Beranda / โรแมนติก / บ่วงรักผีเสื้อ / บทที่ 3 หมั้นกับตาแก่ - 35%

Share

บทที่ 3 หมั้นกับตาแก่ - 35%

last update Tanggal publikasi: 2024-12-23 12:45:35

“ผมพูดว่าผมจะให้ลูกสาวเราหมั้นกับคุณภีม”

อาทิตย์พูดเสียงแผ่วเบาราวกับเกรงว่าจะมีใครมาได้ยิน ทว่าสายตาที่มองมายังภรรยาขณะที่พูดนั้นดูจริงจัง ไร้วี่แววล้อเล่นแต่อย่างใด

“ฉันว่าไม่เหมาะมั้งคะคุณ ลูกเราอายุห่างจากคุณภีมตั้งเยอะ และเราก็ไม่รู้ว่าคุณภีมเขามีคนรักรึยัง” รวิวรรณค้าน เธอไม่เห็นด้วยกับความคิดของสามีนัก

“ผมมีเหตุผลก็แล้วกัน...เข้าไปข้างในกันดีกว่า” อาทิตย์พูดพลางชวนภรรยาเข้าไปคุยกันในห้อง

“เหตุผลอะไรคะ” เธอถามขึ้นหลังจากที่เดินตามหลังสามีมานั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน

“เหตุผลของผมข้อแรกเลยก็คือ ผมต้องการกันสองพ่อลูกนั่นไม่ให้มายุ่งกับหนูอายโดยเฉพาะกลวิชร ลูกชายของเขา ถ้าเขายังเห็นว่าหนูอายยังไม่มีคนรักหรือมีแฟน เขาก็จะยิ่งตื๊อให้ลูกเราหมั้นกับลูกชายเขาแน่ ถึงแม้เราจะปฏิเสธไปแล้ว แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะใช้วิธีสกปรกอะไรมายุ่งกับลูกของเรารึเปล่า

ข้อสอง ผมต้องการอาศัยอิทธิพลของคุณภีมในการทำธุรกิจครั้งนี้ เพราะถ้าข่าวการหมั้นของคุณภีมกับหนูอายแพร่สะพัดออกไป บรรดาบริษัทใหญ่ ๆ ที่เคยบีบเราก็จะต้องเกรงใจเรามากขึ้น เพราะคุณภีมเป็นถึงเจ้าหนี้รายใหญ่ของหลายธุรกิจ และผมมั่นใจว่าตราบใดที่ยายหนูอายยังอยู่ในฐานะคู่หมั้นของคุณภีม รับรองได้เลยว่าคุณภีมจะดูแลยายหนูเป็นอย่างดี เหมือนดูแลน้องนุ่งคนหนึ่ง ถ้าผมบอกความจำเป็นกับเขาไป ผมว่าเขาเข้าใจถ้าผมอธิบายให้เขาฟัง”

“แล้วคุณภีมเขาจะยอมหรือ จู่ ๆ ต้องมามีห่วงผูกคอ คุณอย่าลืมสิคะว่าคุณภีม รุ่นน้องคุณน่ะ เพลย์บอยเรียกพ่อเลยนะ”

รวิวรรณพูดอย่างที่ใจคิด เธอไม่คิดว่าภีมพลจะยอมตกลงเรื่องหมั้นหมายแน่นอน คนที่รักอิสระเสรี ทั้งยังควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าตามที่เธอกับสามีได้ยินข่าวมาบ่อย ๆ อย่างภีมพลน่ะหรือ จะยอมลงทุนเล่นตามเกมของสามีเธอ

“ผมคิดว่าเรื่องยืมเงิน เขายอมแน่นอน แต่เรื่องหมั้นผมยังไม่ค่อยมั่นใจ แต่จะว่าไปเขาก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่นา ก็แค่หมั้นกันหลอก ๆ เราหาเงินมาคืนได้เมื่อไรเรื่องการหมั้นก็สิ้นสุดลงเมื่อนั้น คุณภีมเองก็ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ คุณไม่ต้องห่วงหรอกน่า...คุณภีมเขาไม่สนใจหนูอายหรอก ลูกเรายังเด็กเกินไป ระดับคุณภีมเขาควงแต่สาวสวยเซ็กซี่ เชื่อผมเถอะว่าระหว่างที่หมั้นกัน ผมว่าคุณภีมเขาก็เอ็นดูลูกเราเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ตอนยายหนูเล็ก ๆ เขาก็ยังชอบมาอุ้มไปเล่นที่บ้านเขาบ่อย ๆ เพราะตอนนั้นคุณภาเขาอยากมีลูกสาว”

