Masuk“ทำไมวันนี้ดูมีความสุขจังว่ะ หรือชีวิตแต่งงานมีความสุขกว่าที่คิด?” เขตถกรยักไหล่อย่างไม่อยากตอบคำถาม เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอย่างสบายใจ พอเห็นสายเรียกเข้าที่แสดงชื่อของนิราก็ไม่ได้สนใจแล้วกดตัดสายไป
“กูว่าไม่น่าใช่เพราะเมียหรอกไอดลที่ทำให้มันมีความสุข ดูท่าน่าจะเป็นน้องเมียมากกว่า”
“สมกับเป็นเพื่อนสนิทกู รู้ใจชิบหาย” เขตถกรยิ้มอย่างพอใจในสิ่งที่กิตติธรพูด เพื่อนเขาพูดไม่มีผิดไปสักนิด สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขไม่เคยเป็นนิรา แล้วก็จะไม่มีวันเป็นด้วย
“หลงเด็กอะไรขนาดนั้น”
“แหม ไอดล ก็เด็กมันน่ารัก เด็กมันเชื่อฟัง กูก็หลงเป็นธรรมดา”
“นั่นใช่ไหม? เด็กที่เชื่อฟังของมึง?” เขตถกรหันไปตามที่นพดลบอก เขาเห็นคนตัวเล็กที่นั่งอยู่คนเดียวตรงมุมร้าน เมื่อตอนเย็นเธอบอกเขาว่าจะไปเฝ้าแม่แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ เขที่กำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปหาแต่ถูกเพื่อนรั้งเอาไว้ซะก่อน
“อะไรของมึงไอกิต!”
“มึงใจเย็นๆ แล้วมองดีๆ กูว่าเด็กมึงไม่ปกตินะ” เขาพยายามข่มใจให้เย็นลงแล้วหันไปมองอีกครั้ง นิลินเอาแต่ยกเหล้าขึ้นดื่มติดต่อกันอยู่หลายครั้ง มือเธอยกขึ้นราวกับว่าเช็ดน้ำตาอยู่ หรือจะเกิดเรื่องขึ้นกับเธอและเขายังไม่รู้
เขตถกรข่มอารมณ์โกรธเมื่อครู่ลงแล้วหลงเหลือเพียงความห่วงใยเท่านั้น เขาเดินเข้าไปหาอีกคนอย่างโจ่งแจ้ง ทันทีที่เด็กสาวเห็นเขาก็รีบเช็ดซับน้ำตาออกจนหมดแล้วมองเขาด้วยรอยยิ้ม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หลายครั้งที่เขาเห็นคือคนตัวเล็กไม่ยอมแสดงด้านอ่อนแอให้ใครเห็นแม้สักครั้ง
“คุณเขตมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”
“ฉันต่างหากต้องถามเธอ ทำไมมาอยู่ที่นี่?”
“คือหนู…..”
“ไปคุยกันที่อื่นดีกว่า ที่นี่มันเสียงดัง” เขายื่นมือไปให้เธอจับแล้วหยิบเอาเงินปึกหนึ่งวางไว้ที่โต๊ะเพื่อจ่ายค่าเครื่องดื่มทั้งหมดของเธอ พากันออกมานอกร้านอย่างไม่พูดจาแล้วพาเธอขึ้นรถไปก่อน
วันนี้เขาขับรถมาเองก็เลยสะดวกมากพอที่จะนั่งคุยกันในรถอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องไล่ให้ลูกน้องลงไปอยู่นอกรถให้ใครต่อใครมองว่าเอิกกะเหลิก เขตถกรหันไปหาคนที่ยังนั่งก้มหน้าแล้วเอ่ยถามตามตรง อีกคนยังอึกอักไม่ยอมพูดจนเขาเริ่มกังวลใจว่ามันเป็นเรื่องอะไรกันแน่
“ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะรู้ได้ยังไง?”
