Teilen

สาวเชียร์เบียร์!

last update Veröffentlichungsdatum: 17.09.2026 19:30:40

มวลอากาศสลัวจางภายในห้องเช่าขนาดเล็กอบอวลไปด้วยกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ปะปนกับความเงียบงัน เสียงพลิกหน้ากระดาษตำราเรียนที่เคยดังเป็นจังหวะพลันชะงักลง ทันทีที่เสียงกลอนประตูเหล็กคลายล็อก ฟางเงยหน้าขึ้นจากโคมไฟอ่านหนังสือที่ปลายเตียง แสงสีเหลืองนวลจับใบหน้าที่อิดโรยของเธอ ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ สายตาจับจ้องไปยังร่างของเพื่อนสนิทที่เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา... น้ำค้างเดินเข้ามาด้วยแผ่นหลังที่ห่อเหี่ยว ท่าทางเชื่องช้าและมืดมนราวกับแบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่า

ตุบ...

สายกระเป๋าเป้สะพายหลังหลุดเลื่อนจากลาดไหล่ ร่วงลงกระทบฟูกนอนหนานุ่มด้านหลังอย่างไร้ทิศทาง ก่อนที่ร่างบางของน้ำค้างจะทรุดนั่งขัดสมาธิตามลงไปอย่างคนหมดสิ้นเรี่ยวแรง สองมือปล่อยวางอยู่บนตักดั่งคนไร้กระดูก เธอนิ่งสนิท สายตาเลื่อนลอยทอดมองมายังฟาง เพื่อนร่วมห้องยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม 

ดวงตาคู่โตของฟางวูบไหว เต็มไปด้วยความอัดอั้นและคำถามมากมายที่วิ่งวนอยู่ในหัว ทว่าไม่มีถ้อยคำใด ๆ หลุดรอดพ้นริมฝีปากที่เม้มแน่น มีเพียงสายตาแห่งความเห็นอกเห็นใจที่ทอดมองมา คล้ายจะบอกว่าเธอรับรู้ความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นแล้ว

ฟางก้าวเท้าผ่านความเงียบอันอึดอัดตรงเข้าไปหาน้ำค้างอย่างเชื่องช้า เธอหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนจะเอื้อมวงแขนเข้าโอบกอดร่างที่สั่นเทาของเพื่อนรักเอาไว้แน่น ไออุ่นจากผิวกายของฟางและแรงบีบกระชับที่หัวไหล่ ทำหน้าที่เล่าความรู้สึกแทนคำปลอบโยนที่แสนไร้ค่าในเวลานี้

“กูจะทำยังไงดีวะฟาง...”

น้ำค้างรำพึงขึ้นเบา ๆ เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม มันเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาที่แฝงไปด้วยความสิ้นหวังอันลึกซึ้ง

“มึงใจเย็น ๆ ก่อนนะน้ำ... ทุกอย่างมันมีทางแก้ของมันเสมอนั่นแหละ” ฟางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางใช้ฝ่ามือลูบหลังปลอบประโลมเป็นจังหวะ หวังให้ก้อนเนื้อที่เต้นระรัวในอกของเพื่อนคลายความกระตุกกลัวลงบ้าง

น้ำค้างสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามดึงสติอันกระจัดกระจายให้กลับมา แววตาหม่นแสงเบนมาสบตากับเพื่อนสาวตรง ๆ “แล้ว... แม่มึงเป็นยังไงบ้างล่ะ?” ความห่วงใยสะท้อนผ่านน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ

“แม่กูไม่เป็นไรแล้ว หมอให้ยากลับมาทานที่บ้าน ทุกอย่างโอเคหมดแล้วมึงไม่ต้องห่วงเลย” ฟางส่งยิ้มบาง ๆ เพื่อให้เพื่อนคลายกังวล ทว่าวินาทีต่อมา แววตาของฟางกลับสลดวูบลงเมื่อเห็นประกายความหวาดกลัวขุมใหญ่แล่นริ้วขึ้นมาในดวงตาของน้ำค้าง

“แต่กู...” น้ำค้างก้มหน้าลง สองมือกำขยำผ้าปูเตียงจนยับยู่ยี่ ก้อนสะอื้นเริ่มแล่นมาจุกที่คอหอยจนหน้าอกกระเพื่อมไหว 

“กูต้องหาเงิน... หาเงินไปจ่ายค่ารักษาแม่หลายแสนเลยมึง... โรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้น... ค่า ICU มัน...”

