เข้าสู่ระบบเวลาผ่านไปสองสัปดาห์ เหลือเพียงอีกสี่วันจะเป็นวันขึ้นปีใหม่ จวนตระกูลเฉินต่างคึกคักเตรียมงานฉลองภายในจวนอย่างยิ่งใหญ่ ปีนี้เฉินเหม่ยหรูช่วยเหลืองานในจวนอย่างเต็มที่ เถียนชิงเหยียนจึงเบาแรงลงมากรูปร่างจึงอวบอิ่มหน้าตางดงามสดใสมากขึ้น จนหลายคนแอบทักว่าหรือฮูหยินตระกูลเฉินกำลังจะมีข่าวดีเถียนชิงเหยียนอมยิ้มอายๆ ความจริงแล้วช่วงนี้นางเจริญอาหารมาขึ้น แม้แต่เฉินหยางกวงยามนี้ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มกลม พุงที่ท้องเริ่มขยาย ทุกคนในจวนต่างดูสมบูรณ์ขึ้นเสิ่นจื้อเทาคือคนที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด มาอาศัยอยู่จวนตระกูลเฉินได้เพียงสองสัปดาห์ ร่างกายไม่ซูบผอมกลับมามีเนื้อมีหนัง ชุดที่สวมใส่คับจนเขาต้องจ้างคนมาตัดชุดให้ใหม่ จึงถือโอกาสตัดชุดให้หลานชายใหม่เพิ่มอีกหลายตัวเพื่อไว้สำหรับใช้ใส่ในวันปีใหม่ทุกวันนี้เสิ่นจื้อเทาแทบจะตัวติดกับเฉินเหม่ยอิง ตาหลานคู่นี้ปลูกสมุนไพรร่วมกัน คุยกันเรื่องตำราสมุนไพร ยามเฉินเหม่ยอิงลองทำอาหารแปลกใหม่ เสิ่นจื้อเทาก็จะไปรอคอยชิมอาหารอยู่ที่เรือนฮวาอวี่หากเสิ่นจื้อเทาต้องไปรักษาผู้อื่นที่นอกจวนเฉินเหม่ยอิงก็จะอ้อนวอนขอติดตามไปด้วย ขากลับเสิ่นจื้อเทามักพาเฉินเหม่ยอิงไปเดินเที
จ้าวเฟิงอวิ๋นตื่นเช้ามืดเช่นทุกวัน เขาฝึกวรยุทธกับกุ้ยเหลียง กุ้ยเส้าอยู่พักใหญ่ เฉินหย่งฝูจึงวิ่งมาร่วมฝึกด้วย“ข้านึกว่าพี่อวิ๋นจะพักผ่อนเสียอีก วันนี้ข้าจึงตื่นสาย” เฉินหย่งฝูเอ่ยแก้ตัว“เดิมว่าจะพักสักหลายวัน แต่ถึงเวลาตื่นแล้วจึงนอนต่อไม่หลับ” จ้าวเฟิงอวิ๋นตอบญาติผู้น้องยิ้มๆ“ข้าก็เช่นกัน วันนี้นึกว่าจะต้องมาฝึกคนเดียวเสียอีก” เฉินหย่งฉีส่งเสียงพูดมาก่อนตัวทั้งสามเริ่มฝึกฝนร่างกายกันจนเหงื่อไหลโซมกาย ก่อนจะพากันไปล้างตัวและเปลี่ยนชุดที่เรือนจี๋อวี่ของจ้าวเฟิงอวิ๋นเช่นทุกครั้ง“ท่านตาเสิ่นยังไม่ตื่นหรือขอรับ” เฉินหย่งฝูเอ่ยถามญาติผู้พี่อย่างอยากรู้“น่าจะยังไม่ตื่นกระมัง เมื่อครู่พี่เดินผ่านหน้าห้องของท่านตา เห็นประตูห้องยังปิดเงียบสนิท” จ้าวเฟิงอวิ๋นตอบเฉินหย่งฝู ในขณะที่ก้มหน้าผูกสายคาดเอว“พวกเราแต่งตัวเสร็จแล้วก็รีบไปส่งท่านพ่อกันเถิด ไม่รู้วันนี้น้องสี่จะทำอะไรให้พวกเรากิน” เฉินหย่งฉีพูดอย่างคาดหวังในใจ“ปีใหม่นี้น้องสี่จะอายุ9ขวบแล้ว พี่ใหญ่และพี่อวิ๋นพวกเรารวมเงินกันซื้อของขวัญให้น้องสี่ดีหรือไม่ขอรับ ของขวัญจะได้เป็นชิ้นใหญ่”“ไม่ดี” จ้าวเฟิงอวิ๋นรีบพูดปฏิเสธทันทีก่อนจะพ
