Masukเมื่อมาถึงสาขาชลบุรี นทีก็ตื่นเต็มตาทันที เขารีบ มารยาทเรียบร้อย ถือแฟ้มเดินตามท่านประธานเข้าไปในตัวอาคาร ตลอดการตรวจงาน นทีคอยจดข้อมูลแบบมือเป็นระวิง ส่วนอนาวินก็คอยอธิบายรายละเอียดแบบเจาะลึกให้ฝ่ายผู้จัดการฟัง แม้หลายครั้งจะหันมาถามสั้น ๆ ว่า
“ทันไหม”
“จดครบหรือเปล่า”
แต่ทุกครั้งที่นทีตอบว่า
“เรียบร้อยครับ!”
ท่านประธานก็จะพยักหน้าเล็ก ๆ แบบพอใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงเย็นฝนมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยหลังประชุมเสร็จตอนเย็น
ทีมงานจัดการพาทั้งสองไปส่งโรงแรมริมทะเลที่บริษัทจองไว้ให้ตอนลงจากรถเสียงฟ้าร้องดัง ครืน ก่อนฝนจะเทลงมาแบบสาดกระหน่ำทันที นทีสะดุ้งสุดตัว“ฝนตกหนักมากเลยครับท่านประธาน!” อนาวินยกแขนขึ้นกันฝนให้นทีโดยไม่คิดก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“เข้าข้างในก่อน เดี๋ยวไม่สบาย” นทีหน้าแดง
อะอะไรครับท่านประธาน ดูแลดีเกินไปแล้วนะ!
เคาน์เตอร์โรงแรม
พนักงานโรงแรมยิ้มแหย ๆ“ขออภัยจริง ๆ นะคะคุณลูกค้า เกิดไฟดับบางส่วนตั้งแต่ช่วงเย็น ทำให้ระบบล็อคห้องล่มค่ะ ห้องว่างตอนนี้เหลือห้องเดียวจริง ๆ ค่ะ”
นที: “ห้องเดียว!?”
อนาวิน: "....."
นทีมองท่านประธานด้วยความกลัวตายปนตกใจสุดกำลัง
“ท-ท่านประธานผมไปนอนล็อบบี้ก็ได้นะครับ ไม่เป็นไรเลย!”อนาวินเหลือบตาขึ้น
“คุณจะนอนโล่ง ๆ ในล็อบบี้ตอนฝนตก ฟ้าผ่าแบบนี้?”
“ผมก็อาจจะพอได้ครับ ”
“หยุด” เสียงท่านประธานตัดแบบเฉียบ
“ไม่มีใครในทีมผมนอนล็อบบี้” ประโยคนั้นทำให้นทีก้มหน้าหัวใจเต้นแรงอย่างยากจะบรรยาย
พนักงานรีบส่งคีย์การ์ดมาให้
“เชิญชั้น 12 นะคะ ห้อง 1203 ค่ะ”
ในห้องพัก ความเงียบที่ทำให้ใจเต้นแรงกว่าเดิมพอเข้ามาในห้องทั้งคู่ก็พบกับเตียง “คิงไซส์” หนึ่งเตียงใหญ่แถมไฟฟ้ายังติด ๆ ดับ ๆ อยู่ด้วย นทีตัวแข็งทื่อยืนนิ่งราวกับรูปปั้น
บอกว่าไปนอนล็อบบี้ตอนนี้ยังทันไหมวะนที!?
อนาวินเดินไปวางกระเป๋าแล้วหันมามองเขา
“ผมไม่กัด”
“ครับ!?”
“ไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น”
“เอ่อผมแค่คิดว่าท่านอาจจะไม่สะดวก ”
“คุณนอนฝั่งขวา” เขาชี้ไปบนเตียง
“ผมฝั่งซ้าย”“คะ ครับ!?”
“หรือต้องให้เลือกให้ด้วย?”
โอ๊ยยยย คนอะไรปากดีแต่ทำหน้าเรียบเฉย!
นทีรีบส่ายหน้า
“ไม่ครับ! ผมนอนได้ครับ! ผมนอนได้ทุกทีครับ!”
