แชร์

EP3

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-10 00:16:43

เซรัสทิ้งเรื่องดินแดนชายป่าเอาไว้เพราะต่างฝ่ายต่างไม่อยากพูดถึงแล้วให้สิทธิ์เทร่าเดินสำรวจภายในห้องแห่งนี้เพราะเขาเองก็กลัวใจไคเอลว่าจะไปหยิบจับอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรมา ไม่นานนักเทร่าก็นำของในห่อผ้าออกมาวางมีทั้งยาน้ำยาผง หรือเศษรากไม้ที่เหมือนเก็บได้จากข้างทาง

“ผลงานเพื่อนนักประดิษฐ์ของเจ้า” คนถูกกล่าวถึงหลบตาจากนั้นเทร่าก็สะพายห่อผ้าขึ้นหลังแล้วเดินไปจนถึงหน้าประตู ก่อนจะก้าวออกไปเธอหันมาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

“เจ้าอย่าลืมนะว่าที่นี่เจ้าแค่เป็นศูนย์พักพิงและช่วยเหลือ อย่าคิดจะเลี้ยงพวกมันไว้ระยะยาวล่ะ” ฝากไว้เท่านั้นเซรัสก็พยักหน้ารับก่อนที่ร่างนั้นจะหายวับไปกับตา

“ยัยแม่มดนี่ ช่างจับผิดแล้วก็ขี้หวง เจ้าก็อย่าไปใส่ใจนางมากเลยนะ นางน่ะเข้าสังคมไม่เป็น” เซรัสเพียงยิ้มแล้วพยักหน้าให้ ตอนนี้ในหัวไม่ได้ติดอยู่กับการกระทำของเทร่า แต่สิ่งที่เธอพูดต่างหากที่มันติดอยู่ในความคิดของเขา

ตะวันลับไปแสงประกายในป่าด้านหลังก็ค่อย ๆ สว่างขึ้นเพราะกวางเขาแก้วที่เรืองแสงขึ้นมาจนปันแสงให้รอบ ๆ รวมถึงเซรัสที่ค่อย ๆ เดินเข้าไปหามันอย่างระวัง

“ชู่ว…” หันไปมองเจ้านกนักดนตรีที่มันกำลังจะร้องทักทาย แต่ก็ต้องท้วงเอาไว้เพราะอาจไปปลุกเจ้าลูกลิงที่เพิ่งได้นอนหลับ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปช้า ๆ กระทั่งหยุดอยู่ตรงหน้ากวางเขาแก้วที่มองเขาไม่วางตา มันถอยหลังเล็กน้อยแล้วก้มลงเอาเขาแตะที่ไหล่ของเจ้าชาย เซรัสยกมือที่สั่นขึ้นมาทิ้งระยะห่างเอาไว้ให้กวางน้อยได้เอาเขามาแตะเป็นเหมือนคำขอบคุณจากลูกกวางน้อย

“แก สบายดีแล้วสินะ” เขาอุ่น ๆ มันยกมวลหนัก ๆ ออกจากอกเขาได้ฉับพลัน เซรัสไล่มองรอบกายที่มีแสงสว่างนำสายตาร่องรอยแผลค่อย ๆ เลือนลงไป มันยืนเต็มพื้นที่และถ่ายน้ำหนักลงขาหลังได้อย่างสบาย ๆ ครานั้นเสียงหายใจของเขาและมันก็ดังขึ้นพร้อมกัน

“ฮ่ะ ๆ แกล้อเลียนฉันหรือไง” กระนั้นก็ลูบหัวมันเล็กน้อยแล้วประคองให้มันเดินตามเขาไปตรงโขดหิน

