หน้าหลัก / รักโบราณ / ปริศนาชะตาชายารัก / บทที่13 ราชโองการคืนเมืองหลวง  

แชร์

บทที่13 ราชโองการคืนเมืองหลวง  

ผู้เขียน: มี่เยี่ยน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-24 12:30:06

หนึ่งเดือนผ่านไป...

เวลาหนึ่งเดือนที่เรือนซ่อนไผ่ผ่านไปอย่างสงบสุข หลิวรุ่ยหลินอาศัยความเงียบสงัดยามค่ำคืนเร่งฟื้นฟูเส้นลมปราณ จนบัดนี้ร่างกายที่เคยอ่อนแอของเหยาหลิงเจินเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ผิวพรรณเปล่งปลั่งและดวงตามีประกายสดใสขึ้น แม้ภายนอกนางยังต้องสวมบทบาทคุณหนูสี่ผู้ปัญญาอ่อนที่เอาแต่ยิ้มซื่อๆ และเล่นตุ๊กตาผ้าไปวันๆ ก็ตาม

ทว่าความสงบสุขนั้นก็ถูกสั่นคลอนในเช้าวันหนึ่ง เมื่อกระแสลมทางการเมืองจากเมืองหลวงพัดมาถึงฉางซาในที่สุด ภายในจวนเจ้าเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบ บ่าวไพร่จัดเตรียมสถานที่ลานหน้าเรือนใหญ่จนสะอาดสะอ้าน ข่าวการมาถึงของข้าราชการจากส่วนกลางที่ล่วงหน้ามาแจ้งเรื่องราชโองการสำคัญ ทำให้ทุกคนในจวนตื่นตัว

ที่เรือนซ่อนไผ่ หลิวรุ่ยหลินรับรู้ได้ถึงฝีเท้าที่เร่งรีบผ่านประสาทสัมผัสที่เฉียบคมขึ้นจากการฝึกปราณตลอดหนึ่งเดือน

“คุณหนูเจ้าคะ พวกเราต้องรีบแล้วเจ้าค่ะ” เหยาปิงเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น ตามมาด้วยสามสาวใช้ที่ถือถาดเครื่องประดับและชุดพิธีการ หลิวรุ่ยหลินรีบปรับแววตาให้กลายเป็นความว่างเปล่าไร้เดียงสาทันที

“ปิงปิง... ทำไม... รีบ?” นางเอ่ยตะกุกตะกักพลางกอดตุ๊กตาผ้า

“ราชโองการจากเมืองหลวงกำลังจะมาถึงแล้วเจ้าค่ะ พวกเราห้ามชักช้าเด็ดขาด” เหยาปิงกล่าวพลางประคองคุณหนูขึ้นจากเตียง เหยาฉินบรรจงทำผม และสวมชุดพิธีการสีชมพูกลีบบัวปักลายโบตั๋นให้อย่างประณีต

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เหยาปิงนำพาคุณหนูของตนเองไปยังโถงรับรองของจวนเจ้าเมือง พอทั้งสองมาถึง ก็เห็นเหยาจิ้นทงและเหอเหมียวลี่ในชุดเต็มยศ พร้อมด้วยคุณชายทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว

เหยาจิ้นอวี๋ ยืนสง่านิ่งขรึมด้วยท่าทางสุขุมรอบคอบสมเป็นเจิ้นหนิงโหวซื่อจื่อ ต่างจากเหยาหมิง พี่ชายรองที่แม้จะสวมชุดทางการ แต่ท่าทางกลับดูมุทะลุ เขาเดินปรี่เข้ามาหาหลิวรุ่ยหลินทันทีที่สบตากัน

“เจินเอ๋อร์ของพี่รอง วันนี้งดงามราวกับตุ๊กตาหยกเลยนะ” เหยาหมิงว่าพลางหยิกแก้มยุ้ยๆ ของน้องสาวด้วยความหมั่นเขี้ยว “ไม่ต้องกลัวผู้เชิญราชโองการนะ แต่ถ้าใครกล้าทำให้เจ้าตกใจ พี่รองจะจัดการมันเอง”

