Beranda / โรแมนติก / บ่วงรักผีเสื้อ / บทที่ 2 คุณผีดิบ - 100%

Share

บทที่ 2 คุณผีดิบ - 100%

last update Tanggal publikasi: 2024-12-22 20:30:16

นมพิมบีบมือตนเองไปมา ไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาตรงหน้าอย่างไรดี หล่อนไม่ใช่คนโกหกได้เก่งนัก อายุปูนนี้แล้วจะให้มาแก้ตัวแทนคุณหนูก็คงจะฟังไม่ขึ้นสักเท่าไร

ร่างท้วมของแม่นมเดินไปหยุดอยู่ที่บันไดขั้นสุดท้ายของมุกหน้าบ้านเพื่อรอรับคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศด้วยใบหน้าที่พยายามปั้นแต่งให้ยิ้มมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

“สวัสดีจ้ะนม” รวิวรรณ มารดาของรวิชาก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าอิดโรย แต่ยังคงรอยยิ้มละไมประดับอยู่บนใบหน้า พลางสอดส่ายสายตามองหาบุตรสาวสุดที่รัก

เธอกับสามีตัดสินใจกลับจากดูไบก่อนกำหนดเพราะเป็นห่วงความรู้สึกของรวิชา รู้ดีว่าผิดนัดบุตรสาวมาหลายครั้ง และทำให้เจ้าตัวน้อยใจมากแค่ไหน โชคดีที่การเจรจาธุรกิจเครื่องหอมประสบผลสำเร็จด้วยดี อีกทั้งทางฝ่ายนั้นก็ขอเลื่อนประชุมให้เร็วขึ้น จึงเป็นโอกาสได้กลับเมืองไทยก่อนกำหนด และแน่นอนว่าการกลับมาครั้งนี้คนที่บ้านไม่มีใครรู้นอกจากบุญเกิด คนขับรถที่ขับไปรับเพราะต้องการเซอร์ไพรส์บุตรสาว

“หนูอายล่ะจ๊ะนม”

รวิวรรณถามถึงบุตรสาวทันทีที่มองไม่เห็นร่างปราดเปรียวของรวิชายืนยิ้มเผล่อยู่หน้าประตูเหมือนทุกครั้ง ทว่าสามีก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน ในขณะที่คนถูกถามอย่างนมพิมลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“วันนี้วันหยุดนะคุณ แถมยังสอบเสร็จแล้วด้วย ยายอายคงจะนอนหลับอุตุอยู่บนห้องนั่นแหละ หรือไม่ก็นอนดูซีรีส์เกาหลีอยู่บนเตียง น้ำท่าไม่ยอมอาบ ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าลูกสาวเราเป็นยังไง”

อาทิตย์ บิดาของรวิชาเอ่ยออกมายิ้ม ๆ อย่างเอ็นดูคนที่กำลังพูดถึง ซึ่งขัดกับประโยคที่เพิ่งเอ่ยถึงบุตรสาวไปเมื่อสักครู่อย่างสิ้นเชิง เขาเงยหน้ามองไปยังตำแหน่งที่เป็นห้องนอนของรวิชา ก่อนจะพยักหน้ากับภรรยาเพื่อพากันเดินเข้าบ้านโดยมีบุญเกิดกับมาลัย ภรรยาของบุญเกิด และเป็นแม่บ้านดูแลที่นี่คอยถือสัมภาระเดินตามหลัง

เมื่อเข้ามาในบ้าน สองสามีภรรยาก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้นบน หลังจากแม่บ้านเข้ามาวางกระเป๋าสัมภาระจนเสร็จเรียบร้อย และเดินออกจากห้องไปแล้ว ทั้งคู่จึงหันมองหน้ากัน ก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟามุมห้อง

“คุณคะ แล้วเราจะหาเงินจากไหนมาลงทุนกับสินค้าล็อตนี้ดี”

รวิวรรณเอ่ยปากถามด้วยสีหน้ากังวล สินค้าล็อตใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาที่ดูไบนั้นนับเป็นเม็ดเงินมูลค่ามหาศาล ทว่าเงินที่จะต้องใช้ลงทุนก็มหาศาลเช่นเดียวกัน

“ผมยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะถ้าให้กู้ธนาคารตอนนี้ละก็ ผมคิดว่าเราคงกู้ไม่ผ่านแน่”