ยังไม่ทันสิ้นประโยค เสียงก้อนสะอื้นหนัก ๆ ก็ระเบิดตามมา หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักอาบสองแก้มจนชุ่ม แผ่นหลังบางสั่นโยนตามแรงไห้ที่กักเก็บไว้มาตลอดทาง คำว่า ‘หลายแสน’ ทำเอาฟางถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก แม้ในใจจะแอบคาดการณ์ถึงความโหดร้ายของตัวเลขในโรงพยาบาลเอกชนไว้บ้างแล้ว แต่พอได้ยินความจริงจากปากเพื่อน มันกลับหนักหน่วงจนน่าใจหาย

“มึงคิดว่ากูควรจะทำยังไงดีวะฟาง... เงินตั้งมากมายขนาดนั้น คนอย่างกูจะไปหามาจากไหน...” น้ำค้างเอ่ยคร่ำครวญ รำพึงรำพันผสมเสียงสะอื้นไห้ดั่งคนหลงทางในทะเลทรายอันมืดมิด สองมือไขว่คว้าหาทางออกที่มองไม่เห็น ความกดดันในห้องเช่าแคบ ๆ พลันดิ่งลึกและหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ บีบคั้นให้เด็กสาวต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่เธออาจต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีในชีวิตหลังจากนี้

ความอึกทึกครึกโครมในโถงห้องอาหารเริ่มลดระดับความโจษจันลงไปพร้อมกับเข็มนาฬิกาที่ล่วงเลยช่วงเวลาไพรม์ไทม์ เสียงแก้วกระทบกันและเสียงดนตรีสดที่เคยแผดลั่นเหลือเพียงแผ่วเบาเล็ดลอดผ่านบานประตูสังกะสี น้ำค้างขยับกายอย่างเหนื่อยอ่อนบนเก้าอี้พลาสติกสีขาวหม่นที่ตั้งแอบแนบกำแพงปูนเปลือยบริเวณหลังร้าน ลมเอื่อยยามดึกพัดพากลิ่นอายควันบุหรี่จาง ๆ จากมุมมืดและกลิ่นเศษอาหารชวนคลื่นเหียนโชยมาแตะจมูก ทว่าเด็กสาวกลับนั่งนิ่ง สายตาเหม่อมองออกไปในความมืดมิดอันเวิ้งว้างของซอยเปลี่ยวหลังร้านอย่างเดียวดาย สองมืออันหยาบกร้านจากการยกถาดอาหารกุมเข้าหากันแน่น ความอ่อนล้าทางกายยังไม่เท่าความว่างเปล่าในอกที่เธอกำลังเผชิญ

“อยู่นี่เองเหรอ? พี่ตามหาซะทั่วร้าน นึกว่ากลับไปแล้วซะอีก!”

น้ำเสียงแหลมใสอันคุ้นเคยดังขึ้นทลายความเงียบงัน น้ำค้างสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนจะเบนสายตาหันกลับไปมองหญิงสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูออกมา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาหวานเอียนโชยฟุ้งเข้าแทนที่อากาศอับชื้นทันที ภาพตรงหน้าคือพี่ติ๊กในชุดเดรสรัดรูปแบรนด์เชียร์เบียร์ชื่อดัง ใบหน้าแต่งแต้มแต่งฉูดฉาดพราวเสน่ห์

“พี่ติ๊ก... มีอะไรกับน้ำหรือเปล่าคะ?” น้ำค้างเอ่ยถาม เสียงของเธอแหบแห้งและราบเรียบไร้ซึ่งพลังงาน

“มีสิ ไม่มีจะตามหาเหรอ” พี่ติ๊กคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้มตามแบบฉบับของสาวเชียร์เบียร์ผู้เจนสนาม ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงระเรื่ออวบอิ่มขยับเยื้องกรายเข้ามาใกล้ ก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งลงบนขอบลังโซดาข้าง ๆ ท่าทางสดใสชวนคุย “พอมีเวลาหน่อยไหม? พี่มีเรื่องอยากคุยด้วยน่ะ”

น้ำค้างนิ่งฟัง แววตาแฝงความระแวดระวัง ทว่าพี่ติ๊กกลับไม่ได้ปล่อยให้ความเงียบทำงานนานเกินไป หญิงสาวรุ่นพี่ขยับเข้าประชิด แววตาคู่คมจับจ้องใบหน้าซีดเซียวของน้ำค้างราวกับอ่านสถานการณ์ออกทั้งหมด ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลทว่าเย้ายวนใจ

“พี่กำลังหาเพื่อนร่วมงานอยู่พอดี... เงินดี งานง่าย รายได้งดงาม สนใจไหมล่ะเรา?”