“หมิงเอ๋อร์ สำรวมหน่อย” เหยาจิ้นอวี๋ทำเสียงดุ แต่ไม่ได้จริงจังเท่าใดนัก

“ปิงปิง... ข้าเจ็บแก้ม...” หลิวรุ่ยหลินหันไปทำหน้ามุ่ยแสร้งฟ้องเหยาปิง แม้จะรู้ว่าพี่ชายทั้งสองต่างรักและเอ็นดูร่างนี้จากใจจริง แต่นางก็ไม่ชอบที่เขาจะมาแตะเนื้อต้องตัวเช่นนี้ทุกครั้งที่เจอ

เหยาหมิงมองที่แก้มของน้องสาว เห็นมีรอยแดงจริงๆ ก็นึกปวดใจขึ้นมา “เจ็บมากหรือ พี่รองขอโทษนะ”

“เจินเอ๋อร์ผิวบอบบางมาแต่ไหนแต่ไร แล้วนางก็ไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้ว เจ้าไม่ควรหยอกล้อนางเช่นนี้ต่อหน้าผู้อื่น” เหยาจิ้นอวี๋อบรมน้องชาย

“แสดงว่า ถ้าไม่มีผู้อื่น ข้าทำได้สินะ” เหยาหมิงตอบกลับด้วยท่าทางยียวน

“เจ้านี่นะ ไม่โดนข้าเตะสักที คงไม่ดีขึ้น” เหยาจิ้นอวี๋ยกเท้าขึ้น ทำท่าจะยันน้องชายจอมป่วน

“แย่แล้วๆ ซื่อจื่อจะตีคน จะตีคนแล้ว!!!” เหยาหมิงหลบเท้านั้นอย่างเฉียดฉิว แล้ววิ่งไปหลบหลังเหยาหลิงเจิน “เจินเอ๋อร์ ช่วยพี่รองด้วย”

“สม... สมน้ำหน้า” หลิวรุ่ยหลินขยับตัวหนีเปิดทางให้เหยาจิ้นอวี๋จัดการพี่ชายคนรอง

เสียงหัวเราะของทุกคนพลันดังขึ้น เมื่อเหยาหมิงโอดโอยว่าน้องสาวไม่รัก หนำซ้ำพี่ชายก็กำลังจะจัดการตน บรรยากาศในโถงรับรองจึงผ่อนคลายลงมาก

จนกระทั่งขบวนผู้ถือราชโองการก็เดินทางมาถึง เหยาจิ้นทงนำครอบครัวสกุลเหยาคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียง ข้าราชการผู้ถือราชโองการก้าวออกมาเบื้องหน้า คลี่ม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองออกมา

“เจิ้นหนิงโหวเหยาจิ้นทง รับราชโองการ” เสียงประกาศก้องกังวาน

“เนื่องด้วยแผ่นดินเพิ่งผ่านพ้นภัยกบฏหานอ๋อง มู่เฟยหรง ราชสำนักต้องการขุนนางผู้มีความภักดีกลับมารับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท เหยาจิ้นทงมากด้วยคุณธรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์เสมอมา บัดนี้มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เลื่อนตำแหน่งเป็น รองตุลาการศาลต้าหลี่ และมีบัญชาให้ย้ายกลับสู่เรือนบรรพบุรุษ ณ เมืองหลวงโดยเร็วที่สุด... อีกทั้ง ซื่อจื่อเจิ้นหนิงโหว เหยาจิ้นอวี๋ โปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง อาลักษณ์ประจำสำนักราชบัณฑิต เพื่อถวายงานใกล้ชิด จบราชโองการ”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”

เสียงขานรับของครอบครัวสกุลเหยาดังขึ้นพร้อมกัน เมื่อพิธีการสิ้นสุดลง เหยาจิ้นทงก็หันไปตบไหล่บุตรชายด้วยความภูมิใจ “จิ้นอวี๋ ตำแหน่งนี้สำคัญนัก เจ้าต้องตั้งใจทำงานให้ดี สมกับที่ฝ่าบาททรงมีพระเมตตา”

“ขอรับท่านพ่อ” เหยาจิ้นอวี๋ตอบรับบิดา

“ส่วนเจ้า เอาไว้กลับเมืองหลวงแล้ว ก็ไปสอบเป็นมือปราบเถอะ” เหยาจิ้นทงรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้ ชอบต่อยตีมากกว่าอยู่กับตำรับตำรา แต่ครั้นจะให้ไปเป็นทหารก็กลัวจะไปทำอะไรแหกกฎเข้า

