เข้าสู่ระบบ๗
ฟองสบู่ในอากาศ
เวลาล่วงเลยไปหลายสัปดาห์เขากลับไม่ได้รับข่าวคราวของหญิงสาวอีกเลย ส่วนตนก็ยุ่งกับงานเช่นเดียวกันเพราะบิดาทิ้งทุกอย่างแล้วไปหวานกับภรรยาสองคน เขาวิ่งงานหัวหมุนเพิ่งจะกลับมาว่างเมื่อพวกท่านกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ พร้อมกับของฝากมากมายให้ลูกชายสามคน ทั้งยังส่งไปให้ลูกสาวถึงเชียงใหม่อีกต่างหาก
แต่ถึงอัญชิสาจะไม่มาหา ส่วนเขาก็ไม่ได้ลงไปดูการแสดงที่ห้องจัดเลี้ยงอีก หัวใจของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง ไม่น่าหลงคนอย่างหล่อนเลย ผู้หญิงที่ไม่มีสิ่งใดให้น่าหลงใหลเลยแม้แต่น้อย
รูปลักษณ์ภายนอกกับจิตใจภายในช่างแตกต่างกันเหลือเกิน หล่อนแสดงละครเก่งจนเขาไม่อาจจับโกหกได้ ทุกอย่างเหมือนจริงใจแต่กลับเต็มไปด้วยเล่ห์ร้ายที่บัดนี้ทำลายหัวใจของเขาจนย่อยยับ สร้างความเคียดแค้นแก่ชายหนุ่มเป็นอย่างมากจนคิดว่าตนต้องเอาคืนให้เจ็บแสบ
เดินลงมาข้างล่างเพื่อเตรียมกลับบ้านเมื่องานทุกอย่างเสร็จสิ้น คนรถจอดพาหนะคอยท่าที่หน้าโรงแรม แต่ยังไม่ทันก้าวออกไปไหนกลับมาคนวิ่งเข้ามาขวางทางเสียก่อน เขาหยุดฝีเท้าแล้วมองดูหญิงอายุน้อยกว่า
อรสินีมาหาเขาถึงที่...
“พี่หนึ่งกินข้าวหรือยังคะ” สวมชุดเดรสสวยดูโตกว่าวัย รีดผมตรงพร้อมกับแต่งหน้าเข้มกว่าปกติซึ่งดูโตจนเขาคิดว่าอายุมากกว่าอัญชิสา แต่ตนก็ไม่ได้ทักท้วงนอกจากส่งยิ้มให้ตามมารยาท หลายครั้งที่เธอมาขอพบแล้วเขาก็หาข้ออ้างเรื่องงานมาปฏิเสธเสมอ แต่ตอนนี้เหมือนจะทำเช่นนั้นไม่ได้แล้ว
“ยังครับ” คนฟังแววตาเป็นประกาย ขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมพร้อมกับเงยหน้าส่งประกายตาหวานแก่เขา จนร่างหนาต้องถอยห่างไม่อยากใกล้ชิดกับเธอมากกว่านี้
“ไปกินข้าวกับอรได้ไหมคะ” รีบชวนเขาทันทีเพราะรอหลายครั้งก็ถูกอีกฝ่ายปฏิเสธตลอด วันนี้จึงเตรียมตัวมาอย่างดีว่าต้องไปดินเนอร์กับชายหนุ่มให้ได้
“ครับ” ไม่คาดคิดว่าเขาจะตอบรับ
เธอดีใจจนเก็บสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ รีบเข้ามากอดแขนเขาอย่างรวดเร็ว ตอนแรกคิดว่าชายหนุ่มจะปลดออกแต่กลายเป็นว่าเขาไม่พูดอะไร พาหล่อนเดินไปรับประทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรม ใครเดินผ่านก็ยกมือไหว้ทำให้อรสินีได้เชิดหน้าชูตาไปด้วย
