로그인อีกด้าน
“เรากลับกันเถอะลูก” แม่ลูกพีชเดินเข้ามาบอกกับเซลีน ถัดไปก็เป็นพ่อลูกพีชที่ยืนอยู่ด้านหลัง “ลูกพีชไปเข้าห้องน้ำอยู่ค่ะแม่” เพื่อนเธอยังไม่กลับมาจะทิ้งได้ยังไง จะว่าไปลูกพีชก็ไปเข้าห้องน้ำนานเหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า ก่อนหน้านั้นก็มีอาการแปลก ๆ ด้วย หรือว่าเธอควรตามไปดูดีไหม “งั้นแม่ไปรอที่รถนะลูก” “ได้ค่ะ เดี๋ยวเซย์ไปตามยัยพีชที่ห้องน้ำดีกว่า” เธอมักจะแทนตัวเองสั้น ๆ ว่าเซย์ “จ้ะ งั้นแม่ไปก่อน” “เดินระวัง ๆ ด้วยนะคะ” “จ้ะลูก” “เฮ้อ” เซลีนถอนหายใจออกมาเบา ๆ เธอเหลือบมองไปด้านหลังเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าผู้ใหญ่ทั้งสองเดินขึ้นรถไปแล้ว หญิงสาวจึงรีบก้าวไปทางห้องน้ำที่อยู่ในบ้านทันที เพราะตอนที่ลูกพีชไปเข้าห้องน้ำ เซลีนไม่รู้ว่าเพื่อนไปทางไหน เธอจึงเข้าใจว่าเป็นห้องน้ำในบ้านที่เตรียมไว้ให้แขก ตึก ตึก “ลูกพีช” เซลีนเรียกเพื่อนอยู่หน้าห้องน้ำนานสองนาน ไร้เสียงตอบกลับมา ไม่รู้ว่าเพื่อนแอบหลับหรือเป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงเงียบแบบนี้ “แกอยู่ข้างในไหมลูกพีช” “....” “เอ๊ะ ยัยนี่กำลังเล่นตลกหรือไง” หรือว่าห้องน้ำไม่ได้มีแค่ตรงนี้ ในขณะที่ใบหน้าสวยของเซลีนหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาว่ามีตรงไหนอีกไหม ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอจึงรีบเข้าไปถามทันที “เอ่อ ขอโทษนะคะ” “ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ” “ห้องน้ำมีแค่ตรงนี้หรือเปล่าคะ” “อ๋อ มีข้างนอกด้วยครับ” นั่นไง ว่าแล้วเชียว “ไม่ทราบว่าไปทางไหนเหรอคะ” “คุณผู้หญิงเดินออกประตูหลังแล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปเลยครับ” “ขอบคุณนะคะ” “ยินดีครับ” เมื่อรู้ว่าห้องน้ำไม่ได้มีแค่ตรงนี้ แต่ยังมีข้างนอกอีกที่ หญิงสาวจึงรีบไปตามหาเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เธอรู้สึกว่ามันแปลก ๆ ยังไงชอบกล ในระหว่างที่กำลังเดินฝ่าความมืดไปนั้น อยู่ ๆ หูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเหมือนว่ากำลังมีใครเดินตามเธออยู่ เท้าเล็กที่กำลังก้าวเป็นต้องชะลอลงอย่างช้า ๆ ถึงเธอจะเป็นผู้หญิง แต่เธอก็ไม่คิดกลัวหรอกนะ “หรือว่าจะเป็นยัยลูกพีช” เซลีนพึมพำกับตัวเอง หรือว่าเพื่อนเธอจะแกล้งทำให้ตกใจงั้นเหรอ เล่นเป็นเด็กไปได้ ยัยบ้าเอ๊ย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าสวย เธอหยุดเดินแล้วยืนนิ่งอยู่กับที่ เซลีนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจหันกลับไปเพื่อจ๊ะเอ๋คนด้านหลัง “นี่แน่ะ!” ฝ่ามือเล็กฟาดลงที่แขนอย่างแรง หวังจะทำให้อีกคนเจ็บตัว กล้าดียังไงมาทำให้เธอเป็นห่วงแล้วมาแอบแกล้งแบบนี้ หมับ! “....” ทว่ายังไม่ทันจะได้ฟาด ข้อมือเล็กก็ถูกจับเอาไว้พร้อมกับแรงบีบ ทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าเจ็บเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าดันไม่ใช่เพื่อนเธอยังไงล่ะ “ขะ ขอโทษค่ะ” เซลีนเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิด เธอเข้าใจว่าเป็นเพื่อนเลยกะจะเล่นด้วยสักหน่อย ใครจะคิดว่าเป็นคนอื่น แล้วย่องมาด้านหลังแบบนี้เป็นใครก็ต้องตกใจไหม “กลับ” คำพูดเพียงสั้น ๆ ที่หลุดจากปากคนตรงหน้าทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย “อะไรนะคะ” “กลับไปกับฉัน” “คุณเป็นใคร” อยู่ ๆ ก็เดินมาบอกให้เธอกลับไปด้วย เขาปกติอยู่ใช่ไหม แต่เอ๊ะ? เธอคลับคล้ายคลับคลาผู้ชายคนนี้ เหมือนว่าเคยเจอที่ไหน อ๋อ.. “....” “คุณนี่เอง ฉันก็นึกว่าใคร” ผู้ชายที่เธอถามเพื่อนก่อนหน้านี้เอง พอมองใกล้ ๆ เขาก็หล่อเหมือนกันนะ มาจับเนื้อต้องตัวกันแบบนี้คิดอะไรกับเธอหรือเปล่าเนี่ย “จะไปได้ยัง” ชักจะรำคาญผู้หญิงพวกนี้แล้วสิ ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของนายใหญ่ เขาคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้หรอก รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่ารำคาญมากกับการยุ่งกับผู้หญิงเหล่านี้ “คุณจะพาฉันไปไหนเหรอ” ถามเสียงหวานเยิ้ม “ไปฆ่า” “อุ๊ย ฆ่าด้วยเชือก กุญแจมือ หรือว่าฆ่าด้วยการโดนแทงล่ะ” เซลีนขยับตัวเข้าไปกระซิบข้างหูผืนป่าในประโยคสุดท้าย นิ้วเรียวยาวไล่สัมผัสตามหน้าอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าไปจนถึงหัวเข็มขัด ทว่าอีกฝ่ายกลับยืนนิ่งไม่ปฏิเสธการกระทำของเธอ “อยากโดนฆ่าด้วยกระสุนไหมล่ะ” “ใจร้ายจังเลยนะ” “หุบปากแล้วเดินซะ” เขาไม่มีเวลามากพอที่จะมายืนถกเถียงกับเธออยู่แบบนี้หรอกนะ ไม่รู้ว่าป่านนี้สองคนนั้นไปถึงไหนกันแล้ว ทำไมนายใหญ่ไม่ส่งคนอื่นมาจัดการผู้หญิงคนนี้แทน ให้เขามาทำไมก็ไม่รู้ “อุ๊ย ต้องขอโทษด้วยนะสุดหล่อที่ฉันไปกับคุณไม่ได้ พอดีฉันมาหาเพื่อนน่ะ” ลืมไปเลยว่าเธอมาตามหาเพื่อน ฉะนั้นควรหยุดเล่นแล้วไปหาเพื่อนต่อซะ เซลีนดึงมือตัวเองกลับพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้หนึ่งที จากนั้นก็หมุนตัวออกไปทันที แต่ทว่าเธอไม่อาจหนีผู้ชายคนนี้ได้พ้น เมื่อตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นไปอยู่ในวงแขนของเขา “เลิกทำตัวปัญญาอ่อนสักที” ผืนป่าก้าวยาว ๆ ตรงไปยังรถตัวเองที่จอดอยู่มุมหนึ่งของงาน “นี่! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันนะ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เสียงโวยวายของเซลีนไม่อาจทำให้เขาหยุดเดิน ผืนป่าหลุบตามองหญิงสาวเพียงนิด เขาใช้มืออีกข้างเลื่อนไปปิดปากเธอไว้ไม่ให้แหกปากเสียงดัง “รำคาญ” เสียงแหลม นึกว่าเสียงนกแก้ว สีผมก็เหมือนนกแก้วพอแล้ว เสียงไม่ต้องเหมือนก็ได้ กึก! “อ๊ะ” ผืนป่าร้องเจ็บพร้อมกับดึงมือออกจากปากหญิงสาว เธอฉลาดมากที่ใช้ฟันกัดจนนิ้วเขาเป็นรอยแดง ได้.. เธอจะเอาแบบนี้ใช่ไหม “สมน้ำหน้า” “อยากตายเหรอวะ” “ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้บ้า!” ดูสิว่าผู้ชายคนนี้จะทนเสียงของเธอได้นานสักแค่ไหน เธอจะร้องให้เขารำคาญจนต้องปล่อยเธอลง “อยากกลายเป็นผีเฝ้าสวนไหม” “คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรกับฉันก็ได้งั้นเหรอ” “เลิกพูดจาเพ้อเจ้อสักที” “นายก็ปล่อยฉันลงสิ ปล่อย!!” สรรพนามที่ใช้ในตอนแรกเปลี่ยนเป็นนายในชั่วพริบตา แม้จะหล่อสักแค่ไหน แต่การกระทำเถื่อนแบบนี้เธอก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ คนบ้าอะไรเถื่อนชะมัด “หุบปาก” ดูพูดกับผู้หญิงเข้าสิ น่าตบปากแรง ๆ สักทีสองที “นายนั่นแหละที่ต้องหุบปาก” กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสองกำลังสู้รบกันอย่างดุเดือดอยู่กลางสนามหญ้าบริเวณใกล้ลานจอดรถ ซึ่งห่างจากผู้คนมากพอสมควร เซลีนดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของคนตัวโต แต่ไม่ว่าจะดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหลุดออกไปได้ จนในที่สุดเธอเหนื่อยแล้วนิ่งไปเอง “จะเลิกบ้าได้ยัง” “นายรู้จักลูกพีชไหม” “ถามทำไม” “ลูกพีชหายไป” ไหน ๆ ก็โดนเขาจับไว้อยู่แล้ว งั้นก็ให้ช่วยหาลูกพีชเลยก็แล้วกัน “กลับไปแล้ว” “นายรู้ได้ยังไงว่าเพื่อนฉันกลับไปแล้ว” ชักจะแปลก ๆ แล้วสิ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงรู้ว่าเพื่อนเธอกลับไปแล้ว ทั้งที่เธอกับลูกพีชมาด้วยกันแต่เธอดันไม่รู้ “ยัยนั่นเมา” “ฉันกินเยอะกว่า” “ไม่ได้ถาม” “หรือว่าพวกนาย..” เซลีนหรี่ตาจับผิดผู้ชายตรงหน้า “ฉันเริ่มจะหมดความอดทนกับเธอแล้วสิ” ถ้าขืนยังนั่งคุยกันอยู่แบบนี้ โอกาสที่เธอจะถูกเขาฆ่าทิ้งใกล้เข้ามาเต็มที เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเงียบไปแล้ว เขาจึงช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้มไว้ ดันตัวลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปที่รถ ทว่า.. “นายจะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันนะไอ้บ้า! กรี๊ดดดด” เห็นนิ่งก็นึกว่าหมดฤทธิ์ไปแล้ว พออุ้มขึ้นเท่านั้นแหละ กลับแหกปากขึ้นมาอีกครั้ง “เงียบ!!!” เสียงทุ้มตวาดดังลั่น ทำเอาหญิงสาวถึงกับเงียบไปทันที “ฮึบ!” ปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่น เธอไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้องให้เขาได้ยิน กลัวว่าผู้ชายคนนี้จะจับเธอฆ่าหั่นศพเสียก่อน เมื่อเห็นว่าอีกคนนิ่งไปแล้ว เขาจึงรีบก้าวไปที่รถด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะบ้าพยศขึ้นมาอีก เมื่อมาถึงรถ ผืนป่าก็จับหญิงสาวยัดเข้าไปด้านในพร้อมกับล็อกประตูให้เสร็จสรรพ และไม่วายที่จะชี้หน้าคาดโทษเอาไว้ ถ้ากล้าหนีก็ลองดู เพราะครั้งนี้เขาจะไม่เล่นกับเธอแล้ว อยากเจ็บตัวก็หนีสิ เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย