Teilen

ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต
เซี่ยเค่อ

บทที่ 1

เซี่ยเค่อ
“ขอร้อง...โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!”

ท่ามกลางความมืด เสียงร่ำไห้อันแผ่วเบาและเปราะบางของนางกลับแลกมาด้วยการช่วงชิงอันบ้าคลั่งที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยปราศจากความปรานีแม้แต่น้อย

เสียงหอบหายใจต่ำพร่า เย้ายวนชวนให้ลุ่มหลง ทว่าเมื่อดังเข้าหูอวี๋ซือเหมียน กลับนำมาซึ่งความสิ้นหวังและความหวาดกลัวอันไร้ที่สิ้นสุด!

นางผลักเขาออกครั้งแล้วครั้งเล่า ใช้ทั้งมือทั้งเท้าตะเกียกตะกายหนีออกไป ทว่ากลับถูกลากกลับมาอย่างไร้ความปรานีครั้งแล้วครั้งเล่า...

ความมืดประหนึ่งตาข่ายของมารร้าย แผ่เข้าปกคลุมและกัดกินทุกสิ่งทุกอย่างของนาง อวี๋ซือเหมียนหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง

หลังถูกจับพลิกเปลี่ยนท่าไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระดูกทุกชิ้นทั่วร่างราวกับถูกถอดแยกออกจากกัน ในที่สุดอวี๋ซือเหมียนก็ได้เห็นโฉมหน้าของบุรุษผู้นั้นอย่างชัดเจนท่ามกลางแสงอรุณอันริบหรี่

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับสลักเสลาด้วยคมมีด ดวงตาหงส์เย็นเยียบไร้ปรานี ใต้ดวงตามีไฝน้ำตาสีแดงชาดแต้มอยู่ ยิ่งขับให้ดูเย้ายวน ริมฝีปากบางยกโค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าสำราญเจือแววเย้ยหยัน

อวี๋ซือเหมียนสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความหวาดผวา

นางจำบุรุษเบื้องหน้าได้แล้ว

เฟิงเสวียนนี่ โอรสสายตรงเพียงองค์เดียวของฮองเฮา เมื่ออายุหกขวบถูกส่งไปเป็นองค์ประกันยังแคว้นเป่ยหมิง ภายหลังกลับหายสาบสูญไร้ร่องรอย ครั้นหวนคืนสู่แคว้นชางหลงอีกครั้ง เขาก็กลายเป็นอันธพาลเสเพลที่ไม่เอาการเอางานไปเสียแล้ว

ด้วยความรู้สึกผิด ฮ่องเต้จึงมอบกององครักษ์อวิ๋นเซียวให้เขาเป็นผู้บัญชาการ ทว่าผู้ใดจะคาดคิดว่าเฟิงเสวียนนี่กลับปล่อยตัวตามอำเภอใจอย่างถึงที่สุด ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อมัวเมา ใช้อำนาจโดยมิชอบ เข่นฆ่าทำร้ายขุนนางผู้ซื่อสัตย์ จนกลายเป็นดาวหายนะที่ผู้คนทั่วเมืองหลวงต่างหวาดกลัว

ยามนี้นางมิใช่เพียงสูญเสียความบริสุทธิ์ไปเท่านั้น เกรงว่าแม้แต่ชีวิตก็คงยากจะรักษาเอาไว้ได้

ดวงตาเย็นเยียบที่เจือด้วยเส้นเลือดแดงของเฟิงเสวียนนี่มองสตรีเบื้องหน้าผู้บอบบางราวกับเถาฝอยทองอย่างเย็นชา แววสังหารผุดขึ้นในดวงตา

ลำคอเรียวยาวซึ่งเต็มไปด้วยรอยจุมพิตถูกเขาคว้าบีบไว้ในทันใด ความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกถาโถมเข้าใส่ ทำให้อวี๋ซือเหมียนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ดวงตากลมใสเอ่อคลอด้วยน้ำตา นางดูอ่อนแอบอบบางเสียจนไม่ว่าผู้ใดเห็นก็ย่อมเกิดความสงสาร

ทว่าดวงตาเย็นชาของเฟิงเสวียนนี่กลับไร้ความเวทนาแม้เพียงเสี้ยว รอยด้านบาง ๆ บริเวณเนื้อนิ้วของเขาจงใจครูดผ่านผิวขาวผ่องเนียนละเอียดดุจกระเบื้องเคลือบของนาง

มุมปากของเขายกโค้งอย่างเย็นชา “บังอาจลอบวางแผนเล่นงานข้า ทั้งยังวางยาปลุกกำหนัดใส่ข้า เจ้าอยากตายเยี่ยงไร?”