หัวใจพองโตเพียงแค่คิดว่าถ้าแต่งงานกับคนข้างกายตัวเองจะได้รับความเคารพมากแค่ไหน ภาพวาดฝันข้างหน้าช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน จนไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ความฝันอีกต่อไป ไม่รู้ว่าจะเป็นความจริงได้หรือเปล่า
เข้ามานั่งในห้องอาหารก็สั่งของที่อยากกิน เธอเริ่มมีกำลังใจในการจีบเขาเพราะรู้สึกว่าแววตาของอีกฝ่ายยามที่มองตนเปลี่ยนไป จึงพยายามทำหน้านิ่งเก็บอาการเอาไว้ สั่งอาหารที่ชอบพอประมาณแล้วยื่นเมนูกลับคืน ระหว่างนั้นก็นั่งมองดวงหน้าหล่อ สายตาเชื้อเชิญเพื่อหลอกล่อให้เขาหลงใหล แต่เหมือนอีกฝ่ายจะทำเพียงแค่ยิ้มให้หล่อนเท่านั้น
“ช่วงนี้พี่อัญไม่ค่อยว่างเลยค่ะ เห็นยุ่งกับการสมัครงานหลังเรียนจบ ส่วนอรก็ต้องรีบอ่านหนังสือสอบแล้วเดี๋ยวจะสอบเข้ามหาลัยไม่ได้” ระหว่างรออาหารก็จจิบน้ำแล้วชวนคุยเรื่องพี่สาว ช่วงนี้ทราบมาว่าคนอายุมากกว่ากำลังยุ่งกับการสมัครงานหลังเรียนจบ ทั้งยังถูกคนสนิทของเธอเรียกไปหาบ่อยครั้ง
ป่านนี้คงโดนตอกจนพรุนไปแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ มีความสุขกับการได้แก้แค้นคนที่ทำให้เธอด้อยกว่าทุกทาง
แต่ตอนนี้หล่อนไม่ต้องอิจฉาพี่สาวอีกต่อไป...
“พี่สาวน้องอรมีแฟนหรือยังครับ” ถามด้วยความสนใจอยากทราบเหมือนกันว่าคนที่บ้านรู้หรือเปล่า แม้ว่าเขาจะทราบความจริงแล้วก็ตาม
“อรก็ไม่แน่ใจค่ะ...เยอะจนไม่รู้ว่าคนไหนแฟน พี่อัญสวยนี่คะมีคนมาจีบก็เป็นเรื่องธรรมดา” ไหวไหล่เล็กน้อยแล้วพูดใส่สีตีไข่เป็นเรื่องธรรมดา เขาฟังอย่างนั้นก็พยักหน้าคล้อยตามง่ายดาย แสยะยิ้มสมเพชตัวเองที่เคยคิดจริงจังกับผู้หญิงแบบนั้น
“นั่นสินะ...” พึมพำเสียงเบาแล้วหยิบน้ำขึ้นจิบโดยไม่ได้ขยายความมากกว่านั้น สร้างความสงสัยแก่คนอายุน้อยกว่าเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจถามตรงไปตรงมาเพราะอยากรู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีความหวังมากน้อยแค่ไหน
พอจะเอาชนะพี่สาวได้หรือเปล่า
“แล้วพี่หนึ่งคิดยังไงกับพี่อัญคะ” เธอรอฟังคำตอบใจจดจ่อ ส่วนเขาก็แสยะยิ้มก่อนตอบตามความจริง พร้อมกับส่งสายตาหวานให้คนตรงหน้า มองจนหล่อนไม่กล้าจะสบตาด้วยรีบเบือนหน้าหลบพร้อมกับแก้มที่ซับสีเลือดด้วยความเขินอาย
“แค่น้องครับ...น้องสาวคนหนึ่ง”
เขารู้ทันทีว่าแผนต่อจากนี้ของตนคืออะไร หลังจากถูกหักหลังอย่างเจ็บปวด เขาก็จะมอบบทเรียนที่ไม่ต่างกันให้หล่อนบ้าง
คนอย่างอัญชิสาไม่คู่ควรกับความรักของใครหรอก!
