Startseite / รักโบราณ / ผ่าดวงใจแม่ทัพทมิฬ / บทที่ 2 เลือดอุ่นใต้คมกระบี่

Teilen

บทที่ 2 เลือดอุ่นใต้คมกระบี่

last update Veröffentlichungsdatum: 27.10.2026 20:16:43

"หุบปากของท่านเสีย แล้วอยู่นิ่งๆ หากยังอยากมีชีวิตตื่นขึ้นมาดูตะวันวันพรุ่งนี้!"

เสียงตวาดกร้าวของไป๋รั่วซีดังก้องสะท้อนไปทั่วกระโจมบัญชาการ นางมิได้กะพริบตาหรือแสดงความหวาดหวั่นต่อไอสังหารของพญามัจจุราชแม้แต่น้อย แม้กระดูกข้อมือจะเจ็บร้าวจากแรงบีบมหาศาล ทว่าดวงตากลมโตคู่งามกลับจ้องลึกเข้าไปในแววตาดุร้ายสีเลือดของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยอย่างไม่ยอมก้มหัว ความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของสตรีร่างอวบอัดสะกดให้บรรยากาศรอบข้างหยุดชะงักไปชั่วขณะ

ก่อนที่แม่ทัพหนุ่มจะได้เอ่ยคำข่มขวัญใดออกมาอีก นิ้วเรียวขาวผ่องข้างซ้ายของนางก็ตวัดวูบดั่งสายฟ้าแลบ ปลายนิ้วทั้งสามกดกระแทกลงบนจุดชีพจรใหญ่ใต้ไหปลาร้าและข้างลำคอของเขาอย่างแม่นยำและหนักหน่วง การลงน้ำหนักอันชาญฉลาดส่งผลให้กระแสโลหิตที่พุ่งพล่านชะลอตัวลงในพริบตา!

"อั่ก..."

เฮ่อเหลียนเจวี๋ยสำลักลมหายใจออกมาคำหนึ่ง พิษร้ายที่แล่นพล่านบวกกับแรงกดจุดสกัดชีพจรอย่างเชี่ยวชาญทำให้ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของเขาพร่าเลือน แรงบีบที่ข้อมือนางคลายออกทันที นิ้วมือหนาหยาบกร้านตกลงข้างลำตัว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำจะทิ้งศีรษะลงบนหมอนหนังสัตว์อย่างหมดสติ ลมหายใจกลับมาแผ่วเบาอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงหยาดโลหิตอุ่นๆ สีม่วงคล้ำที่เปรอะเปื้อนอยู่บนหลังมือขาวเนียนดั่งหยกของนาง กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นอายบุรุษเพศอันร้อนแรงยังคงอบอวลอยู่รอบตัว

"ท่านแม่ทัพ!" เฉินเยี่ยนร้องออกมาด้วยความตกใจ ปลายนิ้วแตะด้ามกระบี่ข้างเอวทันทีด้วยสัญชาตญาณองครักษ์

"อย่าเพิ่งโวยวายให้เสียสมาธิ! เขาเพียงแค่สลบไปเพราะพิษร้ายและแรงกดจุด หากปล่อยให้เขาดิ้นรนหรือออกแรงต้าน เส้นเลือดใหญ่ในช่องอกจะฉีกขาดจนเลือดทะลักท่วมปอดและตายก่อนที่ข้าจะได้แตะหัวลูกศร!" ไป๋รั่วซีสะบัดข้อมือไล่ความชา นางไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว สองมือยกผ้าขาวชุบน้ำเดือดบิดหมาดขึ้นมาซับคราบเลือดรอบปากแผลอย่างรวดเร็ว

ภาพเบื้องหน้าของนางคือแผ่นอกกว้างใหญ่สีทองแดงที่เปลือยเปล่า มัดกล้ามเนื้ออกและหน้าท้องเรียงตัวแน่นหนาราวกับเกราะเหล็กที่หล่อหลอมมาจากการกรำศึกนับร้อยสมรภูมิ ร่องรอยแผลเป็นจากคมดาบและหอกพาดผ่านหลายแห่ง บ่งบอกว่าบุรุษผู้นี้ผ่านศึกสงครามเฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าบาดแผลที่ร้ายแรงที่สุดในเวลานี้ กลับเป็นหัวลูกศรเหล็กสามแฉกสีดำมะเมี่ยมที่ปักฝังลึกอยู่ตรงซี่โครงซี่ที่ห้าทางด้านซ้าย เนื้อเยื่อรอบข้างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเน่าเปื่อยจากฤทธิ์ของพิษกลืนวิญญาณ