“ท่านพ่อคอยดูเถิด ข้าจะต้องเป็นสุดยอดมือปราบให้ได้เลย” เหยาหมิงตบอกตนเอง สายตามุ่งมั่นเสียจนทุกคนหลุดหัวเราะพรืดออกมา

หลังจากนั้น การเตรียมตัวเดินทางเริ่มต้นขึ้นทันที เหยาปิงพาคุณหนูของตนกลับเรือน แล้วจึงสั่งการสาวใช้ให้ช่วยกันจัดเก็บหีบห่อสัมภาระ

หลิวรุ่ยหลินทอดสายตามองไปทางทิศของเมืองหลวง ลมพัดผ่านสวนไผ่จนยอดไผ่ไหวเอน นางกำหมัดน้อยๆ ภายใต้แขนเสื้อไหม แววตามุ่งมั่นปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไป กลายเป็นรอยยิ้มซื่อๆ เมื่อมีคนเดินผ่าน...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 76 ท่านอ๋องต้องรับผิดชอบเจินเจินแล้วล่ะ

    ก่อนหน้านี้ เนื่องจากหลิวรุ่ยหลินไร้ซึ่งความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีก่อนทั้งหมด นางเพียงแค่อยากรู้ว่าตนเองจบชีวิตลงได้อย่างไรเท่านั้น หากนางเสียท่าในการประลองหรือป่วยตายก็แล้วไป ทว่าทุกอย่างกลับเลวร้ายกว่าที่คิดมากนัก ตอนนี้มีคนสวมรอยเป็นนาง และคนผู้นั้นมิใช่เหยาหลิงเจิน แต่เป็นคนในสำนักที่จัดฉากว่านางยังมีชีวิตอยู่อย่างแนบเนียนคนที่น่าสงสัยที่สุดคงไม่พ้นศิษย์พี่เซี่ยที่กำลังจะได้ประโยชน์จากการแต่งงานกับเจ้าสำนักตัวปลอม และถึงแม้ตอนนี้น้องสาวของนางอย่างหลิวซวงซวงจะยังมีชีวิตและยังอาศัยอยู่ในสำนัก แต่นางอาจจะกำลังถูกควบคุมตัวอยู่ก็ได้ เพราะหลิวซวงซวงไม่มีทางดูไม่ออกว่าเจ้าสำนักหลิวในตอนนี้คือตัวปลอมนางไม่มีวันยอมให้คนชั่วไร้คุณธรรมขึ้นเป็นเจ้าสำนัก และยิ่งไม่ยอมให้พวกนั้นมาเหยียบย่ำชื่อเสียงตลอดชีวิตของนางเพื่อทำเรื่องเสื่อมเสีย ทว่าในตอนนี้ร่างของคุณหนูในห้องหออย่างเหยาหลิงเจินกลับติดแหง็กอยู่ที่เมืองหลวงแห่งนี้แต่ทันทีที่ได้ยินคำเกี้ยวพาและข้อเสนอของมู่หย่งฉี หลิวรุ่ยหลินก็พลันนึกขึ้นได้...เขาคือเว่ยอ๋อง ผู้ครอบครองแคว้นเว่ย หากนางต้องการออกจากจวนเจิ้นหนิงโหวและกลับไปยังแ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 75 มาเป็นชายาของเปิ่นหวางก็สิ้นเรื่อง

