แชร์

EP4

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-10 00:17:03

ห้องพักภายในบ้านไม้กลางป่าถูกยึดครองโดยไคเอลนักประดิษฐ์ทำให้ตอนนี้เซรัสเหลือพื้นที่แค่โซฟาตัวเล็กข้างตะเกียงไฟที่ไส้โดนเผาจนสั้น เขาเอื้อมไปหมุนไส้ตะเกียงขึ้นเล็กน้อยพลันให้ไคเอลที่ลูบ ๆ อยู่ตามพื้นหาอะไรบางอย่างเจอ เขายกมันขึ้นมาส่องกับแสงไฟที่เซรัสเอี้ยวหลบให้แล้วยิ้มอย่างพอใจก่อนจะวางมันลงบนถาดที่มีนอตหลายขนาดวางอยู่ จัดเรียงมันอย่างเป็นระเบียบบอกตัวเองให้รู้ลำดับก่อนหลังแล้วจึงหยิบกระดาษแผ่นกว้างมาจากเตียงนอน เจ้าของห้องส่ายหน้าน้อย ๆ แล้วบอกตัวเองว่าคืนนี้คงจะไม่ได้นอนอีกเป็นแน่

“อ้อ ข้าขออนุญาตท่านหรือยังนะ ท่านรัชทายาท” เซรัสถอนหายใจ ส่ายหน้าเล็กน้อยแล้ววางเท้าลงพื้นอย่างระมัดระวังไม่ให้ไปเหยียบชิ้นส่วนใดที่ไคเอลนำเข้ามาอีก หนึ่งคือเขาจะเจ็บและบางอย่างมันแสนจะเปราะบาง หากยากจนเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปหาจากไหนมาคืนอีกฝ่าย การเดินกะหย่องไปจนถึงประตูจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ทว่าไคเอลกลับไม่ได้ขอบคุณหรือคิดจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาแม้แต่น้อย

“เจ้าจะไปปิดประตูกับหน้าต่างด้วยนะ ลมมันจะเข้าน่ะ” แม้ไม่เงยหน้ามาแต่ไคเอลก็พูดขึ้นมาได้ถูกจังหวะ เซรัสจึงเอื้อมไปปิดหน้าต่างที่มีเพียงบานเดียวให้ก่อนจะกลับมาหยุดที่หน้าประตู

“เจ้าจะทำอะไร นานไหม ถ้านานข้าจะได้กลับเข้าวังไปสักพัก”

“มันจะนาน” ว่าพลางหยิบชิ้นส่วนรูปตัวแอลที่ประกอบกับแผ่นเหล็กเอาไว้จนครบสี่ทิศขึ้นมาดู

“แต่คงไม่นานพอให้ท่านเดินทางถึงประตูวังหรอก ถ้าไม่อยากเข้าไปฟังเรื่องไร้สาระก็พักเสียที่นี่” เซรัสส่ายหน้า เสียงลมหายใจดังกว่าเสียงลมที่พยายามจะลอดหน้าต่างเข้ามา จนแล้วจนรอด ไคเอลก็คือคนที่เขาอยากจะทุบหลังสักที

“งั้นข้าไปล่ะ เชิญใช้บริการห้องข้าได้ตามสบาย”

“ถ้าเจ้าไปเหลาไม้ขนาดเท่านิ้วนางให้ข้าสักสิบหรือยี่สิบชิ้นจะดีมาก”

“เจ้าจะเอามาทำอะไร”

“ขาตั้ง”

“ขาตั้ง?” เซรัสทวนคำน้ำเสียงติดฉงน

“ถ้ายัยแม่มดไม่คิดจะช่วยเราสำรวจแผนที่ ข้าก็จะทำแผ่นสะท้อนแล้วก็วัดระยะด้วยตัวเอง และข้าว่ามันคงจะมีประโยชน์ในวันงานประเพณี เพียงแต่ว่าข้าจะต้องทำมันเยอะ ๆ” เขาอธิบายขณะกรีดเลนส์นูนอย่างขะมักเขม้น

