Share

ตัวเลขหกหลัก!

last update publish date: 2026-09-17 19:30:14

ความสลัวรางของโถงต้อนรับในโรงพยาบาลเอกชนยามดึกสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางหึ่งแผ่วเบาปะปนไปกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่โชยมาจาง ๆ น้ำค้างนั่งนิ่งสนิทอยู่บนโซฟาบุหนังตัวใหญ่ สองมือกุมเข้าหากันแน่น สายตาทอดมองพื้นกระเบื้องแกรนิตโตที่ขัดจนเงาราวกับคนหลุดลอย 

ดวงตาที่เพิ่งแห้งเหือดจากหยาดน้ำตาพึ่งจะข้ามผ่านความล้ามาไม่กี่นาที ทว่าในความเงียบงันนั้น เสียงฝีเท้าที่ก้าวถี่สลับหนักเบาก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่สั่นพร่าเล็กน้อย

“น้ำ... เป็นยังไงบ้าง?”

เพียงแค่คำแรกที่กระทบหู หัวใจที่เคยด้านชาด้วยความกลัวพลันกระตุกวูบ น้ำค้างเงยหน้าขึ้นฉับพลัน แววตาที่หม่นแสงกลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาอุ่น ๆ อีกครั้งจนพร่าเลือน ภาพตรงหน้าคือร่างสูงของชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่หลุดรุ่ย มีหยาดเหงื่อผุดซึมตามไรผมจากความรีบเร่ง

“พี่ตะวัน!”

เด็กสาวผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะโผร่างเข้าหาอ้อมกอดของชายหนุ่มตรงหน้าทันที สองมือขยำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น ราวกับว่าเขาคือหลักยึดเหนี่ยวเพียงสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่บนโลกที่กำลังจะล่มสลายใบนี้ กลิ่นอายแดดและลมจาง ๆ ที่ติดมากับตัวของเขาช่วยขับไล่ความเย็นเยียบของโรงพยาบาลหรูออกไปในพริบตา

“ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไรแล้วน้ำ น้านิดปลอดภัยแล้ว”

ตะวันวาดวงแขนโอบรัดร่างบางที่สั่นเทาเอาไว้แนบแผ่นอกกว้าง ฝ่ามือหนาลูบไล้เส้นผมบนศีรษะของเธออย่างทะนุถนอม ปลอบประโลมความขวัญเสียด้วยกระแสความอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ จับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอ ดันร่างเล็กให้ออกห่างเล็กน้อย ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเด็กสาว มุมปากของเขาขยับยกขึ้น เค้นรอยยิ้มอบอุ่นดวงเดิมออกมาเพื่อให้เธอได้เห็น แม้ในดวงตาของเขาจะแฝงความกังวลอยู่ไม่ต่างกัน

“ทานอะไรหรือยัง?”

คำถามสั้น ๆ ทว่าน้ำเสียงและแววตากลับท่วมท้นไปด้วยความอาทรอย่างที่สุด น้ำค้างสบตากับเขาพลางส่ายหน้าเบา ๆ ความจุกแน่นในลำคอทำให้ส่งเสียงเล็ดลอดออกมาได้เพียงความแผ่วเบา “น้ำยังไม่หิว...”

“ไม่เอาสิ... เห็นแม่บอกป้าว่าเราไม่ยอมกินอะไรเลยตั้งแต่มาถึง เดี๋ยวก็เป็นอะไรไปอีกคนหรอก” ตะวันขมวดคิ้วดุขู่เย้าขี้เล่น ก่อนจะจัดแจงล้วงเอาถุงพลาสติกแกรกกรากออกมาจากกระเป๋า แกะห่อใบตองโชว์ข้าวเหนียวร้อน ๆ และหมูปิ้งไหม้เกรียมส่งกลิ่นหอมน้ำปลาและกะทิโชยฟุ้ง ตลบอบอวลตัดกับความหรูหราโอ่อ่าของโถงต้อนรับอย่างไม่เกรงใจใคร “นี่ไง... พี่ซื้อหมูปิ้งหน้าเซเว่นของชอบมาให้ กินหน่อยนะ เดี๋ยวพี่ป้อนเอง”