ท่านประธานเลิกคิ้วนิด ๆ
“ดี”
ก่อนหันไปถอดสูทลำลองออกอย่างไม่รีรอ เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวเผยให้เห็นเรือนร่างที่ โอ๊ย ไม่ควรดู ไม่ควรคิด ไม่ควรหน้าแดงตอนนี้!
นทีรีบหันหลังให้ยกมือปิดตาแต่มือสั่นจนหลับตาไม่สนิทด้วยซ้ำอนาวินปรายตามอง รู้เต็มอกว่าเด็กตัวเล็กตรงหน้าเขินจนแทบไหม้
“คุณจะยืนหันหลังทั้งคืนไหม”
“ผะ ผมขอโทษครับ!”
ไฟดับเต็มรูปแบบ ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะคุยกันต่อ
ไฟทั้งห้องก็ดับลงทันทีพรึ่บ !
นทีตกใจสุดชีวิต
“ว้ายยยย!”เสียงของคนตัวเล็กดังจนท่านประธานต้องก้าวเข้ามาคว้าแขนเขาไว้ทันที มือใหญ่จับข้อมือแน่นแบบไม่ทันคิด
“อย่าขยับ เดี๋ยวล้ม”
เสียงเข้มแต่เบากว่าปกติท่าทางปกป้องแบบคาดไม่ถึง
ทำให้นทีตัวสั่นเหมือนกระต่ายเจอฝน“ผะ ผมตกใจครับ!”
“รู้”
อนาวินตอบสั้น ๆ แต่ค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้น แสงไฟจากมือถือส่องสลัว ๆ เห็นเสี้ยวหน้าของท่านประธานชัด
คิ้วเข้ม
ดวงตาคม รูปหน้าคมจัด และลมหายใจใกล้จนน่าเป็นลมนทีรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังจะระเบิด
“ท่านประธานใกล้ไปครับ”
อนาวินไม่ถอยแต่ตอบนิ่งมาก
“คุณกลัว”
“ผ ผมไม่ได้กลัวนะ แค่ตกใจ!”
“คุณสั่น”
นทีเถียงไม่ออกเพราะเขาสั่นจริง ๆ
อนาวินยกมอืมาแตะผมนทีเบา ๆ ราวกับปลอบ
“ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ตรงนี้”
นทีลืมสติทั้งหมดทันทีหัวใจเต้นจนเหมือนจะหลุดออกมาจากอก
ท่านประธานในตอนนี้
ไม่เย็นชา ไม่ดุ ไม่แกล้ง แต่ดูอบอุ่นผิดจากภาพที่ทุกคนเคยเห็น และความอบอุ่นนั้นทำให้นทีรู้สึกว่าเขาอาจจะหลงรักคนตรงหน้ามากขึ้นทีละ
เล็กทีละน้อย สุดท้ายไฟกลับมา และความเขินก็กลับมาด้วยพอไฟติดกลับมาอีกครั้ง นทีรีบผละตัวออกทันที
“ข-ขอโทษครับท่านประธาน! เมื่อกี้ผมแค่แค่ตกใจ!”