ผืนป่าจึงทำการขับรถไปส่งหญิงสาวยังที่พักทันที จบงานนี้เขาคงต้องหนีไปหลบอยู่ในที่เงียบ ๆ สักหน่อย วุ่นวายมามากพอแล้ว เหนื่อยกับแต่ละคน แล้วหวังว่านายใหญ่จะจัดการแผนตัวเองต่อให้เสร็จ เขาบอกตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่าไม่ขอยุ่งกับเรื่องนี้ การที่ยอมช่วยในครั้งนี้เพราะเห็นแก่คำอ้อนวอนที่ท่านขอร้อง จากนี้ใครจะเป็นยังไงก็แล้วแต่เถอะ เหนื่อยจะยุ่งวุ่นวายกับคนอื่นแล้ว ขอทำงานตัวเองไปเงียบ ๆ ก็แล้วกัน “เห็นว่าหล่อหรอกนะเลยยอม” เสียงคนข้าง ๆ พึมพำ ทว่าเขากลับได้ยินมันชัดเจน “หุบปากไปซะ” “ชิ” คำก็หุบปาก สองคำก็หุบปาก สาบานเลยว่าจะไม่มีทางชอบผู้ชายแบบนี้เด็ดขาด เจอที่ไหนก็อย่าให้ได้ใกล้กันอีกเลย ผู้ชายบ้าอะไรทำตัวดิบเถื่อนกับผู้หญิงตัวแค่นี้ สุดท้ายแล้วทั้งสองต่างก็นั่งเงียบ ไม่มีใครพูดคุยกันแม้แต่ประโยคเดียว ใช้เวลาไม่นานผืนป่าก็ขับรถมาถึงคอนโดของเซลีน ซึ่งเป็นคอนโดของเธอเอง ไม่ใช่ของลูกพีชแต่อย่างใด แต่สิ่งที่แปลกใจก็คือ.. “นายมาถูกได้ยังไง” “ลงไป” ผืนป่าเอื้อมมือไปเปิดประตูฝั่งคนนั่ง แล้วดันตัวหญิงสาวให้ลงจากรถ พร้อมกับโยนกระเป๋าให้เธอออกจากรถอย่างไม่ไยดี “ไอ้บ้าเอ๊ย ชาตินี้อย่าได้พบเจอกันอีกเลย คิดว่าหล่อแล้วจะทำตัวยังไงก็ได้เหรอ F*ck You” เสียงหวานตะโกนด่าตามหลังรถผืนป่าไปด้วยความโมโห เอี๊ยดด! “เชี่ย” เซลีนรีบเก็บกระเป๋าที่พื้นแล้ววิ่งขึ้นคอนโดไปด้วยความรวดเร็วเมื่อรถคันนั้นถอยกลับมา “....” ผืนป่าเหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อย เมื่อเธอหายเข้าไปในลิฟต์แล้ว เขาจึงขับออกไป คงคิดว่าเขาไม่ได้ยินคำด่าของเธอสินะ ปากเก่งเหลือเกินตัวแค่นี้ เขาส่ายหน้าเนือย ๆ ให้กับเหตุการณ์ในวันนี้ หวังว่านายใหญ่จะไม่โทรให้เขาเข้าไปช่วยจัดการอีกก็แล้วกัน ขอทำงานตัวเองอย่างมีความสุขดีกว่า น่าเบื่อ(ย้อนอดีตต่อจากตอนที่แล้ว)อาการป่วยของลูกพีชเริ่มแสดงออกตอนที่เธอย้ายไปเรียนต่างประเทศได้หนึ่งปี หญิงสาวพอรู้ว่าตัวเองผิดปกติจึงรีบไปหาหมอทันที แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นจนได้‘คนไข้ป่วยเป็นโรคมะเร็งสมองครับ’วินาทีที่รู้ว่าตัวเองป่วย เธอหมดแรงจะใช้ชีวิตต่อไป เอาแต่นั่งมองแหวนบนนิ้วตัวเอง พลางปล่อยให้น้ำตาไหลอาบใบหน้า ความเสียใจในครั้งนั้นทำให้เธอกลัว กลัวไปหมดเสียทุกอย่าง กลัวว่าวันหนึ่งตัวเองไม่อยู่แล้วแผ่นดินจะเป็นยังไงบ้าง เขาจะเสียใจที่เธอไม่อยู่แล้วไหม ความคิดต่าง ๆ นานาผุดขึ้นมา เขาจะยังรักเธอไหม เสียใจหรือเปล่า อยากมีเธอเป็นคนรักอยู่ไหม เธอกลัวจนทำอะไรไม่ถูกจริง ๆเธอใช้เวลาอยู่เป็นเดือนกว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะเอายังไง สุดท้ายเธอก็ได้ข้อสรุปให้กับตัวเอง ลูกพีชตัดสินใจโทรไปบอกครอบครัวว่าตัวเองกำลังป่วย เพียงแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดถึงอาการป่วยว่าเป็นอะไร แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาคือ..‘ป๊าไม่ว่าง’‘ดูแลตัวเองไปก่อนนะลูก’‘หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถ..’“ฮึก” ลูกพีชไม่สามารถติดต่อครอบครัวได้อีกเลย ทุกคนเอาแต่ปฏิเสธสายของเธอ หรือถ้ารับ พวกเขาก็เอาแต่บอกว่ายุ่ง ไม