“คือ….คุณพ่อจะส่งให้หนูไปอยู่กับเสี่ยบวรค่ะ” ทันทีที่ได้ยินก็เหมือนกับสติของเขตถกรขาดผลึง เสี่ยบวรขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิง ในบ้านมีเมียน้อยหลวงอยู่รวมกันหลายคน แล้วใครต่อใครก็ลือกันว่าถ้าใครทำให้ไม่พอใจ เสี่ยวบวรก็อาจจะฆ่าทิ้งทันที
แม้นิลินจะไม่สำคัญกับภัครวัตร แต่อะไรทำให้คนเป็นพ่อใจร้ายกับลูกสาวของตัวเองได้ลง ไม่ว่ายังไงนิลินก็มีสายเลือดของภัครวัตรครึ่งหนึ่ง
“ทำตามที่ลุงนภัทรต้องการไปก่อน”
“คุณก็อยากให้หนูไปเป็นของเสี่ยบวรหรอคะ?” ดวงตากลมฉายแวววูบไหวปนน้อยใจไม่น้อย เขตถกรรีบปฏิเสธยกใหญ่ว่านั่นไม่สิ่งที่เขากำลังจะสื่อ
“เธอคิดหรอว่าฉันจะยอมเสียเธอให้ใคร แต่ที่ให้ทำตามน้ำไปก่อน เพราะฉันมีวิธีของฉัน” เขตถกรยกยิ้มมุมปาก อันที่จริงการจัดการให้เสี่ยบวรไม่มายุ่งกับนิลินอีกมันง่ายนิดเดียวสำหรับเขา แต่แบบนั้นก็อาจจะจบง่ายเกินไป อย่างน้อยก็ควรได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้บ้างสิ
“ไม่ต้องกังวล ฉันไม่มีวันยอมให้ใครเอาเธอไปหรอก” เขาลูบหัวนิลินเพื่อคลายกังวลให้เธอ เด็กสาวยังพยักหน้าอย่างเข้าใจเขาแล้วไม่ถามคำถามอะไรให้มากความ อยากให้พวกเพื่อนเขามาเห็นจริงๆ ว่าท่าทีเชื่อฟังของเธอมันน่าเอ็นดูแค่ไหน
“แล้วไหนบอกว่าจะไปอยู่กับแม่ที่โรงพยาบาล?”
“เพราะว่ากังวลเรื่องนี้ก็เลยกลัวว่าจะทำให้แม่เครียดไปด้วยค่ะ หนูก็เลยมาที่นี่”
“แล้วจะกลับไปที่โรงพยาบาลอีกไหม? เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“เลยเวลาเข้าแล้วค่ะ คงเข้าไปไม่ได้แล้ว" เขตถกรยิ้มรับเขาจับมือเล็กเอาไว้แล้วเริ่มขับรถอีกครั้ง หน้าต่างถูกเปิดลงให้เธอได้เห็นข้างทาง ยามที่ลมเย็นกระทบแผ่วเบากลับทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นจนน่าแปลกใจ
“ฉันมีเรื่องอยากจะถามหน่อย” นิลินตอบรับเขาทันทีแล้วหันมามองอย่างตั้งใจว่าเขาอยากจะถามอะไร
“ฉันเคยได้ยินเรื่องที่เธอท้อง….”
“คุณก็เชื่อเหมือนคนอื่นหรอคะ?”
“เพราะไม่เชื่อไง ฉันถึงได้ถาม” เขตถกรบอกออกไปแล้วรอฟังคำตอบ ถึงแม้ในใจเขาไม่อาจเชื่อเธอได้เต็มร้อยในตอนที่ได้ยินหลายคนพูดถึงเรื่องนี้ แต่ก็อยากถามให้รับรู้เรื่องทั้งหมดมากกว่า
ต่อให้อีกคนจะตอบมาว่าเป็นอย่างที่ใครต่อใครพูดกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะรับเรื่องของเธอไม่ได้ เพียงแค่อยากรู้จักกันให้มากกว่านี้ก็เท่านั้น
เขตถกรโตมาจนอายุขนาดนี้ เขารู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีใครขาวสะอาดหรอก เพราะงั้นเรื่องความหลังของเธอไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ที่เขาจำเป็นต้องรู้ไว้ก็เพื่อป้องกันว่าเธออาจจะได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องพวกนั้นอีกครั้งในอนาคต
“คนที่แท้งคือพี่นิราต่างหาก”
“ว่าไงนะ?” เขาขมวดคิ้วอย่างตั้งคำถาม ความหมายของเธอคือคนที่แท้งเป็นนิราแล้วใส่ร้ายว่าเธอท้องหรอ จะเป็นไปได้ยังไง….