“ข้าไม่เคยมองออกเลยว่าเศษของพวกนี้จะมาเป็นอะไรที่เจ้าพูดถึงได้อย่างไร”

“แบบนี้ไงล่ะ นักประดิษฐ์ถึงไม่ได้มีเยอะแยะ” เซรัสพยักหน้าแล้วถอนหายใจอีกครั้ง เขาเดินออกไปด้านนอกหยิบพร้าด้ามยาวที่ถนัดมือแล้วเดินออกไปห่างจากบ้านพักพอสมควร คืนนี้ดวงจันทร์ไม่ได้ทอแสงเต็มดวงเขาจึงต้องอาศัยความเคยชินและความระมัดระวังมากกว่าปกติในการเดินหาต้นไม้ที่ไม่แก่ไป ไม่อ่อนไป เนื้อเหนียวกำลังดีพอที่จะรับน้ำหนักเลนส์แก้วและแผ่นเหล็กของไคเอล ต่อให้เขาจะไม่รู้ว่ามันจะออกมาหน้าตาแบบไหนก็เถอะ

ปั่ก! เขาเฉาะพร้าลงเนื้อไม้พอเห็นว่าน้ำยางทยอยไหลเล็กน้อยก็เดินผ่านไปเพราะมันยังไม่ใช่ที่เขาตามหา เดินผ่านไปอีกสักพักก็รู้สึกตัวว่าตนเข้ามาลึกพอสมควร หันมองรอบ ๆ เขาถูกต้นไม้สูงเลยศีรษะโอบล้อมเอาไว้ ต้นไม้เตี้ยสุดสูงแค่เข่าโชคยังดีที่ช้างป่ามาถางนำร่องเอาไว้ แต่คงจะไม่ดีนักหากอยู่นานเพราะช้างป่าพวกนี้จมูกดีกว่าช้างทั่วไปหลายเท่า แม้ภายนอกไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่สัญชาตญาณของมันเป็นที่น่าพิศวงกับคนในวังไม่น้อย

“ถ้าข้าเป็นคิงส์ ข้าจะสั่งให้นักประดิษฐ์ต้องผ่านหลักสูตรการใช้ชีวิตร่วมกับคนทั่วไปเสียก่อน” แม้จะพูดไปอย่างนั้นแต่ตาก็ยังมองหาต้นไม้ที่พอเหมาะจนไม่เจอต้นเท่าเข่าน้ำยางไม่ไหลเยิ้ม แต่ก็เหนียวทนติดที่ว่าต้องตากแดดอีกเล็กน้อยจึงจะแข็งแรงพอเป็นขาค้ำยันให้สิ่งประดิษฐ์ของไคเอล

“ต้นนี้แล้วกัน” แล้วเขาก็ใช้คมพร้าฝานลำต้นขนาดครึ่งต้นแขนออกมา กองมันเอาไว้ที่โคนต้นไม้ใหญ่แล้วเดินวนรอบเพื่อหาต้นที่คล้าย ๆ กันแต่เว้นระยะพอควรเอาออกเพื่อไม่ให้มันแย่งอาหารกันมากเกินไป หากมากับเทร่า หล่อนคงจะบ่นในความคิดซับซ้อนของเขาและระอาในความคิดง่ายและไร้เหตุผลของไคเอล พวกเขาสามคนน่ะไม่มีอะไรที่พอดีกันสักอย่างแต่ก็ดึงกันมาอยู่ตรงกลางได้อย่างพอเหมาะเช่นเดียวกับต้นที่สองที่เขากะน้ำหนักแล้วฟันมันขาดได้ในครั้งเดียว