หลังจากที่ลูกพีชเข้าห้องผ่าตัดไปหลายชั่วโมง เธอก็ถูกพาไปพักที่ห้องพักฟื้น ผลสรุปออกมาแล้วว่าหญิงสาว ‘ความจำเสื่อม’ เธออาจไม่ได้ลืมไปเสียหมดทุกเรื่อง ยังมีบางคน บางเรื่อง และบางเหตุการณ์ที่เธอจดจำได้ แต่จะมากน้อยแค่ไหนก็ต้องรอลุ้นตอนเธอฟื้นขึ้นมาด้านผืนป่าได้ทำใจไว้แล้วว่าเธออาจฟื้นขึ้นมาแล้วจำเขาไม่ได้ก็ได้ จะเป็นยังไงก็ต้องมาลุ้นไปด้วยกัน ผืนป่าเป็นคนเดินเรื่องจัดการเรื่องห้องพักฟื้นไว้รอระหว่างที่เธออยู่ในห้องผ่าตัด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดพรเกียรติเป็นคนจัดการ ส่วนเรื่องครอบครัวของเธอ ตอนนี้พรเกียรติก็กำลังจัดการอยู่เช่นเดียวกันวันเวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ ลูกพีชตื่นขึ้นมาพร้อมคำทักทายจากผืนป่าว่า ‘คุณเป็นใคร’ ก็สรุปได้แล้วว่าเธอจำเขาไม่ได้ ในระหว่างที่รักษาตัวอยู่ที่นี่ ผืนป่าก็พยายามเอารูปภาพมาให้หญิงสาวดูว่าแต่ละคนเป็นใคร และแน่นอนว่ามีทั้งคนที่เธอจำได้และจำไม่ได้ เธอจำพ่อของเขาได้ จำแผ่นดินได้ จำทุกคนได้ ยกเว้นเขาคนเดียว และสิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้นก็เกิดจนได้ ลูกพีชลืมเรื่องราวที่ผ่านมาไปหมดแล้ว ถึงแม้ว่าจะจำแผ่นดินได้ แต่บางเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ชายของเขา หญิงสาวกลับลืมมันไปจนหมดสิ
ครามมองเจ้านายด้วยความสงสาร ตั้งแต่ขึ้นมาบนเครื่องบิน แผ่นดินก็เอาแต่เงียบ นั่งมองรูปหญิงสาวในมือถืออยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมงแล้ว โชคดีที่ครั้งนี้เขาตามเจ้านายมาด้วย แต่ใครจะคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ แผ่นดินเป็นผู้ชายที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง คลั่งรักลูกพีชสุด ๆ ใส่ใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับหญิงสาว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดอะไร แผ่นดินก็จำได้หมด ไม่เคยลืมวันสำคัญ จดจำทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี"นายครับ""กูอยากอยู่คนเดียว""..ครับ" ครามกลับไปนั่งที่ของตัวเอง เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบินส่วนตัวของครอบครัวแผ่นดิน เขาใช้มันเดินทางมาหาหญิงสาวทุก ๆ เดือน และไม่ได้มีแค่ลำนี้ลำเดียวหนึ่งอาทิตย์ต่อมา"เพราะอะไร""ไม่มีเหตุผล"พรเกียรติจ้องลูกชายตัวเองนิ่ง ไหนมันบอกว่าจะไปหาหนูลูกพีชยังไงล่ะ ทำไมถึงมานั่งพูดจาไร้สาระอยู่ตรงนี้ แผ่นดินมาหาพ่อในช่วงเช้าเพื่อขอให้ท่านถอนหมั้นระหว่างเขากับหญิงสาว เขาไม่ต้องการหมั้นกับเธอแล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรอีกต่อไปสำหรับผู้หญิงคนนี้ ทว่าท่านกลับไม่เห็นด้วย พรเกียรติยืนยันว่ายังไงก็จะไม่ถอนหมั้นให้ทั้งสอง อยากให้แผ่นดินกลับไปคิดดี ๆ ก่อน มองย้อนกลับไปในวันที่ตัวเองรักหญิง