ไป๋รั่วซีจรดคมมีดโกนลงบนรอยกรีดเดิมอีกครั้ง นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี ในโลกก่อนนางคือศัลยแพทย์ทรวงอกมือหนึ่งผู้เผชิญหน้ากับความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แม้เครื่องมือในกระโจมค่ายทหารแห่งนี้จะล้าหลังและหยาบกระด้าง ทว่าความรู้และทักษะในสมองของนางยังคงสมบูรณ์แบบ

นางกรีดเปิดชั้นผิวหนังและแยกกล้ามเนื้อแผงอกออกอย่างประณีต เลือดสีคล้ำที่คั่งอยู่ภายในช่องอกทะลักพวยพุ่งออกมาทันที กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นสุราและไอร้อนระอุจนทั่วทั้งกระโจมแทบหายใจไม่ออก นอกกระโจมมีเสียงลมหนาวพัดกรรโชกปะทะผืนผ้าใบจนสั่นสะท้าน ทว่าภายในกลับร้อนระอุดั่งนรกภูมิ

"ผ้าขาว! ส่งผ้าสะอาดมาซับเลือดเร็วเข้า อย่าให้เลือดบังสายตาข้า!" นางสั่งเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความลังเล

เฉินเยี่ยนที่ยืนลุ้นจนเหงื่อซึมรีบส่งผ้าขาวให้ตามสั่ง ไป๋รั่วซียัดผ้าขาวซับเลือดอย่างคล่องแคล่วเพื่อเปิดวิสัยทัศน์ในการมองเห็น นางใช้ปลายนิ้วแยกกล้ามเนื้อซี่โครงออกอย่างระมัดระวัง และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ

หัวลูกศรเหล็กสามแฉกนี้มีความยาวเกือบสองนิ้ว ปลายแหลมมีเงี่ยงหยักโค้งที่ถูกออกแบบมาอย่างอำมหิตเพื่อฉีกกระชากเนื้อเยื่อยามถูกดึง และที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือ ปลายเงี่ยงแฉกหนึ่งฝังจ่ออยู่ติดกับผนังหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตาและเยื่อหุ้มหัวใจ หากดึงผิดทิศทางเพียงเส้นผมเดียว ผนังหลอดเลือดจะฉีกขาดเป็นแนวยาว และเลือดจะพุ่งกระฉูดขึ้นเพดานกระโจมจนทำให้เขาหมดสติถาวรและสิ้นลมหายใจภายในไม่กี่อึดใจ

"ท่านรองแม่ทัพมู่หรง ดูนางสิขอรับ... นางกำลังควักเนื้อควักหัวใจท่านแม่ทัพ!" หมอทหารชราถอยร่นไปด้านหลังด้วยใบหน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ จนแทบยืนไม่อยู่ "ตั้งแต่ข้าเกิดมาจนผมขาวโพลน เป็นหมอรักษาทหารมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นการรักษาที่ป่าเถื่อนและวิปริตเช่นนี้มาก่อน นี่มันการแล่เนื้อมนุษย์ชัดๆ!"

มู่หรงอวี้กำด้ามกระบี่แน่น นัยน์ตาหรี่ลงอย่างชั่วร้าย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความริษยาและเคียดแค้น เขารอคอยจังหวะที่หัวใจของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยหยุดเต้น เพื่อที่จะได้ลงดาบตัดหัวนางและประกาศตนขึ้นคุมกองทัพแปดหมื่นนายแทนอย่างชอบธรรม

ทว่าไป๋รั่วซีมิได้สนใจเสียงนกเสียงกา สายตาของนางจดจ่ออยู่เพียงจุดเดียว คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมขึ้นตามไรผมและหน้าผากเนียน ก่อนจะไหลรินลงมาตามลำคอระหงและเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจอันเหน็ดเหนื่อย เสื้อผ้าหยาบหนาที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแนบชิดเนื้อเนียน เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวคอดกิ่วและสะโพกแน่นหนึบอันเย้ายวนชวนสะกดสายตา ทว่าเวลานี้นางคือมัจจุราชผู้กำลังยื้อแย่งชีวิตคนกับเงื้อมมือยมโลก

"ส่งคีมเหล็กปากยาวมา ลนไฟให้แดงแล้วจุ่มลงในสุราเดี๋ยวนี้!" นางออกคำสั่งเสียงเข้ม

เฉินเยี่ยนทำตามอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขายื่นคีมเหล็กที่เย็นตัวลงหลังจุ่มสุราให้นางด้วยมือที่สั่นเทา