คำว่า ‘เงินดี’ และ ‘รายได้งดงาม’ สะกิดเข้ากลางใจที่บอบช้ำชวนให้นึกถึงแผ่นกระดาษแจ้งหนี้หกหลักหน้าห้อง ICU ขึ้นมาฉับพลัน หัวใจของน้ำค้างกระตุกรัว ลมหายใจเริ่มติดขัด ทว่าสัญชาตญาณความกลัวและศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอรีบขยับตัวถอยห่างเล็กน้อย เอ่ยปากออกตัวดักทางไว้ก่อนทันที “งานอะไรคะพี่ติ๊ก... ถ้าเป็นงานประเภทที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว น้ำไม่เอานะคะ!”

“โถ่... ใครบอกว่าต้องทำถึงขนาดนั้นล่ะน้ำ” พี่ติ๊กหัวเราะร่วนในลำคอ เสียงใสทว่าฟังดูเยือกเย็นในความรู้สึกคนฟัง มือเรียวที่แต่งเล็บยาวเอื้อมมาแตะต้นแขนของน้ำค้างเบา ๆ สัมผัสอุ่นเหนียวจากโลชั่นชวนให้อึดอัด “งานที่พี่ว่าน่ะ มันอยู่ที่ตัวเราต่างหาก ไม่มีใครมาบังคับให้เราทำอะไรที่เราไม่ยอม หรือไม่อยากทำได้หรอก... ทุกอย่างมันอยู่ที่ความพอใจของเรา”

พี่ติ๊กเว้นจังหวะ สายตาจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของเด็กสาวราวกับรู้จุดตายและความเดือดร้อนที่ซ่อนอยู่ ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางใจด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักหน่วง

“คิดดูดี ๆ นะน้ำ... แต่ละเดือนรับเป็นแสนเลยนะ หรืออาจจะหลายแสน... แล้วแต่ว่าเราจะขยันและบริหารเสน่ห์เก่งแค่ไหน”

คำว่า ‘หลายแสน’ ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของน้ำค้างประหนึ่งเสียงฟ้าผ่าในคืนเดือนมืด มวลอากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งและหมุนคว้าง ภาพร่างของแม่ที่หายใจรวยรินอยู่ใต้ตึกผู้ป่วยวิกฤตสลับกับตัวเลขในใบแจ้งหนี้ลอยเด่นขึ้นมาบดบังทุกสิ่ง ความขัดแย้งในใจปะทุขึ้นอย่างรุนแรงจนขมับเต้นตุบ เงินจำนวนมหาศาลที่เธอต้องพลิกแผ่นดินหา บัดนี้ลอยมาอยู่ตรงหน้าเพียงแค่เอื้อมมือคว้า 

เด็กสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด แววตาที่เคยมืดมนกลับสั่นระริกทอประกายแห่งความหวังปนความหวาดกลัวอย่างที่สุด... ประตูสู่โลกมายาที่เต็มไปด้วยกลิ่นควันและแสงสี กำลังอ้าแขนต้อนรับเธอให้ก้าวผ่านเส้นแบ่งศักดิ์ศรีเข้า ไปแลกกับลมหายใจของแม่ในอีกไม่ช้าชิ้นนี้

ริมฝีปากอวบอิ่มของพี่ติ๊กขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่แฝงเลศนัยจาง ๆ ท่ามกลางความสลัวรางหลังร้าน หญิงสาวรุ่นพี่เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายหนังแบรนด์เนมใบหรูขึ้นมาวางบนตัก เสียงซิบโลหะรูดเปิดดัง ครูด แผ่วเบา ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะล้วงลึกลงไปขยับหยิบเอาบางสิ่งออกมา... สิ่งที่ทำให้นัยน์ตาของน้ำค้างเบิกกว้าง หัวใจกระตุกวูบหน่วงดิ่งลงไปในช่องท้องทันที

แปะ...

