LOGINหัวนมชมพูป่าววะ? ผมไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ แม่ง! เท่ฉิบหาย!
ครับ แล้วผมก็จ้องไอ้สิ่งที่คิดว่าเป็นหัวนมบอสอยู่พักใหญ่ จนบอสดื่มน้ำไปได้ครึ่งขวด แกก็หันมาจ้องหน้าผม
“มองอะไร?” เห็นด้วยเหรอวะ ผมได้แต่อุทานในใจ
“เอ่อ ปะ เปล่าครับ ต่อได้ยังครับ” ผมก็เลยแก้ตัวถามบอสไปครับ ทั้ง ๆ ที่เอาจริง ๆ คือผมยังไม่หายเหนื่อยเท่าไร
“ไหวเหรอเราน่ะ?”
“โธ่ ไหวสิครับ ไม่ได้รู้สึกอะไรเล้ย” ผมยังปากดีครับ
“ขอพักอีกห้านาทีแล้วกัน กินน้ำเข้าไปตั้งเยอะ ขืนลงไปวิ่งตอนนี้ จุกตายกันพอดี” ผมนี่ดีใจมากเลยครับที่บอสพูดแบบนั้น เพราะผมก็ยังไม่หายเหนื่อยเหมือนกัน
แล้วบอสก็เอาก้นสอบ ๆ มาหย่อนลงตรงข้าง ๆ ผมครับ เอาจริง ๆ ม้านั่งมันยาวเหมือนกันนะ นั่งห่างกว่านั้นก็ได้ปะบอส แต่แกนั่งซะติดผมเลย ผมจึงขยับไปทางขวาอีกนิดหนึ่งครับ ขยับให้ห่างจากบอส
“ไปไหนล่ะ” ผมยังไม่ทันจะวางก้นลงเลยครับ บอสก็ถามปั๊บเลย
“ผมกลัวบอสนั่งไม่ถนัดอะครับ”
“อืม” แกทำเสียงครางในลำคอ
“ยังอยู่หอเหรอ?” แกคงอยากจะชวนคุยมั้งครับ
“ครับ อยู่มาตั้งแต่เรียนมหา’ลัย”
“ทำไมไม่ย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงานล่ะ”
โอ้โห! ดูแกถามผมสิครับ ออฟฟิศของบอสอยู่สีลม แกให้เงินเดือนผมสองหมื่น หักค่าซ่อมรถเบนซ์ของบอสเดือนละห้าพัน ให้ผมเอาตังค์ไหนไปจ่ายค่าที่พักครับ
“ยังอยากอยู่ใกล้ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ อะครับ ยังติดกับสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ” แต่ดูสิ่งที่ผมตอบเหอะ ไม่ใกล้เคียงความจริงเลยครับ เรายังไม่สนิทกันถึงขั้นพูดอะไรได้ตรง ๆ หรอกเนอะ ผมคิดว่าอย่างนั้น
“อืม แล้วมาทำงานยังไง”
“นั่งรถไฟฟ้าครับ ผมว่ามันสะดวกดีนะครับ ตอนเช้าคนเยอะหน่อย แต่แอร์ก็เย็นดี ไม่ได้อึดอัด แถมใช้เวลาไม่มากด้วยครับ ส่วนตอนเย็น ผมออกช้าหน่อย ไม่ต้องเบียดคนมาก สบาย ๆ ครับ” ผมตอบบอสไปสั้น ๆ
“เป็นคนชอบอธิบายเนอะ” แต่สงสัยมันคงยาวไปครับ บอสก็เลยประชดประชันผม แล้วก็มองมาที่ผมแบบยิ้ม ๆ
อะ บอสมีเขี้ยวด้วยครับ ผมเห็นตอนแกยิ้มฉีกไปถึงแก้ม เพิ่งเคยเห็นบอสยิ้มกว้าง ๆ ก็วันนี้แหละครับ เวลาทำงานแกจะคร่ำเคร่งมาก ปากเม้มกันสนิท หน้าตาก็ดูใช้ความคิดตลอดเวลา ก็มีหน้าที่ดูแลเงินต้นของลูกค้าอะนะ น่าจะเครียดเป็นธรรมดา แต่เวลานี้ บอสก็ดูดีไปอีกแบบครับ ดูสบาย ๆ ผ่อนคลาย บทจะยิ้มง่ายขึ้นมา ก็ยิ้มเอายิ้มเอา
“แล้ว บ้านอยู่ไหน”
ท่าทางบอสจะสนใจเรื่องของเลขาอย่างผมมากมั้ง ถามกูจัง!