ไป๋รั่วซีสูดลมหายใจลึก ปลายนิ้วของนางนิ่งสนิทดั่งหินผา นางค่อยๆ สอดปลายคีมเหล็กเข้าไปในรอยแยกของกล้ามเนื้ออก สัมผัสเข้ากับโคนหัวลูกศรอย่างแผ่วเบา ความยากไม่ได้อยู่ที่แรงดึง แต่อยู่ที่การบิดข้อมือเพื่อปลดเงี่ยงเหล็กไม่ให้เกี่ยวกับผนังหลอดเลือดแดง

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงชีพจรหัวใจของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยเต้นแผ่วเบาอยู่ใต้ฝ่ามือนาง ไป๋รั่วซีใช้มือซ้ายกดตรึงเนื้อเยื่อรอบข้างไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและกล้ามเนื้อที่แน่นหนาของแม่ทัพหนุ่ม ไออุ่นจากร่างกายกำยำของเขาส่งผ่านปลายนิ้วของนางอย่างชัดเจน จากนั้นนางจึงค่อยๆ บิดข้อมือขวาอย่างช้าๆ เพียงหนึ่งในสิบส่วนขององศา เพื่อให้เงี่ยงเหล็กหลุดพ้นจากผนังหลอดเลือดแดง

"ทนให้ได้นะพญามัจจุราช... หากเจ้าตาย ข้าก็ต้องตายไปด้วย!" นางพึมพำในใจ

กริ๊ก!

เสียงเงี่ยงเหล็กหลุดออกจากร่องกระดูกซี่โครงดังก้องในโสตประสาท ไป๋รั่วซีไม่รอช้า นางออกแรงดึงคีมเหล็กถอยหลังอย่างมั่นคง รวดเร็ว และแม่นยำในแนวระนาบ!

ฟึ่บ!

หัวลูกศรเหล็กสามแฉกอาบยาพิษสีดำมะเมี่ยมถูกดึงหลุดออกมาจากแผงอกของแม่ทัพทมิฬได้สำเร็จ!

เลือดสีม่วงคล้ำปนฟองอากาศพุ่งกระเซ็นออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้างามและสาบเสื้อของไป๋รั่วซี ทว่านางไม่มีเวลาแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ด นางโยนคีมและหัวลูกศรลงบนถาดทองเหลืองเสียงดังเคร้ง ก่อนจะใช้นิ้วมือขวากดอุดรอยฉีกขาดของเส้นเลือดฝอยไว้ทันทีเพื่อมิให้เลือดทะลัก

"เข็มเงินและเส้นไหมเหนียว!" นางตะโกนก้อง

เฉินเยี่ยนรีบส่งเข็มเงินโค้งงอที่ร้อยด้วยเส้นไหมเหนียวเส้นเล็กที่สุดให้ ไป๋รั่วซีรับมาแล้วเริ่มลงมือเย็บสมานเนื้อเยื่อภายในอย่างชำนาญ ปลายนิ้วเรียวพริ้วไหวดั่งร่ายรำ นางแทงเข็มผ่านชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ดึงเส้นไหมผูกปมอย่างแน่นหนาและประณีตทีละเข็ม ทีละชั้น จากชั้นลึกสุดข้างเยื่อหุ้มหัวใจ ขยับขึ้นมายังชั้นกล้ามเนื้ออกด้านใน

ภาพการร้อยไหมประสานเนื้อที่งดงามและแม่นยำดั่งงานปักผ้าไหมชั้นสูงทำให้เฉินเยี่ยนและเหล่าทหารที่ยืนดูอยู่รอบเตียงถึงกับอ้าปากค้าง พวกเขาไม่เคยพบเห็นวิชาแพทย์ที่น่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้มาก่อนในชีวิต สตรีชาวบ้านผู้นี้มิใช่คนธรรมดา นางกำลังเย็บร่างมนุษย์ที่แหลกเหลวและใกล้ตายให้กลับมาประสานกันได้อย่างไร้รอยต่อ!