“บ้าสิพี่ตะวัน! มากินอะไรตรงนี้ เดี๋ยวเค้าก็ว่าเอาหรอก” น้ำค้างสะดุ้งขยับตัวหนี ใบหน้าเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นด้วยความอาย สายตาลนลานเหลียวมองซ้ายขวา ไปยังเคาน์เตอร์พยาบาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เดินผ่านไปมา

“ถ้าไม่อยากให้คนอื่นเขาว่า ก็ต้องรีบกินเร็ว ๆ”

ชายหนุ่มยิ้มกว้าง แววตาทอประกายรุกรานแกมบังคับอย่างน่าเอ็นดู ยื่นไม้หมูปิ้งชุ่มฉ่ำเข้าไปชิดริมฝีปากบาง จนเด็กสาวจำต้องยอมอ้าปากกัดกินสิ่งทีเขาเตรียมมาให้อย่างเสียไม่ได้ ความอุ่นหวานของเนื้อหมูและข้าวเหนียวนุ่ม ๆ เริ่มแผ่ซ่านตัดความขมปร่าในปากคอ

“แล้วก็นี่... ชามะนาว”

ตะวันยกแก้วกระดาษที่มีหยาดน้ำเกาะพราวรอบแก้วจนเย็นเฉียบ ยื่นส่งให้เธอเพื่อดับความฝาดร้อนในลำคอ ชายหนุ่มทอดสายตามองดูเด็กสาวที่กำลังเคี้ยวข้าวเหนียวตุ้ย ๆ ด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจดวงเดิม ก่อนจะเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คล้ายพี่ชายที่กำลังสั่งสอนน้องน้อยในวันวานกลางทุ่งกว้าง

“น้ำต้องดูแลตัวเองให้มาก ๆ ตอนนี้เราต้องแข็งแรง จะมาป่วยตามแม่ไปอีกคนไม่ได้... เข้าใจมั้ย?”

คำพูดซื่อ ๆ ทว่าเต็มไปด้วยกระแสความปกป้องและห่วงหา เปรียบเสมือนสายลมโชยอ่อยใต้ต้นมะขามที่พัดเข้ามาโอบอุ้มจิตใจอันเปราะบางของน้ำค้างเอาไว้ ทำให้เธอตระหนักรู้ว่า ไม่ว่าโลกภายนอกและโชคชะตาหลังจากนี้จะบีบคั้นหรือต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายมหาศาลเพียงใด ทว่าตราบใดที่ยังมีอ้อมกอดและฝ่ามือคู่หนานี้อยู่เคียงข้าง เธอก็พร้อมจะหยัดยืนและแข็งแกร่งขึ้นเพื่อสู้กับวันพรุ่งนี้อย่างไม่กลัวเกรง

เสียงเครื่องยนต์ดีเซลของรถกระบะคันเก่าครางกระหึ่มต่ำ ๆ ก่อนจะดับลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบของยามวิกาลลานดินแห้งหน้าบ้าน  แสงไฟหน้ารถที่สาดส่องสว่างวาบไปกระทบรั้วไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่า ซึ่งบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำด้วยรอยราและหยาดฝนตามกาลเวลา รั้วกั้นแผงนั้นทอดยาวบ่งบอกอาณาเขตติดต่อกันระหว่างบ้านสองหลัง

หลังหนึ่งคือบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ของตะวันที่มีแสงไฟนีออนสีส้มสลัวส่องลอดบานหน้าต่างออกมาให้พออบอุ่น ทว่าถัดไปไม่ไกล บ้านไม้ชั้นเดียวหลังย่อมของน้ำค้างกลับตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงตะเกียงหรือเงาคน กลิ่นอายความเงียบเหงาโชยอวลออกมาจากตัวบ้านที่ปิดตาย ราวกับจะย้ำเตือนถึงการขาดหายไปของร่มเงาหนึ่งเดียวในชีวิตเธอ