เมื่อรถม้าของนายท่านเฉินเข้ามาด้านในจวน มีสาวใช้เข้ามารายงานเถียนชิงเหยียน คนทั้งหมดจึงเตรียมตัวเพื่อต้อนรับเฉินหยางกวงและคุณชายทั้งสามจ้าวเฟิงอวิ๋นเดินพูดคุยมากับเฉินหย่งฉีและหงลู่เกี่ยวกับคำถามและคำตอบในการสอบฮุ่ยซือ เมื่อเขาเดินเข้าห้องโถงจึงหยุดการพูดคุยเพื่อเตรียมตัวคำนับท่านป้าเถียนซื่อและทักทายญาติผู้น้องทั้งสามคน ที่น่าจะกำลังรอต้อนรับพวกเขาอยู่ด้านในห้องโถง แต่แล้วจ้าวเฟิงอวิ๋นก็ต้องตกใจเมื่อเขาเห็นท่านตาของเขานั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหลักของห้อง นั่งดื่มชาและหยิบขนมกินราวกับที่นี่เป็นบ้านของตนอย่างสบายใจ“ท่านตา นี่ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร” จ้าวเฟิงอวิ๋นเอ่ยถามท่านตาของเขา เมื่อทุกคนทำความเคารพตามธรรมเนียมกันเรียบร้อยหมดแล้ว ยามนี้เฉินหยางกวงดีใจมากที่ท่านหมอเสิ่นยอมมาพักอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลเฉินอย่างออกนอกหน้า“อุ๊บ๊ะ แทนที่จะแสดงความดีใจที่ได้เจอหน้ากับข้า เจ้าหลานคนนี้กับถามโง่ๆ ว่าข้ามาได้อย่างไร ข้ามีขามีเท้าอยากไปทางไหนก็เดินไปนะสิ” เสิ่นจื้อเทาตอบหลานชายอย่างยียวนกวนประสาท“ท่านหมอเสิ่น ข้าดีใจมากที่ท่านให้เกียรติมาพักผ่อนที่นี่ หากท่านอยากได้อะไรเพิ่มอย่าได้เกรงใจนะขอรับ ป
สี่วันสามคืนผ่านไป เฉินหยางกวงเมื่อเลิกงานเสร็จรีบให้คนขับรถม้าพาเขาไปรับคนที่สถานที่สอบอย่างเป็นห่วง หลายคนออกจากห้องสอบเองไม่ไหวต้องมีผู้คุ้มช่วยประคองออกมา เฉินหยางกวงเหลือบมองเห็นคนเหล่านั้น จึงแอบกังวลใจถึงบุตรชาย หลานชายและลูกศิษย์คนเดียวของเขาไม่ได้ นิ่งยืนรอนานขึ้นเฉินหยางกวงยิ่งกระวนกระวายใจทั้งสามคนที่ออกจากสถานที่สอบช้าเพราะยืนรอกันและกันและกระซิบถามข้อสอบกันคร่าวๆ อย่างสนใจในความคิดของอีกฝ่าย เมื่อออกมานอกสถานที่สอบ สายตาของทั้งสามคนจึงมองเห็นคนผู้หนึ่งยืนด้วยสีหน้ากังวลใจ เขาอยู่ในชุดขุนนางขั้นสามโดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางผู้คนมากมาย พวกเขาทั้งสามคนจึงรู้สึกอบอุ่นในใจ รีบเร่งฝีเท้าเดินไปหาเฉินหยางกวงทันที“ท่านพ่อ” “ท่านลุง” “ท่านอาจารย์” ทั้งสามคนพูดพร้อมกันและคำนับเฉินหยางกวงอย่างพร้อมเพรียงเฉินหยางกวงประคองไหล่ทั้งสามคนทีละคนและรีบถามอย่างห่วงใยว่า “สุขภาพของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง มีใครไม่สบายตรงไหนบ้าง”คำถามครั้งแรกของเฉินหยางกวงแสดงถึงความห่วงใยในสุขภาพของพวกเขาไปใช่ผลการสอบ คนทั้งสามที่เหนื่อยล้าจากการสอบเล็กน้อย ยามนี้กลับรู้สึกหายเหน็ดเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ต่างตอบคำ