อาทิตย์ระบายลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ยอมรับว่าตนก็มืดแปดด้านเช่นกัน แต่ลูกค้ารายใหญ่จากดูไบรายนี้เขาก็ทิ้งไม่ได้ เพราะการเซ็นสัญญาครั้งนี้จะพลิกวิกฤตย่ำแย่ในบริษัทที่เกิดขึ้นมายาวนานหลายปีให้ลืมตาอ้าปากได้

อาทิตย์กับรวิวรรณทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องหอมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธูป กำยาน น้ำมันหอมระเหย น้ำมันนวด โลชั่น ครีมอาบน้ำ สบู่ รวมไปถึงครีมบำรุงผิว โดยเน้นไปที่การส่งออกต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของแบรนด์เขา จะเด่นกว่าแบรนด์อื่นในเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ เพราะมุ่งเน้นไปที่วัตถุดิบธรรมชาติและต้องปลอดสารพิษเท่านั้น ซึ่งจุดเด่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ก็คือ กลิ่น โดยเฉพาะน้ำมันนวดและน้ำมันหอมระเหย โดยสูตรการผสมในแต่ละกลิ่นนั้นเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษของรวิวรรณเลยทีเดียว

ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ อาทิตย์ยังเป็นเพียงพนักงานบริษัทกินตำแหน่งผู้จัดการธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ส่วนภรรยานั้นอยู่บ้านเลี้ยงลูก เพราะรวิชาเพิ่งอายุได้เดือนเศษ อีกทั้งตั้งแต่คลอดลูกมาร่างกายของเธอก็ไม่ค่อยแข็งแรง รวิวรรณจึงต้องขอให้มารดาส่งตัวแม่นมที่เคยเลี้ยงดูตนในวัยเด็ก ให้มาช่วยเลี้ยงรวิชาอีกคน

 และเพราะความที่เป็นคนไม่อยู่เฉย รวิวรรณจึงลองทำสบู่สมุนไพรวางขายตามตลาดนัดแถวหมู่บ้าน โดยปล่อยลูกสาวตัวน้อยให้อยู่กับแม่นม ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินคาด เพราะคนที่เคยซื้อไปใช้ต่างติดใจในกลิ่นหอมที่ติดผิวทนทานโดยแทบไม่ต้องใช้น้ำหอมใด ๆ และกลับมาซื้อซ้ำกันคนละหลายก้อน จนในที่สุดคำบอกเล่าแบบปากต่อปากจึงส่งผลให้รวิวรรณทำสบู่ขายแทบไม่ทัน ทั้งยังมีคนมาขอซื้อในปริมาณมากเพื่อนำไปขายต่ออีกด้วย

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกแขนงสินค้าไปยังไลน์ต่าง ๆ และทำอย่างนั้นมาร่วมสามปีจนมีความคิดที่จะหาเงินลงทุนมาเปิดบริษัทเพื่อทำการผลิต และส่งขายไปยังห้างสรรพสินค้า และร้านสปาต่าง ๆ

คราแรกรวิวรรณกับอาทิตย์คิดจะนำที่ดินไปจำนองเพื่อนำเงินก้อนมาลงทุน ทว่าตอนนั้นมีนายบุญทรง รุ่นพี่ที่เคารพกันมานานของอาทิตย์ซึ่งเปิดบริษัทเกี่ยวกับการผลิตสินค้าจำพวกสบู่ ยาสระผม และของใช้ขนาดพกพาสำหรับการเดินทาง หรือสำหรับใช้ตามโรงแรมชื่อดังต่าง ๆ มาร่วมหุ้นด้วย โดยออกเงินลงทุนให้สามสิบเปอร์เซ็นต์ อาทิตย์กับภรรยาเห็นว่าเป็นโอกาสดี เพราะจำนวนเงินที่คิดจะไปทำเรื่องกู้นั้นพอดีกับที่บุญทรงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

แต่ใครเลยจะรู้ว่าอำนาจเงิน และความอยากเป็นที่หนึ่งจะทำให้บุญทรงหักหลังอาทิตย์ ด้วยการหันไปทำธุรกิจประเภทเดียวกันในบริษัทของตนเองอย่างลับ ๆ เพื่อแข่งขัน และช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ทั้งยังพยายามขโมยสูตรผสมอยู่บ่อยครั้ง เมื่อไม่ได้สูตรไปตามต้องการก็หาทางปล่อยข่าวเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ว่าไม่ได้คุณภาพ จ้างคนมาสับเปลี่ยนส่วนผสมจนธุรกิจเกิดความเสียหายมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนอาทิตย์ต้องจ้างทีมนักสืบมาสืบเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ

อาทิตย์ลุกขึ้นเดินไปยืนที่ริมหน้าต่างของห้องนอน ก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียงห้องแล้วมองไปด้านล่างอย่างครุ่นคิด ความคิดที่จะเอาบ้านหลังนี้ไปจำนองเริ่มมีเข้ามาในหัว ทว่าถ้าหากพลาดพลั้งขึ้นมาแล้วบ้านต้องถูกยึดไป เขาคงถูกบรรดาญาติพี่น้องตราหน้าว่าไม่เอาไหนเป็นแน่ เพราะบ้านหลังนี้เป็นของขวัญวันแต่งงานของเขากับภรรยาที่บิดามารดาของเขากับรวิวรรณร่วมลงขันกันซื้อให้เพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่

“แล้วเรื่องนั้นจะว่ายังไงคะ แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ลูกของเราต้องไปเกี่ยวดองกับคนทรยศพรรค์นั้นเด็ดขาด”

รวิวรรณเดินตามมายืนอยู่ด้านข้างเพื่อพูดในสิ่งที่ตนคิด

บุญทรงมาขอหมั้นหมายรวิชาให้กับกลวิชร ผู้เป็นบุตรชาย หากรวิชาเรียนจบปริญญาตรีเมื่อไรก็จัดงานแต่งงานขึ้นทันที เพราะทางฝ่ายนั้นอ้างว่าอยากเป็นทองแผ่นเดียวกัน อีกทั้งยังร่วมลงขันทำธุรกิจกันมานานหลายปี

บุญทรงไม่รู้ว่าสองสามีภรรยาได้รู้เรื่องที่เขาคิดคดหักหลังต่อบริษัทแล้ว และการที่อีกฝ่ายมาเอ่ยปากขอหมั้นหมายแก้วตาดวงใจของตนให้กับบุตรชายนั้น เธอกับสามีเชื่อว่าบุญทรงต้องการควบรวมบริษัทไปเป็นของตนเองอย่างแน่นอน

ซึ่งเธอยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด!

“แล้วคุณคิดว่าผมจะยอมหรือ หนูอายเป็นทุกอย่างของชีวิตผม ผมไม่มีทางทำร้ายลูกอย่างนั้นแน่นอน”

อาทิตย์บอกภรรยาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมกับตบเบา ๆ บนหลังมือของรวิวรรณที่เกาะราวระเบียงอยู่ ก่อนจะทอดสายตามองตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง และคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ด้านหน้าห่างออกไปไม่กี่เมตรนั้น ทำให้อาทิตย์เกิดความคิดบางอย่างผุดวาบขึ้นมาในหัว

“ผมรู้แล้วละว่า...เราจะหาทางออกเรื่องนี้กันยังไง”

อาทิตย์มองหน้าภรรยาอย่างมีความหวัง ก่อนหันกลับไปมองคฤหาสน์เบื้องหน้าตามเดิม รวิวรรณจึงมองตามสายตาของสามีบ้าง

“คุณภีม?...คุณอย่าบอกนะว่า...” รวิวรรณหันไปถามสามี เห็นเขาพยักหน้าให้เล็กน้อยพร้อมกับผุดยิ้มที่มุมปากก็อดที่จะถามต่อไม่ได้

“แล้วเราจะเอาอะไรเป็นหลักค้ำประกันคะ ถ้าเราจะกู้เงินจากเขา บ้านหลังนี้หรือ” เธอรู้มาว่าภีมพล หัสวันต์ที่อยู่ข้างบ้านนั้นปล่อยเงินกู้ให้กับนักธุรกิจหลายคนที่ไม่สามารถขอกู้กับทางธนาคารได้ เพียงแต่หลักทรัพย์ที่จะเอามาค้ำประกันนั้นต้องมีมูลค่ามากพอ และหากรายไหนไม่สามารถชำระเงินได้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา เขาก็จะทำการยึดหลักทรัพย์นั้นโดยไม่มีการต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น หรือหากมีคนเล่นตุกติก เขาก็มีวิธีจัดการคนเหล่านั้นชนิดที่เรียกได้ว่าเข็ดไปจนตาย

มีอิทธิพลไม่ต่างจากมาเฟียคนหนึ่งเลยทีเดียว

แต่เนื้อแท้ของภีมพลนั้น ทั้งเธอและสามีรู้กันดีว่าเขาเป็นคนดีที่น่าคบหาคนหนึ่ง เท่าที่รู้จักกันมานานร่วมสิบกว่าปีเพราะรั้วบ้านติดกัน จึงทำให้รู้ว่าแม้รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะดูเจ้าสำราญไปบ้าง ทว่าตัวตนจริง ๆ แล้วเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังกับทุกเรื่อง และเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้นเสมอ