น้ำค้างเอื้อมมืออันไร้เรี่ยวแรงไปผลักประตูด้านผู้โดยสารออก ทันทีที่สองเท้าแตะพื้นดิน ความเหนื่อยล้าสะสมตลอดทั้งวันก็ถาโถมเข้าใส่จนหัวเข่าแทบทรุด ร่างบางอิดโรยเกินกว่าจะก้าวเดิน เสียงปิดประตูฝั่งคนขับดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ตะวันจะสาวเท้าข้ามลานดินตรงเข้ามาหา แววตาของเขาที่สะท้อนแสงจันทร์เต็มไปด้วยความกังวล

“คืนนี้น้ำมานอนที่บ้านพี่ก่อนนะ... นอนในห้องพี่ก็ได้ เดี๋ยวพี่ออกมานอนที่ห้องโถงเอง”

น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงกระแสความห่วงใยโชยผ่านความมืด ตะวันไม่รอคำตอบ เขาเอื้อมมือหนาไปเกาะกุมฝ่ามือที่เย็นเยียบของเด็กสาวเอาไว้ บีบกระชับเบา ๆ ก่อนจะออกแรงจูงเดินนำทางพาก้าวข้ามธรณีประตูบ้าน สัมผัสอันอบอุ่นนั้นนุ่มนวลและปลอดภัยดั่งพี่ชายที่คอยประคบประคองน้องสาวตัวน้อยไม่ยอมห่าง

“มากันแล้วเหรอลูก? ทานอะไรกันมารึยัง?”

ทันทีที่บานประตูไม้เปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำอบไทยและไออุ่นจากเตาไฟในบ้านก็ลอยมาต้อนรับ ป้าไหมที่นั่งรออยู่บนแคร่ไม้กลางบ้านขยับกายลุกขึ้นเดินเข้ามาหา แววตาของหญิงสูงวัยฉายร่องรอยของความกระสับกระส่ายไม่แพ้กัน

“ทานกันมาแล้วครับแม่” ตะวันเป็นฝ่ายเอ่ยตอบเสียงเรียบ พลางขยับตัวบังร่างซูบซีดของน้ำค้างไว้หลวม ๆ “คืนนี้ผมจะให้น้ำมานอนที่บ้านเรานะแม่... ไม่อยากให้น้ำกลับไปนอนที่บ้านคนเดียว มืด ๆ ค่ำ ๆ มันเงียบเกินไป”

ป้าไหมเหลือบมองเด็กสาวตาแดงก่ำที่ยืนก้มหน้านิ่ง สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกโดดเดี่ยวของน้ำค้างได้ทันที หญิงสูงวัยพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ แววตาฉายความเมตตาอันบริสุทธิ์

“เอาสิ! ป้าก็คิดเอาไว้อย่างนั้นเหมือนกัน” ป้าไหมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนให้หัวใจที่บีบรัดของน้ำค้างค่อย ๆ คลายออก “งั้นรีบไปอาบน้ำอาบท่าให้ร่างกายมันสดชื่น แล้วก็ไปพักผ่อนกันได้แล้วลูก... เรื่องอื่น ๆ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”

พูดจบ ป้าไหมก็ขยับก้าวเข้ามาประคองไหล่บางของน้ำค้าง ฝ่ามืออุ่นของหญิงสูงวัยลูบแผ่นหลังแผ่วเบา คอยรุนหลังให้เด็กสาวเดินตรงไปยังห้องน้ำด้วยความอาทร สัมผัสอันอ่อนโยนนั้นเปรียบเสมือนร่มเงาไม้ใหญ่ที่แผ่ขยายเข้ามากำบังแดดฝนในยามที่หัวใจของหยาดน้ำค้างดวงนี้เกือบจะแตกสลาย ช่วยประยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงให้ผ่านพ้นราตรีอันยาวนานนี้ไปได้อีกหนึ่งคืน

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านบานกระจกสูงของตึกผู้ป่วยวิกฤต ทว่ามันไม่ได้นำพาความอบอุ่นมาให้เลยแม้แต่น้อย มวลอากาศรอบกายยังคงถูกปกคลุมด้วยความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศและกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ฉุนกริบเจือจางในทุกลมหายใจเข้าออก 

เสียง ติ๊ด... ติ๊ด... ของเครื่องสัญญาณชีพจรยังคงดังสะท้อนก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เส้นกราฟยักยือสีเขียวบนจอมอนิเตอร์และสายระโยงระยางบนหัวเตียงยังคงทำหน้าที่พยุงร่างผอมบางของน้านิดที่นอนนิ่งสนิท ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ

ทว่าในเช้าวันนี้ เสียงเครื่องมือแพทย์เหล่านั้นกลับไม่ได้ฟังดูเหมือนเสียงยื้อชีวิตอีกต่อไป แต่มันดังกระหน่ำในโสตประสาทของน้ำค้าง ราวกับเครื่องจักรนับถอยหลังที่คอยย้ำเตือนถึงหนี้สินที่กำลังคืบคลานเข้ามาบดขยี้ชีวิต

สองมือของเด็กสาวสั่นระริกขณะก้มลงมองแผ่นกระดาษสีขาวหม่นในอุ้มมือ ตัวเลขแจ้งค่าใช้จ่ายสุทธิรวมถึงหลักหน่วยตัวสุดท้ายเยื้องกรายเด่นหราอยู่บนเนื้อกระดาษสาก ๆ มันระบุจำนวนเงินสูงลิบลิ่วถึงหกหลัก... ตัวเลขที่เด็กสาวบ้านนาอย่างเธอไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็นในชีวิต

น้ำค้างเริ่มออกแรงกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นขึ้น... แน่นขึ้นจนเนื้อกระดาษยับยู่ยี่คามือ ข้อนิ้วสลักแน่นจนกลายเป็นสีขาวซีด หยาดน้ำตาอุ่นร้อนที่พยายามสะกดกลั้นไว้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในตึก พลันรื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน หยดน้ำตาตกลงกระทบแผ่นแจ้งหนี้เกิดเป็นรอยด่างดวง ขยายวงกว้างออกไปคล้ายกับความมืดมิดที่กำลังกัดกินหัวใจของเธอ

เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลนลาน สายตาจ้องมองผ่านบานกระจกใสเข้าไปยังร่างของแม่ด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งดั่งถูกศิลาทับ แผ่นอกของแม่ยังคงขยับขึ้นลงตามจังหวะเครื่องช่วยหายใจอย่างแผ่วเบา คำวินิจฉัยสั้น ๆ ทว่าเด็ดขาดจากแพทย์เจ้าของไข้ที่เพิ่งเดินแยกตัวออกไปเมื่อครู่ ราวกับเป็นโซ่ตรวนเส้นใหญ่ที่กักขังพวกเธอไว้กับโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ 

ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้ากลางอกจนก้อนสะอื้นแล่นมาจุกที่คอหอย... ตราบใดที่แม่ยังไม่พ้นขีดอันตราย เธอก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดเรื่องเซ็นเอกสารย้ายโรงพยาบาล และนั่นหมายความว่า ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเคลื่อนผ่านไป เม็ดเงินที่เธอไม่มีวันหาได้ทันในเวลานี้ กำลังแตกหน่อเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

ลมหายใจของน้ำค้างเริ่มหอบถี่และติดขัด ความกดดันบีบคั้นจนหัวใจเต้นระรัวประหนึ่งกลองศึก โลกทั้งใบที่เคยพึ่งพาร่มเงาของแม่ บัดนี้เหลือเพียงไหล่บาง ๆ ของเธอที่ต้องแบกรับราคาของลมหายใจนี้ไว้เพียงลำพัง เด็กสาวซบหน้าลงกับแผ่นกระจกอันเย็นเฉียบ สองตาเบิกกว้างจ้องมองร่างของแม่สลับกับกระดาษยับยู่ยี่ในมือ ในหัวสมองหมุนวนคิดหาทางออกจนแทบคลั่ง... 