น้ำเสียงที่ฟังไม่ออกว่ายินดีหรือขุ่นเคืองลอดออกจากริมฝีปากบางอันชวนลุ่มหลง อวี๋ซือเหมียนส่ายหน้าอย่างทรมาน

“ข้าไม่ได้ทำ! ข้าคือคุณหนูใหญ่แห่งจวนกั๋วกง ข้าเองก็ถูกผู้อื่นปองร้ายเช่นกัน...”

นางกำลังดื่มชากับสหายอยู่แท้ ๆ ไหนเลยจะรู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ จึงถูกตีจนหมดสติ ครั้นฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบว่าตนนอนอยู่ข้างกายเฟิงเสวียนนี่เสียแล้ว

ในขณะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก “นายท่าน ตื่นแล้วหรือยังขอรับ รัฐทายาทอวี้เรียกท่านไปชมเรื่องสนุก จวนอวี๋กั๋วกงถูกสังหารล้างตระกูลภายในคืนเดียว ทุกคนพากันไปดูหมดแล้ว...”

เฟิงเสวียนนี่หันขวับกลับมามองสตรีเบื้องหน้าที่จู่ ๆ ก็เบิกตากว้าง ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นข้างหู ผ้าห่มถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง เผยเรือนร่างเปลือยเปล่าปราศจากอาภรณ์ของนางต่อสายตาเฟิงเสวียนนี่อย่างชัดเจน

เฟิงเสวียนนี่มองหญิงสาวที่ลนลานคว้าอาภรณ์ของเขามาสวมอย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะวิ่งโซซัดโซเซออกไปประหนึ่งเสียสติ ชั่วขณะหนึ่งเขาถึงกับตั้งตัวไม่ทัน

เซียวชีที่ยืนอยู่หน้าประตูถึงกับตะลึงงัน เขาชะโงกหน้ามองอาภรณ์สตรีบนพื้นที่ถูกฉีกจนแหลกเป็นชิ้น ๆ ก่อนหันไปมองเฟิงเสวียนนี่ซึ่งนั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้ามืดครึ้ม ทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยข่วนเปรอะเลือด แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างแรง

สวรรค์! ในที่สุดนายท่านของเขาก็ได้ลิ้มรสสตรีแล้ว!

……

เพียงชั่วข้ามคืน จวนกั๋วกงก็ถูกชำระล้างด้วยโลหิต คนทั้งจวนไม่มีผู้ใดรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว ยามนี้ทั้งภายในและภายนอกจวนเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนที่มามุงดู ขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ สตรีผู้หนึ่งซึ่งผมเผ้ายุ่งเหยิง สวมอาภรณ์ของบุรุษ ก็ร้องไห้ตะโกนพลางพุ่งเข้าไปในจวนกั๋วกง

“ไม่...”

ภาพนองโลหิตที่ปรากฏแก่สายตาทำให้หัวใจของอวี๋ซือเหมียนจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวังอันไร้ที่สิ้นสุด โลหิตเหนียวข้นใต้ฝ่าเท้าทำให้ทั่วทั้งร่างของนางหนักอึ้งด้วยความโศกสลด

จวนที่แต่ก่อนเคยอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ยามนี้กลับเย็นเยียบและน่าเวทนา ศพไร้ศีรษะนอนเกลื่อนกลาด เป็นภาพอันน่าสยดสยองและชวนให้หวาดผวา

อวี๋ซือเหมียนทรุดเข่าลงในกองโลหิตอย่างแรง เสียงกรีดร้องโหยหวนดุจคนเสียสติดังก้อง ราวกับสายลมเย็นเยียบยามเที่ยงคืนกลางเหมันต์ที่พัดผ่านหุบเขา ความเจ็บปวดประหนึ่งหมื่นศรทะลวงหัวใจ หวาดผวาจนแม้แต่เสียงลมเสียงนกยังทำให้ขวัญผวา

บ้านของนาง...ไม่มีอีกแล้ว!