"ตักสุราแรงมาราดล้างแผลเดี๋ยวนี้!" ไป๋รั่วซีสั่งเมื่อเย็บชั้นกล้ามเนื้อในเสร็จสิ้น

"แต่สุราจะทำให้แผลแสบร้อนปานไฟเผา ร่างกายท่านแม่ทัพอาจทนพิษบาดแผลไม่ไหวนะขอรับ!" เฉินเยี่ยนแย้งด้วยความเป็นห่วงนายเหนือหัว

"สุราจะช่วยชำระล้างพิษตกค้างและป้องกันการเน่าเปื่อย หากไม่ล้าง แผลจะเกิดหนองจนเขาตายเพราะไข้พิษ เทลงมาเดี๋ยวนี้ อย่ามัวชักช้า!" นางยืนยันด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและแววตาดุดัน

เฉินเยี่ยนกัดฟันยกไหสุราขึ้นเทราดลงบนรอยแผลที่เย็บไว้ สุราเข้มข้นสัมผัสกับเนื้อสดๆ ส่งเสียงซู่และมีฟองขาวผุดขึ้น ร่างสูงใหญ่ของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เส้นเลือดที่ลำคอและท่อนแขนปูดโปนจนน่ากลัว เหงื่อกาฬไหลโทรมกายจนชุ่มพรมหนังสัตว์ ทว่าเขายังคงขบกรามแน่นแม้ในยามหมดสติ สมกับเป็นพญามัจจุราชผู้ไร้พ่ายแห่งแดนเหนือ

ไป๋รั่วซีไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า นางรีบลงมือเย็บปิดชั้นผิวหนังภายนอกอย่างรวดเร็ว รอยเย็บเรียงตัวกันเป็นระเบียบสวยงามดั่งรอยตะเข็บบนผ้าไหม จากนั้นจึงนำผงสมุนไพรห้ามเลือดที่เตรียมไว้มาพอกทับ แล้วใช้ผ้าขาวสะอาดพันรอบแผงอกหนาของเขาไว้อย่างแน่นหนาและทะนุถนอม

เมื่อเงื่อนผ้าผูกเสร็จสิ้น เสียงหอบหายใจของไป๋รั่วซีก็ดังขึ้น นางยกหลังมือที่เปื้อนคราบเลือดขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากเนียน ลมหายใจอุ่นๆ พ่นออกมาด้วยความเหนื่อยล้าแทบขาดใจ

นางยื่นมือไปแตะที่ลำคอหนาของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยอีกครั้ง ชีพจรที่เคยเต้นรัวแผ่วเบา บัดนี้เริ่มกลับมาเต้นเป็นจังหวะที่หนักแน่น มั่นคง และสม่ำเสมอขึ้น ผิวหนังที่เคยเขียวคล้ำจากพิษร้ายเริ่มมีสีเลือดฝาดจางๆ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะยาวลึก บ่งบอกว่าอันตรายถึงชีวิตได้ผ่านพ้นไปแล้ว

"ชีพจรของเขากลับมาแล้ว..." นางเอ่ยเสียงเบาด้วยความโล่งอก "เขาพ้นขีดอันตรายแล้ว"

เฉินเยี่ยนที่เฝ้ามองอยู่ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียงด้วยความตื้นตัน น้ำตาลูกผู้ชายแทบจะไหลออกมา "ท่านแม่ทัพรอดชีวิตแล้ว... สวรรค์คุ้มครอง! แม่นาง ข้าเฉินเยี่ยนขอคารวะท่านจากใจจริง บุญคุณครั้งนี้กองทัพพยัคฆ์อุดรจะไม่มีวันลืม!"

เหล่าทหารองครักษ์ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาด้วยความเลื่อมใสในตัวสตรีชาวบ้านผู้นี้ ทว่าในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลายลง เสียงเสียดสีของโลหะที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังแหวกลมขึ้นมาอีกครั้ง!

ชิ้ง!

มู่หรงอวี้ชักกระบี่ประจำกายออกมาจนสุดฝัก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอำมหิตและเคียดแค้นเมื่อเห็นว่าแผนการลอบสังหารแม่ทัพใหญ่ต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า เขาสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวไป๋รั่วซีที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่ข้างเตียง

"นังปีศาจ! เจ้าใช้วิชาคุณไสยมนต์ดำอันใดกับท่านแม่ทัพ!" มู่หรงอวี้ตวาดลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "การเอาเหล็กควักหัวใจและการเย็บเนื้อมนุษย์เช่นนี้ มิใช่วิชาแพทย์ของหมอผู้ใดในแผ่นดินต้าเยี่ยน! เจ้าต้องเป็นแม่มดหมอผีที่แคว้นศัตรูส่งมาเพื่อสะกดวิญญาณท่านแม่ทัพเป็นแน่!"