“....” แผ่นดินกลับมาถึงห้องของคนตัวเล็ก เขาพาตัวเองไปนั่งบนโซฟากลางห้อง โดยที่ภายในห้องยังคงมืดสนิท และเขาก็หวังว่าสิ่งที่ได้ยินมาจะเป็นเพียงคำโกหก เธอคงเลือกกลับมาหาเขาที่กำลังรออยู่ใช่ไหมเข็มนาฬิกาเดินไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึงเช้า สุดท้ายแล้วลูกพีชก็ทิ้งให้แผ่นดินรออยู่ในห้องนี้เพียงคนเดียว โดยที่เธอไปสนุกกับผู้ชายอีกคน เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเจ็บปวดกับความรักได้ขนาดนี้ ทั้งที่ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับผู้หญิงคนหนึ่งมาโดยตลอด แต่สิ่งที่อีกฝ่ายตอบแทนกลับเป็นการหักหลัง มันคงไม่เจ็บเลยถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนไกลตัว ถ้าไม่รักกันแล้วก็ควรบอกกันตรง ๆ ไม่ควรทำแบบนี้กับเขาเลย แม้แต่โทรศัพท์เธอยังไม่โทรมาหาสักสาย การที่เราเห็นแฟนของตัวเองไปกับผู้ชายคนอื่น ไม่มีใครรับได้หรอกนะ รักเขาแทบตาย ห่วงเขาฉิบหาย กลัวว่าเขาจะอยู่ไม่ได้ กลัวว่าอาหารที่นี่จะไม่ถูกปาก กลัวว่าอากาศจะหนาวจนเกินไป แม่งกลัวไปทุกเรื่องที่เขาต้องเจอ แต่สุดท้ายเธอมาทำแบบนี้เหรอวะ นี่คือสิ่งตอบแทนของคนที่ซื่อสัตย์มาโดยตลอดใช่ไหม รักแทบตาย ห่วงแทบตาย สุดท้ายแม่งก็โดนหักหลัง เจ็บสุดตรงที่สองคนนั้นเป็นคนที่เรารักยังไงล่ะ“เธอโคตรใจร้าย
ย้อนกลับไปในอดีตณ สหรัฐอเมริกา“พี่แผ่นดิน” หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มตะโกนเรียกแฟนหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้ามหาวิทยาลัย แผ่นดินหันไปยิ้มให้แฟนสาวพร้อมกับเดินเข้าไปหา ทั้งสองโผกอดกันด้วยความคิดถึง เนื่องจากลูกพีชมาเรียนที่ต่างประเทศ และคนที่ต้องเดินทางมาหาอยู่บ่อย ๆ ก็คือแผ่นดิน แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ความรักก็ไม่เคยจืดจางไปเลยสักครั้ง แผ่นดินไม่เคยน้อยใจแฟนสาวที่เรียนหนักจนไม่มีเวลาให้ เขากลับเข้าใจว่านี่คืออนาคตของเธอ จึงอยากสนับสนุนให้คนตัวเล็กทำมันออกมาให้ดีที่สุด และจะคอยเป็นกำลังใจให้อยู่ตรงนี้เสมอ“ไหนบอกจะไม่มาหาหนูไง” ใบหน้าสวยง้ำงอ แผ่นดินบอกกับเธอว่าเดือนนี้ไม่ได้มาหาเหมือนทุกครั้ง เพราะติดงานสำคัญ ต้องเลื่อนไปเป็นเดือนหน้าแทน“อยากเซอร์ไพรส์” แค่อยากแกล้งแฟนตัวเองไปเท่านั้นแหละ ใครจะปล่อยให้คอยล่ะ เขาต้องรีบเคลียร์ตัวเองให้ว่าง เพื่อจะได้มาอยู่กับเธอนานหน่อย เอาเวลาทั้งหมดยกให้เธอคนเดียวไปเลย“นิสัยไม่ดีเลยนะ”“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม”“ไม่เลยค่ะ คิดถึงพี่แผ่นดินมากกว่า^^”“ปากหวาน”“อย่างอื่นก็หวานนะ^^” คนขี้เล่นชอบพูดแหย่ให้แฟนหนุ่มหมดความอดทน แล้วมันก็จะไปจบที่เรื่องอ