“ขอบใจแกนะที่สู้มากับฉัน ขอบคุณนะที่สู้เพื่อตัวเอง” แววตากวางเด็กประกายแวววาวมันดูมีความหวังต่างกับวันแรกที่เจอกัน นับเป็นเรื่องดีที่น่าใจหายเพราะเขาจะต้องทำสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ครั้งก็รู้สึกทรมานใจไม่น้อย ยามที่ลุกขึ้นประคองเขาของมันออกแรงดึงเล็กน้อยรั้งให้เดินตามไปยังท้ายสุดของชายป่าที่ห่างจากเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ที่หลบพักในร่มเงาบ้านไม้แห่งนี้

เมื่อพ้นจากแสงโคมไฟก็ได้แสงจากเขาแก้วส่องทางให้เขาเห็นรอบ ๆ จนมันไกลลับตามองไม่เห็นแม้แต่แสงรำไรของตะเกียงพวกนั้น เซรัสก็ผละออกจากเจ้าลูกกวาง ถอยหลังออกมาทั้งที่สายตายังคงมองมันที่ไม่ได้แสดงอาการตกใจ กลับกันแววตานั้นกลับแฝงแววน่าใจหายจนหัวใจเซรัสกระตุกวูบ กระนั้นมันยังกระโดดยกเท้าด้านหลังขึ้นเล็กน้อย ซ้ำ ๆ เหมือนกำลังจะบอกว่าร่างกายของตนเต็มร้อยและบอกเซรัสว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะ

“เชื่อแล้ว ๆ พอแล้ว…รู้แล้วว่าแกแข็งแรงมากเลยล่ะ” ลูบหัวมันเบา ๆ ให้กวางน้อยหยุดดีดดิ้น

“ต่อนี้ไป ต้องไปใช้ชีวิตตัวเดียวแล้วนะ หวังว่าแกจะตามหาแม่แกจนเจอนะ” เขาไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร เทร่าเคยบอกว่าการตั้งชื่อให้สัตว์ก็เหมือนยอมรับมันเป็นสมาชิกและจะต้องเลี้ยงมันไปตลอดชีวิต แต่สำหรับเซรัส มันคือการสร้างความผูกพันทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันจะได้เป็นเพื่อนกันไปชั่วชีวิตต่างหาก

“เอาล่ะ โชคดีแล้วก็อย่าโดนใครทำร้าย หรือต่อให้แกแข็งแรงที่สุดในป่านี้ ก็อย่าได้ทำร้ายใครอีกล่ะ” มันซบหน้าลงบนมือเขาเหมือนจะบอกว่าตอบรับคำสั่งนี้และคงกำลังอวยพรให้เขาเช่นกัน

“โชคดีล่ะ” จำใจปล่อยมือออกจากกวางเด็ก มันก็เช่นกัน เดินถอยออกไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา ต่างคนต่างมองกันอยู่อย่างนั้นจนเป็นเซรัสเองที่เดินออกมา เดินหน้ากลับไปทางเดิม หันกลับมามองกี่ครั้งก็จะเห็นกวางตัวเดิมยืนอยู่ที่เดิมแต่มีทีท่าจะเดินตามเขากลับไปหรือแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง กระทั่งต้นไม้บดบังจนลับสายตาเขาก็รับรู้ถึงความต้องการของเพื่อนตัวนั้น

มันแค่อยากส่องทางให้เขากลับถึงบ้านไม้โดนปลอดภัย มอบงานต่อให้ตะเกียงไฟที่ห่างไปอีกเกือบห้าร้อยเมตร กระทั่งก้อนไฟเปล่งประกายวิ่งหลบหายเข้าไปในป่า มีเห็นอยู่บ้างตอนที่มันกระโดดข้ามพุ่มไม้ บางทีก็หายไปตอนที่เข้าเขตป่าหนาปกคลุม เซรัสรับรู้เรื่องนี้ในตอนเช้าจากปากของเทร่าที่ออกสำรวจรอบ ๆ

“นี่แปลว่าเธอก็คอยดูทุกชีวิตในป่านี้เลยล่ะสิ” เซรัสลอบถอนหายใจเมื่อฟังความคิดเพื่อนนักประดิษฐ์ของเขา

