Masukหลังจากบ่ายวันที่ท่านประธานโยนประโยค “ดอกเบี้ยของ 5000 เดี๋ยวคิดทีหลัง” ใส่แบบหน้าตาเฉยนทีก็ทั้งทำงาน ทั้งมุดโต๊ะในจินตนาการไปสิบรอบจนในที่สุดการทำงานวันนั้นก็จบลง
แต่เช้าวันรุ่งขึ้นสิ่งที่เขาเจอคือตารางงานที่เด้งขึ้นมาบนคอมของเลขาโดยตรง
“ทริปตรวจงานโครงการสาขาใหม่ จังหวัดชลบุรี”ผู้ร่วมเดินทาง: อนาวิน / นที
นทีอ่านข้อความแล้วอ้าปากค้างหัวใจหล่นไปที่พื้นทันที
“หะให้ผมไปด้วยเหรอ!?” เขายังงง ๆ อยู่แต่ก่อนจะคิดอะไรต่อ เสียงท่านประธานเรียกดังจากในห้อง
“นที เข้ามาคุยเรื่องเดินทาง”
โอ๊ยยย นรกมาเคาะประตูแล้วครับนที!
ในห้องประธานอนาวินนั่งพลิกแฟ้มงานบนโต๊ะไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองตอนนทีก้าวเข้าไป
“พรุ่งนี้เราจะออกแต่เช้า”เขาพูดเสียงเรียบ
“คุณไปด้วยในฐานะเลขา ต้องจัดการเอกสารและบันทึก
การประชุมทั้งหมด”
“คะ ครับผม!” นทีกลืนน้ำลาย
“เอ่อแค่เราสองคนเหรอครับ?”
อนาวินหยุดพลิกแฟ้มเงยหน้าขึ้นมองเขา
ช้าที่สุด นิ่งที่สุด และทำหัวใจเขาเต้นแรงที่สุด“มีปัญหา?”
“มะไม่มีครับ!” เขารีบส่ายหน้า
“คือแค่สงสัยเฉย ๆ ”
“ดี ถ้าไม่มีปัญหา”ท่านประธานตัดบท
“เตรียมของให้พร้อม ผมไม่ชอบให้ใครมาสาย”
นทีพยักหน้ารัว ๆแต่ในหัวเต็มไปด้วยคำถามกับความตื่น
ตระหนก
ทำไมต้องไปด้วยกันสองคน!?
แล้วคืนนั้นเฮ้ย ไม่คิด ไม่คิด!!
ห้ามคิด!!
แต่ดูเหมือนอนาวินจะอ่านสีหน้าเขาออกเพราะเสียงท่านประธานดังขึ้นอีก
“อย่าคิดมาก” นทีสะดุ้ง
“ผมไม่ได้คิดนะครับ!”
“คิดจนหน้าแดงขนาดนั้น ยังจะโกหก?”
โอ๊ยยยยย จะบ้าตายแล้ว!
ท่านประธานครับ เลิกอ่านใจผมสักที!!
อนาวินมองเขาอย่างพอใจราวกับเห็นลูกแมวที่ขู่ฟ่อแล้วน่ารักแทนที่จะน่ากลัว
“กลับไปเตรียมงาน ถ้าลืมอะไร ผมจะหักเงินเดือน”
“ครับ”
นทีเดินออกมาจากห้องด้วยขาอ่อนหมดแรงพร้อมความคิดในหัวที่วนเป็นลูปเดียววันพรุ่งนี้ฉันต้องเจออะไรบ้างวะเนี่ย
วันถัดมา การเดินทางเริ่มขึ้นนทีก้าวลงจากแท็กซี่หน้าบริษัทตอนตีห้าสี่สิบเพราะท่านประธานนัด “ออกหกโมงตรง”
เขาไม่กล้าสายแม้แต่วินาทีเดียวไม่นานนักรถ SUV คันหรูของท่านประธานก็เลี้ยวเข้ามาจอดประตูฝั่งคนขับเปิดออก ชายในสูทเรียบหรูแบบลำลองลงมายืน
อนาวินในยามเช้าไม่ควรหล่อขนาดนี้ มันผิดกฎหมายความสงบของหัวใจเลขา!