หลังจากเรียนจบก็ยุ่งกับการหาเงินเพื่อนำไปให้คนที่กุมความลับของเธอเอาไว้ หล่อนพยายามหาเงินให้ได้วันล่ะสามถึงสี่พันเพื่อนำไปปิดปากเขา ไม่อยากไปขอเงินของธนนท์ปภพ ไม่กล้ากระทั่งจะสู้หน้าเขาด้วยซ้ำ
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่นัดพบกับวินธา คนที่หล่อนแสนจะเกลียดหน้าเป็นอย่างยิ่ง ความหล่อของเขาไม่ได้ทำให้หล่อนหลงใหล กลับรังเกียจขยะแขยงมากกว่าเดิม
แม้จะจดจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้ และการพบกันคราวต่อมาก็เว้นระยะห่างเอาไว้ เธอพวกมีดกับสเปรย์พริกไทยไว้ในกระเป๋าเสมอ ถ้าอีกฝ่ายเข้าใกล้เกินสิบเมตรก็พร้อมสู้ทันที คราวนี้จะไม่ยอมเสียท่าเป็นอันขาด
“ต้องแบบนี้สิครับเมีย เอาเงินมาให้ผัวใช้ตลอดเลย” รับเงินมาแล้วยิ้มกว้าง ทิ้งตัวลงบนโซฟาของโรงแรมพลางนับเงินอย่างมีความสุข เจอกันสัปดาห์ล่ะครั้งก็มีเงินให้ใช้ตลอด โดยไม่ได้สนใจว่าหล่อนไปเอามาจากไหน เขาแค่อยากได้เงินเพื่อไปหาความสำราญให้ตัวเอง
ส่วนเรื่องจับเธอรวบหัวรวบหางก็ยังไม่ได้ทำ อัญชิสายังคงเข้าใจว่าเสียตัวแล้วทั้งที่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น คลิปที่เธอกลัวนักหนาก็ไม่มี แต่ตนก็ยังใช้มันมาข่มขู่เสมอจนได้เงินมาใช้มือเติบเหมือนทุกวันนี้
“ขอร้องล่ะ อย่าให้ฉันต้องทำแบบนี้อีกเลย ช่วยลบคลิปได้ไหม” หมดหนทางเพราะไม่ว่าจะพูดอย่างไรคนตรงหน้าก็ไม่ยอมลบคลิป แล้วเธอก็ได้ฟังแค่เสียงไม่กล้าจะดูด้วยซ้ำว่าตัวเองโดนอะไรบ้าง มันเหมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนหล่อนเสมอ
“ลบทำไม ฉันชอบเอาไปดูเวลามีอารมณ์ มันชัดมากเลยนะตอนที่สอดเข้าไป...” พยายามพูดเพื่อให้หล่อนคิดตาม จนร่างบางตะโกนเสียงดังเพื่อให้หยุดพูด ไม่ต้องการได้ยินสิ่งที่แสลงใจตัวเอง น้ำตาคลอเบ้าเกือบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“หยุด! หยุดพูดสักที!”
“ทำไมล่ะ ไม่อยากฟังเหรอเมียจ๋า...”เขานึกสนุกกำลังจะเดินเข้ามาหาเธอ แต่หญิงสาวหยิบมีดในกระเป๋ามาขู่เขาก่อน ทำให้วินธาหยุดยืนที่เดิมแล้วทรุดลงนั่งบนโซฟา เขาไม่ได้ต้องการเธอมากขนาดนั้นแม้ว่าหญิงสาวจะสวยมากแค่ไหนก็ตาม
สิ่งที่อยากได้คือเงินมากกว่า แล้วเธอก็ยังมีประโยชน์ต่อตนจึงไม่อยากเขี่ยทิ้ง
“เอามาให้ฉันห้าแสน แล้วจะยอมลบคลิป...หนึ่งล้านเลยดีกว่า เอามาหนึ่งล้านแล้วฉันจะลบให้เอง” เสนอทางเลือกให้หล่อนทันทีแต่คนฟังเผยอปากค้าง แทบทรุดลงนั่งบนพื้นเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะไปได้อย่างไร
“ฉันจะไปหามาจากไหน” ถามเสียงเบาด้วยความหนักใจ
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