“ลองค้นหาข่าวเมื่อสองปีก่อนดูหรือยังคะ? ถ้าคุณค้นหาดูคงเห็นชื่อ นิลิน ภัครวัตรเต็มไปหมด” เขาแค่ฟังก็รู้ว่าอีกคนอาจไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้ เขตถกรเองก็ไม่จำเป็นต้องถามต่อไป เพียงแค่รู้ต้นตอเขาก็พอจะให้ลูกน้องสืบได้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ดื่มตั้งเยอะ ไม่เมาเลย คอแข็งเหมือนกันนี่”
“ถ้าหนูบอกคุณว่าหนูเคยรับงานพวกนี้ คุณจะรังเกียจหนูไหมคะ?”
“งาน?”
“ค่ะ รับชงเหล้าให้พวกลูกคนรวย เวลาดื่มหนูได้แก้วละสองพันเลยนะคะ แล้วบางครั้งก็จบลงที่เตียง บางทีก็…..”
“พอๆ ไม่ต้องพูดแล้ว” เด็กสาวก้มหน้าลงทันทีเมื่อเขาเผลอเสียงเข้มใส่แล้วบอกให้เธอหยุดพูด อีกคนน่าเข้าใจความหมายที่เขาจะสื่อผิดไป ถึงเวลาที่เขตถกรต้องอธิบายอีกแล้วหรอ
“คุณรังเกียจหนูจริงๆ ด้วย”
“ไม่ใช่สักหน่อย ก็แค่….คือแบบ….แค่ไม่ชอบเวลาได้ยินว่าเธอไปใกล้ชิดกับใคร”
“คะ?”
“ช่างมันเถอะ แต่เอาเป็นว่าฉันไม่ได้สนใจหรอกว่าก่อนหน้านี้เธอจะใช้ชีวิตยังไง แต่ในตอนนี้เธอเป็นของฉัน อย่ากลับไปทำอย่างเดิมอีกก็พอ” นิลินยิ้มร่าแล้วตอบรับเขาก่อนจะยกนิ้วก้อยมาให้เป็นเชิงทำสัญญา เขตถกรเลือกที่จะจูบลงที่นิ้วเรียวนั้นแทน
“ฉันขับรถอยู่ อีกมือหนึ่งก็จับมือเธอ ไม่มีมือว่างหรอกนะ” เด็กสาวข้างายขยับมาหอมแก้มเขาย้ำไปย้ำมาอยู่หลายที เขตถกรแค่ยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วกระชับมือให้แน่นขึ้นอีก
"หนูตอบคำถามคุณแล้ว ทีนี้หนูขอถามคุณบ้างได้ไหมคะ”
“อื้ม ถามมาสิ”
“ที่คุณมาแต่งงานกับพี่นิรา คุณต้องการอะไรของภัครวัตรกันแน่คะ?” เขตถกรกลืนน้ำลายอึกใหญ่กับคำถามนั้น เขาสืบรู้มาว่าเมื่อก่อนนิลินไม่ได้ใช้ชีวิตลำบากขนาดนี้ เพราะมีปู่ของเธอดูแล เขตถกรเดาว่านิลินอาจจะรักปู่มาก ถ้าอีกคนรู้ว่าจุดเริ่มต้นการเข้ามาพัวพันกับภัครวัตรเกิดมาจากการที่เขาจะแก้แค้น เธอจะยอมรับมันได้ไหมนะ
“ก็ไม่….”
“หนูคิดอยู่แล้วว่าคุณต้องพูดอย่างนี้”
“…….”