“ของครบไหม” เขาถามเสียงเข้ม
“ครบครับ!” นทีรีบชูแฟ้มและกระเป๋าขึ้นเหมือนนักเรียนรายงานตัว
“ขึ้นรถ” นทีรีบขึ้นไปนั่งฝั่งข้างคนขับ
บรรยากาศในรถเงียบแบบน่าอึดอัดนิด ๆ แต่กลิ่นน้ำหอมของท่านประธานผสมกับกลิ่นเบาะหนังราคาแพง ทำเอานทีรู้สึกตัวเล็กลงเป็นพิเศษระหว่างที่รถแล่นออกจากกรุงเทพ นทีมองวิวข้างทางเพื่อจะได้ไม่เกร็งมาก แต่แล้วเสียงเรียบของท่านประธานก็ดังขึ้น
“เมื่อคืนคุณนอนกี่ชั่วโมง”
“เอ่อประมาณสี่ครับ”
“ทำไม”
น้ำเสียงไม่ได้ดุ แต่เหมือนถามตรง ๆ
“ผมเตรียมเอกสารครับกลัวตกหล่นอะไร”
อนาวินเหลือบมามองสั้น ๆ แต่สายตาแปลกกว่าปกติ
“อย่าหักโหม”
นทีชะงักหันไปมอง ท่านประธานปรายตากลับแบบไม่หลบ
“ผมเป็นหัวหน้าคุณ” อนาวินพูดช้า ๆ
“ถ้าคุณป่วย เท่ากับงานผมล่าช้า”แล้วควรดีใจไหมนะ?
นทีพึมพำเบา ๆ
“ครับ ผมจะระวัง”ระหว่างทาง โมเมนต์แบบไม่ได้ตั้งใจการเดินทางยาว นทีเริ่มง่วง แต่พยายามฝืนเปิดคอมดูงานสักพัก หนังตาเริ่มหนักหัวเริ่มเอนนิด ๆ แล้วจังหวะที่รถเบรกเบา ๆ หัวของนทีก็ทิ่มลงไปที่ไหล่ท่านประธานเต็ม ๆ นทีตื่นตกใจ ผุดลุกตัวแทบเด้งออกนอกหน้าต่าง
“ข-ขอโทษครับท่านประธาน!!! ผมไม่ได้ตั้งใจ !” อนาวินยกมือขึ้นกดหัวเขาให้นั่งลงเหมือนเดิมช้า ๆ แต่มั่นคง
“เฉย ๆ นั่งให้ดี” นทีหน้าแดง
“ผมไม่อยากทำให้ท่าน ”
“นอนต่อก็ได้” น้ำเสียงเรียบ แต่เบากว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
“ผมไม่ว่า” นทีอ้าปากค้าง “ผมจะนอนบนไหล่ท่านประธานไม่ได้ครับ!”“เมื่อคืนคุณนอนสี่ชั่วโมง”
“แต่ !”