“เจ้านั่นจะเอาหนาแค่ไหนนะ” เซรัสมองต้นไม้ทั้งสองต้นแล้วนึกฉงน เขาเองก็ลืมถามว่าคำว่าสูงเท่านิ้วนางแล้วหนาเท่าใด คิดได้ดังนั้นก็แบกต้นไม้สองต้นขึ้นบ่า คิดเสียว่าหากไม่พอก็ให้คนอยากได้มาตัดใหม่ แต่ถ้าจะเอาไปหมดคงตัดวงจรชีวิตพวกมันเปล่า ๆ

กึก! เมื่อหันหลังกลับหางตาก็เห็นแสงหนึ่งวาบผ่านหลัง เท้าขวาเหยียบกิ่งไม้หักกลางจนเขาเซไปด้านหลัง ทุกจังหวะเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างพอเหมาะ เจ้าชายขี้กลัวได้แต่หยุดอยู่กับที่หวังว่าแม่มดเทร่าจะได้ยินเสียงแล้วตามมาช่วย หรือไม่ไคเอลคงอยากได้ของจนต้องรีบออกมาตาม แต่มันก็ช้าเกินไป เขารออยู่นานสองนานจนความกลัวนั้นค่อย ๆ หาย เห็นเพียงหิ่งห้อยบินหลบไปคนละทางเหมือนกับมีอะไรทิ้งดิ่งลงกลางวงพวกมัน เขากำพร้าในมือแน่น ปิดปากแน่นสนิทกลัวว่าจะมีเสียงอะไรลอดออกไปทำให้สิ่งที่อยู่ตรงนั้นตื่นมาอาละวาด ขณะเดียวกันเขาก็ภาวนาว่าอย่าให้มีอะไรอยู่ตรงนั้น

ชายหนุ่มก้าวช้า ๆ มองซ้ายแลขวาเดินสวนทางกับเจ้าหิ่งห้อยและผีเสื้อเรืองแสงที่เริ่มฟักตัวและทิ้งรังดักแด้ไว้ให้กลายเป็นใยแก้วสีประหลาด ทุกสิ่งในนี้ล้วนน่าพิศวงแต่หากมีอะไรที่แปลกใหม่เข้ามาเขาเองก็คงจะตั้งตัวไม่ทันเช่นกัน

“อือ…” ชายหนุ่มเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินเสียงหายใจเบาจากสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า หญ้าแหวกเป็นเวิ้งกว้างไม่เห็นเงาสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่รายรอบนั้น พวกมันต่างพากันหนีแต่ไม่ใช่อาการแตกตื่น เขาจึงค่อย ๆ ก้าวเข้าไป แหวกหญ้าที่สูงเกือบเท่าอกออกพ้นทางก่อนจะยืนนิ่งงันมองสิ่งที่เห็นโดยไร้ความเคลื่อนไหวใดในหัวสมอง

ประกายแสงสีฟ้าสะท้อนออกมาจากร่างบางที่นอนนิ่งทว่ายังได้ยินเสียงลมหายใจชัดเจน เมื่อยิ่งเข้าไปใกล้เส้นผมนั้นก็เปล่งแสงจ้าจนเขาต้องยกมือขึ้นบังมันเอาไว้ ให้ตนได้ปรับสายตาสักพักก็มองเห็นว่าร่างนั้นสวมชุดสีขาวที่ดูเหมือนจะเอาผ้ามาประกอบกันแต่ละส่วนมากกว่าตัดเย็บ ทว่ากลับไม่มีส่วนไหนหลุดออกจากกันให้คนมองนั้นกังวลใจ เมื่อเข้าไปใกล้ ก็พบว่าเกล็ดแสงสีเงินเล็ก ๆ ที่อยู่บนผมของหล่อนเปล่งแสงออกมาปนกับสีฟ้าสาดกระจายไปทั่วบริเวณ