“แต่รู้อะไหมคะ เวลาผู้หญิงเลือกที่จะถามอะไรสักอย่าง ส่วนใหญ่นั่นเป็นเพราะเธอรับรู้อะไรมาก่อนจะถามแล้ว ถึงได้เอ่ยปากถามคุณ" ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกเลิ่กลั่กกับคำพูดนี้นัก คนอย่างเขตถกรไม่เคยกลัวใคร แต่เขามีอาการทุกทีถ้าเป็นนิลิน
เขตถกรเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถาดอาหารมื้อกลางวัน เขาได้ยินเสียงถอนหายใจของนิลินที่มองดูไอแพดก็พอจะรู้ว่าเธอถอนหายใจเรื่องอะไร เมื่อช่วงเช้าพึ่งมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นที่ภัครวัตร นิราหลังจากเห็นว่าใครเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ด้วยคืนนั้นก็ถึงกลับฆ่าดนัยทิ้ง สุดท้ายแล้วก็ถูกตามตัวเจอและจะต้องติดคุกเขาดึงไอแพดในมือเธอออกมาเพราะไม่อยากให้เธออ่านข่าวมากนัก แผลของนิลินยังไม่หายสนิทและต้องการเวลาในการพักฟื้น เขตถกรวางถาดอาหารมื้อเที่ยงสำหรับสองคนลงบนเตียง เมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูที่แม่เขาตั้งใจทำเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของเธอ“ทานมื้อเที่ยงกันนะ”“คุณเขตก็ทานด้วยกันนะคะ”“แน่นอน ฉันเตรียมมานี่ไงมาทานพร้อมเธอ แต่เดี๋ยวจะป้อนเธอก่อนนะ” เขาตักอาหารขึ้นมาแล้วเป่าแผ่วเบาให้คลายความร้อนลงมือหนาประคองใต้ช้อนเพื่อกันอาหารหกเลอะเทอะแล้วป้อนเธอ เขาเห็นว่าเธอยิ้มรับกับรสชาติก็ทำให้เขายิ้มออกมาด้วยเหมือนกัน“คุณเขตพอตะรู้ไหมคะว่าคุณพ่อหายไปไหน หนูเห็นในข่าวมีแต่เรื่องของพี่นิรา” เขตถกรวางมือที่ถือช้อนลงก่อนจะรอบถอนหายใจ เขาบอกกลับเธอถึงการหายไปของนภัทรอย่างตรงไปตรงมา เราะทันทีที่นิราเกิดเรื่องอื้อฉาว นภัทรก็ใช้เ
โกดังลับตระกูลพิพัตรตรา“ปล่อยกู!!!” เขตถกรแค่นยิ้มเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของปราณตั้งแต่เขายังไม่เดินก้าวเข้าประตู เขาเดินไปนั่งลงด้วยใบหน้าเรียบแต่ดวงตากลับแฝงไปด้วยความแข็งกร้าว เขารับเอาขวดที่ให้คนหาไว้มาถือในมือแล้วแตะลงที่กรอบหน้าของปราณแทนการข่มขู่“มึงคิดจะทำอะไร!!?”“แล้วมึงทำอะไรไว้ละ!” เพล้ง!!! เขาไม่อธิบายอะไรเพียงแค่ฟาดขวดในมือลงบนหัวของคนตรงหน้าเต็มแรง เขตถกรไม่ได้สนใจมือที่มีรอยขีดข่วนจากการถูกบาดแม้สักนิด ก่อนเขาจะรับเอาขวดแก้วอีกใบจากกิตติธรมาแล้วตบลงกับมือตัวเองไม่แรงนักเพื่อเร้าให้คนตรงหน้ารู้สึกกลัวขึ้นมา“กูตีไปแค่ทีเดียวเองนะ” เพล้ง!!! เขาฟาดขวดในมือลงไปที่หัวของมันอีกครั้ง มือหนากระชากผมของคนตรงหน้าเต็มแรงจนปราณร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เขาไม่ได้สนใจเลือดที่ไหลนองเต็มกรอบหน้าของอีกคนแม้สักนิด“ไม่ว่ามึงจะทำไปเท่าไหร่ กูจะเอาคืนให้มากกว่านั้นอีก” น้ำเสียงเย็นยะเยือกของเขตถกรทำเอาปราณชาวาบไปทั้งตัว กิตติเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อจนคนที่นั่งอยู่ถูกลากไปกับพื้น เชือกสีดำในมือของกิตติธรมัดเป็นปากปราณเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียง“หึ ตอนมึงทำนิลิน นิลินก็คงดิ้นขอร้องมึงแบบน