อาทิตย์เอ่ยถึงมารดาของภีมพล ซึ่งตอนนี้ย้ายขึ้นไปอยู่บ้านสวนที่เชียงรายกับคุณวิทยา ผู้เป็นสามี หรือบิดาของภีมพล

“แต่ถ้าเขาปฏิเสธ ผมก็มีแผนสอง นั่นคือจะขอให้เขาช่วยซื้อหุ้นคืนจากคุณบุญทรงกลับคืนมา อาจจะแพงหน่อย แต่เพื่ออนาคตเราก็ต้องยอม แล้วระหว่างนั้นเราก็ค่อย ๆ ทยอยซื้อคืนมาจากคุณภีมก็ได้ ถ้าเขาจะคิดดอกเบี้ย หรือขายให้เราแพงกว่าตอนที่ซื้อมาก็ไม่เป็นไร ดีกว่าต้องตกไปอยู่ในมือของบุญทรง หรือถูกควบรวมกิจการไปเป็นของเขาหมด”

“ก็ลองดูค่ะ”

รวิวรรณเริ่มเห็นคล้อยตามสามี เมื่อฟังเขายกเหตุผลขึ้นมากล่าวอ้าง เธอไม่ปฏิเสธว่าเมื่อก่อนตอนรวิชายังอายุแค่สามสี่ขวบ ภีมพลในตอนนั้นเพิ่งเรียนจบมัธยมปลาย เขาเอ็นดูรวิชามากถึงขนาดที่ว่ามาขออุ้มไปเล่นที่บ้านบ่อยครั้ง มาแต่ละครั้งก็มักจะบอกว่าคุณแม่ของเขาคิดถึงหนูอาย ส่วนรวิชาก็ติดเขาแจ เห็นหน้าภีมพลทีไรเป็นต้องกางแขนให้อุ้มทุกครั้ง และเกือบทุกครั้งเขาจะจับยายหนูขึ้นขี่คอแล้วเดินผ่านรั้วไปยังบ้านของตนเอง

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ภีมพลก็ต้องไปเรียนต่อปริญญาตรีและปริญญาโทที่เมืองนอกติดต่อกันยาวนานหลายปี ถ้าจำไม่ผิด เห็นว่าหลังเรียนจบก็ใช้ชีวิตอยู่ต่ออีกร่วมห้าปีกว่าจะยอมกลับมาเมืองไทยเพื่อรับสืบทอดกิจการต่อจากบิดาเพราะเป็นบุตรชายคนเดียว ตั้งแต่นั้นเธอจึงไม่ค่อยเห็นเขาเท่าไร จะมีก็แต่อาทิตย์ สามีของเธอที่ยังติดต่อพูดคุยอยู่บ้าง

ร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่านอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงกว้าง มือควานหาผ้าห่มที่ร่นลงไปกองอยู่หน้าขา ให้กลับขึ้นมาปิดคลุมร่างกายเพื่อคลายความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศทั้งที่ยังคงหลับตาอยู่อย่างนั้น

ภีมพลผุดยิ้มมุมปากเมื่อนึกได้ว่าเช้านี้เขาไม่ได้นอนคนเดียว และมื้อเช้าของเขาก็คงจะเป็นคนตัวนิ่มที่นอนอยู่ข้างกันนี่เอง ชายหนุ่มควานมือสะเปะสะปะไปใต้ผ้าห่มหวังจะใช้ฝ่ามือนำร่องไปก่อน ทว่าสิ่งที่สัมผัสได้กลับมีเพียงความว่างเปล่า หนำซ้ำที่นอนข้างกายยังเย็นเยียบราวกับไร้คนนอนมาพักใหญ่แล้ว

“หืม...”