อนาวินมองเขานิ่งราวกับไม่อยากให้หลบออกไปด้วยซ้ำ
“ไม่เป็นไร”
นาทีพยายามทำตัวปกติแต่แก้มแดงจนเหมือนโดนไฟลวก
ท่านประธานเปิดเสื้อสูทวางลงที่เก้าอี้ แล้วมองเลขาตัวเล็กที่ยังยืนแข็งทื่ออย่างขำ ๆ
“ไปอาบน้ำก่อนก็ได้”
“ครับ”
นทีรีบหยิบเสื้อผ้าแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำแทบจะชนประตู ประตูปิดลงแต่เสียงหัวใจเต้นดังแทบหลุดออกมานอกห้องน้ำเพราะเขาเพิ่งค้นพบว่าการได้อยู่ใกล้ท่านประธาน ไม่ได้ทำให้เขากลัวอีกต่อไปแล้ว
มันทำให้เขา “หวั่นไหว”
ส่วนอนาวินที่อยู่นอกห้องเขามองประตูห้องน้ำก่อนจะยกมือขึ้นแตะไหล่ตัวเองเบา ๆ ตรงตำแหน่งที่หัวของนทีมาพิงเมื่อตอนกลางวัน
“เจ้าเด็กนี่”
คำเดียวแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่เคยมีใครได้เห็น
ช่วงสายของวันนั้นนทีทำงานอย่างตั้งใจอยู่ที่โต๊ะแต่ใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่คิดถึงประโยคเมื่อเช้า“ตอนสายออกไปกินกาแฟเป็นเพื่อนผมอยากกินเค้กด้วย”มันเป็นคำสั่งเหรอ?หรือเป็นคำชวน?หรือจริง ๆ แล้วคือการ “ชวนออกไปด้วยกัน” แบบพิเศษ?นทีก้มหน้าจัดเอกสารแทบจะไม่เหลือสมาธิแต่เมื่อสายตาท่านประธานมองเขามาสองสามครั้งเขาก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่จนกระทั่ง เสียงทุ้มดังขึ้นจากในห้อง“นที เข้ามา”หัวใจนทีสะดุ้งรีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องด้วยมือที่เย็นเฉียบในห้องประธาน การชวนที่ตรงเกินไปอนาวินนั่งรออยู่สูทเข้ารูปผมเซ็ตเรียบแต่สายตาที่มองเขาอ่อนลงเกินกว่าจะบอกว่าเป็นเจ้านาย“ครับท่านประธาน เรียกผมเหรอครับ?”อนาวินลุกขึ้นหยิบกุญแจรถแล้วพูดเรียบ ๆ“ไปกัน”นทีนิ่งไปหนึ่งวิ“ไปไหนเหรอครับ?”“กาแฟ”เขาตอบสั้น“ผมหิวแล้ว”นทีรีบพยักหน้าหัวใจเต้นรัวอย่างกับกลองรัวทั้งคู่เดินเคียงกันออกจากห้องพนักงานทั้งแผนกต่างช็อกอีกระลอก“สองคนนี้ออกไปด้วยกันอีกแล้ว”“ท่านประธานดูอ่อนลงมากเลย”“เลขาคนนี้มีอะไรพิเศษแน่ ๆ”เสียงซุบซิบดังตามหลังแต่นทีทำเป็นไม่ได้ยินเพราะหัวใจเขาเต้นดังกลบทุกเสียงอยู่แล้วทางไปร้านกาแฟ ระยะห่า
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นนทีลืมตาตื่นทันทีทั้งที่เมื่อคืนเขาหลับยากจนพลิกไปพลิกมาอยู่เป็นชั่วโมงเพราะคำทิ้งท้ายของท่านประธานยังวนอยู่ในหูไม่หาย “พรุ่งนี้เช้า ผมไปรับ” แค่ประโยคเดียวก็ทำให้เขานอนกอดหมอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนเช้าเขานั่งลุกขึ้น ลูบหน้าเบา ๆ “โอ๊ยทำไมต้องเขินตั้งแต่ยังไม่เจอหน้าเขาด้วยเนี่ย”แต่ถึงจะเขินเขาก็ลุกขึ้นจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วทั้งอาบน้ำ เป่าผม แต่งตัวจนกระทั่งมายืนหน้ากระจกมองดูตัวเองในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกางเกงสแลคทรงสุภาพแต่หน้าแดงเหมือนคนไปสารภาพรักใครมา“ใจเย็นนทีใจเย็น” แต่ยิ่งบอกก็ยิ่งแดงหน้าคอนโด รถคันหรูที่คุ้นตาเมื่อถึงเวลานทีก็ยืนรอหน้าคอนโดหัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกไม่นาน