เขตถกรทิ้งให้สองพ่อลูกยืนโกรธตัวสั่นอยู่ในสถานที่จัดงาน เงินหลายล้านที่เขาลุงทุนไปไม่ได้ทำเสียเปล่า ครั้งก่อนนิราเคยทำลายชีวิตนิลินด้วยข่าวปลอมในโลกออนไลน์ ครั้งนี้เขาก็จะทำเหมือนก่อน แตกต่างกันตรงที่ทุกสิ่งที่เขาเปิดเผยเป็นสิ่งที่นิราทำด้วยตนเองจริงกิตติธรกับนพดลกเาวขึ้นรถไปก่อน ส่วนเขาแค่กำลังจะก้าวขาก็ถูกนิรากระชากให้หันไปเต็มแรง เขาถอนหายใจแล้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์"ถ้าพี่ทำกับนิแบบนี้ นิจะฟ้องหย่าพี่ พี่มีนังนิลินเป็นชู้ ยังไงนิก็ชนะ แล้วสุดท้ายของทั้งหมดที่เป็นสินสมรสก็ต้องแบ่งครึ่ง""ถ้าเธอฟ้อง ฉันก็จะฟ้องว่าเธอมีคนอื่น แถมยังมีลูกกับมันอีก อ่อ แล้วก็ก่อนจะฟ้องคิดให้ดีก่อนนะ เธอกำลังจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาฟ้องฉัน" เขายื่นเอกสารอีกฉบับให้นิราดู มันเป็นเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืม และมีหลักฐานเป็นใบสลีปที่กิตติธรโอนเงินเข้าบัญชี"นี่พี่.... พี่คิดแผนมานานแล้วใช่ไหม!!""ความจริงฉันก็ไม่ได้จะเล่นแรงขนาดนี้หรอก แต่เพราะเธอยังคอยทำร้ายนิลิินอยู่เรื่อย ฉันก็เลยแค่อยากจะทำให้เธอรู้ว่าไม่ควรมาแตะคนของฉัน" เขาสะบัดนิราเต็มแรงจนนิราล้มลงที่พื้น แล้วก้าวขึ้นรถไป เขตถ
เขตถกรเดินออกมาที่หน้ากระจกแล้วดูความเรียบร้อยของตัวเอง สูทตัวหรูถูกเขากระชับเอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองดูคนตัวเล็กที่ผลอยหลับอยู่บนเตียง เขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อยตอนเห็นว่าเธอนอนคุดคู้อย่างน่ารัก คนตัวสูงเดินลงไปนั่งที่เตียงแผ่วเบาอย่างระวังไม่ให้รบกวนการนอนของเธอเขากระชับผ้าห่มให้คลุมกายเธออย่างมิดชิด กดปรับอุณหภูมิของเคริ่องปรับอากาศให้เป็นไปแบบที่เธอชอบ เขาลูบแก้มเนียนแล้วไม่ลืมที่จะก้มลงไปหอมเธอฟอดใหญ่ ขยับไล้ปลายจมูกมาหอมลงที่หน้าผากมลอยู่ครู่หนึ่ง“พักผ่อนนะ อีกแค่นิดเดียว ทุกอย่างก็จะจบแล้ว” เขาก้าวเดินออกไปหน้าประตูแล้วกดปิดไฟให้เหลือเพียงแสงสลัวหัวเตียงเพื่อให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนทันทีที่ได้ยินเสียงรถเคลื่อนตัวออกไปจากตระกูลพิพัตรตราสักพักใหญ่ ความเงียบก็ถูกปกคลุมรอบบริเวณ นิลินลืมตาตื่นขึ้นในทันที เธอก้าวเดินลงไปที่ชั้นล่างของตัวบ้านอย่างระวัง แม่กับพี่สาวของเขาบินไปที่มาเก๊าตั้งแต่เมื่อเช้า ตอนนี้ในบ้านมีเพียงแค่เธอกับคนของเขาเท่านั้นคนตัวเล็กค่อยๆ เดินหลบไปทางหลังบ้าน โชคดีที่ในบ้านเหลือคนไม่มากนัก เพราะเขาต้องพาคนไปจัดการเรื่องใหญ่ที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคในคืนนี้ ขาเรียวก