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นทันทีเมื่อพบความผิดปกติ เขาผงกศีรษะขึ้นมองพื้นที่ข้างกาย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปทางห้องน้ำ เห็นประตูเปิดแง้มอยู่ แต่ไม่มีเสียงที่แสดงให้รู้ว่ามีคนอยู่ข้างใน จึงตวัดขาลงจากเตียงเดินโทง ๆ ไปดูว่าหญิงสาวที่เขาพามาเมื่อคืนยังอยู่ในห้องหรือเปล่า

“คุณครับ อยู่ในห้องน้ำหรือเปล่า”

ภีมพลเคาะประตูสองสามครั้งไม่ดังนัก พอให้คนที่อยู่ข้างในได้ยิน ทว่ากลับมีแต่เพียงความเงียบที่ตอบกลับมา จึงตัดสินใจเปิดแง้มเข้าไปอีกนิด

“ผมจะเข้าไปแล้วนะ”

เขาส่งเสียงพลางก้าวขาเข้าไปทีละนิด ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปดู

“อ้าว...ไปแล้วงั้นหรือ”

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย ก่อนจะจัดการทำธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านใหญ่ที่มีเขาอยู่เพียงลำพังกับแม่บ้านเก่าแก่สองคน เด็กรับใช้อีกหนึ่งคน และคนสวนหนึ่งคนเท่านั้น

แม้จะทำงานควบทั้งกลางวันและกลางคืน แต่โดยส่วนใหญ่เขาก็มักจะกลับไปนอนที่บ้านใหญ่เสมอ นอกจากเหตุสุดวิสัยจริง ๆ ที่เขาจะอยู่ค้างที่คลับเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมา

ภีมพลยกมือขึ้นนวดขมับไปมาเป็นวงกลม ผลจากการดวลสุรากับเพื่อนเมื่อคืน ทำเอาเขาปวดศีรษะราวกับมีคนเอาคีมอันใหญ่มาบีบเอาไว้ สมองครุ่นคิดไปถึงแม่สาวเนื้อนุ่มร่างกลมกลึงที่เขานอนกอดอยู่เมื่อคืน แล้วก็อดรู้สึกเสียดายและโทษตนเองไม่ได้ เขาไม่น่าเมามายจนอดกินของหวานน่าอร่อยจานนี้เลย

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาก็คว้ากระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือเดินออกจากห้อง แล้วลงบันไดออกไปยังลานจอดรถของพนักงาน เห็นพนักงานรักษาความปลอดภัยในป้อมค้อมศีรษะให้ เขาจึงพยักหน้าให้อีกฝ่าย ครั้นพอนึกอะไรขึ้นได้จึงเดินไปหา

“เมื่อเช้าเห็นผู้หญิงคนหนึ่งออกไปจากที่นี่หรือเปล่า”

“เห็นครับ เธอออกไปแต่เช้าแล้วครับคุณภีม ยังให้ผมเรียกแท็กซี่ให้อยู่เลย”

คนถูกถามรายงานไปตามความเป็นจริง เมื่อเช้าเขาเห็นหญิงสาวเดินออกมาจากประตูทางด้านหลังโดยมีเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งคลุมกายอยู่ เธอเดินเข้ามาหาเขาแล้วไหว้วานให้ช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้ ก่อนขึ้นรถเจ้าตัวยังอุตส่าห์ยื่นธนบัตรใบสีเทาให้ด้วยใบหนึ่ง

“อืม...แค่นี้แหละ ขอบใจมาก” ภีมพลเดินออกไปขึ้นรถแล้วขับออกไปจากบริเวณคลับอย่างไม่รีบเร่งนัก วันนี้เป็นวันเสาร์ อีกทั้งเพิ่งจะสิบโมงเช้า รถราตามท้องถนนจึงไม่หนาแน่นเหมือนวันธรรมดา

ชายหนุ่มขับรถไปเรื่อย ๆ อย่างอารมณ์ดี นิ้วเคาะพวงมาลัยตามจังหวะเพลงที่เปิดคลอพร้อมกับฮัมเพลงเบา ๆ โชคดีที่บนห้องมียาแก้ปวดเหลืออยู่ เขาจึงไม่ต้องทนกับอาการปวดศีรษะจากอาการเมาค้าง

เขาเห็นว่ารถมีน้ำมันเหลืออยู่ไม่มากจึงตบไฟซ้ายเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันทันที หลังจากเขาจอดรถแล้วเด็กปั๊มก็วิ่งเข้ามายืนข้างกระจกรถอย่างรู้งานเมื่อเห็นเจ้าของรถเลื่อนกระจกลง

“เก้าห้าเต็มถังครับ”