เงินหกหลักในเวลาไม่กี่วัน เด็กเสิร์ฟร้านอาหารธรรมดาอย่างเธอจะไปปัญญาหามาจากไหน หากโชคชะตาไม่ปรานีเปิดทางให้แม่ฟื้นขึ้นมาในเร็ววันนี้น้ำค้างคงต้องยอมแลกทุกอย่างในชีวิตเพื่อรักษาชีวิตของแม่ไว้... ไม่ว่าสิ่งนั้นจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   รักแท้ไร้ข้อจำกัด (ตอนพิเศษ 6 -ตอนจบ) [NC-20+]

    แกร็ก!เสียงประตูห้องเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของตะวันในสภาพผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบมันแววเนื่องจากการกรำงานหนักเอกสารประมูลมาทั้งวัน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ชายเสื้อบางส่วนหลุดลุ่ยออกมานอกขอบกางเกงสแล็กสีเข้ม ชายหนุ่มยืนเบิ่งตากลมโตเบิกกว้าง ทอดสายตาจ้องมองตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางตัณหาของทุกคนภาพของน้ำค้าง เมียรักร่างบางที่กำลังนั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเจิด โดยที่อดีตบอดี้การ์ดหนุ่มกำลังนอนกัดฟันกรอด สองมือหนาใหญ่กร้านงานหนักบีบเฟ้นเค้นหนั่นเนื้อสะโพกขาวงอนอย่างมันมือ ทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานมาตลอดทั้งวันของตะวันปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง!ทว่าสิ่งที่สร้างความรัญจวนใจจนเขาใจกระตุกวูบและเต้นระรัว คือภาพมุมต่ำของสองกลีบแคมสีสดสวยของน้ำค้างที่บัดนี้กำลังอ้าอมลำแท่งเนื้อยาวใหญ่ที่อวบอ้วนสีเข้มเอาไว้มิดโคน กลีบเนื้อสีหวานเบียดรั้งรัดติ้วจนปลิ้นเข้าปลิ้นออกราวกับจะฉีกขาด พร้อมกับคราบน้ำรักสีขาวขุ่นที่ทะลักเอ่อล้นไหลย้อยลงมาชโลมฉ่ำทั่วพวงไข่เบื้องล่าง นั่นคือภาพวิชวลความร่านร้อนที่ตอกอัดเข้าเต

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พี่ฝันอยากเย็Dน้องน้ำมานานแล้ว (ตอนพิเศษ 5) [NC-20+]

    "ทีนี้ตาพี่บ้างนะ... พี่ขอนะน้องติ๊ก"เจิดกัดฟันกรอดด้วยความกระสันที่พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มหันไปสบตากับโต้งที่นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงเบาะ จิบเบียร์เย็นฉ่ำในมือพลางยิ้มกริ่มส่งสัญญาณให้เหมือนกำลังบอกว่า 'จัดไปเลยพี่... เต็มที่!'ฝ่ามือหนาใหญ่กร้านงานหนักสอดอุ้มบั้นท้ายกลมกลึงของติ๊กยกขึ้นอย่างง่ายดาย ก่อนจะหมุนเรือนร่างระหงวางลงเอนนอนแทนที่เขาบนเบาะโซฟา แล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับอยู่เบื้องบนอย่างดุดัน สองขาเรียวงามของแม่เล้าสาวถูกจับแยกออกกว้าง ยกเข่าขึ้นวางตั้งบนเบาะโซฟาเปิดเปลือยเรือนร่างเป็นรูปตัวเอ็มอย่างน่าหวาดเสี้ยว"ว้าว... โคตรใหญ่เลยอะ! เป็นไงบ้างพี่ติ๊ก!"ฟางก้มตัวลงต่ำ จ้องมองดูจุดสนามรบที่สัดส่วนสองแคมสีสดสวยกำลังอ้าปลิ้น คาบครอบลำแท่งเนื้อยักษ์ปูดโปนขรุขระไว้แน่นมิดโคน พร้อมกับช่องทางรักที่ตอดขมิบรัดเอวหนายวบ ๆ เป็นจังหวะถี่ระรัว"อูยยยย... สุด ๆ เลยฟาง... โอ๊ยยยย... ซี้ดดดด..."ติ๊กหลับหูหลับตาตอบกลับเสียงกระเส่าพร่า ลมหายใจขาดช่วงเป็นจังหวะ"อ๋าาาาา... อูยยยย!"ดวงตาของติ๊กเหลือกปลิ้น อ้าปากค้างหวอเมื่อเจิดถอนลำเอ็นยักษ์ยาวเหยียดออกมาจนเกือบหลุดสุดปลายหัวถอก ก่อนจะกดสะโพ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เกณฆ์ทดสอบของบาร์โฮสต์...(ตอนพิเศษ 4) [NC-20+]