ณ โรงพยาบาลหญิงวัยกลางคนเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน กำลังจะเข้าไปทำความสะอาดห้อง แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็พบหญิงสาวนอนหมดสติอยู่บนพื้น นาทีนั้นแม่บ้านตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จึงโทรเรียกสามีที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ในคอนโดแห่งนี้ รวมถึงนิติบุคคลให้ขึ้นมาช่วย จากนั้นจึงหามเธอส่งโรงพยาบาลทันทีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แม่บ้านทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้กับตัวเอง ระหว่างที่รอให้หมอตรวจเช็กอาการหญิงสาว ทางด้านนิติบุคคลได้ติดต่อหาญาติ และตอนนี้ก็รอแค่ญาติมาหาเท่านั้น ตอนที่ทุกคนพาลูกพีชมาส่งโรงพยาบาล ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงจัด ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำใส ๆ ไหลออกมาไม่หยุด ไม่รู้ว่าเธอป่วยเป็นอะไรกันแน่ ตอนนี้ทำได้แค่รอให้หมอออกมาแจ้งอาการตึก ตึกผ่านไปสักพักก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งดังมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเข้ามาหยุดนิ่งข้างหญิงวัยกลางคนพร้อมกับเสียงหอบหายใจ แม่บ้านหันไปมอง แล้วก็พบกับร่างสูงที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง ตามกรอบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ตอนที่มีคนโทรไปแจ้งว่าลูกพีชเข้าโรงพยาบาล สมองเขาตอนนั้นไม่รับรู้อะไร คิดแค่ว่าตัวเองต้องรีบมาหาหญิงสาวให้เร็วที่สุด ทั้งที่แม่งไม่ต้องสนใจ
ให้ตัวเอง“พี่เอามาฝาก” เขามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ตรงนี้ จึงใช้สรรพนามที่เอาไว้เรียกเวลาอยู่ด้วยกันสองคน ทว่าหญิงสาวกลับรู้สึกตกใจจึงหันขวับมองไปรอบ ๆ ตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“แกล้งฝันอีกแล้ว” นี่แหละผู้หญิงที่พ่อเขาพูดถึงก่อนหน้านั้น เธอชื่อว่า 'ฝันดี' ฝันดีเป็นพนักงานใ
ณ คฤหาสน์ตระกูลปรีดิวัฒน์“พ่อเรียกผมมาทำไม” ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทันทีที่เดินมาถึงห้องนั่งเล่น ปากหยักได้รูปจึงเอ่ยถามผู้เป็นพ่อพลางหย่อนตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม“พรุ่งนี้น้องจะไปฝึกงานที่บริษัท ดูแลน้องให้ดี” ประมุขของบ้านเอ่ยกำชับลูกชายเพียงคนเดียวของตน เพราะลูกพีชเป็นหลานสาวเพี
ตึก ตึก“รอด้วยค่ะ!” เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง เรียกสายตาผู้คนในละแวกนั้นให้หันมองด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับร่างสูงที่ยืนอยู่ในลิฟต์ เขาจึงเอื้อมมือไปกดไม่ให้ประตูปิดลงเพื่อรอเธอ“ขอบคุณค่ะ แฮ่ก~” เมื่อเข้ามาอยู่ด้านในตัวลิฟต์ ใบหน้าเปื้อนหยาดเหงื่อจึงหันไปเอ่ยขอบคุณ“ชั้นไหนครับ”“37ค่ะ” เมื่อได้รับ