Partager

บทที่ 11

Auteur: ต้นไผ่น้อย
หลิงกว๋อจื้อ ฟางซุ่ยเอ๋อและหลินลั่วอินมองหน้ากัน

ฟางซุ่ยเอ๋อยากจะด่าอีกแต่จู่ ๆ หลิงกว๋อจื้อก็ห้ามไว้ "เอาเถอะ บางทีหมอนั่นอาจออกจากคุกมาเหมือนกัน! ในคุกมีคนอยู่ทุกประเภท ใครจะรู้ว่าทำไมเขาถึงได้ติดคุก"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฟางซุ่ยเอ๋อก็ลังเลแล้วพูดว่า "แล้วพวกเราจะปล่อยไปแบบนั้นเหรอ?"

หลิงกว๋อจื้อลังเลอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวว่า "รอดูก่อนเถอะ ถ้าผู้ช่วยผู้กำกับเหอจะเอาเรื่องลั่วอิน เราก็ค่อยคิดหาทาง" เขาไม่มีความกล้าที่จะเผชิญชายคนนั้นอีก

หลิงลั่วอินขมวดคิ้ว ชายคนเมื่อกี้เคยอยู่ในคุกจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ แม้ว่าดวงตาของชายคนนั้นถูกปิดไว้ด้วยผมหน้าม้า แต่เธอก็ยังสังเกตเห็นได้ว่าเขาดูดี…

อีกอย่างเธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นดูคุ้น ๆ เหมือนกับว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน

หรือชายคนนี้อยู่ในแวดวงบันเทิงด้วย?

ในห้องเช่า หลิงอี้หรานมองอี้จิ่นหลีและพูดว่า "ขอบใจนะ" ถ้าจินไม่กลับมาเธอคงจะถูกพ่อของเธอทุบตีไปแล้วเมื่อกี้นี้

"ฉันก็แค่ช่วยพี่สาว ไม่มีอะไรต้องขอบคุณหรอก นั่นเป็นเรื่องที่ฉันควรทำอยู่แล้ว" เขาพูดพร้อมมองไปที่ข้อเท้าของเธอ "เท้ายังไม่หายดีเลยนะ ฉันจะทาน้ำมันไพลให้พี่เอง"

ในขณะที่เขาพูดเขาหยิบขวดน้ำมันไพลออกมาทาที่ข้อเท้าของเธอแล้วเริ่มนวด บรรยากาศเงียบลงเล็กน้อย หลิงอี้หรานกัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทำไมไม่ถามฉันว่าทั้งสามคนมาที่นี่เพื่ออะไร?"

“ฉันจะไม่ถามถ้าพี่ไม่อยากบอก” เขากล่าว

“อันที่จริงมันไม่มีอะไรเป็นความลับหรอก พวกเขาเป็นพ่อ แม่เลี้ยง และน้องสาวต่างเเม่ของฉัน” หลิงอี้หรานกล่าว “แต่ตอนนี้พวกเขาไม่เกี่ยวกับฉันอีกต่อไปแล้ว”

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเธอก็ถามอีกครั้ง "นายไม่มีอะไรจะถามอีกเหรอ?" เขาน่าจะได้ยินตอนที่พ่อของเธอด่าเธอว่าเธอติดคุกแล้ว

เขากะพริบตาแล้วเงยหน้าขึ้น "พี่สาวอยากให้ถามอะไรเหรอ?