ภีมพลบอกเด็กปั๊ม ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเตรียมจ่ายเงินค่าน้ำมัน แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเปิดกระเป๋าออกดู

“เฮ้ย! เงินหายไปไหนหมดวะเนี่ย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 100%

    “อ้าว! วันนี้คุณอายไม่เข้าบริษัทหรือ” เมื่อเช้าก็ออกมาด้วยกันแท้ ๆ แต่แม่เจ้าประคุณแอบหนีไปเที่ยวไหนกันล่ะนี่ ชายหนุ่มคิดอย่างเข่นเขี้ยวในใจเมื่อเจอ “เซอร์ไพรส์” สุดพิเศษจากศรีภรรยาภีมพลยิ้มกริ่มอย่างหมายมาด เห็นทีต้องรีบกลับไปรับขวัญก่อนเวลาเสียแล้ว ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถออกมา เหลือบไปเห็นแฟ้มงานสองแฟ้มที่ยังคงแผ่หราอยู่เต็มโต๊ะ แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังดูค้างเอาไว้ เขากวาดตามองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใจจริงเขามีตัวเลือกเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อตัดสินใจได้เขาก็คว้าแฟ้มขวามือเดินออกจากห้องทันที จากนั้นจึงไปยื่นให้กับเลขาฯ ส่วนตัว“ผมเลือกของบริษัทนี้ ให้ฝ่ายจัดซื้อทำเรื่องได้เลย อ้อ วันนี้ผมไม่เข้าแล้วนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ผละออกไป และต้องหยุดชะงักเมื่อเลขาฯ รีบวิ่งมาถามถึงงานบางอย่างที่เขาให้เตรียมไว้สำหรับช่วงบ่ายนี้“คุณภีมคะ แล้วเรื่องที่ให้เตรียมเอาไว้บ่ายนี้ล่ะคะ”“ยังคอนเฟิร์มอยู่ แต่ว่าคุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ”ภีมพลหันมายิ้มพรายเต็มวงหน้าเมื่อคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 70%

    อดคิดไปถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้วไม่ได้ ท่านทั้งสองช่างมีความอดทนและมุมานะอย่างล้นเหลือที่สู้ฝ่าฟันจนกระทั่งบริษัทเป็นรูปเป็นร่างได้ขนาดนี้ นึกมาถึงตอนนี้แล้วก็โกรธตัวเองที่ตอนนั้นเอาแต่น้อยใจ คิดว่าท่านทำแต่งานจนไม่สนใจใยดีกับเธอผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว‘รวิชา แปลว่าลูกพระอาทิตย์ เพราะฉะนั้นหนูต้องเข้มแข็ง อดทนให้สมกับที่เป็นลูกสาวของพ่อ ชีวิตของหนูจะต้องรุ่งโรจน์สดใสเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า’ถ้อยคำจากบิดายังคงดังก้องอยู่ในหัวทุกครั้งที่นึกถึงเวลาเมื่อรู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่มีแม่นมชราและสามีที่คอยเป็นกำลังใจให้ ป่านนี้ชีวิตเธอจะหักเหไปทางไหนแล้วบ้างก็สุดรู้“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับจุมพิตเบา ๆ ที่ข้างแก้ม จากนั้นคนตัวโตก็ทรุดตัวลงนั่งซ้อนหลังไว้พร้อมกับดึงบ่าของเธอให้เอนซบลงมาบนตัวเขา“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ตื่นเช้าจังเลยนะคะ” หญิงสาวทักทายกลับไปก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของสามี“จำเป็นต้องตื่นเช้าน่ะ จู่

