เข้าสู่ระบบ“ขอบคุณนะคะ” ยกมือไหว้เขาด้วยความซาบซึ้ง ชายหนุ่มไม่ได้คิดว่าเป็นบุญคุณแต่อย่างใด ก่อนลุกยืนเต็มความสูง เดินไปยังโต๊ะทำงานแล้วหยิบสมุดเช็คขึ้นมาเขียนจำนวนเงิน พร้อมเซ็นชื่อให้เธอเรียบร้อยค่อยยื่นไปตรงหน้าหล่อน
“เงินเท่านี้พอไหม” มองจำนวนเงินก็เบิกตากว้าง เกือบลืมหายใจเมื่อเห็นว่าเขาให้มาถึงครึ่งล้าน เยอะกว่าที่หล่อนขอไปเสียอีก
“พี่หนึ่ง...” เธอยื่นมือไปรับเช็คเอาไว้แล้วรีบเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว ปากอวบอิ่มสั่นจนต้องเม้มปากไว้ เกลียดตัวเองที่ทำร้ายคนแสนดีอย่างธนนท์ปภพ แต่หล่อนก็ไม่มีทางเลือกอื่นเช่นเดียวกัน เขาคือแสงสว่างเดียวของตนในตอนนี้
“ส่วนนี่เครื่องเพชรครับ เป็นของพี่เอง...อัญเอาไปเถอะพี่ให้” เขายื่นเครื่องเพชรที่เก็บไว้ในลิ้นชักของห้องทำงาน แล้วยื่นไปตรงหน้าเธอโดยไม่คิดหวงเลยสักนิด คราวนี้หล่อนถึงกับปล่อยโฮพลางลุกขึ้นกอดอีกฝ่ายแน่น
รักจนอยากบอกออกไป อยากพูดทุกอย่างให้เขาทราบ แต่กลัวว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจตน จึงต้องเก็บความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ”
“ไม่เป็นไรครับ พี่เต็มใจ” ลูบแผ่นหลังปลอบปะโลมเธอ แย้มยิ้มที่ตนสามารถช่วยให้หล่อนได้สมหวัง ลูบหัวปลอบเธอจนอีกฝ่ายเริ่มกลับมาเป็นปกติ พูดคุยกันเล็กน้อยเขาก็ต้องออกไปห้างสรรพสินค้า เธอจึงขอตัวกลับแล้วแวะไปที่นัดหมายซึ่งคือโรงแรมของเขานั่นเอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เพียงแค่เคาะประตูไม่กี่ครั้ง คนที่รอก็เปิดออกอย่างรวดเร็ว ถึงไม่อยากก้าวเข้าไปแต่สุดท้ายเธอก็จำต้องเข้าห้องเหมือนเดิม นึกรังเกียจคนตรงหน้าและตัวเองที่นับวันยิ่งถูกโคลนตมดูดให้เนื้อตัวเปื้อนมากกว่าเดิม
“เข้ามาแล้วสิเมียจ๋า” เธอจำต้องเดินเข้าไปในห้อง ก่อนประตูจะปิดลงโดยที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่ามีสายตาหนึ่งคู่มองตาม พร้อมกำหมัดแน่นแล้วแสยะยิ้มสมเพชตัวเอง
คนที่กำลังจะออกไปห้างสรรพสินค้าเลือกจะกลับมาที่ห้องอีกครั้งเพราะอยากใช้เวลาอยู่กับเธอ ก่อนพบว่าหญิงสาวเดินไปห้องพักของโรงแรม จนเขานึกสงสัยว่าเธอจะไปที่ใด
หัวใจของเขาปวดร้าวแสนสาหัสเมื่อพบว่าเธอเข้าห้องไปกับชายแปลกหน้า มือหนากำเข้าหากันแน่นพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยว ไม่นึกว่าความจริงใจที่ให้ไปสุดท้ายกลับโดยหักหลัง โทรศัพท์ดังขึ้นจึงหยิบมากดรับ ค่อยเดินออกจากที่ตรงนั้นด้วยแววตาเคร่งขรึมแล้วกดโทรหาคนสนิท
ความจริงใจที่เขาให้ไป...มันไม่ถึงเธอ
ต่อจากนี้ก็เตรียมตัวพบกับซาตานที่จะทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นเธอได้เลย
“ประวัติคุณอัญชิสาครับ” ใช้เวลาสามวันทุกอย่างก็อยู่ในมือเขาอีกครั้ง คราวก่อนประวัติของหล่อนไม่ได้มีเยอะเพราะสืบแค่พอให้รู้เท่านั้น แต่วันนี้เขาให้เจตน์ไปสืบทุกอย่างกระทั่งผู้ชายที่หล่อนควงอยู่ในตอนนี้
ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะหักหลังกันได้อย่างเจ็บแสบ เป็นครั้งแรกที่โดนผู้หญิงหลอกแล้วเสียเงินเป็นล้านเพราะเชื่อใจหล่อน
“ขอบใจ”
อัญชิสาทำกับเขาไว้แสบจริง...