รถสีดำหรูคันเดิมก็เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทตรงหน้าเขาเหมือนในซีรีส์โรแมนติกทุกฉากประตูกระจกฝั่งคนขับลดลงช้า ๆ และใบหน้าของคนที่ทำเขานอนไม่หลับทั้งคืนปรากฏขึ้น หล่อ นิ่ง และคมกริบเหมือนเคย“เช้า”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักเรียบ ๆแต่ในสายตา มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่แบบชัดมากนทีแทบตอบไม่ออกอ้าปากค้างนิด ๆ ก่อนรีบยิ้ม “ส-สวัสดีครับท่านประธาน”ประตูข้างคนขับปลดล็อก“ขึ้นมา”เพียงสองคำแต่ทำเอานทีเขินจนมือสั่นเ
หลังจากท่านประธานกลับเข้ามาในห้องพร้อมบอกว่า วันนี้คุณกลับกับผมอีก นทีก็ทั้งเขิน ทั้งดีใจ ทั้งสั่นไปหมดเขามองเอกสารตรงหน้าแต่มือสั่นจนจับปากกาแทบไม่อยู่เพราะคำพูดของท่านประธานเมื่อครู่ทั้ง อ่อนโยนทั้ง จริงจังทั้ง ปกป้องจนหัวใจเขาเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในขณะที่หัวใจนทีวุ่นวายไม่หยุดฝั่งท่านประธานกลับสงบนิ่งแต่ในความนิ่งนั้น ผู้ชายคนนี้กำลัง ยิ้มในใจ เขาเองก็ห้ามตัวเองไม่ได้เหมือนกันเลิกงาน บรรยากาศที่หวานกว่าเดิม เมื่อถึงเวลาเลิกงาน นทีเดินตามท่านประธานไปยังรถ หัวใจเต้นเหมือนจะกระเด็นออกจากอกทุกครั้งที่เดินข้างเขาที่จอดรถมืดเล็กน้อยแต่มีไฟสีส้มสลัว ๆบรรยากาศชวนให้เขินมากกว่าเดิมสิบเท่าอนาวินเดินนำไปเปิดประตูรถด้านข้างให้เหมือนเคยเหมือนทุกครั้งตั้งแต่วันแรกที่ไปส่งเขาแต่คราวนี้เขาเพิ่มประโยคหนึ่ง“คาดเข็มขัดดี ๆ”นทีรีบพยักหน้า “ค-ครับ!”เขานั่งลง ตอนกำลังจะคาดเข็มขัดมือกลับไปโดนกับมือของท่านที่กำลังเอื้อมมาช่วยสัมผัสนั้นทำให้นทีสะดุ้งจนตัวแข็งหัวใจเต้นตึกตักจนแทบระเบิด อนาวินเลื่อนมือออกช้า ๆ แต่สายตายังจับที่หน้าของเขาไม่ละ“ขอโทษ”น้ำเสียงนุ่มจนหัวใจเขาสั่นรัว“ผมลืมว่าคุ
ช่วงบ่ายของวันนั้นทั้งบริษัทลุกเป็นไฟด้วยข่าวลือทุกคนรู้ว่าฝ่ายบุคคลถูกสั่งให้ประชุมด่วน และต้นเหตุของเรื่องนี้เกี่ยวกับ เลขาท่านประธาน แต่ยังไม่มีใครกล้าเดาอะไรไปไกลเพราะท่านประธานอนาวินขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งและไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่วันนี้ ทุกคนจะได้เห็นว่าความนิ่งนั้นมี ด้านอันตราย มากแค่ไหนพิมพ์ชนกถูกเรียกเข้าห้องประชุมฝ่ายบุคคล เสียงเปิดประตูดัง กึกพิมพ์ชนกเดินเข้ามาด้วยสีหน้าหวั่นหวาด ในห้องมีหัวหน้าฝ่ายบุคคลภาคินจากแผนกไอที และกรรมการฝ่ายกฎหมายราว 45 คนบรรยากาศในห้องหนาวเย็นจนเหงื่อเธอซึมเต็มหลัง“คุณพิมพ์ชนก เชิญนั่งค่ะ”หัวหน้าฝ่ายบุคคลพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งจนน่ากลัวพิมพ์ชนกค่อย ๆ นั่งลงมือกำชายกระโปรงแน่นจนลายนิ้วมือจมไปในผ้าหัวหน้าฝ่ายบุคคลเปิดแฟ้ม“เนื่องจากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมในพื้นที่ทำงานทางเราตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วพบว่า”เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา แล้วกดวิดีโอภาพ ตัวเธอเอง กำลังเปิดแฟ้มของนทีและหยิบเอกสารของเลขาคนใหม่ออกมาเล่นซ้ำ ช้า ๆ แบบชัดเจนทุกมุมพิมพ์ชนกหน้าซีดขยับปากแต่พูดอะไรไม่ออกหัวหน้าฝ่ายบุคคลวางแท็บเล็ตลงน้ำเสียงเย็นเฉียบ“คุณอ