ธนบัตรสีเทาปึกหนาสามปึกใหญ่ถูกวางลงบนหน้าตักของพี่ติ๊กอย่างง่ายดายและเชื่องช้า ราวกับมันเป็นเพียงกระดาษไร้ค่าธรรมดาสามัญชิ้นหนึ่ง ทว่าสำหรับเด็กสาวบ้านนาอย่างน้ำค้าง แบงก์พันปึกหนาที่จับตัวกันแน่นจนเห็นขอบสีม่วงอมเทาเด่นหราเหล่านั้น คือสิ่งมหาศาลที่คนอย่างเธอไม่เคยคิดฝันว่าจะได้พานพบหรือหยิบจับมาก่อนในชีวิต กลิ่นสาบของหมึกพิมพ์บนเนื้อกระดาษใหม่เอี่ยมลอยมาแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมวานิลลาฉุนกริบจนชวนวิงเวียน

“ถ้ายังไม่เชื่อใจพี่ ก็เอาไปหมุนก่อนเลยสามหมื่น... นี่มัดจำค่าจ้างล่วงหน้า ถ้าน้ำตกลงรับงานนี้กับพี่ เงินก้อนนี้ไม่ต้องคืน พี่ให้เลย”

น้ำเสียงของพี่ติ๊กราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจบีบคั้นอย่างมหาศาล สองมือกดปึกเงินส่งยื่นมาตรงหน้า

“จะบ้าเหรอพี่ติ๊ก! น้ำยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเป็นงานอะไร แล้วอยู่ ๆ จะให้น้ำมาสุ่มสี่สุ่มห้าขโมย... เอ้ย รับเงินก้อนโตขนาดนี้จากพี่ได้ยังไง” น้ำค้างละล่ำละลักปฏิเสธ เสียงของเธอสั่นพร่า ลมหายใจหอบถี่สั้น สายตาลนลานจับจ้องมองดูลูกคลื่นธนบัตรสีเทาในมือของรุ่นพี่ สลับกับใบหน้าแต่งแต้มฉูดฉาดที่กำลังจ้องลึกเข้ามาอย่างไม่ยากจะเชื่อสายตา ความไม่มั่นใจและความหวาดระแวงปะทุขึ้นจนหัวใจเต้นระรัวประหนึ่งกลองรบ

“แล้วน้ำคิดว่างานที่พี่ทำอยู่ทุกวันนี้... มันมีตรงไหนที่เสียหาย หรือไม่ดีตรงไหนเหรอ?”

คำถามย้อนศรแผ่วเบาทว่าเชือดเฉือนของพี่ติ๊ก ทำเอาน้ำค้างถึงกับน้ำท่วมปาก จุกแน่นอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก สภาพของพี่ติ๊กที่ยืนเฉิดฉายอยู่ในโถงห้องอาหาร มีเงินจับจ่ายสอยของหรูหรา ลบภาพสาวชาวบ้านคนเดิมไปจนสิ้น 

ทว่าสิ่งหนึ่งที่แฝงตัวขึ้นมาท่ามกลางความสับสนในดวงตาที่สั่นไหวของน้ำค้าง คือความเคลือบแคลงสงสัยขุมใหญ่... ลำพังการยืนเป็นสาวเชียร์เบียร์ชวนแขกชนแก้วในร้านอาหาร มันจะไปมีเงินทองมากมายก่ายกองหลั่งไหลมาง่ายดายขนาดนี้ได้อย่างไร? ความเป็นจริงข้อนั้นกระตุ้นความยากรู้อยากเห็นในใจให้คุกรุ่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

พี่ติ๊กหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงนั้นฟังดูเยือกเย็นอย่างประหลาดในความเงียบหลังร้าน ขณะที่เธอขยับยื่นปึกเงินสีเทาเข้ามาชิดจนเนื้อกระดาษสาก ๆ แทบจะบดเบียดสัมผัสโดนหน้าตักกางเกงขาสั้นในชุดยูนิฟอร์มพนักงานของเด็กสาว แววตาคมกริบที่กรีดอายไลเนอร์จนเฉี่ยวคมคู่นั้น ฉายประกายรุกรานแกมบังคับอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า บีบเค้นให้อากาศรอบตัวหนักอึ้งจนน้ำค้างแทบสิ้นลมหายใจ 