“นอน” เสียงเข้มแต่ฟังแล้วเหมือนคำสั่งที่อ่อนโยนมาก
นทีอึ้งไม่รู้จะเถียงยังไง
สุดท้ายเลยค่อย ๆ เอนหัวพิงประตูแทนแต่รถเหวี่ยงนิดเดียวหัวก็เอนกลับไปโดนไหล่ท่านประธานอีก
คราวนี้อนาวินเอามือจับไหล่เขาดันให้พิงเข้ามาใกล้อย่าง ใจเย็น
“แบบนี้จะไม่เมื่อย” นทีจะร้องไห้แล้วไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะความอบอุ่นที่ไม่เคยคิดว่าจะได้จากคนเย็นชาคนนี้
“ขอบคุณครับ” อนาวินไม่ตอบ
แต่สายตาอ่อนลงอย่างที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัว และระหว่าง
ทางสู่ชลบุรีเลขาตัวเล็กก็ค่อย ๆ เผลอหลับบนไหล่ท่านประธานไปจริง ๆ ส่วนท่านประธานขับรถไปพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
ช่วงสายของวันนั้นนทีทำงานอย่างตั้งใจอยู่ที่โต๊ะแต่ใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่คิดถึงประโยคเมื่อเช้า“ตอนสายออกไปกินกาแฟเป็นเพื่อนผมอยากกินเค้กด้วย”มันเป็นคำสั่งเหรอ?หรือเป็นคำชวน?หรือจริง ๆ แล้วคือการ “ชวนออกไปด้วยกัน” แบบพิเศษ?นทีก้มหน้าจัดเอกสารแทบจะไม่เหลือสมาธิแต่เมื่อสายตาท่านประธานมองเขามาสองสามครั้งเขาก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่จนกระทั่ง เสียงทุ้มดังขึ้นจากในห้อง“นที เข้ามา”หัวใจนทีสะดุ้งรีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องด้วยมือที่เย็นเฉียบในห้องประธาน การชวนที่ตรงเกินไปอนาวินนั่งรออยู่สูทเข้ารูปผมเซ็ตเรียบแต่สายตาที่มองเขาอ่อนลงเกินกว่าจะบอกว่าเป็นเจ้านาย“ครับท่านประธาน เรียกผมเหรอครับ?”อนาวินลุกขึ้นหยิบกุญแจรถแล้วพูดเรียบ ๆ“ไปกัน”นทีนิ่งไปหนึ่งวิ“ไปไหนเหรอครับ?”“กาแฟ”เขาตอบสั้น“ผมหิวแล้ว”นทีรีบพยักหน้าหัวใจเต้นรัวอย่างกับกลองรัวทั้งคู่เดินเคียงกันออกจากห้องพนักงานทั้งแผนกต่างช็อกอีกระลอก“สองคนนี้ออกไปด้วยกันอีกแล้ว”“ท่านประธานดูอ่อนลงมากเลย”“เลขาคนนี้มีอะไรพิเศษแน่ ๆ”เสียงซุบซิบดังตามหลังแต่นทีทำเป็นไม่ได้ยินเพราะหัวใจเขาเต้นดังกลบทุกเสียงอยู่แล้วทางไปร้านกาแฟ ระยะห่า
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นนทีลืมตาตื่นทันทีทั้งที่เมื่อคืนเขาหลับยากจนพลิกไปพลิกมาอยู่เป็นชั่วโมงเพราะคำทิ้งท้ายของท่านประธานยังวนอยู่ในหูไม่หาย “พรุ่งนี้เช้า ผมไปรับ” แค่ประโยคเดียวก็ทำให้เขานอนกอดหมอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนเช้าเขานั่งลุกขึ้น ลูบหน้าเบา ๆ “โอ๊ยทำไมต้องเขินตั้งแต่ยังไม่เจอหน้าเขาด้วยเนี่ย”แต่ถึงจะเขินเขาก็ลุกขึ้นจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วทั้งอาบน้ำ เป่าผม แต่งตัวจนกระทั่งมายืนหน้ากระจกมองดูตัวเองในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกางเกงสแลคทรงสุภาพแต่หน้าแดงเหมือนคนไปสารภาพรักใครมา“ใจเย็นนทีใจเย็น” แต่ยิ่งบอกก็ยิ่งแดงหน้าคอนโด รถคันหรูที่คุ้นตาเมื่อถึงเวลานทีก็ยืนรอหน้าคอนโดหัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกไม่นาน