“ประเด็นของเรื่องนี้คือเจ้ากวางนั่นปลอดภัยดี เจ้าได้ฟังข้าหมดหรือเปล่าเนี่ย”

“ก็ฟังหมดน่ะสิ ถึงได้รู้ว่าเจ้าขี่ไม้กวาดลาดตระเวนรอบ ๆ อย่างนี้เวลาใครไปไหนทำอะไรเจ้าก็รู้หมดน่ะสิ” เซรัสส่ายหน้าแล้วเดินออกไปปล่อยให้คนทั้งสองได้ปะทะฝีปากกัน เทร่าเองก็กอดอกถอนหายใจแล้วเปิดแผนที่เก่าขึ้นมาดูเล่น ๆ ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรนอกจากแสดงความไม่ใส่ใจให้ไคเอลเห็น

“ถ้าเจ้ามีแรงขนาดนั้น ข้าว่าเจ้าควรจะใช้มันให้เป็นประโยชน์นะ”

“มันเป็นเพราะเพื่อนเจ้าส่งสัตว์บาดเจ็บกลับบ้านต่างหาก ข้าเลยไปช่วยดูว่าพวกมันจะปลอดภัยแน่นอน”

“แผนที่นี่เก่ามาก” เทร่ากรอกตาหนีสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่ามนุษย์และแสนจะเร้าหรืออย่างไคเอล

“ข้าว่าถ้าเจ้าสำรวจป่านี้ใหม่แล้วช่วยกันเขียนแผนที่ให้เมืองนี้ ราชาอาจจะประทานบ้านดี ๆ หรือสมุนไพรหายากให้เจ้าทำยาชุบชีวิตที่เจ้าพยายามทำอยู่ก็ได้”

ปึง! แม่มดสาวทุบโต๊ะปัง ตวัดตามองไคเอลแล้วลุกเดินออกไป ไม่หันกลับมามองและไม่อธิบายเหตุผลของความฉุนเฉียวให้คนกลางได้เข้าใจ ไคเอลเดินออกมาแล้วมองหน้ากับเซรัสด้วยความไม่เข้าใจ แต่กระนั้นเซรัสก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าสิ่งที่ไคเอลทำไปเมื่อครู่น่ะ สิ้นคิด

“เจ้าอย่าลืมนะไคเอล ต่อให้เป็นราชาก็บังคับนางไม่ได้ หากนางไม่อยากทำ ถ้าเกิดนางเปลี่ยนใจลูกของราชาก็รั้งนางไว้ไม่ได้”

ต่างคนต่างรู้ดีถึงเหตุผลการช่วยเหลือของเทร่า คนที่ทำให้เธอขุ่นใจอย่างไคเอลจึงได้แต่ก้มหน้าแล้วก็สำนึกผิดจนกว่าตะวันจะตกดิน

“ส่วนแผนที่นั่น หากเจ้าคิดว่ามันเก่าและควรจะเขียนใหม่เพื่อให้ตรงกับปัจจุบัน เจ้าก็ลองประดิษฐ์นักสำรวจดู ไม่แน่นะ เราอาจจะได้แข่งขันนักประดิษฐ์แทนนักล่าก็ได้”

“เจ้าก็พูดไปเรื่อย เอ้อ…พูดถึงแผนที่ เจ้าได้เห็นแผนที่สำหรับงานประเพณีปีนี้หรือยัง” เซรัสส่ายหน้า

“งั้นข้าว่า เราต้องมาทำแผนที่ใหม่กันจริง ๆ แล้วล่ะ”

“แต่คนสำรวจก็จะเป็นทหารลาดตระเวนของพ่อข้า”

“งั้นเราจึงต้องลาดตระเวนไงเล่า เรื่องนี้เจ้าต้องไปให้ยัยแม่มดรักสันโดษนั่นช่วย” เซรัสส่ายหน้าและถอนหายใจอีกครั้ง