“ก็อย่างที่พี่บอกไปนั่นแหละน้ำ... ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเรา เลือกเอาเถอะนะน้อง”

คำพูดประโยคสุดท้ายแผ่วเบาราวกับกระซิบ ทว่ามวลอากาศรอบตัวกลับหนักอึ้งดิ่งลึกด้วยความกดดันอันมหาศาล กลิ่นหอมระรื่นของดอกพลับพลึงป่าที่เคยเหน็บอยู่ข้างใบหูในวันวาน คล้ายจะถูกกลิ่นสาบเงินตราและแสงสีแฟลชสลัวจากในร้านคืบคลานเข้าบดบังจนมืดมิด 

น้ำค้างสูดลมหายใจเข้าลึก ภาพใบแจ้งหนี้หน้าห้อง ICU ของแม่ลอยเด่นขึ้นมาตัดกับปึกเงินตรงหน้า ชวนให้หัวใจกระตุกสั่นอย่างรุนแรง... เส้นแบ่งระหว่างศักดิ์ศรีและความอยู่รอดกำลังบีบรัดให้เธอต้องยื่นมือออกไปคว้ามันในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ห้องเชือด!

    “ไม่ต้องกังวลอะไรนะหนู... ทำตัวตามสบาย เสี่ยเป็นคนง่าย ๆ”กระแสเสียงทุ้มต่ำพยายามปรับท่วงทำนองให้นุ่มนวลชวนผ่อนคลาย เสี่ยหนูขยับรอยยิ้มกว้างพลางตบหลังฝ่ามืออวบหนาลงบนเบาะกำมะหยี่เบา ๆ สายตาที่ผ่านโลกราคีย์มาอย่างเจนจัดลอบสำรวจอาการไหล่ห่อ นั่งเกร็งจนตัวลีบของเด็กสาวข้างกาย เขารู้ในทันทีว่าเหยื่อตัวน้อยคนนี้ไม่เคยต้องมือกามารมณ์และไม่ประสาต่อโลกซ่อนเร้นชนิดนี้มาก่อน ความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในแววตาของเธอ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในอกของชายสูงวัยให้กระเหี้ยนกระหือรือ แต่อาการลนลานแบบนี้ต้องใช้ความใจเย็นเข้าล่อน้ำค้างขยับมุมปากรั้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแห้งผาก ฝืนความรู้สึกขยะแขยงที่แล่นริ้วขัดขืนอยู่ในใจ เธอหลับตาลงชั่ววูบ ยามนั้น เสียงเตือนสติของฟางที่เคยเกื้อหนุนแว่วดังขึ้นในมโนสำนึกดั่งเครื่องยึดเหนี่ยวชิ้นสุดท้าย ‘พยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับมัน ไม่ฝืนทำเป็นสนุกไปกับมันซะ’ เด็กสาวบ้านนาสูดลมหายใจเข้าลึก จิกปลายนิ้วลงกับหัวเข่าเพื่อบังคับตัวเองให้คลายความแข็งทื่อลงทีละน้อย“ดื่มอะไรหน่อยไหมล่ะ... มันจะช่วยทำให้เราผ่อนคลายขึ้นนะ” ชายรุ่นพ่อยังคงรุกคืบด้วยคำชวนคุย น้ำเสียงทวีความกรุ้มกริ่มพลา

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เสี่ยหนู!...