“อยู่ฝั่งธนครับ” แต่ผมก็ตอบไปตามจริง
“กลับบ้านบ่อยหรือเปล่า” สงสัยบอสคงเพิ่งนึกได้มั้งครับว่าตอนรับผมเข้าทำงาน แกลืมสัมภาษณ์ผม ก็เลยถามใหญ่เลย
“ประมาณเดือนละครั้งครับ” ใช่แล้วครับ ปกติผมจะกลับบ้านประมาณเดือนละครั้ง ทำแบบนั้นตั้งแต่ออกมาอยู่หอตอนเรียนปีหนึ่งแล้วละครับ
“จะกลับอีกเมื่อไรล่ะ”
“คงอาทิตย์นี้แหละครับ ครบเดือนพอดี ป่านนี้แม่คิดถึงผมแย่แล้วละครับ ถ้าไม่กลับนะ มีหวังแกโทรมาตามแน่ คราวที่แล้ว ผมไม่ได้กลับสองเดือน แกมาตามถึงมหา’ลัยเลยครับ คิดว่าผมติดสาว”
สงสัยบอสจะชอบฟังผมเล่าครับ แกนั่งจ้องผมสายตาคมกริบ มุมปากก็ยกยิ้มหน่อย ๆ
“เล่าต่อสิ เพลินดี”
“เอ่อ มีแค่นี้แหละครับ” ผมลืมตัวอีกแล้วครับ ตอบซะยาวเลย ตอบเกินคำถาม
“อาทิตย์นี้กลับด้วยนะ”
ฮะ! ว่าไงนะ ผมฟังไม่ถนัดครับ ว่าบอสพูดว่าอะไร แล้วแกก็ลุกเดินไปยืนรอผมอยู่ฝั่งตรงข้ามตาข่าย
“มะ มาเล่นต่อได้แล้ว” แล้วแกก็เรียกผมไปตีแบดต่อ ไอ้ผมก็ไม่กล้าถามแล้วครับ ว่าเมื่อกี้นี้บอสพูดว่าอะไร
[อินทัช Part]
ผมพาน้องอคินไปตีแบดครับ เด็กนั่นตีได้ไม่ถึงสิบนาทีก็หอบแฮ่ก ตอนน้องเหนื่อยนี่แก้มแดงเรื่อน่าฟัดชะมัดเลยครับ
บ้านอยู่ฝั่งธนเหรอ อาทิตย์นี้ผมว่าจะไปไหว้ว่าที่แม่ยายสักหน่อย ฝากเนื้อฝากตัวไว้ครับ คนจะเป็นเขยต้องมีสัมมาคารวะ เข้าตามตรอกออกตรงรู
[จบ Part อินทัช]
หลังจากเคลียร์ใจกับพี่ลิลลี่ ผมก็ปล่อยให้สองเพื่อนซี้เขาคุยกันตามลำพังครับ ส่วนผมแยกตัวออกมาหาซื้อช็อกโกแลตไปฝากปลายฝัน รายนั้นไลน์มาสั่งยิก ๆ ตั้งแต่เช้า จนผมรำคาญต้องฝากโทรศัพท์มือถือไว้กับบอสแต่ผมไม่ได้ออกมาคนเดียวนะครับ จาคอบอาสาพามาครับ คงกลัวผมหลงมั้งครับออกมาได้ไม่ถึงสิบนาที ก็เห็นบอสวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในร้าน“อ้าว! บอส” ผมยังไม่ทันพูดต่อ บอสก็โผเข้ามากอดผมแน่น“ฟังกันก่อนนะ มันไม่มีอะไรเลย” บอสละล่ำละลักอธิบายจนลิ้นพันกันไปหมด ผมขมวดคิ้วมุ่นส่งสายตางุนงง แต่ยังไม่ทันถามอะไร บอสก็รีบพูดออกมาอีก “คบกันตอนที่เรียนอยู่บอสตัน แต่ก็เลิกกันไปนานแล้ว ลิลลี่เรียนจบก็แต่งงานกับคริส ตอนนี้มีลูกสาวน่ารักมากชื่อคาเรน” ผมยังขมวดคิ้วมุ่น บอสจะมาบอกผมอีกทำไมครับ เมื่อกี้นี้พี่ลิลลี่เล่าให้ผมฟังหมดแล้วครับ “อย่างอนเลยนะ ที่ไม่เคยเล่าให้ฟังเพราะเห็นว่าไม่สำคัญ แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้เจอลิลลี่อีกด้วยเพราะเธอมาตั้งหลักปักฐานอยู่นิวยอร์ก ไม่คิดจะกลับเมืองไทยอีก”ผมส่ายหน้า พยายามจะบอกว่า ผมก็ไม่ได้ว่าและไม่ได้คิดอะไรเลยครับ พี่ลิลลี่น่ารักออก คุยสนุกด้วยนะ เห็นบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับบอสต่อ ผมก็เล
“อ้อ ลิลลี่ นี่อคิน คนที่…”“อ้อ!” เหมือนกับว่าบอสจะพูดอะไรต่อ แต่ผู้หญิงที่ชื่อลิลลี่กลับตัดบทด้วยการครางเสียงดังลั่นพร้อมมองหน้าผมเหมือน… เหมือนอะไรไม่รู้ครับ ผมอ่านไม่ออก แต่บอกเลยว่าผมไม่ชอบ!!!เพราะผมไม่ชอบผู้หญิงที่ สวย มั่นใจ ดูดี มีเสน่ห์ แถมยังตัวหอมอีกต่างหาก เหมือนคุณลิลลี่อะไรนี่ ถ้าเดินสวย ๆ อยู่ตามถนนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกนะครับ แต่ถ้าเข้าใกล้บอสแล้วละก็… เออ สรุปว่าผมไม่ชอบให้มีผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้บอสก็แล้วกัน จะสวยหรือไม่สวย มั่นใจหรือขี้อาย ดูดีมีเสน่ห์ตัวเหม็นตัวหอมแค่ไหนก็ช่างแม่งเหอะ! คือไม่ชอบ! จบนะ!แต่ดูเหมือนเธอจะไม่จบครับ เธอส่งสายตาบางอย่างให้ผมตลอดเวลา ซึ่งมันต่างจากสายตาหวาน ๆ ที่ส่งให้บอส คินรู้ คินเห็น คินรู้สึกได้บอสเชิญชวนให้คุณลิลลี่นั่งด้วยกันเพราะเธอมาคนเดียว เธอก็นั่งลงอย่างไม่เกรงใจแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของผมกับบอสเลยสักนิดเอาซี่! อยากจะวัดเหรอ?แล้วสถานการณ์ก็เป็นใจเป็นบ้าเลยครับ อยู่ ๆ บอสก็ขอตัวเดินออกไปรับโทรศัพท์ น่าจะเป็นสายจากพี่วีวี่ เพราะในร้านค่อนข้างเสียงดัง บอสก็เลยเดินออกไปไกล พี่วีวี่คงจะมีเรื่องด่วนเพราะเวลานี้ที่เมืองไทยน่าจะดึกมาก
“ซี้ด อ่าส์ อื้ม ตรงนั้น” บอสรู้จุดกระสันทุกมุมของผม และผมก็รู้ครับว่าบอสชอบแบบไหนผมหยัดกายจากนอนคว่ำหน้าเป็นคุกเข่า มือข้างหนึ่งยกขึ้นโอบต้นคอของคนด้านหลัง“ซี้ด คิน อื้อ ชอบท่านี้” บอสครางอย่างพอใจ เพราะองศาที่คับแน่น ก่อนจะขบกัดใบหูของผมอย่างกระสันเบื้องล่างก็กระแทกกระทั้นมาไม่ยั้ง ผมหุบขาทั้งสองข้างเข้ามาชิดกัน บีบรัดท่อนเอ็นแกร่งด้านหลังจนเจ้าของมันร้องคราง“อ๊ะ นะ แน่นไป แต่ดี อื้ม ซี้ด”ความคับแน่นและการเต้นตุบตับของท่อนเอ็นที่อยู่ในร่าง ทำให้ผมคิดว่าบอสเข้าใกล้จุดหมาย แต่มันไม่ใช่ครับคนตัวใหญ่คงยังไม่พอใจ อยากยืดเวลาออกไปอีกสักพักอึดเหลือเกินพ่อคู้ณ พ่อทูนหัวผมเอนกายลงไปนั่งบนตักอย่างว่าง่าย เมื่อคนตัวใหญ่ทิ้งก้นลงบนเตียง ก่อนจะรั้งเอวของผมตามลงไป“หายปวดเอวหรือยังครับ? ใช้การได้หรือยัง?”