    หลิวรุ่ยหลินเหลือบมองร่างสูงโปร่งของมู่หย่งฉีที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานของนางอยู่ แสงเทียนที่วูบไหวสะท้อนให้เห็นเสี้ยวหน้าคมคายที่ดูหล่อเหลาราวกับภาพวาด ทว่าความกวนประสาทที่แฝงอยู่บ่อยครั้งทำให้นางอดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบาพอให้เขาได้ยิน“แล้วที่บอกว่าไปเจอสิ่งที่น่าสนใจกว่า... จะมีอะไรน่าสนใจไปกว่าอ๋องหล่อที่ชอบปีนเข้าห้องคนอื่นเล่า ผิวพรรณบนใบหน้าท่านหนายิ่งกว่ากำแพงเมืองเสียอีก แต่ก็มองได้ทั้งวันไม่มีเบื่อหรอก” นางแสร้งทำตาใสซื่อขัดกับคำพูดที่ค่อนแคะเรื่องความหน้าทนของเขาอย่างจงใจ“มองข้าได้ทั้งวันไม่เบื่อจริงหรือ?” มู่หย่งฉีไม่ได้โกรธเคือง ซ้ำยังกระซิบถามพลางโน้มกายลงมาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากดวงหน้านวล แววตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของนางที่วูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาสวมรอยเป็นคุณหนูผู้โง่เขลาเช่นเดิม มือหนาเอื้อมไปหยิบพู่กันที่เลอะหมึกออกจากมือของนางอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าความเงอะงะของนางจะทำให้หมึกเปื้อนไปมากกว่านี้“หากมองได้ไม่เบื่อ เช่นนั้นข้าจะอยู่ให้เจ้ามองจนคัดตำรานี่เสร็จดีหรือไม่... จะได้ช่วยดูด

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 74 เซี่ยมู่หยาง

    ในเรือนรับรองส่วนตัวอันเงียบสงัดห่างจากย่านการค้าของเมืองหลวง กลิ่นกำยานไม้หอมลอยอวลไปทั่วห้องโถงกว้าง เซี่ยมู่หยางในชุดคลุมสีครามเข้มดูเคร่งขรึมและสง่างาม เขากำลังนั่งพิจารณารายงานธุระของสำนักอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้ตัวยาว ทว่าความเงียบสงบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยการก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบของศิษย์ในสำนักผู้หนึ่ง“รองเจ้าสำนัก... มีเรื่องด่วนขอรับ!”เซี่ยมู่หยางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวจ้องมองลูกศิษย์ที่ดูตื่นตระหนกผิดปกติ “มีอะไร? ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่ายามอยู่ที่เมืองหลวงให้ทำตัวสำรวม อย่าได้เอะอะไป”“ขออภัยขอรับ แต่เรื่องนี้สำคัญมาก...” ศิษย์ผู้นั้นกระซิบเสียงสั่น “เมื่อครู่ข้าไปสืบข่าวที่ตลาดมืด และได้พบสตรีผู้หนึ่ง นางถูกพวกนักเลงรุมล้อม ทว่านางกลับใช้เพียงพัดจีบในมือ จัดการพวกมันจนสิ้นท่าภายในพริบตาขอรับ!”เซี่ยมู่หยางขมวดคิ้วแน่นพลางวางพู่กันในมือลง “วิชาพัดมีอยู่ทั่วไปในแผ่นดิน แค่สตรีใช้พัดปกป้องตัวมันแปลกตรงไหน?”“แต่นาง... นางใช้ท่วงท่าอสนีสะบั้นของสำนักเ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 73 น้ำตาลปั้นแสนขม บทลงโทษจากกัวรั่วชิง

    ภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ โจรร่างโตก็นอนกองอยู่บนพื้นดินที่ชื้นแฉะ สตรีตรงหน้าไม่ได้ฆ่าพวกมัน แต่กลับตัดหนทางขัดขืนด้วยวิชาที่เยือกเย็นที่สุดหลิวรุ่ยหลินยืนนิ่ง แววตาเย็นชากวาดมองกองดำๆ สามกองบนพื้น พลางปัดฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ ก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากจุดนั้นมุ่งหน้ากลับไปยังถนนกลางโดยที่นางไม่ทันสังเกตเห็น... ที่มุมตรอกฝั่งตรงข้าม มีศิษย์สำนักอสนีเมฆาผู้หนึ่งที่บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เดิมทีเขากำลังจะชักกระบี่ออกไปช่วยเหลือสตรีที่ดูบอบบางนางนั้น ทว่ากลับต้องชะงักค้างอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นท่วงท่าพัดเมื่อครู่ แม้พลังทำลายจะเบาบางและไร้ลมปราณที่กล้าแกร่ง ทว่าร่องรอยและจังหวะการเคลื่อนไหวนั้นกลับดูคล้ายคลึงกับกระบวนท่าลับที่มีเพียงคนในระดับสูงของสำนักเท่านั้นที่จะรู้จักเมื่อตั้งสติได้ ศิษย์ผู้นั้นก็รีบเร้นกายหายไปในฝูงชนทันที เพื่อมุ่งหน้ากลับไปรายงานข่าวประหลาดนี้แก่เซี่ยมู่หยาง รองเจ้าสำนักที่เพิ่งมาเยือนเมืองหลวงเมื่อไม่กี่วันก่อน.........................................ทางด้านตลาดกลา