“เจ้าต้องการอะไร และจะทำอะไรบอกข้ามาก่อนดีกว่า เราไม่จำเป็นต้องรบกวนเทร่าทุกครั้งนะ”

“โอเค งั้นเจ้าฟังข้านะ”

“…” เซรัสหันมายืนกอดอกมองคนที่มีท่าทีประหม่า เหมือนคนที่ไม่ได้เตรียมอะไรมา

“ถ้าเรารู้ว่าแผนที่งานประเพณีจะใช้พื้นที่ส่วนไหนของเมือง เราก็จะรู้ว่าตรงนั้นมีสัตว์อะไรบ้าง”

“แต่แผนที่พวกนั้นถูกประกาศก่อนที่งานจะเริ่มแค่สัปดาห์เดียว ต่อให้รู้ก่อนเราจะทำอย่างไรต่อ”

“เราแค่ต้องมีแผนที่ที่เป็นปัจจุบันและตรงกัน ถ้าเดินสำรวจคงใช้เวลาหลายเดือน แต่ถ้าบินได้แบบเทร่าแน่นอนว่าไม่เกินสองคืนก็เสร็จ” เซรัสพยักหน้าและแววตาขณะฟังนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนไป

“ถ้าเป็นอย่างนั้น แปลว่าเราก็จะต้อนสัตว์พวกนั้นให้พ้นจากเขตการแข่งขันได้”

“นั่นล่ะ ที่ข้าจะบอก แต่ทั้งหมดนี้คนธรรมดาอย่างเราสองคนไม่มีทางทำทันแน่ ๆ ต้องพึ่งยัยแม่มดรักสันโดษนั่น”

“งั้นข้าก็ฝากเจ้าด้วยละกัน เจ้าหายจากวังไปหลายวันไม่มีใครสังเกต ส่วนข้าจะไปหาวิธีหยุดงานประเพณี ไม่ให้เกิดขึ้นเลยน่าจะดีกับทุกฝ่ายที่สุด” ว่าแล้วก็ตบบ่าไคเอลปุ ๆ แล้วรีบตรงไปยังประตูด้านหลังของวัง ส่วนไคเอลน่ะ คำพูดมากมายอยู่ในหัว

“จะขอโทษยัยแม่มดนั่นอย่างไงดี…”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP29

    เซรัสเป็นคนแรกที่หันหลังให้ทุกคนเขาเดินออกไปสองสามก้าว ก่อนจะหยุดเหมือนคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดโดยไม่หันกลับมา“ไปคุยกันที่บ้าน” เสียงนั้นสั่งโดยไม่ระบุผู้รับแต่ส่งผลให้คนทั้งสองเดินตามมาโดยไม่มีใครปริปากพูดอะไร คนทั้งสามก้าวไปเรื่อย ๆ โดยไม่มองหาหมุดหรือจุดนำทางใดเพียงแต่ก้าวไปตามสัญชาตญาณและสติที่ค่อย ๆ กลับมาระหว่างที่เดิน แม้เสียงฝีเท้าจะขาดไปบ้าง ทิ้งระยะไกล-ใกล้ออกไปแล้วแต่ว่าใครจะเดินตามทันหรือไม่ทันแต่เซรัสยังคงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งกับคำถามโดยไม่เหลียวหลังมามอง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกทีบ้านไม้กลางป่าปรากฏขึ้นตรงหน้า มันยืนอยู่อย่างเดียวดาย และโอบล้อมด้วยความรู้สึกอ้างว้างทว่าเป็นที่ที่เขาเรียกว่าบ้านได้เต็มปาก ไม่ใช่แค่ที่พักแต่เหมือนที่พักใจประตูถูกเปิดออก กลิ่นไม้เก่าและสมุนไพรจาง ๆ ต้อนรับพวกเขาเหมือนกับว่าห่างหายกันไปนานทั้งที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นความเงียบภายในบ้านไม่ใช่ความว่างเปล่าแต่เป็นความคุ้นเคย แต่ต่างจากเดิมเล็กน้อยตรงที่เมื่อเซรัสเดินตรงไปที่โต๊ะอาหารเขาก็นั่งลงข้าง ๆ ตรงที่มีตะกร้าขนมปังและแยมผลไม้ตรงหน้า ไคเอลยังยืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะไปน

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP28

    เซรัสกลับมาถึงวังในสภาพที่ฝีเท้าหนักแน่นกว่าตอนจากมา ความวูบโหวงที่เหลือค้างจากคืนฝนดาวตกยังไม่หายไป แต่คราวนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาลังเล หากเป็นแรงผลักให้เขาต้องพิสูจน์บางอย่างให้ชัดเจนเสียทีว่ากำแพงเวทย์นั้นไม่ใช่ของเทร่าเขานั่งรอไคเอลอยู่ในห้องเงียบ ๆ ใกล้ปีกตะวันตก ตะเกียงถูกจุดไว้เพียงดวงเดียว แสงสลัวสะท้อนวัตถุชิ้นเล็กบนฝ่ามือของเขา เครื่องประดับผมรูปผีเสื้อ แต่งแต้มด้วยเพชรใสบริสุทธิ์ ลวดลายประณีตเกินกว่าจะเป็นของชาวบ้านทั่วไปเซรัสหมุนมันช้า ๆ ปล่อยให้แสงตะเกียงสะท้อนแตกเป็นประกายบนเหลี่ยมเพชร ความทรงจำในคืนนั้นย้อนกลับมา ภาพมันนอนอยู่หน้าบ้านไม้ ราวกับหล่นมาพร้อมกับคำขอพร เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงเก็บมันไว้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นของใคร แต่ทุกครั้งที่มอง หัวใจกลับสงบนิ่งอย่างประหลาด เมื่อเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เขากำมือแน่น ก่อนจะคลายออก แล้วเก็บเครื่องประดับนั้นไว้ในอกเสื้อ ใกล้หัวใจที่สุด ราวกับไม่อยากให้ไคเอลเห็นมันในตอนนี้“เจ้าเรียกข้ามา?” ไคเอลพูด เมื่อก้าวเข้ามาในห้อง “อืม” เซรัสพยักหน้า “คืนนี้…ข้าจะเข้าไป” ไม่มีคำถามว่า ไปไหนแต่ไคเอลรู้ดี เขานั่งลงตรงข้าม ความเงียบปกค

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP27

    ตลอดทางกลับไม่มีบทสนทนาใดระหว่างคนทั้งคู่ เขาเลือกที่จะเดินผ่านบ้านพักกลางป่าต่อไปอีกหลายอึดใจจนถึงรั้วของวัง เสียงที่ตามมาด้านหลังก็หยุดลง เซรัสหันไปมองไคเอลที่ยังคงเงียบมาตลอดทาง ต่างคนต่างใช้ความเงียบกดดันให้แต่ละคนออกปากพูดก่อน แต่เป็นไคเอลเองที่ทนไม่ไหว เขาเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกมาในจังหวะที่เซรัสจะหันหลังกลับไป“อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นนาง...ได้ไหม?”คำขอที่หลุดออกมาฟังดูเบากว่าความเงียบที่ห่อหุ้มอยู่รอบตัว เซรัสชะงักค้าง เท้าข้างหนึ่งก้าวพ้นแนวรั้วไปแล้วแต่กลับหยุดลง เขาไม่หันกลับมา ไม่ปฏิเสธ และไม่รับปาก ความนิ่งเฉยนั้นทำให้ไคเอลรู้คำตอบครึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องได้ยินคำใด ลมยามค่ำพัดผ่านแนวกำแพงหิน เสียงใบไม้เสียดสีกันกลบลมหายใจของคนทั้งคู่ เซรัสค่อย ๆ ดึงเท้ากลับมา ยืนอยู่ตรงนั้นชั่วครู่ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างที่หนักเกินจะพูดออกมาเป็นถ้อยคำ“ข้าไม่ได้อยากคิดแบบนั้น” เขาเอ่ยในที่สุด เสียงต่ำและเรียบ “แต่ข้าก็ไม่อาจทำเป็นไม่คิด” ไคเอลเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคมทอดมองแผ่นหลังตรงหน้าที่ดูห่างไกลขึ้นทุกที แม้จะยืนอยู่ในระยะที่เอื้อมถึง“ถ้าอย่างนั้น…ขอเวลาให้มันพิสูจน์ตัวเอง” เซรัสไม่ตอบ