ต่อให้ยังปวดผมก็ไม่หวั่นหรอกครับ ผมโชว์สปิริตด้วยการโยกแรง“ซี้ด เอวดี อื้ม!” ผมชอบเวลาที่บอสชมด้วยน้ำเสียงกระเส่าอยู่ข้างหูแบบนี้จังครับ มีแรงเท่าไหร่ผมก็เลยใส่ไม่ยั้ง “อย่างนั้น อ่าส์ ซี้ดส์”ผมกดฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนเข่าของคนใต้ร่าง โยกตัวขึ้นลงแรงเป็นจังหวะบอสก็ช่วยอีกแรงด้วยการเท้า
“โอย พรุ่งนี้ต้องปวดขาแน่ ๆ เลยครับ” รู้เลยครับว่าพรุ่งนี้เช้าจะเป็นยังไง จะเดินไหวมั้ยล่ะอคิน“ปวดตรงไหน” บอสวางไอแพดไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ หัวเตียง ก่อนจะจับผมนอนพลิกคว่ำ“ทำอะไรครับบอส?” แหม ผมไม่น่ารีบใส่เสื้อผ้าเลย เสียเวลาถอด“ก็จะนวดให้ไง ไหนปวดเมื่อยตรงไหน?” อ้าว… นึกว่าบอสจะ… ซะอีก ผมซ่อนยิ้มเก้อ ก่อนจะอ้อน“ปวดขา ไหล่ แล้วก็ตรงเอวครับ”“ขากับไหล่นี่พอเข้าใจนะ แต่เอวนี่ไปทำอะไรมา ทำไมถึงปวดได้”แหม… กล้าถาม!!! ก็เมื่อคืนใครกันครับที่ขอให้ผมควบ!ผมค้อนขวับบอสคงเพิ่งนึกได้จึงส่งเสียง อ้อ ในลำคอ ก่อนจะกดฝ่ามือและก้านนิ้วนวดคลึงตรงเอว“รู้แล้วว่าไปทำอะไรมา ต้องรีบคลายเส้นให้ เดี๋ยวจะใช้การไม่ได้”“บอสอ่า…” ผมซุกหน้าลงบนหมอนนุ่ม ไม่ได้เขินนะครับ แต่นึกถึงเมื่อคืนแล้วมันฟิน งื้อ อยากได้อีก…ฝ่ามืออุ่นนวดคลึงไล่ขึ้นมาเหนือสะบัก ก่อนจะงัดเส้นที่จมจนผมต้องร้อง“โอ๊ย!!! บอส”“เส้นมันจมต้องงัด”“นอกจากเป็นนักธุรกิจด้านการเงิน เป็นเชฟ แล้วบอสยังเป็นหมอนวดด้วยเหรอครับ ผมจะเดี้ยงมั้ยครับเนี่ย”“เดี๋ยวจะทำให้ตัวโล่งรู้สึกเบาสบาย”“ให้มันจริงเถอะครับ ผมกลัวจะเดี้ยงจนเดินไม่ได้มากกว่า”ก้านนิ้วแข็ง
นั่งรถรางชมเมืองเป็นทริปที่สองที่จาคอบนำเสนอในวันนี้ บอสนั่งกุมมือผมตลอดเวลาที่นั่งชมเมืองอยู่ในกล่องที่มีลักษณะคล้ายตู้รถไฟสั้น ๆ แต่ฝ่ามืออุ่นและร่องนิ้วที่ถูไถอยู่ตลอดเวลาเล่นเอาผม…“บอส…” ต้องส่งเสียงครางและส่งสายตาห้ามปราม “อย่าบิลด์สิครับ”คนตัวใหญ่หัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ผมยิ่งจุดติดง่าย