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันหรูเคลื่อนตัวผ่านทางลาดชันแคบ ๆ ขึ้นสู่อาคารจอดรถของโรงแรมระดับสี่ดาวย่านใจกลางเมือง เสียงยางรถยนต์บดไปกับพื้นปูนขัดมันดัง เอี๊ยดอ๊าด สะท้อนก้องท่ามกลางความสลัว ไฟหน้ารถสาดกระทบเสาคอนกรีตต้นแล้วต้นเล่า ก่อนจะหักพวงมาลัยถอยเข้าซองจอดนิ่งสนิทในซองแคบที่มีเส้นสีขาวทึบกำกับ เครื่องยนต์ครางกระหึ่มต่ำเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับลง ทิ้งให้ความเงียบงันและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศโรยตัวปกคลุมผู้โดยสารทั้งสองในเวลาเกือบหกโมงเย็น“เสี่ยหนูแกเป็นคนใจป้ำ... ถ้าถูกใจขึ้นมานะแกเปย์ไม่อั้น น้ำต้องพยายามตามใจเสี่ยเขาหน่อยละกัน”ติ๊กเอ่ยขึ้นทำลายความอึดอัดที่นิ่งสนิทมาตลอดทาง ปลายนิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเนิบช้า สายตาชำเลืองมองกระจกมองหลังเพื่อเช็กความเรียบร้อยของใบหน้า น้ำค้างที่นั่งขดตัวอยู่เบาะข้าง ๆ จิกเล็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงจนยับย่น ความเย็นเฉียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก่อนจะเค้นกระแสเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างซื่อบริสุทธิ์“น้ำ... น้ำต้องทำตัวยังไงบ้างคะ”“ไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยเขาจะพาทำเองแหละ” ติ๊กแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ผินหน้ากลับมามองเด็กสาวรุ่นน

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เปิดประตูสู่โลกมืด!

    ครืด... ครืด... ครืด...แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้หัวเตียงส่งเสียงครางครืดคราดน่ารำคาญ มันปลุกให้เปลือกตาที่เคลือบด้วยคราบมาสคาร่าเลอะเลือนของติ๊กค่อย ๆ เผยอขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแดดสายของวันใหม่สาดส่องลอดบานเกล็ดเข้ามาแยงตาจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ หญิงสาวส่งเสียงจิ๊ปากในลำคอพลางวาดลำแขนเรียวไปตามพื้นผิวโต๊ะอย่างงัวเงีย ปลายนิ้วปัดป่ายคว้าสะเปะสะปะไปโดนฝาขวดน้ำหอมและแผงยาก่อนจะตะครุบวัตถุสี่เหลี่ยมด้ามเย็นเฉียบขึ้นมาได้ เธอพลิกกายหงาย พยายามหยีตาเพ่งมองหน้าจอที่สว่างวาบเพื่อปรับโฟกัสสายตาอันพร่าเบลอ‘น้ำค้าง’ทันทีที่ตัวอักษรบนหน้าจอปรากฏสู่สายตา ร่องรอยความง่วงงุนและอาการหงุดหงิดเมื่อครู่พลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก นัยน์ตาคู่เฉี่ยวเบิกกว้างฉายแววยินดีปรีดาขึ้นมาครามครัน ผิวแก้มสลัดความอิดโรยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวราวกับเพิ่งได้รับแจ้งข่าวดีที่สุดในชีวิต ติ๊กรีบสไลด์หน้าจอรับสาย ขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางกรอกน้ำเสียงหวานหยดย้อยลงไปในสายทันที“ว่าไงจ๊ะน้องน้ำ...”ริมฝีปากสีซีดแย้มยิ้มกว้าง ติ๊กจงใจปรับโทนเสียงให้ละมุนละม่อมคล้ายพี่

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ทางเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก!

    สียงดนตรีจังหวะเนิบช้าที่เปิดคลอเบา ๆ ผสานไปกับแสงไฟสลัวสีส้มภายในร้านอาหารกึ่งผับ บ่งบอกว่าช่วงเวลาไนต์ไลฟ์อันคึกคักได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และเสียงชนแก้วบัดนี้เงียบเหงาลงถนัดตา พนักงานเสิร์ฟสามสี่คนในชุดยูนิฟอร์มเริ่มจับกลุ่มยืนพิงเคาน์เตอร์ กระซิบกระซาบพูดคุยกันเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการวิ่งวุ่นรับส่งออเดอร์ตลอดทั้งคืนที่โต๊ะไม้มุมมืดหลังร้าน ฟางกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนสังกะสีตักข้าวผัดกะเพราเม็ดแข็ง ๆ เข้าปากอย่างหิวโซ อาหารมื้อดึกควบเช้ามืดก่อนเวลาเลิกงานคือสิ่งเดียวที่เยียวยาความโหยของคนกรำงานกลางคืนทุกคนในเวลานี้ กลิ่นพริกแก้งฉุน ๆ ลอยแตะจมูกพร้อมกับเสียงเคี้ยวข้าวเงียบ ๆ ท่ามกลางความล้า“น้ำไม่มาทำงานเหรอวันนี้”เสียงแหบเสน่ห์ที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำลายความเงียบระหวางมื้ออาหาร และฉุดความสนใจของฟางให้ละจากจานข้าวตรงหน้า หล่อนกลืนข้าวคำโตลงคอพลางตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง“วันนี้น้ำไม่สบาย...”ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดพ้นริมฝีปาก ปลายนิ้วที่จับด้ามช้อนพลันสั่นระริกชะงักกึกกลางอากาศ สมองกระตุกวาบเมื่อภาพรอ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พรหมจันทร์ที่หลุดลอย!