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 35%

    หลังจากถวายสังฆทานจนกระทั่งกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อย ภีมพล รวิชา และนมพิมก็พากันเดินออกมาเทน้ำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้ากุฏิ ชายหนุ่มสวดบทกรวดน้ำพึมพำโดยไม่ออกเสียง ในขณะที่หญิงสาวและนมพิมอธิษฐานเพื่อส่งผลบุญให้แก่ผู้ล่วงลับอยู่ในใจวันนี้เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของบิดามารดาของรวิชา นมพิมเปรยเอาไว้หลายวันก่อนหน้าแล้วว่าอยากมาทำบุญให้ท่านทั้งสอง ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยเพราะคิดไว้เหมือนกันว่าจะมาทำบุญวันนี้ จึงชวนสามีหนุ่มให้มาด้วยกัน และเขาก็ไม่ขัดข้อง เพราะตั้งแต่ผ่านพ้นพิธีแต่งงานมาได้สองเดือน ภีมพลก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพุทธศาสนาอีกเลยจากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางกลับบ้าน พอมาถึง ชายหนุ่มปล่อยให้รวิชาได้อยู่กับแม่นมตามลำพังเพราะคิดว่าทั้งสองคนคงมีเรื่องอยากพูดคุยกัน เขาเองก็เห็นใจคนแก่อย่างนมพิม เพราะตั้งแต่รวิชาเรียนจบมาก็เอาแต่ทำงาน แถมหลังจากนั้นสองเดือนก็เข้าพิธีแต่งงานกับเขา ทำให้บางคืนรวิชาไม่ได้กลับไปนอนบ้านตัวเอง ถึงแม้เขากับรวิชาจะแก้ปัญหาด้วยการสลับบ้านนอนเป็นวันเว้นวันแล้วก็ตาม แต่หัวอกคนแก่ก็คงหงอยเหงาเป็นธรรมดา

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 100%

    “ตอบแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย อย่างนี้ต้องให้รางวัล”ชายหนุ่มจับล็อกปลายคางมนของหญิงสาวไว้ แล้วก้มลงตบรางวัลให้คนปากหวานช่างจำนรรจาจนเขากระชุ่มกระชวยทุกทีที่ได้ฟังนาทีนี้ภีมพลเหมือนจะคลั่งเสียให้ได้ สาวน้อยช่างหวานจับจิตจับใจสมกับที่รอคอยมานานแสนนาน ถ้าไม่ติดว่าเธอยังใหม่กับความสัมพันธ์แบบนี้แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าทั้งเขาและเธอยังคงนัวเนียกันอยู่บนเตียงเป็นแน่“อื้ม...อาภีมขา นี่มันริมถนนนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”แค่หญิงสาวพูดเบา ๆ แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วน้ำเสียงสั่นพร่านิด ๆ นั้นช่างฟังดูเซ็กซี่ยั่วยวนดีเหลือเกิน เขานึกถึงตอนเธอครวญครางอยู่ใต้ร่างของเขา ทั้งภาพทั้งเสียงยังคงติดตาตรึงใจเสียจนอะไร ๆ มันพรักพร้อมขึ้นมาอีกแล้ว“เราเข้าหมู่บ้านมาแล้ว ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาหรอก รถอาก็มืด ใครจะมองเข้ามาเห็นล่ะคะ”เอาอีกแล้ว ลงท้ายด้วยคะ ขาแบบนี้แปลว่าเริ่มไม่ปลอดภัยแล้วเป็นแน่ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร แต่ชายหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน“แวะบ้านอาก่อนนะคะ”แค่เห็นแววตาระยิบระยับแพรวพราวของเข

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 70%

    “ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้อยู่กับอาทั้งคืนได้ไหม ตามใจอาหน่อยได้ไหมคะ”เขาถามพร้อมกับประพรมจุมพิตไปทั่วหน้าอย่างหลงใหล ก่อนจะเอ่ยประโยคสำคัญที่ทำให้คนฟังหัวใจพองฟูคับอก“อาก็รักน้องอาย ไม่ใช่แค่คืนนี้ที่อาอยากให้น้องอายอยู่ด้วยแต่เป็นทุก ๆ คืน และตื่นมาตอนเช้าก็เห็นหน้าน้องอายเป็นคนแรกในทุก ๆ เช้า”ชายหนุ่มหยุดพูด แล้วก้มลงจุมพิตที่หน้าผากอีกครั้งหนึ่งแล้วไต่ระเรื่อยมาจนถึงใบหู ใจอยากจะโจนจ้วงเข้าหาร่างเย้ายวนนี้ให้สมกับที่รอคอยมานานแสนนาน แต่ก็อยากให้หญิงสาวได้สัมผัสกับความสวยงามจากประสบการณ์ในรักครั้งแรกมากกว่า เขาจึงต้องอ่อนโยนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แม้ว่าความต้องการจะอัดแน่นจนแทบระเบิดแล้วก็ตาม“แต่งงานกับอานะคะ”ไหน ๆ เธอก็เรียนจบแล้ว มีงานมีการทำถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หนำซ้ำยังจดทะเบียนสมรสเป็นคนคนเดียวกันในทางกฎหมายแล้วด้วย เขาจึงคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรออีกต่อไป เพราะเขากับเธอก็แทบจะเป็นของกันและกันอยู่แล้ว จะเหลือก็แต่การอยู่ร่วมบ้านเดียวกันในฐานะของสามีภรรยาเท่านั้นรวิชาคลี่ยิ้มกว้างพล