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP26

    เซรัสถอนหายใจไม่รู้กี่รอบกี่หนตั้งแต่เข้ามานั่งฟังประชุมในห้องโถงใหญ่พร้อมกับผ้าพันแผลที่พันเอาไว้อย่างเปิดเผยพร้อมกับแถลงที่มาของแผลนี้แต่ไม่ได้เปิดเผยตัวผู้กระทำ ทำให้ลูกพี่ลูกน้องออกอาการนั่งไม่ติดแต่ก็ไม่อาจแสดงตัวหรืออธิบายอะไรได้ทำเพราะสิ่งที่จะตามมาคือการครอบครองยาพิษ ทว่าเขาก็ต้องถือเดิมพันอีกข้อหนึ่งเอาไว้คือที่มาของยารักษาและการมีอยู่ของเทร่าที่ถูกเก็บเป็นความลับ“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายได้ ขอให้ทุกอย่างพร้อมโดยเร็วที่สุด” เมื่อสิ้นเสียงสั่งผู้กล่าวก็เดินลงจากที่นั่งตามด้วยเซรัสที่ครั้งนี้ไม่แสดงอาการว่ามีเรื่องคาใจใด ๆ พอพวกเขาหันหลังแน่นอนว่าต้องมีการเปิดวงถกเถียงกันของข้าราชการทั้งสองฟาก ส่วนคนที่ถูกดึงเอาไว้ก็เป็นญาติจากเมืองชายขอบที่ขุนนางฝ่ายหนึ่งมองว่าเป็นพวกตระกูลใหม่และสามารถมาต่อรองอำนาจกับราชวงศ์แบบเขาได้ ซึ่งเซรัสเคยชินเสียแล้วเพราะการคิดจะล้มอำนาจเก่ามีแทบทุกสมัยเพียงแค่รุนแรง เบาบ้าง บางทีเรียกว่าการเปลี่ยนแปลงและบางครั้งก็กลายเป็นกบฏ“แผลเป็นอย่างไรบ้าง” ราชาถามและยังคงเดินต่อไป เซรัสรีบก้าวไปให้ใกล้ที่สุดเพื่อให้ท่านได้ยินคำตอบชัด ๆ“ดีขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ย