เพียงชั่วข้ามคืน นางสูญเสียความบริสุทธิ์ สูญเสียญาติพี่น้องทั้งหมด และสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมด

จากคุณหนูสูงศักดิ์ที่ผู้คนทั่วเมืองหลวงต่างพากันอิจฉา อวี๋ซือเหมียนกลับตกต่ำกลายเป็นหญิงแพศยาที่คบชู้ไปทั่ว และรอดพ้นจากการสังหารล้างตระกูลมาได้เพราะออกไปมั่วอยู่กับบุรุษข้างนอก

จวนกั๋วกงที่แต่ก่อนผู้คนมาเยือนไม่ขาดสาย ยามนี้กลับเงียบเหงาร้างผู้คน โคมขาวไว้ทุกข์แกว่งไกวเดียวดายกลางสายลมหนาว เบื้องหน้าโลงศพสีดำที่เรียงรายเป็นแถว หญิงสาวร่างบอบบางผ่ายผอมคุกเข่าอยู่เพียงลำพัง

อวี๋ซือเหมียนร่ำไห้ตลอดสามวันสามคืนเต็ม จากนั้นก็มิเคยหลั่งน้ำตาอีกแม้แต่หยดเดียว นางจ้องกระถางไฟเบื้องหน้าเขม็ง เปลวเพลิงโหมแรงกลืนกินกระดาษเงินสำหรับเซ่นไหว้สีเหลืองอร่ามทีละแผ่น แสงไฟส่องใบหน้าซีดเซียวผ่ายผอมของนางจนแดงก่ำ

คนทั้งจวนต้องตายอย่างอนาถโดยไร้สาเหตุ อวี๋ซือเหมียนกำหมัดแน่น กระดุมเหล็กสลักรูปเหยี่ยวบินในมือจิกฝังเข้าไปในเนื้อ โลหิตหยดลงบนแขนเสื้อสีขาวไม่ขาดสาย ย้อมจนเกิดเป็นดอกโลหิตอันประหลาดตา

กระดุมเหล็กเม็ดนี้นางแกะออกมาจากมือของพี่ชายใหญ่ เป็นหลักฐานสำคัญเพียงชิ้นเดียวที่เหล่านักฆ่าทิ้งเอาไว้

อวี๋ซือเหมียนกำมันไว้เช่นนั้นตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ไม่เคยปล่อยมือ

นางเฝ้ารอแล้วรอเล่า ทว่ากลับไม่มีผู้ใดมาทวงความเป็นธรรมให้จวนกั๋วกง สิ่งที่รอจนมาถึงกลับเป็นราชโองการอันไร้ปรานีฉบับหนึ่ง

“รับบัญชาจากสวรรค์ ฮ่องเต้มีราชโองการว่า กั๋วกงอวี๋เจิ้นถังทุจริตรับสินบนสามหมื่นตำลึงในคราวบรรเทาภัยพิบัติ ฝ่าบาททรงคำนึงถึงความดีความชอบที่เขาเคยกรำศึกในอดีต จึงทรงละเว้นโทษแก่คนในครอบครัวเป็นกรณีพิเศษ ทรัพย์สินทั้งหมดให้ยึดเข้าหลวง...”

อวี๋ซือเหมียนเบิกตากว้างในทันใด เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเจือโทสะ “ไม่! ท่านพ่อของข้ารับราชการด้วยความซื่อสัตย์และยึดมั่นในกฎหมาย ไม่มีทางทุจริตรับสินบนเป็นอันขาด! ขอฝ่าบาทโปรดคืนความเป็นธรรมให้ท่านพ่อของข้าด้วย!”

อวี๋ซือเหมียนยังกล่าวไม่ทันจบ ก็ถูกคนจับแขนทั้งสองข้างลากออกจากจวน

อวี๋ซือเหมียนมององค์ชายสี่ผู้สั่งให้นางไสหัวออกจากจวนกั๋วกง ความเคียดแค้นในใจพลุ่งพล่านเสียดฟ้า

“ให้ข้าเข้าไป! พวกเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาขับไล่ข้า ที่นี่คือเรือนของข้า...”

อวี๋ซือเหมียนทุบประตูบานหนาหนักอย่างแรง จู่ ๆ ความคลื่นไส้ก็พลุ่งขึ้นจากท้อง นางส่งเสียงอาเจียน ก่อนก้มตัวลงสำรอกแต่น้ำเปรี้ยวออกมา

ร่างของนางแข็งค้างในทันใด เมื่อนึกขึ้นได้ว่าประจำเดือนของนางเลยกำหนดมาห้าวันแล้ว นางยกมือซ้ายอันสั่นเทาขึ้นจับชีพจรตนเอง หัวใจจมวูบลงทันที

นางตั้งครรภ์แล้ว!