ดวงตาสีเข้มของเขาเผยให้เห็นความสงบแปลก ๆ ภายใต้แสงไฟสีนวลสลัว

หลิงอี้หรานค่อย ๆ สงบลงจากความวิตกกังวลและหายใจเข้าลึก ๆ "ฉันถูกตัดสินจำคุกสามปี ในข้อหาเมาแล้วขับจนเป็นเหตุก่อให้ถึงแก่ชีวิตแล้วฉันก็ได้รับการปล่อยตัวเมื่อไม่นานมานี้"

หลายคนคงมีทีท่าเป็นลบเมื่อได้ยินเช่นนั้น หลังจากที่เธอถูกปล่อยตัว คนรอบข้างที่รู้ว่าเธอติดคุกพวกเขาจะปฏิบัติต่อเธอด้วยสายตาอคติและจงใจรักษาระยะห่างจากเธอ แล้วเขาจะทำเหมือนกันไหม? ในตอนนี้เธอมีความรู้สึกเหมือนกับตอนที่กำลังรอการพิจารณาคดีในศาล

“งั้นเหรอ?” เขาพูดอย่างเฉยเมยโดยยังคงจดจ่ออยู่กับการนวดข้อเท้าของเธอ

แค่นั้นเหรอ? เธอกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ "นายไม่รังเกียจเหรอ?" เธอถาม

"ทำไมถึงต้องรังเกียจล่ะ?" เขาถามกลับ "อย่างที่พี่พูด จากนี้ไปตราบใดที่ฉันเรียกพี่ว่าพี่สาว เราแค่ต้องห่วงใยซึ่งกันและกันและไม่มีอะไรจะต้องสนใจอีก"

หัวใจของเธอดูเหมือนจะสงบลงเพราะคำพูดของเขา หลิงอี้หรานยิ้มโล่งใจ "จิน ฉันโชคดีจังที่ได้พบนาย”

อย่างไรก็ตามในตอนนี้เธอไม่ได้สังเกตว่ามีประกายแวบเข้ามาในดวงตาของเขา

วันอาทิตย์ ฉินเหลียนอีไปเยี่ยมห้องเช่าของหลิงอี้หราน เมื่อเธอเห็นอี้จิ่นหลี เธอก็สงสัยว่าเพื่อนของเธอโยงเขาเข้ากับคำว่า ‘จรจัด’ ได้อย่างไรกัน

แม้ว่าเขาจะสวมเพียงแจ็คเก็ตและกางเกงขายาวผ้าฝ้ายธรรมดาและรองเท้าผ้าใบราคาถูกซึ่งเห็นได้ชัดว่าซื้อมาจากแผงขายของข้างถนน แต่เขาก็ไม่ดูราคาถูกแม้ว่าจะในชุดนี้เพราะเขามีรูปร่างดี เขาสูงมากกว่า 180 ซม. และมีโครงหน้าที่สวยงามแม้ว่าผมม้าหนาของเขาจะบังสายตาของเขาอยู่บ้าง แต่ดวงตาใต้ผมหน้าม้าจะทำให้คุณประทับใจอย่างมากเลยทีเดียว

อย่างน้อยฉินเหลียนอีก็ไม่เคยเห็นดวงตาของผู้ชายที่สวยได้ขนาดนี้ ตาเขาสวยกว่าไอดอลหรือคนดังคนไหนอีก ด้วยใบหน้าที่ละเอียดอ่อนและการออกเสียงภาษาจีนกลางแบบมาตรฐาน เขาสามารถตอบคำถามของเธอได้อย่างคล่องแคล่ว

นี่เหรอที่เรียกว่าคนจรจัด?

เธอดึงหลิงอี้หรานไปด้านข้างและแอบถาม "เธอแน่ใจหรือว่าเขาเป็นคนจรจัดที่ไม่มีที่จะอยู่? แค่หน้าตานี่เขาสามารถเป็นดาราหรือนายแบบได้เลยนะ"

“ไม่ใช่คนหน้าตาดีทุกคนที่ได้จะเป็นดาราหรือนายแบบศะหน่อย” หลิงอี้หรานตอบ

ฉินเหลียนอีคิดอีกครั้งและตระหนักว่าการเข้าวงการบันเทิงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ "เธออยู่กับเขาทุกวัน เธอไม่หวั่นไหวบ้างเลยเหรอ?"