“ก็อาจจะต้องเอาบ้านหลังนี้ไปจำนองกับเขาไว้ แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เพราะผมมีความคิดที่ดีกว่านั้น”

“อะไรคะ”

รวิวรรณขมวดคิ้วอย่างสงสัย สามีของเธอเป็นคนที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่งและคิดอะไรฉับไว หลายต่อหลายครั้งเธอมักตามความคิดของเขาไม่ทัน

“ผมจะให้ยายหนูอายหมั้นกับคุณภีม”

“คุณว่าอะไรนะ!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 100%

    “อ้าว! วันนี้คุณอายไม่เข้าบริษัทหรือ” เมื่อเช้าก็ออกมาด้วยกันแท้ ๆ แต่แม่เจ้าประคุณแอบหนีไปเที่ยวไหนกันล่ะนี่ ชายหนุ่มคิดอย่างเข่นเขี้ยวในใจเมื่อเจอ “เซอร์ไพรส์” สุดพิเศษจากศรีภรรยาภีมพลยิ้มกริ่มอย่างหมายมาด เห็นทีต้องรีบกลับไปรับขวัญก่อนเวลาเสียแล้ว ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถออกมา เหลือบไปเห็นแฟ้มงานสองแฟ้มที่ยังคงแผ่หราอยู่เต็มโต๊ะ แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังดูค้างเอาไว้ เขากวาดตามองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใจจริงเขามีตัวเลือกเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อตัดสินใจได้เขาก็คว้าแฟ้มขวามือเดินออกจากห้องทันที จากนั้นจึงไปยื่นให้กับเลขาฯ ส่วนตัว“ผมเลือกของบริษัทนี้ ให้ฝ่ายจัดซื้อทำเรื่องได้เลย อ้อ วันนี้ผมไม่เข้าแล้วนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ผละออกไป และต้องหยุดชะงักเมื่อเลขาฯ รีบวิ่งมาถามถึงงานบางอย่างที่เขาให้เตรียมไว้สำหรับช่วงบ่ายนี้“คุณภีมคะ แล้วเรื่องที่ให้เตรียมเอาไว้บ่ายนี้ล่ะคะ”“ยังคอนเฟิร์มอยู่ แต่ว่าคุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ”ภีมพลหันมายิ้มพรายเต็มวงหน้าเมื่อคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 70%

    อดคิดไปถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้วไม่ได้ ท่านทั้งสองช่างมีความอดทนและมุมานะอย่างล้นเหลือที่สู้ฝ่าฟันจนกระทั่งบริษัทเป็นรูปเป็นร่างได้ขนาดนี้ นึกมาถึงตอนนี้แล้วก็โกรธตัวเองที่ตอนนั้นเอาแต่น้อยใจ คิดว่าท่านทำแต่งานจนไม่สนใจใยดีกับเธอผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว‘รวิชา แปลว่าลูกพระอาทิตย์ เพราะฉะนั้นหนูต้องเข้มแข็ง อดทนให้สมกับที่เป็นลูกสาวของพ่อ ชีวิตของหนูจะต้องรุ่งโรจน์สดใสเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า’ถ้อยคำจากบิดายังคงดังก้องอยู่ในหัวทุกครั้งที่นึกถึงเวลาเมื่อรู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่มีแม่นมชราและสามีที่คอยเป็นกำลังใจให้ ป่านนี้ชีวิตเธอจะหักเหไปทางไหนแล้วบ้างก็สุดรู้“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับจุมพิตเบา ๆ ที่ข้างแก้ม จากนั้นคนตัวโตก็ทรุดตัวลงนั่งซ้อนหลังไว้พร้อมกับดึงบ่าของเธอให้เอนซบลงมาบนตัวเขา“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ตื่นเช้าจังเลยนะคะ” หญิงสาวทักทายกลับไปก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของสามี“จำเป็นต้องตื่นเช้าน่ะ จู่