อวี๋ซือเหมียนเดินเตร็ดเตร่อย่างเลื่อนลอยไปตามท้องถนนตลอดสามวันสามคืนเต็ม ท้ายที่สุดฝีเท้าของนางก็หยุดลงเบื้องหน้าจวนเสวียนอ๋อง

นางเหม่อมองประตูจวนสูงใหญ่โอ่อ่าเบื้องหน้า ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเต็มหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดจึงสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าแล้วก้าวเข้าไป

พอดีกับที่บุรุษในอาภรณ์หรูสีม่วงปักลายกิเลนกลืนเพลิงเดินออกมาจากด้านใน อวี๋ซือเหมียนเห็นใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาใบนั้นในปราดเดียว ก่อนทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุบ

“ขอท่านอ๋องโปรดรับข้าไว้ด้วย!”

เฟิงเสวียนนี่ชะงักฝีเท้า หลุบตามองสตรีผู้ไม่รู้จักกลัวตายที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย “เป็นเจ้าหรือ?”

ภาพอันวาบหวามเย้ายวนในค่ำคืนนั้นผุดขึ้นในห้วงความคิดของเขา เขาแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา “อยากตายนักใช่หรือไม่?”

เขายกเท้าก้าวเดินออกไป

อวี๋ซือเหมียนรีบลุกขึ้นจากพื้น ก่อนตะโกนไล่หลังเขาว่า “เฟิงเสวียนนี่ ข้าตั้งครรภ์ลูกของเจ้า!”

เฟิงเสวียนนี่หันกลับมาทันที ดวงตาหงส์เย็นคมฉายแววตกตะลึง ผ่านไปครู่ใหญ่ จู่ ๆ เขาก็หัวเราะเสียงต่ำออกมา

“ใครก็ได้มานี่! ไปต้มยาขับครรภ์มาหนึ่งชาม!”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 30

    เมื่อเสี่ยวชุ่ยได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ “องค์หญิงใหญ่ โปรดเมตตาด้วย พระชายาของข้า...”“เสี่ยวชุ่ย!” อวี๋ซือเหมียนรีบขัดคำพูดของนาง “องค์หญิงใหญ่เพียงล้อข้าเล่นเท่านั้น เจ้าจะตื่นตระหนกไปไย!”“เจ้าคิดว่าข้ากำลังล้อเล่นหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีแค่นหัวเราะอวี๋ซือเหมียนมองแววโหดเหี้ยมในดวงตาของเฟิงอวิ๋นจีที่เหมือนกับเฟิงเสวียนนี่ไม่มีผิด ก่อนยกมุมปากขึ้น “อาการที่ลำคอขององค์หญิงเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ทราบว่าหมอหลวงรักษาหายหรือยังเพคะ? แน่นอน หากองค์หญิงไม่ไว้ใจหม่อมฉัน เช่นนั้นก็เชิญหาผู้มีฝีมือกว่านี้เถิดเพคะ!”อวี๋ซือเหมียนดึงเสี่ยวชุ่ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น ก่อนเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง“หยุด!” เฟิงอวิ๋นจีเงยหน้าขึ้น “คุณหนูอวี๋อายุยังน้อย แต่อารมณ์กลับร้อนไม่เบาเลยนะ!”“หม่อมฉันเพียงมีเจตนาดี กลับถูกมองในทางร้าย ไม่ว่าเป็นใครก็คงไม่พอใจเพคะ!” อวี๋ซือเหมียนสบตานางอย่างสงบนิ่ง ไม่ยอมอ่อนข้อแต่ก็ไม่แข็งกร้าว“บังอาจ! เจ้ากล้าลบหลู่องค์หญิง” เด็กหนุ่มชุดม่วงที่ยืนอยู่ข้างเฟิงอวิ๋นจีตวาดเสียงเย็น“ถอยไป!” เฟิงอวิ๋นจีโบกมือให้เด็กหนุ่มผู้นั้น “เตรียมพู่กันกับ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 29