หลิงอี้หรานกลอกตา ก่อนหน้านี้เหลียนอีเป็นกังวลมาก่อนที่จินจะทำอะไรมิดีมิร้ายกับเธอไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ดูเหมือนจะกังวลว่าเธอจะทำอะไรกับเขาแทน

"เขาอายุน้อยกว่าฉันไม่กี่เดือน ฉันถือว่าเขาเป็นน้องชายของฉันเท่านั้น" อี้หรานบอก

ฉินเหลียนอีเดินไปหาอี้จิ่นหลี “ฉันจะพูดตรง ๆ ว่านายอยู่ที่นี่ได้ แต่นายต้องสัญญาว่า นายจะไม่ทำเรื่องไม่ดีและจะไม่โกหกอี้หราน นายรู้ไหมเธอเกลียดการหลอกลวง ถ้านายเป็นพวกต้มตุ๋น ฉันจะโทรแจ้งตำรวจมาจับนายแน่!"

"เหลียนอีเธอกำลังพูดเรื่องอะไรเนี่ย? จินจะไม่โกหกฉันหรอก" หลิงอี้หรานขัดอย่างรีบร้อน

"เธอรู้จักเขามานานแค่ไหนกัน ก็ต้องคุยให้มันชัดเจนก่อน นี่ จิน นายได้ยินไหม?" ฉินเหลียนอีถามอี้จิ่นหลีตรง ๆ

เขายกยิ้มแล้วพูดว่า "เอาเถอะครับ รู้แล้ว"

ตอนนี้เขากำลังยิ้มเบา ๆ แต่เขาก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยง เขาเพียงรับรู้สิ่งที่เธอพูดเท่านั้น

ด้วยเหตุผลบางอย่างฉินเหลียนอีรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับกลิ่นอายที่เปล่งออกมาจากเขานั้นเป็นคำเตือนเธอ แต่เขาเป็นแค่คนจรจัด เธอคงคิดมากเกินไปเอง ฉินเหลียนอีด่าตัวเอง แต่ก่อนที่เธอจะจากไปเธอแอบบอกกับเพื่อนของเธอให้ปกป้องตัวเองและโทรหาเธอถ้ามีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อเหลือแค่พวกเขาเพียงสองคนในห้อง หลิงอี้หรานจึงพูดกับอี้จิ่นหลีว่า "อย่าสนใจที่เหลียนอีพูดเลยเมื่อกี้เลย เธอแค่เป็นห่วงฉันน่ะ"

"เขาเป็นเพื่อนของพี่ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรฉันก็ไม่ใส่ใจหรอก" อี้จิ่นหลีกล่าว เขาพบว่าคำเตือนของเพื่อนเธอนั้นน่าขัน "พี่สนิทกับเขามากไหม?"

“นายรู้ไหมว่าฟางช่วยชีวิตคืออะไร? เมื่อนายจมน้ำนายไม่สามารถคว้าอะไรได้ไม่ว่านายจะพยายามแค่ไหน ในเวลานั้นเมื่อนายสามารถจับฟางได้แม้ว่าฟางเส้นนี้จะช่วยนายไม่ได้ มันจะทำให้นายไม่สิ้นหวัง" เธอพึมพำ "เหลียนอีเป็นฟางของฉันน่ะ"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 424