ๆ อยู่อย่ามาป้ายยาเหอะ ขอร้องแค่ฝ่ามือร้อนถูไปมาก็ปลุกอารมณ์ผมได้แล้วครับ ยิ่งสายตาฉ่ำเยิ้มที่มองมานั่นอีกยิ่งทำให้ผม…“ถามจาคอบให้หน่อยได้มั้ยครับว่าแถวนี้มีโรงแรมมั้ย” คนข้าง ๆ กลั้นขำจนตัวโยน ก่อนจะคลายฝ่ามือร้อนที่เฝ้าลูบไล้นั้นออกเปลี่ยนมาเป็นโอบไหล่ของผมไว้หลวม ๆ“ไม่อยากเที่ยวแล้วหรือไง ยังไปไม่ถึงครึ่งที่ลิสต์ไว้เลยนะ” กระเซ้าเสียงกระเส่า“ก็ใครล่ะครับ มาปลุกผมทำไม?” ผมเอียงหน้าซบไหล่กว้าง สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ต แล้วไขว้กันไว้เพื่อปกปิดสิ่งที่กำลังบวมปูด“ไม่ได้ตั้งใจ บรรยากาศมันพาไปน่ะ”อย่ามาแก้ตัว รู้หรอกน่าว่าแกล้งผม สาเหตุคงมาจากเมื่อเช้าสินะผมตื่นตั้งแต่ตี่สี่ครึ่ง เพราะนัดจาคอบไว้ตอนตีห้า แต่ตอนที่งัวเงียขึ้นมา คนข้าง ๆ กำลังคลอเคลียอยู่แถวหัวไหล่เปลือยของผม“ขออีกรอบนะ”
เพราะเจ้าสัวธานิน คุณลุงของบอสต้องไปผ่าตัดหัวใจและพักฟื้นอยู่ที่ซานฟรานซิสโกเป็นเวลากว่า 3 เดือน ผมกับบอสมีโอกาสไปเยี่ยมท่านอยู่ 2 ครั้งครั้งแรกก็ตอนที่ท่านผ่าตัดครั้งแรก อาการยังไม่ค่อยดีเท่าไรครับ เราอยู่ให้กำลังใจหลายวัน ให้ทั้งคนป่วยและคนเฝ้าไข้ด้วย คนเฝ้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็บรรดาสามเทพและคุณศินั่นแหละครับ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป พออาการเจ้าสัวดีขึ้น ลูก ๆ ยิ้มกันได้ บอสกับผมก็ขอตัวกลับเพราะบอสมีงานสำคัญต้องรีบกลับมาจัดการ แผนการท่องเที่ยวในซานฟรานของผมก็เลยต้องถูกยกเลิกแต่การไปเยี่ยมเจ้าสัวในครั้งที่ 2 ก็ตอนที่ผลการผ่าตัดครั้งสุดท้ายของท่านให้ผลเป็นที่น่าพอใจ ดูท่านหน้าตาสดใส ยิ้มได้พูดคล่องพวกเราก็สบายใจครับ และครั้งนี้แผนเที่ยวของผมก็ได้รับการอนุมัติ“มีเวลา 3 วันนะ” บอสวางฝ่ามืออุ่นไว้บนศีรษะของผม ขยี้เบา ๆ ก่อนจะบอกระยะเวลาที่เรามีก่อนที่จะต้องเดินทางกลับผมรีบวงปากกาบนรายชื่อสถานที่และแลนด์มาร์กที่ลิสต์เอาไว้ตั้งแต่ที่เมืองไทย“ได้ครับ” ผมพยักหน้าหงึกหงักอย่างกระตือรือร้น เรื่องหาที่เที่ยวขอให้ไว้ใจอคินครับเขียนยุก ๆ ยิก ๆ อยู่ไม่กี่ทีผมก็ได้ที่ที่เราจะไปใน 3 วันนี้แล้ว


![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