    เฟิงอวิ๋นจีกำลังจะหันกายเข้าไปในห้องรับรอง แต่อวี๋ซือเหมียนกลับเอ่ยเรียกนางไว้ “องค์หญิง!”“เจ้ามีธุระอันใด?” เฟิงอวิ๋นจีหันกลับมามอง“ขอถามองค์หญิง ไม่ทราบว่าช่วงนี้ลำคอไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่เพคะ? หม่อมฉันเคยเรียนวิชาแพทย์อยู่หลายปี และเคยพบผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการคล้ายกับองค์หญิง หากองค์หญิงไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอตรวจอาการให้เพคะ”“เจ้ายังรักษาโรคเป็นด้วยหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีค่อนข้างประหลาดใจ นางได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูแห่งจวนกั๋วกงคือยอดหญิงผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าจะพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาด บทกวีหรือร้อยกรอง ล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น คิดไม่ถึงว่านางจะรู้วิชาแพทย์ด้วย“พอรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น!” อวี๋ซือเหมียนตอบอย่างถ่อมตนแววเย็นเยียบอันตรายวาบผ่านดวงตาคมกริบของเฟิงอวิ๋นจี มุมปากนางยกขึ้น “ได้สิ เช่นนั้นเจ้าก็ตรวจให้ข้าดู!”อาการเจ็บคอของนางเป็นมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว เชิญหมอหลวงในวังมาตรวจจนหมดก็ยังหาสาเหตุไม่พบ นางเองก็อยากเห็นว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีความสามารถสักเพียงใดเสี่ยวชุ่ยมองเหนียงเหนียงของตนเดินตามองค์หญิงใหญ่เข้าไปในห้องชิวเยว่อย่างตกตะลึง ร้อนใจจนแทบมีเ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 28

    เฟิงเสวียนนี่ในอาภรณ์แพรสีขาวมีคราบเลือดเปรอะเต็มปลายแขนเสื้อ แม้แต่เชือกป่านในมือก็ถูกย้อมจนแดงฉาน ดวงตาของเขาเย็นเยียบชวนหวาดหวั่น เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง เมื่อควบผ่านอวี๋ซือเหมียน เขาเหลือบตามองอย่างเย็นชา มุมปากยกเป็นรอยยิ้มมืดมนคลุ้มคลั่งสายลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านไป ฝุ่นริมถนนฟุ้งกระจายในพริบตา เสี่ยวชุ่ยรีบขยับมายืนบังอยู่เบื้องหน้าอวี๋ซือเหมียน“เหนียงเหนียง ไม่ได้ตกใจใช่หรือไม่เจ้าคะ?”อวี๋ซือเหมียนเหม่อมองไปยังทิศทางที่เฟิงเสวียนนี่หายลับไป รู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้สติ นางส่ายหน้า “ไม่เป็นไร!”เสี่ยวชุ่ยยิ้มเจื่อน แววตาเจือความเห็นใจ ก่อนอดเอ่ยปลอบไม่ได้ “เหนียงเหนียงอย่ากลัวเลย คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนชั่วที่ก่อความผิดร้ายแรง แม้เสือร้ายยังไม่กินลูกของตน ในท้องของท่านมีสายเลือดของท่านอ๋องอยู่ ท่านย่อมเป็นคนใกล้ชิดที่สุดของท่านอ๋อง เขาต้องดีกับท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”“ข้ารู้!” อวี๋ซือเหมียนฝืนยิ้มนางได้ยินมานานแล้วว่าเฟิงเสวียนนี่กระหายเลือดและโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อได้เห็นกับตาตนเอง ก็ยังอดรู้สึกสะเทือนขวัญไม่ได้ชั่วช้าสามานย์อย่างนั้นหรือ? คนที่ถูกลากไปเมื่อ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 27

    “ทำมากมายถึงเพียงนี้ เจ้าไม่กลัวเหนื่อยตายหรือ?” เพื่อผูกใจเหล่าคนเก่าคนแก่ที่รับใช้อยู่ในจวน นางช่างทุ่มเทเสียจริงอวี๋ซือเหมียนย่อมฟังออกถึงน้ำเสียงเหน็บแนมในวาจาของเขา จึงเอ่ยอธิบายว่า “ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วง ขอเพียงท่านอ๋องสำราญใจ ต่อให้ข้าเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็คุ้มค่า ทว่าอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นคนในครัวช่วยล้างและหั่นให้ มีเพียงลูกชิ้นที่ข้าทำเอง ท่านอ๋องไม่ต้องสงสารข้าหรอก ข้าไม่เหนื่อย”เฟิงเสวียนนี่ยิ้มเจ้าตัวเล็กนี่ฟังไม่รู้ความจริง ๆ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่พูดเสียสวยหรูน่าฟัง หากเขาไม่ได้จู่ ๆ กลับมา มีหรือจะมีส่วนของเขาด้วย!“กินอาหารเสร็จแล้ว! เจ้าคิดจะนั่งอยู่เช่นนี้อีกนานเพียงใด!” เฟิงเสวียนนี่ตบก้นนางเบา ๆ ทีหนึ่งช่างรู้จักฉวยโอกาสยั่วยวนเขาเสียทุกคราจริง ๆอวี๋ซือเหมียนเพิ่งรู้ตัวว่านางยังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา จึงรีบลุกขึ้นทันที“อย่าเล่นลูกไม้ให้มากนัก ระวังลูกในท้องจะหลุดเอา!” เฟิงเสวียนนี่ปรายตามองหน้าท้องของนางที่ยังไม่นูนขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนก้าวเท้าออกไปเซียวชีที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดรีบตามไป“เจ้าตัวเล็กนี่ วัน ๆ ช่างมีลูกไม้มากมายเสียจริง!” เฟิง