    เสียงจัวเชียนอวิ๋นดังมาจากปลายสาย “นี่ การผ่าตัดของเสี่ยวเหยียนเป็นไปด้วยดีนะ หมอบอกว่าเสี่ยวเหยียน หลังจากผ่านไปสองสามวันเสี่ยวเหยียนปรับตัวได้ เขาก็จะเริ่มการฝึกเรื่องของการแยกแยะเสียงแล้ว”“ดีมากเลยค่ะ” หลิงอี้หรานดีใจที่ได้ยิน “ถ้างั้นตอนบ่ายฉันจะแวะไปเยี่ยมเสี่ยวเหยียนนะคะ”จากนั้นหลิงอี้หรานก็ถามอีกครั้งถึงเลขห้องผู้ป่วยของเสี่ยวเหยียนในโรงพยาบาลก่อนจะวางสายไป“นี่เรื่องของเด็กที่หูหนวกนั่นเหรอ?” อี้จิ่นหลีมองหลิงอี้หรานก่อนถาม“การผ่าตัดของเสี่ยวเหยียนเป็นไปด้วยดี ยังไงตอนบ่ายฉันก็มีเวลาว่าง ฉันเลยจะไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล” หลิงอี้หรานบอก“ให้ฉันไปกับเธอแล้วกัน” อี้จิ่นหลีพูด“คุณจะไปกับฉันเหรอคะ?” หลิงอี้หรานเบิกตาโตอย่างประหลาดใจ “แต่… คุณไม่มีงานต้องทำเหรอ?”“ฉันก็แค่บอกให้เลขาเลื่อนงานตอนบ่ายออกไป ยังไงก็ไม่ได้มีอะไรเร่งด่วน” อี้จิ่นหลีพูดเรียบ ๆแต่หลิงอี้หรานรู้ดีว่าในบริษัทใหญ่แบบนี้ สำหรับคนเป็นประธานไม่มีอะไรที่ “เร่งด่วน” สำหรับเขา“ทำไม เธอไม่อยากให้ฉันไปด้วยเหรอ?” เขาถาม“เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น” พูดตามตรงการที่เขาเต็มใจจะไปเป็นเพื่อนเธอ ทำให้เธอประหลาดใจแต่ก็ร

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 423

    และเพราะว่าเธอฟังเข้าใจ จู่ ๆ เธอก็ยิ่งรู้สึกอายสุดท้ายอี้จิ่นหลีก็ตอบว่า “เธอนั่นแหละ”“โอ้ จิน คุณเป็นอะไรกับเธอเหรอ? เป็นคนรักกันไหม?” คนต่างชาติมักจะชอบถามอะไรตรง ๆหากว่าเป็นพนักงานชาติเดียวกัน ไม่มีใครกล้าถามอี้จิ่นหลีตรง ๆ แบบนี้แน่จากนั้นหลิงอี้หรานก็ได้ยินอี้จิ่นหลีตอบเป็นภาษาอังกฤษ “เธอเป็นคนโปรดของฉัน”ฉับพลันหลิงอี้หรานก็รู้สึกราวกับว่าหัวใจของเธอมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบรัดไว้ แม้แต่จังหวะการเต้นของหัวใจก็เหมือนจะสะดุดหลังจากที่การประชุมทางวิดีโอจบลง อี้จิ่นหลีก็เดินเข้ามาหาเธอและถามว่า “เป็นอะไรไป? ทำไมหน้าแดงแบบนั้น?”“เปล่า…ไม่มีอะไรค่ะ” เธอรีบตอบแต่เขาก็เอามือมาจับหน้าเธอไว้แล้วพิจารณาหน้าแดงก่ำของเธอ “นี่เพราะว่าเรื่องที่พวกนั้นพูดเมื่อกี้เหรอ?”เธอไม่ได้ตอบอะไร แต่เธอก็ใช้ความเงียบเป็นการยอมรับ“ไว้อนาคตมีโอกาส ฉันจะแนะนำเธอกับพวกเขา” เขาบอก“แนะนำเหรอคะ?” เธอร้องเขาเลิกคิ้วเล็กน้อย “ทำไม เธอไม่อยากเหรอ?”เอ่อ… เธออึ้งไป ตอนนั้นดวงตาสีดอกท้อคู่นั้นฉายแววบีบคั้น เหมือนว่าหากเธอตอบว่าไม่อยาก เธอก็คงเหมือนเป็นตัวจุดประกายให้ไฟโทสะเขาลุกท่วมเธอคิดอยู่พั