    ความเงียบงันภายในห้องเช่าแคบ ๆ ถูกทำลายลงด้วยเสียงลูกบิดประตูดัง กริ๊ก ดังแผ่วเบา ก่อนบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าจะถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ละอองฝุ่นปลิวคว้างล้อแสงแดดเจิดจ้าภายนอก ร่างบางของน้ำค้างก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทางโซเซ สองขาที่เคยเรียวขยับก้าวอย่างอิดโรยราวกับหุ่นยนต์ที่พลังงานใกล้หมดสิ้น สภาพเรือนร่างของเธอสับสนยับยู่ยี่ เสื้อยืดสีขาวเปรอะเปื้อนรอยยับย่น คอเสื้อเบี้ยวโย้จนเผยให้เห็นรอยแดงปื้นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงซอกคอ กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นเหงื่อไคลฉุนจัดที่ชวนคลื่นไส้โชยฟุ้งออกมาจากตัวเธอแทนที่จะเป็นกลิ่นแป้งเด็กอย่างเคย นัยน์ตาคู่กลมโตบัดนี้แห้งผาก เลื่อนลอย และมืดมิดไร้แววประหนึ่งคนสูญเสียจิตวิญญาณ เด็กสาวเดินตรงดิ่งไปยังเตียงนอนหลังเล็กประจำตัว ก่อนจะทิ้งกายล้มพับลงบนฟูกแข็ง ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัว ปล่อยให้ใบหน้าซุกจมลงกับหมอนนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเดิม ๆ ของบ้านนาฟางซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือส่วนตัวละสายตาจากกรอบหนังสือที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นตั้งใจจะส่งเสียงทักทาย ทว่าทันทีที่นัยน์ตาปะทะเข้ากับสภาพของเพื่อนร่วมห้อง คำพูดทั้ง

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ครั้งแรกที่รู้รสชาย![NC-20+]

    เฮียตึ๋งหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มวลกล้ามเนื้อและร่างท้วมใหญ่เงาดำตระหง่านค้ำอยู่เหนือร่างของเด็กสาว แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงทาบทับใบหน้าคร้ามโลกที่บัดนี้ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกระหยิ่มใจที่มุมปาก นัยน์ตาเรียวเล็กจอดจ้องสรีระอ้อนแอ้นของน้ำค้างที่นอนระทวย อ่อนเปลี้ยไร้กระดูกอยู่บนฟูกหนาตรงหน้าดั่งลูกกวางที่หมดแรงขัดขืน ฝ่ามือหยาบใหญ่เอื้อมลงมาเกาะกุมกิเลสตัณหาอันขยายพองโตของตนเองไว้เต็มกำมือขยับส่ายไหว ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าประชิด กดจ่อส่วนปลายมนใหญ่เข้าหาปากทางเนื้อนุ่มแรกรุ่นของเหยื่อสาวที่อ้าเผยอน้อย ๆ รองรับอยู่อย่างย่ามใจ“อื้อหือ!... หีโคตรแน่น... ซี้ดดด...”หนุ่มใหญ่ครางกระเส่าในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกระสันขีดสุด ยามเมื่อออกแรงยัดเยียดแท่งเนื้อร้อนระอุเข้าสู่โพรงสวาทอันคับแคบ แม้ผิวเนื้อส่วนลึกจะเจิ่งนองชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาจนเฉอะแฉะ ทว่าความสดใหม่ที่ไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมใดบุกรุกผ่านเข้าไปมาก่อนในชีวิต กลับกลายเป็นปราการธรรมชาติที่รัดตรึงบีบรัดจนส่วนหัวบานใหญ่ไม่อาจผ่านศิลาแคบเข้าไปได้โดยง่าย“อูยยย... โอ๊ยยย... ซี้ดดด... เจ็บ... เจ็บอะ...”เสียงร้องประ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status