"ท่านรองแม่ทัพมู่หรง! ท่านจะทำอะไร แม่นางเพิ่งช่วยชีวิตท่านแม่ทัพนะขอรับ!" เฉินเยี่ยนลุกขึ้นมาขวางทันทีด้วยความตกใจ

"หลบไปเฉินเยี่ยน! ข้าทำตามกฎทหาร ค่ายศึกแห่งนี้ห้ามมีสตรีแปลกหน้า โดยเฉพาะสตรีที่ใช้วิชานอกรีตเช่นนี้ หากปล่อยมันไว้ มันอาจจะลอบปลิดชีพท่านแม่ทัพในภายหลัง ข้าจะตัดหัวมันเพื่อความปลอดภัยของกองทัพเดี๋ยวนี้!"

มู่หรงอวี้ไม่ฟังคำทัดทาน เขาโคจรลมปราณสะบัดกระบี่ฟันแหวกอากาศ พลังกระบี่อันคมกริบและเย็นเยียบพุ่งตรงมาที่ลำคอระหงของไป๋รั่วซีอย่างหมายเอาชีวิต!

ไป๋รั่วซีเบิกตากว้าง ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการผ่าตัดหนักหน่วงขยับหลบไม่ทัน คมกระบี่สีเงินประกายวาบสะท้อนในแววตาของนางในระยะประชิดเพียงแค่คืบเดียว เสียงหวีดหวิวของคมดาบกรีดผ่านอากาศพร้อมจะตัดศีรษะของนางให้ขาดกระเด็นในชั่วพริบตานี้!

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ผ่าดวงใจแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 5 รอยตีตราบนพรมหนังสัตว์ (NC+)

    "อย่าดิ้น... หากเจ้าขยับอีกเพียงนิดเดียว ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ ตรงนี้!"เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวประดุจเปลวเพลิงที่กำลังเผาผลาญทุกลมหายใจเข้าออก แผ่นอกกว้างกำยำสีทองแดงบดเบียดลงมาทาบทับร่างของไป๋รั่วซีจนแทบจมมิดลงไปในพรมหนังสัตว์หนานุ่ม ข้อมือทั้งสองข้างของนางถูกฝ่ามือหยาบกร้านดั่งคีมเหล็กรวบกดไว้เหนือศีรษะ ร่างกายสูงใหญ่ตระหง่านราวกับภูผาหินทมิฬที่พร้อมจะถล่มลงมาทับนางให้แหลกคามือไป๋รั่วซีเบิกตากว้างในความสลัวรางของกระโจมบัญชาการ แสงเทียนวูบไหวสะท้อนให้เห็นเหงื่อกาฬที่ผุดพรายทั่วขมับและลำคอแกร่งของเฮ่อเหลียนเจวี๋ย นัยน์ตาคู่นั้นที่เคยเยือกเย็นดั่งบึงน้ำแข็งบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ดุดันราวกับพญาเสือโคร่งที่กำลังคลุ้มคลั่งเพราะฤทธิ์ยาพิษ"ท่านแม่ทัพ... ปล่อยข้าก่อน! ท่านกำลังถูกพิษกู่ราคะครอบงำ หากชีพจรเต้นเร็วกว่านี้ แผลที่ขั้วหัวใจที่ข้าเพิ่งเย็บจะปริแตก!" นางพยายามร้องเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้หัวใจในอกจะเต้นระรัวจนแทบกระดอนออกมาข้างนอก"ขั้วหัวใจหรือ..." เฮ่อเหลียนเจวี๋ยกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม ริมฝีปากแห้งผากขยับชิดพวงแก้มเนียนใส กลิ่นอายบุรุษเพศอัน

  • ผ่าดวงใจแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 4 กลิ่นอายพิษกู่ราคะ