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 35%

    หลังจากถวายสังฆทานจนกระทั่งกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อย ภีมพล รวิชา และนมพิมก็พากันเดินออกมาเทน้ำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้ากุฏิ ชายหนุ่มสวดบทกรวดน้ำพึมพำโดยไม่ออกเสียง ในขณะที่หญิงสาวและนมพิมอธิษฐานเพื่อส่งผลบุญให้แก่ผู้ล่วงลับอยู่ในใจวันนี้เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของบิดามารดาของรวิชา นมพิมเปรยเอาไว้หลายวันก่อนหน้าแล้วว่าอยากมาทำบุญให้ท่านทั้งสอง ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยเพราะคิดไว้เหมือนกันว่าจะมาทำบุญวันนี้ จึงชวนสามีหนุ่มให้มาด้วยกัน และเขาก็ไม่ขัดข้อง เพราะตั้งแต่ผ่านพ้นพิธีแต่งงานมาได้สองเดือน ภีมพลก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพุทธศาสนาอีกเลยจากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางกลับบ้าน พอมาถึง ชายหนุ่มปล่อยให้รวิชาได้อยู่กับแม่นมตามลำพังเพราะคิดว่าทั้งสองคนคงมีเรื่องอยากพูดคุยกัน เขาเองก็เห็นใจคนแก่อย่างนมพิม เพราะตั้งแต่รวิชาเรียนจบมาก็เอาแต่ทำงาน แถมหลังจากนั้นสองเดือนก็เข้าพิธีแต่งงานกับเขา ทำให้บางคืนรวิชาไม่ได้กลับไปนอนบ้านตัวเอง ถึงแม้เขากับรวิชาจะแก้ปัญหาด้วยการสลับบ้านนอนเป็นวันเว้นวันแล้วก็ตาม แต่หัวอกคนแก่ก็คงหงอยเหงาเป็นธรรมดา

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 100%

    “ตอบแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย อย่างนี้ต้องให้รางวัล”ชายหนุ่มจับล็อกปลายคางมนของหญิงสาวไว้ แล้วก้มลงตบรางวัลให้คนปากหวานช่างจำนรรจาจนเขากระชุ่มกระชวยทุกทีที่ได้ฟังนาทีนี้ภีมพลเหมือนจะคลั่งเสียให้ได้ สาวน้อยช่างหวานจับจิตจับใจสมกับที่รอคอยมานานแสนนาน ถ้าไม่ติดว่าเธอยังใหม่กับความสัมพันธ์แบบนี้แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าทั้งเขาและเธอยังคงนัวเนียกันอยู่บนเตียงเป็นแน่“อื้ม...อาภีมขา นี่มันริมถนนนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”แค่หญิงสาวพูดเบา ๆ แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วน้ำเสียงสั่นพร่านิด ๆ นั้นช่างฟังดูเซ็กซี่ยั่วยวนดีเหลือเกิน เขานึกถึงตอนเธอครวญครางอยู่ใต้ร่างของเขา ทั้งภาพทั้งเสียงยังคงติดตาตรึงใจเสียจนอะไร ๆ มันพรักพร้อมขึ้นมาอีกแล้ว“เราเข้าหมู่บ้านมาแล้ว ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาหรอก รถอาก็มืด ใครจะมองเข้ามาเห็นล่ะคะ”เอาอีกแล้ว ลงท้ายด้วยคะ ขาแบบนี้แปลว่าเริ่มไม่ปลอดภัยแล้วเป็นแน่ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร แต่ชายหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน“แวะบ้านอาก่อนนะคะ”แค่เห็นแววตาระยิบระยับแพรวพราวของเข

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 70%

    “ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้อยู่กับอาทั้งคืนได้ไหม ตามใจอาหน่อยได้ไหมคะ”เขาถามพร้อมกับประพรมจุมพิตไปทั่วหน้าอย่างหลงใหล ก่อนจะเอ่ยประโยคสำคัญที่ทำให้คนฟังหัวใจพองฟูคับอก“อาก็รักน้องอาย ไม่ใช่แค่คืนนี้ที่อาอยากให้น้องอายอยู่ด้วยแต่เป็นทุก ๆ คืน และตื่นมาตอนเช้าก็เห็นหน้าน้องอายเป็นคนแรกในทุก ๆ เช้า”ชายหนุ่มหยุดพูด แล้วก้มลงจุมพิตที่หน้าผากอีกครั้งหนึ่งแล้วไต่ระเรื่อยมาจนถึงใบหู ใจอยากจะโจนจ้วงเข้าหาร่างเย้ายวนนี้ให้สมกับที่รอคอยมานานแสนนาน แต่ก็อยากให้หญิงสาวได้สัมผัสกับความสวยงามจากประสบการณ์ในรักครั้งแรกมากกว่า เขาจึงต้องอ่อนโยนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แม้ว่าความต้องการจะอัดแน่นจนแทบระเบิดแล้วก็ตาม“แต่งงานกับอานะคะ”ไหน ๆ เธอก็เรียนจบแล้ว มีงานมีการทำถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หนำซ้ำยังจดทะเบียนสมรสเป็นคนคนเดียวกันในทางกฎหมายแล้วด้วย เขาจึงคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรออีกต่อไป เพราะเขากับเธอก็แทบจะเป็นของกันและกันอยู่แล้ว จะเหลือก็แต่การอยู่ร่วมบ้านเดียวกันในฐานะของสามีภรรยาเท่านั้นรวิชาคลี่ยิ้มกว้างพล

