ได้เด็กสาวมองแก้วนมชมพูที่เลื่อนมาให้ตรงหน้า เธอเห็นใบหน้าแสนมีความสุขของปราณแล้วก็ได้แต่เสมองไปทางอื่น ในตอนนี้ที่เขตถกรหายตัวไปทั้งคนตรงหน้าเธอและภัครวัตรก็ไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแม้สักนิด อาจเพราะหลายอย่างถือเป็นสินสมรส ถ้าเขตถกรเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ หลายอย่างของเขาก็คงตกเป็นของนิราอย่างปฏิเสธไม่ได้"ดูไม่มีความสุขเลยนะ ยังคิดถึงมันอยู่อีกหรอ" "อย่าเรียกคุณเขตแบบนั้นนะคะพี่ปราณ" เธอพูดเสียงแข็งก่อนจะถูกเขากระชากแขนไปเต็มแรง แต่ทันทีที่เธอแสดงออกถึงความเจ็บ เขาก็คลายแรงบีบลงทันที"อีกไม่กี่วันก็จะแต่งงานกับพี่แล้ว เลิกคิดถึงมันสักที" นิลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องที่เธอกังวลที่สุดตอนนี้คือเรื่องของเขตถ
เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่งทำให้คนตัวเล็กที่พึ่งเดินลงจากรถยืนมองนิ่งอย่างสงบ เธอหยิบโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าดังอยู่หลายครั้งขึ้นมาดู ตลอดทางมีเสียงเรียกเข้าจากปราณดังขึ้นมาตลอด คงเพราะเธอไม่ได้ให้ความชัดเจนกับเขาว่าจะไปไหน เพียงแค่บอกเขาว่ามีธุระที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนเท่านั้น"ถ้ามันกวนใจก็ปิดเครื่องไปก่อน" เขตถกรที่เดินมาโอบกอดจากด้านหลังพูดแล้วกดจูบลงบนต้นคอสวย มือเล็กส่งไปลูบแขนแกร่งของเขาแผ่วเบาแล้วกดปิดหน้าจอเพื่อให้เสียงเงียบลง"หนูพึ่งรู้ว่าคุณมีบ้านพักริมหาดส่วนตัวด้วย""ฉันมีมากกว่านี้อีกเยอะ เอาไว้จะค่อยๆพาเธอไปเที่ยวนะ" เขากระซิบที่ข้างหู ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นรดรินที่ใบหูจนเธอสะดุ้งเฮือกเขาจับจูงมือเธอเข้ามาที่ตัวบ้านพัก พยักเพยิดหน้าให้คนเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องนอน แล้วไม่ลืมที่จะสั่งเก่งกาจให้ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบให้ดี แม้ที่นี่จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา แต่ก็ประมาทไม่ได้"เธอขึ้นไปพักก่อนนะ ฉันมีเรื่องงานจะคุยกับไอ้เก่งหน่อย" นิลินพยักหน้ารับแล้วไม่ถามอะไรต่อ เขตถกรมองตามหลังเธอที่เดินขึ้นไปชั้นบนจนลับสายตา เขาพยักหน้าให้เก่งกาจมานั่งลงบนโซฟาเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญเอกสารกา
Rosé weddingปราณรีบวิ่งไปเปิดประตูให้นิลินทันทีเมื่อรถแล่นมาถึงร้านสำหรับลิงชุดแต่งงานเขานัดเอาไว้ ใบหน้าหล่อฉายแววดีใจปิดไม่มิด ต่างจากเธอที่สีหน้าเรียบนิ่ง แม้จะรู้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขตถกรวางไว้ แต่คนที่ไม่ชอบเสแสร้งอย่างเธอก็รู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่นานนักรถคันหรูก็จอดเทียบรถของปราณ เป็นเขตถกรที่เดินลงมาจากรถ นิรารีบก้าวจ้ำไปคล้องแขนเข้าเอาไว้ในทันที นิลินมองภาพนั้นอย่างช่างใจแล้วเม้มปาก แต่เมื่อเห็นว่าเขตถกรสะบัดแขนของนิราออกไปเธอก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจดวงตาสองคู่ที่สบกันสื่อความหมายถึงกันโดยไม่ต้องพูด เธอถูกปราณดึงรั้งข้อมือเพื่อให้เดินตามเข้าไปในร้าน ทันที่เข้ามาถึงทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้ให้เลือกสรรแล้ว"แบบนี้ลินชอบไหม?" เสียงของปราณเอ่ยถามตลอดเวลาแต่กลับไม่ได้ทำให้นิลินสนใจ เธอเอาแต่มองเขตถกรที่ยืนคู่กับนิราและช่วยเลือกการ์ดงานแต่งให้"ขอลองชุดนี้แล้วกันค่ะ" นิ้วเรียวจิ้มลงไปทั้งที่ไม่ได้ก้มมองดูด้วยซ้ำว่าเป็นแบบไหน เธอเดินตามพนักงานแล้วรับชุดแต่งงานเข้าไปเพื่อลองนิลินเอื้อมมือจะรูดซิปด้านหลังอยูาพักใหญ่แต่ก็ไม่เป็นผล เธอแง้มประตูออกไปอล้วเรียกหาพ
"นิลินหยุดก่อน" เขตถกรลงจากรถแล้ววิ่งตามคนที่หนีขึ้นแท็กซี่กลับมาก่อนหลังจากบทสนทนาที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคของภัครวัตรจบลง เขารู้ดีว่าเธอคงโกรธมาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะฟังเขาสักหน่อย ไม่ใช่หนีกลับมาที่บ้านพักของตัวเองแบบนี้เขายังคงก้าวตามเธอเข้าไป เจ้าของบ้านพักเพียงแค่เห็นเขาก็ไม่กล้าวิ่งเข้ามาห้าม เขตถกรตามมาคว้าแขนเรียวได้ทัน เขาดึงรั้งไว้แต่เธอก็ยังออกแรงผลักเขาก่อนจะเดินหนีไปอีก"นิลิน!! อย่ามาเดินหนีแบบนี้นะ!" เสียงแข็งของเขาทำให้นิลินหยุดชะงัก เธอหันมามองเขาด้วยดวงตาวูบไหว เขตถกรพรูลมหายใจออกมาแล้วเดินเข้าไปหา "คุณจะยอมให้หนูแต่งงานกับพี่ปราณจริงๆหรอคะ?""เด็กโง่" เขาลูบหัวเธอแผ่วเบาแล้วหอมลงบนหน้าผากมลด้วยความรักใคร่ ทำไมเธอถึงได้ไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขาเลยนะ ว่าที่เขาทำอย่างนี้ ทุกอย่างก็เพื่อเธอทั้งนั้น"คุณเบื่อหนูแล้วหรอ""คิดว่าฉันจะยอมเสียเธอให้ใครหรอ ก็บอกแล้วไงว่าเธอคือของฉัน แต่ถ้าเราประกาศยกเลิกงานแต่งตอนนี้ ชื่อเสียงของเธอต่างหากที่จะเสียหาย""แต่หนูไม่ได้สนใจชื่อเสียงพวกนั้นเลย""แต่ฉันสนใจ" เขตถกรมองนิิลินที่มองเขามาด้วยความผิดหวัง เธอส่ายหน้าแล้วพยายามจะถอ