เรื่องที่เฉินเหมยอิงบาดเจ็บจากการโดนน้ำร้อนลวกไม่มีผู้ใดรู้เรื่อง เพราะจ้าวเฟิงอวิ๋นช่วยเฉินเหม่ยอิงปิดบัง ทุกวันหลังจากกินอาหารเช้าที่เรือนใหญ่เสร็จ เฉินเหม่ยอิงจะตามจ้าวเฟิงอวิ๋นไปที่เรือนจี๋อวี่ทันทีเพื่อมาให้จ้าวเฟิงอวิ๋นตรวจ และมาเพื่อประจบเอาใจอีกฝ่าย ในสายตาคนนอกเฉินเหม่ยอิงสนใจเรียนรู้เรื่องสมุนไพรจากจ้าวเฟิงอวิ๋น มีเพียงคนของเรือนฮวาอวี่ และคนในเรือนจี๋อวี่บางคนเท่านั้นที่รู้ความจริง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ทุกคนผิดหวังเฉินเหมานอิงจึงตั้งใจเรียนรู้เรื่องตำราสมุนไพรจริงจัง อย่างน้อยยามที่ตนเองบาดเจ็บไม่มากก็จะได้รู้ว่าควรใช้สมุนไพรตัวไหนมารักษาตนเองได้ ความใกล้ชิดในหลายวันมานี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเฉินเหม่ยอิงและจ้าวเฟิงอวิ๋นสนิทสนมกันมากขึ้นในที่สุดก็ถึงวันสอบฮุ่ยซือ วันนี้เฉินหยางกวงขอลาหยุดเพื่อมาส่งบุตรชายคนโต หลายชายและลูกศิษย์เข้าห้องสอบด้วยตนเอง เถียนชิงเหยียนก็จัดการดูแลอุปกรณ์ที่ใช้ในการสอบอย่างรอบคอบ เฉินเหม่ยอิงทำอาหารแห้งโจ๊กสำเร็จรูป ขนมกินเล่นแก้เพลียและยังเตรียมชาสมุนไพรที่ดีต่อร่างกายไปให้ทั้งสามคนอย่างเต็มที่“เมื่อวานท่านแม่พาข้าและเหม่ยอิงไปขอพรให้พวกพี่ทั้งสามคน
หลายวันต่อมาเฉินเหม่ยอิงตื่นตั้งเช้ามืดเพื่อเตรียมอาหารใส่กล่องให้เฉินหยางกวงไปกินบนรถม้า และทำอาหารขึ้นโต๊ะที่เรือนใหญ่เช่นเดิม หลายวันมานี้มีหงลู่เพิ่มมาหนึ่งคน เฉินเหม่ยอิงมีอารมณ์ดียิ่ง จึงเพิ่มอาหารหลากหลายขึ้นโต๊ะ และมีของหวานปิดท้ายอาหารคาวเสมอ หลังจากกินอาหารเช้าที่เรือนใหญ่เสร็จ เฉินเหม่ยอิงจึงกลับมานอนพักผ่อนที่เรือนฮวาอวี่ต่อเมื่อวานนี้สุยไคหยางบอกกับเฉินเหม่ยอิงด้วยตนเองว่าเขามีธุระ จะไม่อยู่เมืองฉางอันเป็นเวลาหนึ่งเดือน เฉินเหม่ยอิงรู้ว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นเหมือนเนื้อเรื่องในนิยาย สุยไคหยางน่าจะไปเมืองโยวโจวเพื่อคุ้มครองนางเอกกลับเข้าเมืองหลวง ดังนั้นภายในหนึ่งเดือนนี้เฉินเหม่ยอิงจึงไม่ต้องไปเรียนตำราการเดินหมากกับสุยไคหยาง และหลังจากนี้ก็คงไม่ต้องไปเรียนอีกต่อไปแล้วเมื่อเฉินเหม่ยอิงนอนหลับพักผ่อนได้หนึ่งตื่น จึงลุกขึ้นเข้าครัวนวดแป้งเตรียมทำบะหมี่หยกใส่น้ำแกงไก่ ให้ทุกคนกินเป็นมื้อกลางวัน เฉินเหม่ยอิงใช้ผักกาดเขียวมาต้มแล้วจึงใช้ผ้าขาวบางบีบคั้นน้ำสีเขียวของผักมานวดผสมแป้งจนเหนียวนุ่ม น้ำแกงไก่ตุ๋นเนื้อไก่จนนุ่ม ปรุงน้ำแกงใส่เครื่องเทศเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม เซียงจูและหลี่มา