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 422

    “แต่ถึงกู้ลี่เฉินอยากจะแย่งเธอไปจริง ๆ เขาก็ทำไม่ได้ใช่ไหม? เพราะว่าคนที่เธอชอบก็คือฉัน และคนที่เธอมีชะตาต้องตกหลุมรักในอนาคตก็คือฉันใช่ไหม?”เสียงของเขาพึมพำและลมหายใจอุ่นร้อนก็เป่ารดใบหน้า เมื่อพูดจบเขาก็จูบเธอที่ริมฝีปากเขาไม่มีทางยกเธอให้ใคร เธอจะเป็นของเขาเท่านั้น……ตอนที่หลิงอี้หรานตื่นขึ้นมาให้วันต่อมา อี้จิ่นหลีก็ไปทำงานแล้ว หลังจากที่กินอาหารเช้าเสร็จเธอก็เตรียมอาหารกลางวันให้อี้จิ่นหลีที่คฤหาสน์อี้มีกล่องอาหารกลางวันและวัตถุดิบ และก็มีพ่อครัวอยู่ใกล้ ๆ เห็นชัดว่าพ่อครัวก็ได้รับคำสั่งมา หากว่าหลิงอี้หรานมีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ พ่อครัวก็พร้อมช่วยถึงขนาดที่ว่าหลังจากทำกล่องอาหารกลางวันแล้ว หลิงอี้หรานรู้สึกว่าฝีมือของตัวเองนั้นพัฒนาสูงขึ้นเลยทีเดียวเธอนำกล่องอาหารมาที่อี้กรุ๊ป แต่เพราะว่าวันนี้คนขับรถของตระกูลอี้เป็นคนพาเธอมา ยามที่หน้าประตูก็ตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นเธอลงมาจากรถแม้ว่าพนักงานหลายคนในบริษัทเริ่มที่จะลือกันว่าพนักงานส่งอาหารลึกลับคนนี้น่าจะไม่ใช่คนธรรมดา แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าพนักงานคนนี้จะเปลี่ยนจากรถไฟฟ้าเล็ก ๆ มาเป็นรถส่วนตัวเร็วแบบนี้โดยเฉพาะรถ

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 421

    ช่วงนี้เขามักจะมาค้างในห้องของเธอ นอนร่วมเตียงกับเธอ แม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะไม่ได้ทำอะไรกัน แต่มันก็เหมือนว่าการนอนร่วมเตียงเดียวกันนั้นกลายเป็นนิสัยไปโดยไม่รู้ตัวแล้วเพราะว่าเธอต้องเปิดไฟนอน เธอก็พูดเสียงอ่อนว่า “คุณจะชินกับการเปิดไฟนอนตลอดเวลาไปแล้ว ทำไมคุณไม่กลับไปนอนห้องคุณล่ะคะ”สุดท้ายเขาก็บอกว่า “ฉันอยากนอนกับเธอนี่ พี่สาว ถึงจะเปิดไฟไว้ก็ไม่เป็นไรหรอก”ดังนั้นคำพูดที่เหลือของเธอจึงโดนกลืนกลับลงไป“เธอจะนอนแล้วเหรอ?” อี้จิ่นหลีถามขณะที่มองหลิงอี้หรานเดินไปที่เตียง“ใช่” หลิงอี้หรานพูดพร้อมหน้าแดงเรื่อหลิงอี้หรานเลิกผ้าห่มและเข้าไปนอนเตียง มือของอี้จิ่นหลีก็มาโอบรอบเอวเธอ เขากอดเธอแนบแน่นและฝังใบหน้าซุกกายเธอราวเก็บเด็กที่อยากจะออดอ้อนเขาดูราวกับเด็กเล็กน้อยซึ่งต่างไปจากท่าทางปกติของเขา แต่ด้วยเหตุผลบางประการ หลิงอี้หรานรู้สึกว่าชอบอี้จิ่นหลีที่มีท่าทางเป็นเด็ก ๆ แบบนี้“ว่าแต่กู้ลี่เฉินหมายความว่าอะไรตอนที่คุยกับคุณวันนี้? พวกคุณทะเลาะกันเหรอ?”จู่ ๆ หลิงอี้หรานก็คิดขึ้นมาได้“ประโยคไหนล่ะ?” อี้จิ่นหลีถาม พลางรู้สึกว่าการกอดเธอมันชวนให้เสพติดมาก เมื่อเขากอดเธอแล้วก็ไม