กวางแก้ว…ไก่ฟ้า…นกร้องเพลง…หรือ…เซรัสทบทวนสัตว์ทุกชนิดที่เคยเจอแต่สิ่งตรงหน้าก็ไม่เข้าเค้าสักนิด ไม่มีสัตว์ชนิดไหนแปลงร่างเป็นมนุษย์หรือเลียนแบบสิ่งที่เห็นได้

ขณะกำลังคิดต่าง ๆ นานาร่างนั้นก็ขยับทำให้เขาเห็นรอยขีดเล็ก ๆ ตามตัว เซรัสรีบทิ้งพร้าและต้นไม้ที่แบกมาลงอย่างไม่สนทิศทางแล้วพลิกร่างนั้นอย่างระมัดระวังสำรวจดูจนทั่วก็เห็นว่ายังมีรอยแบบเดียวกันอยู่ทั่วร่าง อาจเป็นเพราะใบหญ้าที่บาดตามตัว แต่จะมาจากทิศทางใดเขาคงไม่เสียเวลาคาดเดา เซรัสประคองเธอขึ้นมาแล้วพลิกหันหลังช้อนเธอขึ้นมาแบกเอาไว้ มุ่งตรงไปยังบ้านไม้ที่จุดตะเกียงให้เห็นอยู่รำไร ในใจก็นึกอยากให้เทร่ามาเสียตอนนี้ เขาอยากรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร มาดีหรือมาร้าย แต่สิ่งที่ควรจะทำก่อนอื่นใดคือทำให้เธอได้สติและแน่ใจว่าจะรอดชีวิต หากมีอะไรเกินคาดหมายก็คงฝากความหวังไว้ที่เทร่า

“ไม่กลับนะ…” เซรัสลดฝีเท้าและเงี่ยหูฟังที่อีกฝ่ายพูด เธอพูดได้ เธอเข้าใจภาษามนุษย์ และเธอน่าจะหนีอะไรมา

วันนี้กระท่อมของเทร่าปิดเงียบไม่มีแม้เงาของแม่มดที่จะโผล่ออกมา เขาทำได้เพียงทอดสายตามองแล้วเดินตรงไปยังบ้านพัก สาวเท้าขึ้นบันไดเลี่ยงจากห้องนอนไปยังห้องหนังสือ คืนนี้คงจะยกห้องนี้ให้เธออีกห้อง จนกว่าจะมีพยานรู้เห็นในวันพรุ่งนี้ คืนนี้ได้แต่ภาวนาไม่ให้อาการบาดเจ็บของหญิงสาวนิรนามมีอะไรมากกว่าที่ตาเขาเห็น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP29

    เซรัสเป็นคนแรกที่หันหลังให้ทุกคนเขาเดินออกไปสองสามก้าว ก่อนจะหยุดเหมือนคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดโดยไม่หันกลับมา“ไปคุยกันที่บ้าน” เสียงนั้นสั่งโดยไม่ระบุผู้รับแต่ส่งผลให้คนทั้งสองเดินตามมาโดยไม่มีใครปริปากพูดอะไร คนทั้งสามก้าวไปเรื่อย ๆ โดยไม่มองหาหมุดหรือจุดนำทางใดเพียงแต่ก้าวไปตามสัญชาตญาณและสติที่ค่อย ๆ กลับมาระหว่างที่เดิน แม้เสียงฝีเท้าจะขาดไปบ้าง ทิ้งระยะไกล-ใกล้ออกไปแล้วแต่ว่าใครจะเดินตามทันหรือไม่ทันแต่เซรัสยังคงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งกับคำถามโดยไม่เหลียวหลังมามอง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกทีบ้านไม้กลางป่าปรากฏขึ้นตรงหน้า มันยืนอยู่อย่างเดียวดาย และโอบล้อมด้วยความรู้สึกอ้างว้างทว่าเป็นที่ที่เขาเรียกว่าบ้านได้เต็มปาก ไม่ใช่แค่ที่พักแต่เหมือนที่พักใจประตูถูกเปิดออก กลิ่นไม้เก่าและสมุนไพรจาง ๆ ต้อนรับพวกเขาเหมือนกับว่าห่างหายกันไปนานทั้งที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นความเงียบภายในบ้านไม่ใช่ความว่างเปล่าแต่เป็นความคุ้นเคย แต่ต่างจากเดิมเล็กน้อยตรงที่เมื่อเซรัสเดินตรงไปที่โต๊ะอาหารเขาก็นั่งลงข้าง ๆ ตรงที่มีตะกร้าขนมปังและแยมผลไม้ตรงหน้า ไคเอลยังยืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะไปน

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP28

    เซรัสกลับมาถึงวังในสภาพที่ฝีเท้าหนักแน่นกว่าตอนจากมา ความวูบโหวงที่เหลือค้างจากคืนฝนดาวตกยังไม่หายไป แต่คราวนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาลังเล หากเป็นแรงผลักให้เขาต้องพิสูจน์บางอย่างให้ชัดเจนเสียทีว่ากำแพงเวทย์นั้นไม่ใช่ของเทร่าเขานั่งรอไคเอลอยู่ในห้องเงียบ ๆ ใกล้ปีกตะวันตก ตะเกียงถูกจุดไว้เพียงดวงเดียว แสงสลัวสะท้อนวัตถุชิ้นเล็กบนฝ่ามือของเขา เครื่องประดับผมรูปผีเสื้อ แต่งแต้มด้วยเพชรใสบริสุทธิ์ ลวดลายประณีตเกินกว่าจะเป็นของชาวบ้านทั่วไปเซรัสหมุนมันช้า ๆ ปล่อยให้แสงตะเกียงสะท้อนแตกเป็นประกายบนเหลี่ยมเพชร ความทรงจำในคืนนั้นย้อนกลับมา ภาพมันนอนอยู่หน้าบ้านไม้ ราวกับหล่นมาพร้อมกับคำขอพร เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงเก็บมันไว้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นของใคร แต่ทุกครั้งที่มอง หัวใจกลับสงบนิ่งอย่างประหลาด เมื่อเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เขากำมือแน่น ก่อนจะคลายออก แล้วเก็บเครื่องประดับนั้นไว้ในอกเสื้อ ใกล้หัวใจที่สุด ราวกับไม่อยากให้ไคเอลเห็นมันในตอนนี้“เจ้าเรียกข้ามา?” ไคเอลพูด เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง “อืม” เซรัสพยักหน้า “คืนนี้…ข้าจะเข้าไป” ไม่มีคำถามว่า ไปไหนแต่ไคเอลรู้ดี เขานั่งลงตรงข้าม ความเงียบปกค

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP27

    ตลอดทางกลับไม่มีบทสนทนาใดระหว่างคนทั้งคู่ เขาเลือกที่จะเดินผ่านบ้านพักกลางป่าต่อไปอีกหลายอึดใจจนถึงรั้วของวัง เสียงที่ตามมาด้านหลังก็หยุดลง เซรัสหันไปมองไคเอลที่ยังคงเงียบมาตลอดทาง ต่างคนต่างใช้ความเงียบกดดันให้แต่ละคนออกปากพูดก่อน แต่เป็นไคเอลเองที่ทนไม่ไหว เขาเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกมาในจังหวะที่เซรัสจะหันหลังกลับไป“อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นนาง...ได้ไหม?”คำขอที่หลุดออกมาฟังดูเบากว่าความเงียบที่ห่อหุ้มอยู่รอบตัว เซรัสชะงักค้าง เท้าข้างหนึ่งก้าวพ้นแนวรั้วไปแล้วแต่กลับหยุดลง เขาไม่หันกลับมา ไม่ปฏิเสธ และไม่รับปาก ความนิ่งเฉยนั้นทำให้ไคเอลรู้คำตอบครึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องได้ยินคำใด ลมยามค่ำพัดผ่านแนวกำแพงหิน เสียงใบไม้เสียดสีกันกลบลมหายใจของคนทั้งคู่ เซรัสค่อย ๆ ดึงเท้ากลับมา ยืนอยู่ตรงนั้นชั่วครู่ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างที่หนักเกินจะพูดออกมาเป็นถ้อยคำ“ข้าไม่ได้อยากคิดแบบนั้น” เขาเอ่ยในที่สุด เสียงต่ำและเรียบ “แต่ข้าก็ไม่อาจทำเป็นไม่คิด” ไคเอลเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคมทอดมองแผ่นหลังตรงหน้าที่ดูห่างไกลขึ้นทุกที แม้จะยืนอยู่ในระยะที่เอื้อมถึง“ถ้าอย่างนั้น…ขอเวลาให้มันพิสูจน์ตัวเอง” เซรัสไม่ตอบ