รถสีดำหรูคันเดิมก็เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทตรงหน้าเขาเหมือนในซีรีส์โรแมนติกทุกฉากประตูกระจกฝั่งคนขับลดลงช้า ๆ และใบหน้าของคนที่ทำเขานอนไม่หลับทั้งคืนปรากฏขึ้น หล่อ นิ่ง และคมกริบเหมือนเคย“เช้า”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักเรียบ ๆแต่ในสายตา มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่แบบชัดมากนทีแทบตอบไม่ออกอ้าปากค้างนิด ๆ ก่อนรีบยิ้ม “ส-สวัสดีครับท่านประธาน”ประตูข้างคนขับปลดล็อก“ขึ้นมา”เพียงสองคำแต่ทำเอานทีเขินจนมือสั่นเ
หลังจากท่านประธานกลับเข้ามาในห้องพร้อมบอกว่า วันนี้คุณกลับกับผมอีก นทีก็ทั้งเขิน ทั้งดีใจ ทั้งสั่นไปหมดเขามองเอกสารตรงหน้าแต่มือสั่นจนจับปากกาแทบไม่อยู่เพราะคำพูดของท่านประธานเมื่อครู่ทั้ง อ่อนโยนทั้ง จริงจังทั้ง ปกป้องจนหัวใจเขาเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในขณะที่หัวใจนทีวุ่นวายไม่หยุดฝั่งท่านประธานกลับสงบนิ่งแต่ในความนิ่งนั้น ผู้ชายคนนี้กำลัง ยิ้มในใจ เขาเองก็ห้ามตัวเองไม่ได้เหมือนกันเลิกงาน บรรยากาศที่หวานกว่าเดิม เมื่อถึงเวลาเลิกงาน นทีเดินตามท่านประธานไปยังรถ หัวใจเต้นเหมือนจะกระเด็นออกจากอกทุกครั้งที่เดินข้างเขาที่จอดรถมืดเล็กน้อยแต่มีไฟสีส้มสลัว ๆบรรยากาศชวนให้เขินมากกว่าเดิมสิบเท่าอนาวินเดินนำไปเปิดประตูรถด้านข้างให้เหมือนเคยเหมือนทุกครั้งตั้งแต่วันแรกที่ไปส่งเขาแต่คราวนี้เขาเพิ่มประโยคหนึ่ง“คาดเข็มขัดดี ๆ”นทีรีบพยักหน้า “ค-ครับ!”เขานั่งลง ตอนกำลังจะคาดเข็มขัดมือกลับไปโดนกับมือของท่านที่กำลังเอื้อมมาช่วยสัมผัสนั้นทำให้นทีสะดุ้งจนตัวแข็งหัวใจเต้นตึกตักจนแทบระเบิด อนาวินเลื่อนมือออกช้า ๆ แต่สายตายังจับที่หน้าของเขาไม่ละ“ขอโทษ”น้ำเสียงนุ่มจนหัวใจเขาสั่นรัว“ผมลืมว่าคุ
ช่วงบ่ายของวันนั้นทั้งบริษัทลุกเป็นไฟด้วยข่าวลือทุกคนรู้ว่าฝ่ายบุคคลถูกสั่งให้ประชุมด่วน และต้นเหตุของเรื่องนี้เกี่ยวกับ เลขาท่านประธาน แต่ยังไม่มีใครกล้าเดาอะไรไปไกลเพราะท่านประธานอนาวินขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งและไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่วันนี้ ทุกคนจะได้เห็นว่าความนิ่งนั้นมี ด้านอันตราย มากแค่ไหนพิมพ์ชนกถูกเรียกเข้าห้องประชุมฝ่ายบุคคล เสียงเปิดประตูดัง กึกพิมพ์ชนกเดินเข้ามาด้วยสีหน้าหวั่นหวาด ในห้องมีหัวหน้าฝ่ายบุคคลภาคินจากแผนกไอที และกรรมการฝ่ายกฎหมายราว 45 คนบรรยากาศในห้องหนาวเย็นจนเหงื่อเธอซึมเต็มหลัง“คุณพิมพ์ชนก เชิญนั่งค่ะ”หัวหน้าฝ่ายบุคคลพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งจนน่ากลัวพิมพ์ชนกค่อย ๆ นั่งลงมือกำชายกระโปรงแน่นจนลายนิ้วมือจมไปในผ้าหัวหน้าฝ่ายบุคคลเปิดแฟ้ม“เนื่องจากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมในพื้นที่ทำงานทางเราตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วพบว่า”เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา แล้วกดวิดีโอภาพ ตัวเธอเอง กำลังเปิดแฟ้มของนทีและหยิบเอกสารของเลขาคนใหม่ออกมาเล่นซ้ำ ช้า ๆ แบบชัดเจนทุกมุมพิมพ์ชนกหน้าซีดขยับปากแต่พูดอะไรไม่ออกหัวหน้าฝ่ายบุคคลวางแท็บเล็ตลงน้ำเสียงเย็นเฉียบ“คุณอ