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 420

    “ฉันเข้าใจค่ะ ฉันจะไม่พูดอะไรกับเธอ” จัวเชียนอวิ๋นลังเลและบอกว่า “ถึงตอนนี้ฉันจะรู้ว่าเธอเป็นแฟนของคุณ ฉันไม่เคยบอกอะไรเธอมาตั้งแต่แรก และฉันก็ไม่คิดว่าจะบอกอะไร ไม่คิดจะหาประโยชน์จากเธอ แน่นอนว่าในอนาคตฉันก็ไม่คิดจะทำแบบนั้น ที่ตอนแรกฉันจ้างเธอก็เพราะว่าฉันรู้สึกว่าเธอเหมือนกับฉัน เคยติดคุกมาก่อน และรู้สึกว่าเราลงเรือลำเดียวกัน ฉันก็เลยอยากให้โอกาสเธอได้ทำงาน”ความเย็นชาในตาของอี้จิ่นหลีหายไป “ผมไม่สนหรอกว่าระหว่างคุณกับเย่เหวินหมิงมีเรื่องอะไร แต่ตราบใดที่เธอยังทำงานที่นี่กับคุณ เธอก็จะทำงานอย่างปลอดภัย หากว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ ไม่ว่าจะอะไร คุณโทรหาผมได้ตลอด”เมื่อพูดจบ เขาก็เอาเบอร์มือถือให้จัวเชียนอวิ๋นจัวเชียนอวิ๋นรีบจดลงไป เธอเกรงว่าคงมีไม่กี่คนที่สามารถมีเบอร์นี้ได้ในเมืองเสิ่น แต่ตอนนี้เธอได้มาภายใต้เงื่อนไขแต่ที่อี้จิ่นหลีบอกว่าเขาไม่สนว่าระหว่างเธอกับเย่เหวินหมิงมีเรื่องอะไร ก็แปลว่าเขาคงไม่บอกเย่เหวินหมิงว่าเธออยู่ที่ไหน ซึ่งนี่ก็ทำให้จัวเชียนอวิ่นหายใจได้อย่างโล่งอกอี้จิ่นหลียังอยู่ในร้านและกินมื้อเย็นกับหลิงอี้หรานดังนัั้นเมื่อเลิกงาน เพื่อนร่วมงานทุกคนเลยได้รู