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP26

    เซรัสถอนหายใจไม่รู้กี่รอบกี่หนตั้งแต่เข้ามานั่งฟังประชุมในห้องโถงใหญ่พร้อมกับผ้าพันแผลที่พันเอาไว้อย่างเปิดเผยพร้อมกับแถลงที่มาของแผลนี้แต่ไม่ได้เปิดเผยตัวผู้กระทำ ทำให้ลูกพี่ลูกน้องออกอาการนั่งไม่ติดแต่ก็ไม่อาจแสดงตัวหรืออธิบายอะไรได้ทำเพราะสิ่งที่จะตามมาคือการครอบครองยาพิษ ทว่าเขาก็ต้องถือเดิมพันอีกข้อหนึ่งเอาไว้คือที่มาของยารักษาและการมีอยู่ของเทร่าที่ถูกเก็บเป็นความลับ“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายได้ ขอให้ทุกอย่างพร้อมโดยเร็วที่สุด” เมื่อสิ้นเสียงสั่งผู้กล่าวก็เดินลงจากที่นั่งตามด้วยเซรัสที่ครั้งนี้ไม่แสดงอาการว่ามีเรื่องคาใจใด ๆ พอพวกเขาหันหลังแน่นอนว่าต้องมีการเปิดวงถกเถียงกันของข้าราชการทั้งสองฟาก ส่วนคนที่ถูกดึงเอาไว้ก็เป็นญาติจากเมืองชายขอบที่ขุนนางฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นพวกตระกูลใหม่และสามารถมาต่อรองอำนาจกับราชวงศ์แบบเขาได้ ซึ่งเซรัสเคยชินเสียแล้วเพราะการคิดจะล้มอำนาจเก่ามีแทบทุกสมัยเพียงแค่รุนแรง เบาบ้าง บางทีเรียกว่าการเปลี่ยนแปลงและบางครั้งก็กลายเป็นกบฏ“แผลเป็นอย่างไรบ้าง” ราชาถามและยังคงเดินต่อไป เซรัสรีบก้าวไปให้ใกล้ที่สุดเพื่อให้ท่านได้ยินคำตอบชัด ๆ“ดีขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ย