    เจิดค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากความอวบอิ่มของติ๊ก ทว่าชายหนุ่มกลับไม่หยุดความเร่าร้อนไว้เพียงเท่านั้น เขาซุกปลายจมูกฝังลงกับต้นคอขาวเนียนที่กรุ่นกลิ่นหอมผสานดีกรีแอลกอฮอล์ ไซ้จูบละเลียดไปตามผิวกายอุ่นร้อน ไล่เรื่อยขึ้นไปจนถึงติ่งหู ก่อนจะเม้มขบเบา ๆ อย่างหยอกเย้าและช่ำชอง"อูยยยย... อาาา... พี่เจิด..."ติ๊กตาลอยครางเสียงกระเส่าแว่ว ร่างบางเกร็งกระตุกวูบรับความเสียวซ่านที่พุ่งพุ่งพล่าน นิ้วมือหนาใหญ่กร้านงานหนักของเจิดเลื่อนขึ้นมาประคองเต้างามอวบอูมของเธอ บีบคลึงเค้นหนักเบาตามจังหวะอารมณ์อย่างคล่องแคล่ว จนร่างระหงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทว่าติ๊กผู้ช่ำชองในเกมกามมีหรือจะยอมให้เขาเป็นฝ่ายรุกอยู่ฝ่ายเดียวฝ่ามือเรียวเล็กของเธอเลื่อนลูบไล้ไปตามต้นขาแน่นเครียดที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนจะลูบวกเข้าไปยังเป้ากางเกงตรงจุดสำคัญอย่างหญิงเจนโลกกามารมณ์"อุ๊ย... มันใหญ่ดีจัง แบบนี้ต้องขอดูชัด ๆ หน่อยแล้วล่ะ..."ติ๊กเอ่ยเสียงยานคางด้วยอารมณ์ดิบที่ถูกจุดติด นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงของเจิด รูดซิปลงอย่างชำนาญ พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า ก่อนจะสอดมือเรียวเล็กผ่า

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อย่าท้าผมนะ!... พี่เจิดออกศึก. (ตอนพิเศษ 3)

    สายตาของติ๊กทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานภายในห้องรับแขกของคอนโดหรู ชั้น 32 ย่านจตุจักร ทัศนียภาพอันงดงามยามเย็นของกรุงเทพมหานครคลี่กางออกตรงหน้าอย่างประณีต แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทอประกายทองไล้เฉดสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า ทอดเงายาวพาดผ่านสวนจตุจักรผืนใหญ่เบื้องล่างที่เปรียบเสมือนปอดสีเขียวขจีกว้างใหญ่ อาคารสูงตระหง่านน้อยใหญ่รายล้อมเรียงตัวตัดกับเส้นขอบฟ้า ขณะที่สายถนนเบื้องล่างเริ่มเปิดไฟส่องสว่าง ทอดตัวเป็นสายเส้นแสงเคลื่อนตัวไปตามจังหวะชีวิตของเมืองหลวงที่ไม่มีวันนอนหลับ"ห้องนี้วิวสวยจังเลยนะน้ำ..."ติ๊กเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางหันกลับมายิ้มกริ่มให้กับน้ำค้าง เจ้าของคอนโดหรูสามห้องนอนที่กำลังเดินตรงเข้ามา ร่างบางถือกระป๋องเบียร์แช่เย็นเจี๊ยบยื่นส่งให้ติ๊กที่ยืนรับไปด้วยความยินดี ก่อนที่จะส่งอีกกระป๋องให้โต้ง ชายหนุ่มร่างกำยำวัยสามสิบกลาง ๆ ซึ่งกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่บนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ข้าง ๆ แฟนสาว"บรรยากาศดีสุด ๆ ไปเลยน้องน้ำ มองเห็นทั้งสวนทั้งกรุงเทพฯ ยามเย็นแบบนี้ จิบเบียร์เย็น ๆ ไปด้วยนี่ได้อารมณ์ชะมัด"โต้งเอ่ยขึ้นพลางรับกระป๋องเบียร์มาถือไว้ สายตาฉายแววชื่นชมทั้งวิวสวยตรงหน้