หลังจากเหตุการณ์หน้าลิฟต์ความเงียบปกคลุมไปทั้งบริษัทจนทุกคนทำงานกันแทบไม่กล้าหายใจแต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่สนใจอะไรเลยนอกจากคนตัวเล็กที่นั่งอยู่หน้าห้องเขาอนาวินทุกครั้งที่เงยหน้า เขาจะเห็นนทีนั่งจัดเอกสารสีหน้ายังเกร็งเล็กน้อยสายตายังหลบ ๆ และแก้มยังแดงเหมือนจะเป็นลมเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ท่านประธานถอนหายใจเบา ๆ เพราะรู้ดีว่าเด็กคนนี้ ซึ้งจนพูดไม่ออก อยู่แต่เขาไม่อยากให้นทีรู้สึกกลัวหรือกังวลว่าตัวเองเป็นภาระของใครเขามองไปที่โทรศัพท์ รอการรายงานจาก ภาคิน หัวหน้าแผนกไอทีที่เขาสั่งไปเมื่อเช้า ไม่นาน เสียงสั่นดังขึ้นติ๊ง“ผมเจอแล้วครับท่านประธาน ขอเข้าพบได้ไหมครับ”มุมปากของอนาวินยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย็นไม่ใช่ความสุขในที่สุด ก็มีหลักฐานแล้วในห้องท่านประธาน การรายงานที่ทำทั้งห้องเย็นยะเยือก“เข้ามา” ภาคินเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง“ผมตรวจกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดแล้วครับของช่วงเช้าที่คุณให้ตรวจ”“แล้ว?” ภาคินวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะเปิดคลิปจากกล้องหน้าโต๊ะนทีนทีมองจากด้านหน้านั่งจัดเอกสารตามปกติ“จุดนี้ครับ”ภาคินเลื่อนเวลาไปจนถึงช่วงที่นทีลุกไปห้องน้ำพอดีตัว
หลังจากเหตุการณ์หน้าห้องประธานเมื่อเช้า ทั้งชั้นบริหารเงียบสนิทเหมือนยกไปอยู่ในห้องเย็นไม่มีใครกล้าพูดไม่มีใครกล้ามองเพราะทุกคนรู้ ซีอีโอขึ้นโหมดอารมณ์ไม่ดีแล้ว และตัวต้นเหตุคือ พิมพ์ชนก หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เมื่อเช้ายังทำยิ้มหวานแต่ตอนนี้หน้าเธอซีดราวกับกระดาษช่วงสาย ท่านประธานเริ่มสืบแบบเงียบ ๆ นทีได้รับคำสั่งให้ไปซื้อกาแฟให้ท่านประธานเขาจึงลงลิฟต์ไปด้านล่างปล่อยให้ชั้นบริหารโล่งเพื่อให้ท่านประธานทำงานแต่ทันทีที่สิ้นเสียงประตูปิด อนาวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นทันทีสีหน้าไม่เหลือความอ่อนโยนเหมือนตอนอยู่กับนทีอีกแล้วเป็นสีหน้าของนักล่าเขากดโทรออกช้าแต่น้ำเสียงตอนพูดกลับเย็นจนทำให้คนฟังสะดุ้งได้“ภาคินตรวจกล้องวงจรปิดหน้าห้องทำงานผมเมื่อเช้านี้”“ดูให้ละเอียดว่าใครเข้าใกล้โต๊ะนทีบ้าง” ปลายสายดูจตกใจ“คุณอนาวินจะให้ผมตรวจระบุคนเลยเหรอครับ?”“ใช่”“แล้วให้ผมสรุปแบบไหนครับ?”“ระบุชัดเจนว่าใครแตะเอกสารของเลขา”เขาเน้นเสียง“และถ้ามีการลบไฟล์ทิ้งในระบบ ให้รายงานทันที”“ครับ! ผมจะทำเดี๋ยวนี้เลยครับ!”เมื่อวางสายอนาวินเอนหลังพิงเก้าอี้ดวงตาคมจ้องโต๊ะ นทีผ่านกระจกใสหน้าห้องสายตานั้นไม่ใช