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 72 เรื่องน่าสงสัย และคนที่ได้ผลประโยชน์

    เซี่ยมู่หยางเป็นคนที่มีฝีมือและความสามารถจนเกือบจะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนัก ทว่าด้วยปูมหลังที่มารดาเคยเป็นคนของพรรคมารมาก่อน อาจารย์จึงตัดสินใจเลือกหลิวรุ่ยหลินผู้สมบูรณ์แบบและไร้ตำหนิขึ้นสืบทอดตำแหน่งแทน“ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นคือ ข่าวลือที่หลุดมาจากคนใกล้ชิดในเรือนรับรอง” หลงจู๊แค่นยิ้ม “หลิวรุ่ยหลินถึงขั้นเอ่ยปากว่า ยินดียกตำแหน่งเจ้าสำนักอสนีเมฆาให้เซี่ยมู่หยางเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ ส่วนนางขอเพียงได้เป็นฮูหยินเคียงข้างเขาเท่านั้น”“เจ้าว่าอะไรนะ!”“นังหนู เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก” หลงจู๊เฒ่าหัวเราะหึๆ “ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่าความรักจะทำให้สตรีน้ำแข็งอย่างเจ้าสำนักหลิวเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้”หลิวรุ่ยหลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบงันไปชั่วขณะหลังจากได้ยินคำว่า ‘ฮูหยินของเซี่ยมู่หยาง’ ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง หัวใจของนางสับสนปนเปจนยากจะแยกแยะ...ศิษย์พี่เซี่ย... เป็นท่านอย่างนั้นหรือ?ความทรงจำถึงศิ

  • ปริศนาชะตาชายารัก   บทที่ 71 ร้านตำราหมื่นอักษร

    หลิวรุ่ยหลินข่มความเจ็บปวดและความระแวงสงสัยเอาไว้ลึกสุดใจ ก่อนจะเบือนหน้าหนีและเร่งฝีเท้าผ่านร้านสมุนไพร ‘ร้อยราก’ ของพรรคหมื่นอสรพิษ และร้าน ‘เข็มเงา’ ของสำนักเงาจันทราไปอย่างรวดเร็ว จุดหมายของนางในตอนนี้มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือที่ที่ข้อมูลจะไม่ถูกบิดเบือนด้วยความภักดีหรือการหลอกลวงท้ายตรอกที่แสงไฟริบหรี่ที่สุด คือที่ตั้งของร้านตำราเก่าคร่ำคร่าแห่งหนึ่ง...หลิวรุ่ยหลินหยุดยืนอยู่ที่หน้า ‘ร้านตำราหมื่นอักษร’ ร้านเล็กๆ ที่ดูทรุดโทรมและเงียบเหงาจนแทบกลืนหายไปกับเงามืดท้ายตรอก กลิ่นกระดาษเก่าหม่นและน้ำหมึกแห้งกรังลอยมาปะทะจมูกทันทีที่นางก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป ภายในอัดแน่นไปด้วยชั้นตำราที่วางเรียงรายสูงตระหง่านจนถึงเพดาน บดบังแสงสว่างริบหรี่จากภายนอกจนแทบหมดสิ้นที่หลังโต๊ะไม้ตัวหนาซึ่งเต็มไปด้วย กองตำราและแท่นหมึก ชายชราผู้หนึ่งนั่งขดตัวอยู่ใต้ชุดคลุมสีเทาซีด ดวงตาของเขาปิดสนิท ทว่ามือผอมแห้งกลับขยับดีดลูกคิดรางไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า...ต๊อก... แต๊ก...หลิวรุ่ยหลินกวาดสายตามองไปบนชั้นวางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตำ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status