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อยากเห็นค*ยฝังมุกเย็D Xี.เมีย (ตอนพิเศษ 2) [NC-20+]

    "ทำไมวันนี้พี่เสร็จไวอย่างนี้ล่ะคะ..."น้ำค้างยื่นนิ้วเรียวสวยขึ้นไปสะกิดเขี่ยเล่นที่คางสากของผัวรักอย่างออดอ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มเย้ายวน ขณะที่ร่างแกร่งของเขายังคงนอนเกยซบอยู่บนร่างบางของเธอ อกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ"พี่ตื่นเต้นน่ะสิจ๊ะ... พอนึกเห็นภาพเมียพี่กำลังโดนพี่โต้งเย็ดกระเด้าหีเมียพี่อยู่ ตั๊บ! ตี๊บ! แล้ว มันได้อารมณ์สุด ๆ ไปเลย..."ตะวันยิ้มกรุ่มกริ่มให้เมียรัก ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่ม เคลิ้มไปตามมโณความคิด ก่อนจะก้มลงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ พลางเอ่ยถามคำถามด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำแทบจะเป็นเสียงกระซิบ"ควยพี่โต้งใหญ่ไหมจ๊ะ?"น้ำค้างอมยิ้มแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบหลบสายตาคมของผัวรัก ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเอียงอาย"ใหญ่กว่าของพี่นิดหน่อยค่ะ..." เธอเอ่ยตอบเสียงเบาหวิวพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่พยายามซ่อนความขวยเขินไว้ไม่มิด"แล้ว... แล้วพี่เขาอึดแค่ไหน?"ตะวันยังคงถามต่ออย่างหิวโหยในข้อมูล ชายหนุ่มต้องการเสพรับความสะใจและรับรู้ทุกอณูความรู้สึกเสียวซ่านที่เมียรักเคยได้รับจากชายอื่น"อึดค่ะพี่... พี่เขาอึดแบบสั่งได้เลย..." พูดเสร็จน้ำค้างก็รีบห

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ใครเคยทำให้เมียติดใจไหม?... บอกพี่หน่อย! (ตอนพิเศษ 1) [NC-20+]

    "อาทิตย์หน้าน้ำก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วเหรอเนี่ย..."น้ำค้างพึมพำขึ้นเบา ๆ เสียงหวานใสทอดนุ่มซบศีรษะอยู่กับอกแกร่งของตะวัน ชายหนุ่มนอนหงายสบายตัวอยู่บนเตียงนุ่ม มือหนาลูบไล้ปอยผมที่เรียงตัวสวยบนหน้าผากของเมียรักอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความนุ่มนวลและอุ่นไอของกันและกันในห้องนอนแสนสงบ"ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ จะได้จบ ๆ ซะที นี่ต้องขอบคุณฟางเขานะที่วิ่งเต้นเรื่องดรอปเรียนให้เรา จนไม่ต้องเสียสิทธิ์ ไม่งั้นคงโดนคัดชื่อออกไปแล้ว"ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม ทว่าเปี่ยมด้วยความหวังและห่วงใย"ดีค่ะ... อีกเรื่องที่ทำให้น้ำสบายใจ เรื่องที่แม่ยอมย้ายมาอยู่กับเราที่บ้านหลังนี้ แบบนี้ น้ำจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงแกอีก ยัยหนูก็จะได้ไม่ต้องสับสนที่ต้องกลับไปอยู่กับยายที่บ้านหลังเก่าเวลาน้ำกับพี่ไม่อยู่บ้าน"น้ำค้างพูดออกมาพลางถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย ความวิตกกังวลในอดีตปลดล็อกออกไปจนหมดสิ้น ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ยันตัวเล็กน้อย เอียงหน้าเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มตรง ๆ"กลับไปคราวนี้น้ำจะให้ฟางมันย้ายไปอยู่คอนโดกับน้ำด้วย พี่จะว่าอะไรไหมคะ?""พี่ก็ว่าดีออก คอนโดออกจะกว้างขวาง มีตั้งสามห้องนอน เราอยู่กันแค่ห้องเดียว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status