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 35%

    ภีมพลยืนยิ้ม มองภรรยาทางนิตินัยที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนานกับเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ข้างล่างด้วยแววตาทอดอ่อน เมื่อวานสอบวันสุดท้าย วันนี้รวิชาจึงขออนุญาตเขาพาเพื่อน ๆ มาสนุกกันที่คลับอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการฉลองจบการศึกษา อีกทั้งฉลองที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสปานั้นทะลุเป้าเกินกว่าที่คาดหมายไว้พอสมควรสาวน้อยของเขาเรียนจบแล้ว...ปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งคู่หมั้น สองปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งสามีตามกฎหมาย รวมแล้วร่วมสี่ปีเต็มกับการเฝ้าดูแลเด็กสาวคนหนึ่งให้เติบโตเป็นหญิงสาวแสนสวย และมากความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเมื่อก่อนเขาเอาแต่นั่งนับวันเวลาว่าเมื่อไรเธอจะเรียนจบ เพราะอยากตีตราจองเธอเอาไว้ด้วยร่างกาย ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวตามประสาผู้ชายทั่วไปที่คิดอยากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรัก ทว่าพอวันเวลาผ่านไป ความคิดของเขาก็ค่อยปรับเปลี่ยนไปทีละนิดตามความผูกพันที่เพิ่มขึ้นระหว่างเขากับเธอเซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่เขาต้องการจากเธอเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงในรัก และการรับรู้ถึงการเป็นส่วนหนึ่งขอ

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 18 ความสูญเสียที่คาดไม่ถึง - 80%

    “เพื่อนพี่ให้ไปหาที่ร้านกาแฟหน้ามอ ถ้างั้นพี่ขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ แล้วตอนหมดคาบบ่ายพี่จะแวะมาหาใหม่” ประโยคท้ายนั้นเหมือนจงใจพูดกับ อารดาโดยเฉพาะ เพราะชายหนุ่มหันไปทางเธอคนเดียว ก่อนจะลุกเดินออกไปคล้อยหลังเขาแล้ว อารดาถึงได้มองตามแผ่นหลังของคนที่ก้าวห่างออกไปเรื่อย ๆ

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 17 เข้าใจผิด - 100%

    ยามมองผู้หญิงเหล่านั้น แม้พวกหล่อนจะยิ้มให้ แต่รวิชาระแวงไปหมดว่าคนพวกนี้ยิ้มเยาะอยู่หรือเปล่า แอบสมเพชเธออยู่ในใจไหม ความคิดด้านร้ายวิ่งวนอยู่ในหัวจนรวิชาชักสีหน้าบึ้งตึงไม่เก็บอารมณ์อีกต่อไป“น้องอายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เวียนหัวไหมที่อาพาเดินไปเดินมา หรือว่าปวดขา อาพาไปพักบนห้องข้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 16 ข่าวลือ - 75%

    เสียงโทรศัพท์ของรวิชาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเบอร์ใหม่ ไม่ใช่เบอร์เดียวกันกับที่โทร. มาเมื่อครู่ หญิงสาวจึงจัดการปิดเสียง แล้วกดโทร. ออกหาคู่หมั้นหนุ่ม รอสายไม่นาน ภีมพลก็กดรับสาย“ว่าไงครับน้องอาย” แค่ได้ยินเสียงเท่านั้น เธอก็อยากให้เขามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในตอนนี้เหลือเกิน

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 16 ข่าวลือ - 50%

    “เฮ้อ แย่เนอะ สมัยพวกเราเรียนมัธยมยังไม่เห็นมีแบบนี้เลย”ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้คุยอะไรกันต่อ เตชินทร์ก็เดินเข้ามาหา แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับรวิชาอย่างถือวิสาสะ เขาหันมาส่งยิ้มให้อารดาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปคุยกับรวิชา“แย่หน่อยนะครับ เจอใครไม่เจอดันไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status