กระเป๋าเงินถูกวางลงก่อนกิตติธรและนพดลจะเปิดให้สองพ่อลูกตระกูลภัครวัตรได้ดู แววตาเป็นประกายยามมองเห็นเงินนั้นทำให้เขตถกรแค่นยิ้มเหยียดหยามแต่เพียงชั่วครู่เขาก็ทำสีหน้าเป็นปกติเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยเขตถกรยื่นเอกสารสองฉบับให้กับสองพ่อลูกแล้วรอดูปฏิกิริยา ทันทีที่เห็นว่าทั้งสองคนกำลังพยายามอ่านรายละเอียดของเอกสารอย่างรอบคอบเกินไปเขาก็พยักหน้าส่งสัญญาณกับเพื่อนทันที กิตติธรดึงเอกสารสองฉบับคืนมาแล้วนั่งไขว้ห่างก่อนจะตีหน้าเรียบเฉย“อ่านนานขนาดนี้ ไม่ไว้ใจพวกผมหรอครับ?”“เอ่อ…ไม่ใช่นะคะพี่กิต พอดีนิกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านให้แน่ใจ”“พวกพี่ชวนคนร่วมทุนมาก็เยอะนะครับน้องนิริน ไม่เคยมีใครอ่านเอกสารนานเหมือนกับไม่ไว้ใจกันขนาดนี้มาก่อนเลย” นพดลพูดเสริมเข้าไปอีกจนนภัทรกับนิราแทบหน้าเสีย เขตถกรมองดูทั้งสองคนอย่างพิจารณาความคิด ก่อนจะทำทีจับไปที่ไหล่ของนพดลแล้วตบแผ่วเบา“พวกมึงก็ใจเย็นดิว่ะ เมียกูกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านเอกสารนิดหน่อย กูก็ลืมบอกไปว่ามึงไม่ชอบให้ใครทำเหมือนไม่ไว้ใจแบบนี้” นิรากับนภัทรรีบพยักหน้าตามที่เขตถกรพูดราวกับว่าเขาแก้ต่างได้อย่างถูกต้อง กิตติธรหยิบเอาเงินปึกใหญ่ออกมาวางตรงหน้า“
ไออุ่นจากแสงดาดสาดกระทบผิวกายเร้าให้เขตถกรลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน เขาหรี่ตาปรับการมองเห็นก่อนจะหันมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ในอ้อมกอดทั้งร่างกายเปลือยเปล่า ปลายจมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่มของคนหลับไหลอย่างรักใคร่ มือหนาลูบแก้มนิ่มแล้วขยับไปใกล้หูจนลมหายใจรกรินทำให้เธอเริ่มขยับตัว“ตื่นได้แล้วคนดี สายแล้วนะ ไปทานมื้อเช้ากันเถอะ”“อื้อ คุณเขต….หนูขอนอนอีกหน่อยนะคะ” เธอขยับมานอนทาบทับตรงอกเขา ใบหน้าหวานถูไปมาราวกับออดอ้อนของเวลานอนต่อเพิ่มขึ้นอีกหน่อย จนเขตถกรอดไม่ได้ที่จะยิ้มเอ็นดู“อ้อนแบบนี้ก็แย่สิ”“วันนี้ต้องไปหาพี่นิราอีกแล้วหรอคะ?”“ใช่ แต่ไปไม่นาน…แล้วจะรีบกลับมา เธอไม่ต้องกังวลนะ วันนั้นก็บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ” เขาย้ำคำแล้วหอมลงบนผมนุ่ม กลิ่นแชมพูกลิ่นโปรดของเขาที่ติดอยู่ที่ผมเธอมันทำให้เขาสูดดมความหอมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนในอ้อมกอดเงยขึ้นมามองเขาก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งทั้งกระชับผ้าห่มให้ปกคลุมร่างกายเอาไว้ เขตถกรยังคงไล้มือไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่า มองดูใบหน้าง้ำงอนั้นด้วยความเอ็นดูที่มีเต็มอก“งอแงอะไร หืม?”“หนูรู้ค่ะว่าคุณคงไม่ทำอะไรแบบนั้นกับพี่นิรา แต่พอได้ยินคุณพูดหวานๆ แบ