หลังจากเหตุการณ์หน้าลิฟต์ความเงียบปกคลุมไปทั้งบริษัทจนทุกคนทำงานกันแทบไม่กล้าหายใจแต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่สนใจอะไรเลยนอกจากคนตัวเล็กที่นั่งอยู่หน้าห้องเขาอนาวินทุกครั้งที่เงยหน้า เขาจะเห็นนทีนั่งจัดเอกสารสีหน้ายังเกร็งเล็กน้อยสายตายังหลบ ๆ และแก้มยังแดงเหมือนจะเป็นลมเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ท่านประธานถอนหายใจเบา ๆ เพราะรู้ดีว่าเด็กคนนี้ ซึ้งจนพูดไม่ออก อยู่แต่เขาไม่อยากให้นทีรู้สึกกลัวหรือกังวลว่าตัวเองเป็นภาระของใครเขามองไปที่โทรศัพท์ รอการรายงานจาก ภาคิน หัวหน้าแผนกไอทีที่เขาสั่งไปเมื่อเช้า ไม่นาน เสียงสั่นดังขึ้นติ๊ง“ผมเจอแล้วครับท่านประธาน ขอเข้าพบได้ไหมครับ”มุมปากของอนาวินยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย็นไม่ใช่ความสุขในที่สุด ก็มีหลักฐานแล้วในห้องท่านประธาน การรายงานที่ทำทั้งห้องเย็นยะเยือก“เข้ามา” ภาคินเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง“ผมตรวจกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดแล้วครับของช่วงเช้าที่คุณให้ตรวจ”“แล้ว?” ภาคินวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะเปิดคลิปจากกล้องหน้าโต๊ะนทีนทีมองจากด้านหน้านั่งจัดเอกสารตามปกติ“จุดนี้ครับ”ภาคินเลื่อนเวลาไปจนถึงช่วงที่นทีลุกไปห้องน้ำพอดีตัว
หลังจากเหตุการณ์หน้าห้องประธานเมื่อเช้า ทั้งชั้นบริหารเงียบสนิทเหมือนยกไปอยู่ในห้องเย็นไม่มีใครกล้าพูดไม่มีใครกล้ามองเพราะทุกคนรู้ ซีอีโอขึ้นโหมดอารมณ์ไม่ดีแล้ว และตัวต้นเหตุคือ พิมพ์ชนก หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เมื่อเช้ายังทำยิ้มหวานแต่ตอนนี้หน้าเธอซีดราวกับกระดาษช่วงสาย ท่านประธานเริ่มสืบแบบเงียบ ๆ นทีได้รับคำสั่งให้ไปซื้อกาแฟให้ท่านประธานเขาจึงลงลิฟต์ไปด้านล่างปล่อยให้ชั้นบริหารโล่งเพื่อให้ท่านประธานทำงานแต่ทันทีที่สิ้นเสียงประตูปิด อนาวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นทันทีสีหน้าไม่เหลือความอ่อนโยนเหมือนตอนอยู่กับนทีอีกแล้วเป็นสีหน้าของนักล่าเขากดโทรออกช้าแต่น้ำเสียงตอนพูดกลับเย็นจนทำให้คนฟังสะดุ้งได้“ภาคินตรวจกล้องวงจรปิดหน้าห้องทำงานผมเมื่อเช้านี้”“ดูให้ละเอียดว่าใครเข้าใกล้โต๊ะนทีบ้าง” ปลายสายดูจตกใจ“คุณอนาวินจะให้ผมตรวจระบุคนเลยเหรอครับ?”“ใช่”“แล้วให้ผมสรุปแบบไหนครับ?”“ระบุชัดเจนว่าใครแตะเอกสารของเลขา”เขาเน้นเสียง“และถ้ามีการลบไฟล์ทิ้งในระบบ ให้รายงานทันที”“ครับ! ผมจะทำเดี๋ยวนี้เลยครับ!”เมื่อวางสายอนาวินเอนหลังพิงเก้าอี้ดวงตาคมจ้องโต๊ะ นทีผ่านกระจกใสหน้าห้องสายตานั้นไม่ใช