“คุณหนึ่งครับ คนที่ไปขึ้นเช็คชื่อวินธาครับ” ขณะที่กำลังอ่านประวัติของหล่อนก็ได้ยินรายงานจากคนสนิท คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนได้รับข้อมูลไขความจริงกระจ่างแก่ตน
“ใคร” กัดฟันถามเสียงเข้ม คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมพร้อมกับดวงตาคมดุที่จ้องเจตน์ซึ่งลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทราบในทันทีว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงที่กล้าทรยศหักหลังเจ้านายตัวเอง
“เหมือนจะเป็น...คนรักของคุณอัญครับ”
จบคำพูดนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ปากหยักแสยะยิ้มสมเพชตัวเองที่ตกอยู่ในห้วงแห่งรักนาน ไม่คิดเลยว่าหล่อนจะทำกับตนได้เจ็บแสบขนาดนี้ เขาหัวเราะลั่นห้องดังก้องกังวานแล้วโบกมือไล่ให้เลขาส่วนตัวออกไปข้างนอก
ชายหนุ่มหัวเราะจนน้ำตาไหลพร้อมกับใจที่เจ็บปวดรวดร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
รักครั้งแรกของเขาจบลงด้วยการถูกทรยศ...แต่เชื่อเถอะว่าตนไม่มีทางยอมโดนฝ่ายเดียวแน่
ตนเจ็บมากเพียงใด อัญชิสาต้องเจ็บมากกว่าเป็นร้อยเท่า!
บาร์ลับของโรงแรมที่มีสำหรับแขกระดับวีไอพีถูกจับจองด้วยลูกชายคนโตของนครเฟื่องรัตน์ บรั่นดีถูกเสิร์ฟไม่ได้พักโดยที่เขาก็ยกแก้วดื่มไม่สนใจจะรอคนที่ตัวเองนัด ความเสียใจเมื่อช่วงบ่ายยังคงหลงเหลือจึงมาใช้น้ำเมาดับมันเผื่อช่วยให้ทุเลาลงบ้าง
บาร์เทนเดอร์ชงเครื่องดื่มไม่ได้พัก เขายกแก้วต่อแก้วไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น คิดว่าดื่มเมาก็แค่ขึ้นไปพักบนห้องส่วนตัวของตนเองที่ชั้นบน ทุกอย่างช่างง่ายดายสำหรับเขาเสียเหลือเกิน มีเพียงสิ่งเดียวที่ได้มายากและเขาไม่น่าไปถูกตาต้องใจก็คืออัญชิสา
ผู้หญิงหน้าไหว้หลักหลอกที่ต้มกันซะเปื่อย...
“หึ...เข้าหาเพราะผลประโยชน์สินะ” พึมพำกับตัวเองแล้วกรอกเหล้าเข้าปากในรวดเดียว ก่อนที่จะมีมือปริศนาวางลงบนไหล่ พอหันมองก็พบเพื่อนสนิทที่ส่งยิ้มให้กันแต่เขาไม่มีกระใจจะยิ้มตอบ นอกจากหันกลับมามองน้ำสีอำพันตรงหน้าด้วยความหลงใหล
“ไงวะ เครียดเหรอถึงนัดกูมาดื่ม” ไตรเตชินได้รับสายจากเพื่อนก็ขับรถเข้ามาในตัวจังหวัด ช่างประจวบเหมาะเสียเหลือเกินเพราะช่วงนี้เขาก็เบื่อบ้านอยู่เหมือนกัน รู้ว่าพวกท่านไม่ได้เร่งแต่ก็พูดเรื่องมีแฟนบ่อยจนคนรักสนุกเริ่มคร้านจะฟัง
“นิดหน่อย มึงเป็นยังไงบ้าง” ไม่ได้ตอบคำถามเลือกจะถามกลับแทน
“สบายดี พ่อแม่ไม่มาเร่งกูเรื่องแต่งานล่ะ...เพิ่งเรียนจบจะให้รีบแต่งเพื่อ” เมื่อก่อนก็เร่งเรื่องแต่งงานทั้งที่เขาเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่วนตอนนี้มาพูดเรื่องมีแฟนแทนจนชายหนุ่มต้องหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง
“กูก็ไม่เห็นว่าเขาจะเร่งมึงนะ แต่สงสัยเห็นมึงลอยชายมั้งเลยอยากให้มีคนอยู่ข้างกัน มึงก็หาบ้างไม่ใช่ฟันไปเรื่อย” อดไม่ได้จะบอกเพื่อนสนิทแต่มีหรือที่ไตรเตชินจะสนใจ กลับสั่งเหล้าแล้วกรอกเข้าปากในรวดเดียว สมฉายาคอทองแดงแล้วตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
“อ้าว กูบริสุทธิ์”
“ไปหลอกควายไป” ส่ายหน้าระอาแล้วบอกประชด คนฟังก็กลั้วหัวเราะในลำคออย่างมีความสุข ก่อนที่บทสนทนาของเราจะจบลง เขาเห็นได้ชัดว่าเพื่อนไม่มีความสุข ใบหน้าหมองเศร้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จึงได้ถามด้วยความเป็นห่วง
“มึงมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เพียงแค่แตะมือลงบนบ่าแกร่ง คนที่กำลังเศร้าก็ระบายทุกอย่างออกมาโดยไม่คิดปิดบัง หัวเราะเยาะตัวเองทั้งที่แววตารวดร้าวจนคนฟังนึกสงสาร อยากปลอบแต่ก็ไม่ใช่แนวถนัดของตัวเอง
“พอดีโดนหลอกมาว่ะ ให้เงินให้เพชรเขาก็เอาไปให้คนรักของเขา กลายเป็นว่ากูคือมือที่สาม...” ท้ายประโยคลดเสียงลงแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มหวังให้ความเจ็บคลายลงบ้าง แต่เหมือนว่าแผลจะใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้ เพียงแค่เอ่ยถึงก็ทำให้เขาเจ็บปวดมากกว่าเดิม
“โห หล่อรวยขนาดนี้ยังเป็นมือที่สามได้ ต้นงิ้วเติบโตรอให้มึงปีนเลยเพื่อน...ไม่ตลกเหรอ” เจอสายตาดุหันมามองก็ปิดปากแล้วหัวเราะแห้ง ก่อนที่ร่างสูงจะเหนื่อยกับการคุยจึงลุกยืนเต็มความสูงพร้อมถอนหายใจใส่เพื่อนสนิท
“เฮ้อ กลับล่ะ” คนฟังถึงกับเบิกตากว้าง
“อ้าว กูเพิ่งนั่ง!” ขับรถมาชั่วโมงกว่ายังดื่มไม่ถึงสามแก้วเพื่อนจะทิ้งกันไปซะแล้ว
“ดื่มเลย กูเลี้ยงเอง” พูดจบก็ควักบัตรเครดิตวางไว้บนเคาน์เตอร์บาร์ แสดงความร่ำรวยทีไตรเตชินไม่ได้ต้องการสักนิด เดินออกจากบาร์ไม่สนใจว่าจะถูกเรียกเพราะสิ่งที่ต้องการตอนนี้คือล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วปล่อยใจให้โล่งมากกว่า
อยากรู้เหมือนกันว่าหล่อนจะทำอะไรอีก
“กูมีเงินจ่าย แต่มึงกลับมานั่งเป็นเพื่อนกูก่อน ไอ้หนึ่ง หนึ่งโว้ย!” หนุ่มชาวไร่ทำได้เพียงถอนหายใจเมื่อเพื่อนไม่คิดหวนกลับมา ยกมือกุมขมับก่อนหยิบแก้วเหล้าขึ้นดื่ม เมื่อเพื่อนจะเลี้ยงก็ไม่ขัดศรัทธาแล้วกัน สั่งดื่มจนเมาแล้วเปิดห้องพักที่โรงแรมนครเฟื่องรัตน์อย่างมีความสุข
ขณะที่วันต่อมาประวัติของแฟนอัญชิสาก็อยู่ในมือธนนท์ปภพเป็นที่เรียบร้อย เขาเปิดดูว่าอีกฝ่ายเป็นใครก่อนแสยะยิ้ม นึกสมเพชหล่อนที่หาผู้ชายได้แค่นี้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะถูกทิ้งไม่เป็นกระทั่งตัวเลือก
โดยที่หล่อนคว้าเศษสวะมาเคียงกาย...ดีแล้วที่ตนตาสว่างก่อนจะถลำลึกเสียเงินทองมากกว่านี้
“วินธาเป็นลูกชายของคุณเวทย์ครับ เรียนไม่จบติดการพนันตอนนี้ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งต้องหนีเจ้าหนี้ ส่วนพ่อก็ออกประเทศหนีคดีฟอกเงินครับ” แสยะยิ้มสมเพชเธอที่เลือกผู้ชายมาจากถังขยะ หน้าตาอีกฝ่ายหล่อเหลาก็จริงแต่นิสัยต่ำทรามจนต้องส่ายหน้าระอา
“ทั้งสองรู้จักกันผ่านทางคุณอรแต่น่าจะสานสัมพันธ์กันไม่นาน ส่วนใหญ่มักจะเก็บตัวในห้องพักของโรงแรมไม่ค่อยออกไปไหนครับ เช็คที่คุณให้ก็เป็นวินธาที่เอาไปขึ้นเงินครับ” ข้อมูลที่ได้มาน่าจะถูกต้องครบถ้วนตามที่เห็นจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม คนฟังรายงานทำเพียงพยักหน้าแล้วทิ้งเอกสารทุกอย่างลงถังขยะ ไม่อยากดูให้เสียสายตาด้วยซ้ำ
“ครับ” รับคำไม่ได้พูดอะไรอีก เจตน์ทำหน้าที่ตัวเองเสร็จสิ้นก็ค้อมศีรษะให้เจ้านายแล้วเดินออกจากห้อง ปล่อยให้เขานั่งอยู่เพียงลำพังอย่างใช้ความคิด
วิธีไหน...ที่จะสั่งสอนเธอให้รู้จักคำว่าตายทั้งเป็นนะ
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล






![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)