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 419

    จัวเชียนอวิ๋นจำได้ว่าตอนที่เธอดึงหลิงอี้หรานมาถาม อีกฝ่ายก็ให้คำตอบที่ชัดเจนหนักแน่นกับเธอ“ก็พี่จัว คนที่ว่าก็คืออี้จิ่นหลีของอี้กรุ๊ป” โอเค ก็ถือว่าเป็นคำตอบแล้วกันจัวเชียนอวิ๋นรู้สึกว่าเหมือนมีฟ้าผ่าลงมากลางหัวเธอ ซึ่งทำให้เธอมึนไม่หายพนักงานส่งอาหารให้ร้านของเธอเป็นแฟนกับอี้จิ่นหลีจริงเหรอ? ถ้าบอกไปแล้วใครจะเชื่อ?โดยเฉพาะหลิงอี้หรานบอกว่ายังมีอาหารที่ต้องออกไปส่งอีก อี้จิ่นหลีก็บอกว่า “ถ้างั้นฉันจะรอเธอที่นี่ วันนี้ยังไงก็ว่าง”ดังนั้นคนหนึ่งก็ออกไปส่งอาหาร ส่วนอีกคนก็… เอ่อ อ่านหนังสือจัวเชียนอวิ๋นรู้สึกว่าเธอประสบคลื่นลมโหมกระหน่ำ แต่ตอนนี้เธอสับสนมากทำไมอี้หรานถึงได้ยังมาทำงานที่ร้านของเธอหากว่ามีแฟนแบบนี้? แล้วอี้จิ่นหลีจริงจังกับอี้หรานเหรอ?แต่เมื่อมองเหตุการณ์ก่อนหน้าระหว่างทั้งสอง ก็ไม่ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องหลอกลวง อย่างน้อยท่าทีของอี้จิ่นหลีที่มีต่ออี้หรานด้วยสายตาคนนอกอย่างเธอก็เห็นได้ว่าเขารักอี้หรานมากเมื่อเห็นว่าอี้จิ่นหลีกินกาแฟหมดแล้ว จัวเชียนอวิ๋นก็เดินเข้าไปหาและถามว่า “คุณอี้ ต้องการอะไรเพิ่มไหมคะ?”“ขอน้ำให้ผมแก้วหนึ่งพอครับ” อี้จิ่นหลีบอกดังนั้น

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 9

    หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล เกาฉงหมิงถามว่า "นายน้อยอี้ คุณจะกลับไปที่คฤหาสน์หรือว่า..."“ฉันจะกลับไปที่เขตซีเฉิง” อี้จิ่นหลีตอบนิ่ง ๆในเขตซีเฉิงเป็นที่ซึ่งหลิงอี้หรานเช่าห้องอยู่ เกาฉงหมิงอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้านายของตัวเองวางแผนที่จะอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ นั้นอีกนานแค่ไหนระหว่างทางไปยังซีเฉิง ที่สี่แ

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 8

    จนถึงตอนนี้เวลา 3 ทุ่มกว่าก็ยังไม่เห็นกลับมา หลิงอี้หรานเริ่มกังวลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาไม่มีโทรศัพท์มือถือเธอจึงไม่สามารถโทรติดต่อเขาได้เธอออกจากห้องแล้วไปที่ทางเข้าเขตที่พัก เธอมองไปรอบ ๆ เพื่อหวังว่าจะได้พบร่างสูงที่เธอรอหลังจากที่รู้สิกว่านานเหลือเกิน ในที่สุดเธอก็เห็นร่างที่คุ้นเคยเดินม

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 6

    หลิงอี้หรานตอบ “ฉันไม่ต้องการให้คุณมายกย่อง”ภายใต้ฤทธิ์ของเหล้า ผู้ช่วยผู้กำกับเหอพุ่งเข้าใส่หลิงอี้หรานและตบหน้าของเธออย่างจัง “ถ้าฉันอยากให้ดื่ม เธอก็ต้องดื่ม เธอก็แค่คนไร้ค่ายังจะมีอะไรมาอวดเบ่งอีก”เขาหยิบขวดไวน์แน่นและกรอกเข้าปากของเธอ หลิงอี้หรานพยายามผลักเขาออกไป แต่ชายคนนี้แรงมากกว่าเธอ แ

  • บ่วงรักนักโทษสาว   บทที่ 7

    “เปล่า ไม่ได้ทำอะไร” เขาพูด นึกถึงว่าหลังจากที่เขาอุ้มเธอกลับไปที่อะพาร์ตเมนต์ ตอนที่เขาจะวางเธอลงบนเตียงทันใดนั้นเธอก็ผลักเขาลงบนเตียง ในขณะนั้นเขารู้สึกแปลกใจว่าทำไมเขาถึงประมาทขนาดนี้ ถ้าเป็นคนที่ต้องการฆ่าเขา เขาก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เขาระวังตัวมาตลอด เขาเผลอตัวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status