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP25

    แม้ดวงตาและสีผมจะกลับมาเปล่งประกายสดใสเช่นเดิมแต่เมื่อของที่เคยเสริมกำลังนั้นหายไปสองมือและสองขาก็หมดแรงเอาเสียดื้อ ๆ เฟย์ลินประคองร่างอ่อนแรงไปให้ถึงโซฟาที่อยู่กลางบ้านอีกแค่เอื้อมเธอก็จะคว้ามันเป็นที่ยึดเกาะได้แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับหมดลงเสียดื้อ ๆ ทิ้งร่างที่ชาตึงลงกับพื้นให้ช้าที่สุดเท่าที่แรงจะรั้งไว้ได้ เธอไม่พยายามที่จะส่งเสียงเรียกให้ใครมาช่วยเพราะตอนนี้คนอื่น ๆ พากันออกไปข้างนอกไม่รู้กำหนดว่าจะกลับมาเมื่อไร ส่วนเจ้าแมวดำก็หายไปไหนสักที่ตามที่มันสบายใจ เฟย์ลินไม่ได้หวังว่าจะมีใครมาช่วยเธอได้ทันเวลา เพียงแค่ขอให้เรี่ยวแรงจะกลับมาก่อนที่ใครสักคนจะมาถึงที่นี่ตะวันลับฟ้าแต่ยังไม่มีแสงจากตะเกียงไฟทำให้เซรัสต้องคลำทางเพื่อมาถึงบ้านหลังนี้ เขารู้สึกไม่ดีนักจึงรีบสาวเท้าเพื่อให้บ้านอยู่ในระยะสายตาสลัดรองเท้าทิ้งไว้หน้าประตูเปิดเข้าไปแทบสุดแรงแล้วหันซ้ายหันขวา“เฟย์ลิน” เขาร้องเรียกเธอแทนที่จะหาแสงสว่าง แต่เมื่อเรียกซ้ำอีกหลายหนแล้วยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับเขาก็ควานหาไม้ขีดไฟมาจุดตะเกียงที่อยู่ใกล้มือ ถือมันส่องไปรอบ ๆ แล้วรีบเดินเข้าไปตรงโซฟาเมื่อเห็นปลายเท้าเรียวยื่นออกมา“เฟย์ลิน!” เซร

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP24

    “อ่านตำรายามันเคร่งเครียดขนาดนั้นเลยเหรอ?” เซรัสปิดหนังสือพอดีกับที่เฟย์ลินเดินผ่านเข้ามาเธอยกถาดผ้าพันแผลพร้อมกับยามาวางไว้ตรงหน้า เซรัสดึงหนังสือมาไว้ข้างตัวแล้วกระเถิบตัวออกมาให้เฟย์ลินช่วยล้างแผลได้ง่ายขึ้น“ขอโทษทีนะ” เธอเอ่ยแล้วค่อย ๆ เปิดเสื้อเขาออกพอให้ได้เห็นแผลแล้วแกะผ้าพันแผลเก่าออก ทุกอย่างดำเนินไปอย่างช้า ๆ และเบามือจนเซรัสคลายอาการเกร็งเมื่อครู่ลง พอหายใจได้ปกติเขาก็ปล่อยสายตาได้สำรวจรอบ ๆ มากขึ้นแต่มันกลับมาจดจ้องอยู่ที่เสี้ยวหน้าของหญิงสาว ผิวสีน้ำนมถูกเจือด้วยเลือดฝาดอ่อน ๆ แพขนตาสบกันเป็นระยะยามที่เงยหน้าขึ้นมาถามเขาซ้ำ ๆ ว่าเจ็บหรือไม่ ยิ่งเส้นผมสีฟ้าสลับกับสีบลอนด์ทำให้เธอดูโดดเด่นในสายตาเขา เส้นผมสีแปลก การแต่งตัวแปลก ๆ ที่ตรึงตราจนเขาสรุปกับตนเองได้แล้วว่าไม่อยากจะหาที่มาของคนตรงหน้าถ้าเธอไม่ร้องขอ“เสร็จแล้ว” เฟย์ลินเอ่ยเสียงใสถอยออกมาแล้วส่งยิ้มให้แทนคำขอบคุณสำหรับความอดทนเมื่อครู่แล้วจึงเก็บทุกอย่างเข้าถาด หญิงสาวลุกพรวดแต่หางตาดันไปสะดุดกับบางสิ่งใต้ครัวไม่ทันได้หายใจถึงครึ่งหนูตัวโตก็คลานออกมาจากใต้ตู้เก็บของเธอสะดุ้งทิ้งตัวลงโซฟาด้วยแขนขาหมดแรง เฟย์ลินหลับต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status