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 35%

    ภีมพลยืนยิ้ม มองภรรยาทางนิตินัยที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนานกับเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ข้างล่างด้วยแววตาทอดอ่อน เมื่อวานสอบวันสุดท้าย วันนี้รวิชาจึงขออนุญาตเขาพาเพื่อน ๆ มาสนุกกันที่คลับอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการฉลองจบการศึกษา อีกทั้งฉลองที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสปานั้นทะลุเป้าเกินกว่าที่คาดหมายไว้พอสมควรสาวน้อยของเขาเรียนจบแล้ว...ปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งคู่หมั้น สองปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งสามีตามกฎหมาย รวมแล้วร่วมสี่ปีเต็มกับการเฝ้าดูแลเด็กสาวคนหนึ่งให้เติบโตเป็นหญิงสาวแสนสวย และมากความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเมื่อก่อนเขาเอาแต่นั่งนับวันเวลาว่าเมื่อไรเธอจะเรียนจบ เพราะอยากตีตราจองเธอเอาไว้ด้วยร่างกาย ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวตามประสาผู้ชายทั่วไปที่คิดอยากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรัก ทว่าพอวันเวลาผ่านไป ความคิดของเขาก็ค่อยปรับเปลี่ยนไปทีละนิดตามความผูกพันที่เพิ่มขึ้นระหว่างเขากับเธอเซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่เขาต้องการจากเธอเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงในรัก และการรับรู้ถึงการเป็นส่วนหนึ่งขอ

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 19 ผีเสื้อปีกหัก - 25%

    “หนูอาย มาหาป้ามาลูก” ภาวิณีเรียกให้หญิงสาวที่รั้งตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้เข้าไปหา รวิชาเดินเข่าเข้าไปใกล้ ๆ เมื่อถึงจุดที่เอื้อมมือถึง มารดาของภีมพลก็ตวัดแขนขึ้นโอบหญิงสาวไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับพูดจาปลุกปลอบ“ป้าเสียใจด้วยนะลูกนะ คิดเสียว่าพ่อกับแม่ไปสบายแล้ว.

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 17 เข้าใจผิด - 100%

    ยามมองผู้หญิงเหล่านั้น แม้พวกหล่อนจะยิ้มให้ แต่รวิชาระแวงไปหมดว่าคนพวกนี้ยิ้มเยาะอยู่หรือเปล่า แอบสมเพชเธออยู่ในใจไหม ความคิดด้านร้ายวิ่งวนอยู่ในหัวจนรวิชาชักสีหน้าบึ้งตึงไม่เก็บอารมณ์อีกต่อไป“น้องอายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เวียนหัวไหมที่อาพาเดินไปเดินมา หรือว่าปวดขา อาพาไปพักบนห้องข้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 16 ข่าวลือ - 75%

    เสียงโทรศัพท์ของรวิชาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเบอร์ใหม่ ไม่ใช่เบอร์เดียวกันกับที่โทร. มาเมื่อครู่ หญิงสาวจึงจัดการปิดเสียง แล้วกดโทร. ออกหาคู่หมั้นหนุ่ม รอสายไม่นาน ภีมพลก็กดรับสาย“ว่าไงครับน้องอาย” แค่ได้ยินเสียงเท่านั้น เธอก็อยากให้เขามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในตอนนี้เหลือเกิน

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 15 เด็กเสี่ย - 50%

    หลังจากวางสาย เขาก็เดินออกจากฮอลล์อีกประตูแล้วอ้อมจากด้านหน้าที่มีการตรวจบัตร เดินผ่านเลยไปยังที่จอดรถสำหรับพนักงานแล้วเข้าประตูหลังเพื่อขึ้นไปยังออฟฟิศด้านบน พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นพนักงานตรวจบัตรนั่งรออยู่ในห้องก่อนแล้ว“อ้าว มาแล้วหรือ พวกนายมานี่สิฉันจะให้ดูอะไร”ภีม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status