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 26

    เมื่อเห็นนางนิ่งอยู่นานไม่ยอมขยับ เฟิงเสวียนนี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “รังเกียจข้าหรือ?”“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” อวี๋ซือเหมียนยิ้มเจื่อน แสร้งทำท่าเอียงอาย มือเผลอกำตะเกียบแน่นขึ้น จนซอสหยดหนึ่งตกใส่กางเกงของเฟิงเสวียนนี่ นางเหลือบมอง อยากเช็ดให้เขาแต่ก็ไม่กล้า“มองอะไรอยู่?” เฟิงเสวียนนี่มองตามสายตานางแวบหนึ่ง แววตาเข้มลึกขึ้นเล็กน้อย “อยากนั่งตรงนี้หรือ?เฟิงเสวียนนี่เอนกายพิงไปด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะอยู่อย่างสงบจริง ๆ เขาเองก็อยากเห็นว่านางคิดจะเล่นลูกไม้อะไรมุมปากของอวี๋ซือเหมียนกระตุก สวรรค์เป็นพยาน นางไม่ได้อยากนั่งตรงนั้นเสียหน่อย!“ท่านอ๋องนี่ก็จริง ๆ เลย คนตั้งมากมายกำลังมองอยู่นะ!” อวี๋ซือเหมียนแสร้งทำท่าเขินอายพลางเอ่ย“ที่แท้ก็เขินนี่เอง!” เฟิงเสวียนนี่โบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อบ้านหวัง พ่อบ้านหวังเข้าใจเจตนาทันที รีบพาแม่นมจ้าวกับเสี่ยวชุ่ยออกไป“มานี่สิ!” เฟิงเสวียนนี่ตบต้นขาของตนเบา ๆอวี๋ซือเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสาหมายความว่าอย่างไร? เขาจะให้นางนั่งตรงนี้จริง ๆ หรือ?เฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้ว “ไม่มี

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 25

    “ท่านอ๋อง เชิญนั่ง!” อวี๋ซือเหมียนรีบยกเก้าอี้มาวางข้างกายเขา “ท่านอ๋องเข้าใจข้าผิดแล้ว!”“เข้าใจเจ้าผิดหรือ?” เฟิงเสวียนนี่มองดวงตากลมโตที่กลอกไปมาของนาง ก่อนนั่งลงไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ อยากดูว่านางจะกุเรื่องอย่างไรอวี๋ซือเหมียนมองเฟิงเสวียนนี่ด้วยท่าทางเอียงอาย “ท่านอ๋อง สิ่งที่ข้าทำในวันนี้ แท้จริงแล้วล้วนทำเพื่อท่าน!”“เพื่อข้าหรือ?” เฟิงเสวียนนี่ถูกนางทำเอาขบขันจริง ๆ เขากวาดตามองอาหารที่กินเหลืออยู่บนโต๊ะอื่น ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา “อย่าบอกนะว่าเจ้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ก็เพื่อให้ข้าได้ลองชิมฝีมือของเจ้า?”“ท่านอ๋องช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ เรื่องนี้ยังเดาออกเสียด้วย?” สีหน้าตกตะลึงของอวี๋ซือเหมียนดูสมจริงไม่น้อย“หึ ๆ!” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ “ข้าดูหลอกง่ายนักหรือ เจ้าคิดจะให้ข้าชิมเศษอาหารที่เหลือจากผู้อื่นหรือ?”“ไม่ใช่นะ!” อวี๋ซือเหมียนทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ “นี่เป็นอาหารชนิดใหม่ที่ข้าคิดขึ้น เรียกว่าหม้อไฟ ยังอยู่ระหว่างทดลอง ข้าไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือไม่ จึงไม่กล้ายกมาให้ท่านชิมโดยพลการ เลยคิดว่าอาศัยช่วงที่ท่านไม่อยู่จวน เชิญทุกคนมาลองชิมและช่วยออกความเห็น จากนั้นตอน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status