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP25

    แม้ดวงตาและสีผมจะกลับมาเปล่งประกายสดใสเช่นเดิมแต่เมื่อของที่เคยเสริมกำลังนั้นหายไปสองมือและสองขาก็หมดแรงเอาเสียดื้อ ๆ เฟย์ลินประคองร่างอ่อนแรงไปให้ถึงโซฟาที่อยู่กลางบ้านอีกแค่เอื้อมเธอก็จะคว้ามันเป็นที่ยึดเกาะได้แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับหมดลงเสียดื้อ ๆ ทิ้งร่างที่ชาตึงลงกับพื้นให้ช้าที่สุดเท่าที่แรงจะรั้งไว้ได้ เธอไม่พยายามที่จะส่งเสียงเรียกให้ใครมาช่วยเพราะตอนนี้คนอื่น ๆ พากันออกไปข้างนอกไม่รู้กำหนดว่าจะกลับมาเมื่อไร ส่วนเจ้าแมวดำก็หายไปไหนสักที่ตามที่มันสบายใจ เฟย์ลินไม่ได้หวังว่าจะมีใครมาช่วยเธอได้ทันเวลา เพียงแค่ขอให้เรี่ยวแรงจะกลับมาก่อนที่ใครสักคนจะมาถึงที่นี่ตะวันลับฟ้าแต่ยังไม่มีแสงจากตะเกียงไฟทำให้เซรัสต้องคลำทางเพื่อมาถึงบ้านหลังนี้ เขารู้สึกไม่ดีนักจึงรีบสาวเท้าเพื่อให้บ้านอยู่ในระยะสายตาสลัดรองเท้าทิ้งไว้หน้าประตูเปิดเข้าไปแทบสุดแรงแล้วหันซ้ายหันขวา“เฟย์ลิน” เขาร้องเรียกเธอแทนที่จะหาแสงสว่าง แต่เมื่อเรียกซ้ำอีกหลายหนแล้วยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับเขาก็ควานหาไม้ขีดไฟมาจุดตะเกียงที่อยู่ใกล้มือ ถือมันส่องไปรอบ ๆ แล้วรีบเดินเข้าไปตรงโซฟาเมื่อเห็นปลายเท้าเรียวยื่นออกมา“เฟย์ลิน!” เซร

  • ประเพณีนี้ รัชทายาทขอไม่เข้าร่วม   EP24

    “อ่านตำรายามันเคร่งเครียดขนาดนั้นเลยเหรอ?” เซรัสปิดหนังสือพอดีกับที่เฟย์ลินเดินผ่านเข้ามาเธอยกถาดผ้าพันแผลพร้อมกับยามาวางไว้ตรงหน้า เซรัสดึงหนังสือมาไว้ข้างตัวแล้วกระเถิบตัวออกมาให้เฟย์ลินช่วยล้างแผลได้ง่ายขึ้น“ขอโทษทีนะ” เธอเอ่ยแล้วค่อย ๆ เปิดเสื้อเขาออกพอให้ได้เห็นแผลแล้วแกะผ้าพันแผลเก่าออก ทุกอย่างดำเนินไปอย่างช้า ๆ และเบามือจนเซรัสคลายอาการเกร็งเมื่อครู่ลง พอหายใจได้ปกติเขาก็ปล่อยสายตาได้สำรวจรอบ ๆ มากขึ้นแต่มันกลับมาจดจ้องอยู่ที่เสี้ยวหน้าของหญิงสาว ผิวสีน้ำนมถูกเจือด้วยเลือดฝาดอ่อน ๆ แพขนตาสบกันเป็นระยะยามที่เงยหน้าขึ้นมาถามเขาซ้ำ ๆ ว่าเจ็บหรือไม่ ยิ่งเส้นผมสีฟ้าสลับกับสีบลอนด์ทำให้เธอดูโดดเด่นในสายตาเขา เส้นผมสีแปลก การแต่งตัวแปลก ๆ ที่ตรึงตราจนเขาสรุปกับตนเองได้แล้วว่าไม่อยากจะหาที่มาของคนตรงหน้าถ้าเธอไม่ร้องขอ“เสร็จแล้ว” เฟย์ลินเอ่ยเสียงใสถอยออกมาแล้วส่งยิ้มให้แทนคำขอบคุณสำหรับความอดทนเมื่อครู่แล้วจึงเก็บทุกอย่างเข้าถาด หญิงสาวลุกพรวดแต่หางตาดันไปสะดุดกับบางสิ่งใต้ครัวไม่ทันได้หายใจถึงครึ่งหนูตัวโตก็คลานออกมาจากใต้ตู้เก็บของเธอสะดุ้งทิ้งตัวลงโซฟาด้วยแขนขาหมดแรง เฟย์ลินหลับต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status