    "อึก... ร้อน... ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!"เสียงอุทานหวานใสดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกอันหนักหน่วง ร่างอวบอัดสะคราญโฉมของไป๋รั่วซีถูกกดตรึงจมลึกลงไปบนพรมหนังสัตว์หนานุ่มเบื้องล่าง ร่างกายสูงใหญ่กำยำที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามสีทองแดงกร้านศึกของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยโถมทับลงมาดั่งขุนเขาถล่ม ไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากผิวกายของเขาแผดเผาจนนางรู้สึกราวกับกำลังแนบชิดอยู่กับเตาหลอมเหล็กที่กำลังลุกไหม้ ลมหายใจร้อนผ่าวที่มีกลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดัน ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ และไอพิษอันเข้มข้น เป่ารดรินอยู่ข้างซอกคอขาวระหงจนขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่างแควก!เสียงผ้าฉีกขาดดังแหวกลมหนาวอย่างน่าสะพรึงกลัว ฝ่ามือหนาหยาบกร้านที่ร้อนลวกราวกับคีมไฟของแม่ทัพหนุ่มกระชากเสื้อผ้าฝ้ายหยาบหนาของนางจนขาดวิ่น สาบเสื้อเปิดกว้างออกอย่างไม่อาจต้านทาน เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนละเอียดดั่งหยกหิมะ และเนินอกกลมโตอวบอิ่มล้นมือที่กระเพื่อมไหวรัวเร็วตามจังหวะหายใจอันตื่นตระหนก ยอดปทุมถันสีหวานใต้เอี๊ยมผ้าผืนบางสะท้อนแสงตะเกียงสลัว ขับเน้นให้เรือนร่างของสตรีเจ้าเนื้อดูเย้ายวน ผุดผ่อง และชวนสะกดวิญญาณยิ่งนักในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ"ร้อน... ร้อนเหลือ

  • ผ่าดวงใจแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 3 ข้อตกลงในกระโจมมัจจุราช

    เคร้ง!เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาทจนแก้วหูแทบฉีกขาด ประกายไฟสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ คมกระบี่ของมู่หรงอวี้ที่กำลังจะบั่นคอระหงของไป๋รั่วซีถูกกระแทกเบี่ยงออกไปอย่างรุนแรง ดาบสั้นเล่มหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาราวกับสายฟ้าฟาด ปักลึกทะลุเสาไม้กระโจมบัญชาการไปถึงสามนิ้ว ด้ามดาบยังคงสั่นระริกสะท้อนพลังปราณอันมหาศาล!แรงสะท้อนทำให้มู่หรงอวี้เซถอยหลังไปหลายก้าว มือที่จับกระบี่ชาหนึบจนแทบหลุดจากมือ ทั่วทั้งกระโจมตกอยู่ในความเงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก ทุกสายตาเบิกกว้างหันขวับไปมองยังเตียงหนังสัตว์ตัวใหญ่ร่างสูงใหญ่กำยำของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยที่ควรจะนอนหมดสติอยู่ บัดนี้กลับยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ แม้ผ้าพันแผลสีขาวรอบแผงอกจะมีหยาดโลหิตซึมออกมาเล็กน้อย และใบหน้าคมสันยังคงมีรอยซีดเซียวจากพิษร้าย ทว่าดวงตาสีดำขลับคู่นั้นกลับลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงอำมหิตดั่งพญามัจจุราชที่เพิ่งก้าวข้ามประตูนรกกลับมาสู่โลกมนุษย์รังสีสังหารอันหนักหน่วงและเยียบเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา กดทับจนเหล่าทหารองครักษ์และหมอชราต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดผวา"มู่หรงอวี้..."สุรเสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า ทว่าทรงอ

  • ผ่าดวงใจแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 2 เลือดอุ่นใต้คมกระบี่

    "หุบปากของท่านเสีย แล้วอยู่นิ่งๆ หากยังอยากมีชีวิตตื่นขึ้นมาดูตะวันวันพรุ่งนี้!"เสียงตวาดกร้าวของไป๋รั่วซีดังก้องสะท้อนไปทั่วกระโจมบัญชาการ นางมิได้กะพริบตาหรือแสดงความหวาดหวั่นต่อไอสังหารของพญามัจจุราชแม้แต่น้อย แม้กระดูกข้อมือจะเจ็บร้าวจากแรงบีบมหาศาล ทว่าดวงตากลมโตคู่งามกลับจ้องลึกเข้าไปในแววตาดุร้ายสีเลือดของเฮ่อเหลียนเจวี๋ยอย่างไม่ยอมก้มหัว ความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของสตรีร่างอวบอัดสะกดให้บรรยากาศรอบข้างหยุดชะงักไปชั่วขณะก่อนที่แม่ทัพหนุ่มจะได้เอ่ยคำข่มขวัญใดออกมาอีก นิ้วเรียวขาวผ่องข้างซ้ายของนางก็ตวัดวูบดั่งสายฟ้าแลบ ปลายนิ้วทั้งสามกดกระแทกลงบนจุดชีพจรใหญ่ใต้ไหปลาร้าและข้างลำคอของเขาอย่างแม่นยำและหนักหน่วง การลงน้ำหนักอันชาญฉลาดส่งผลให้กระแสโลหิตที่พุ่งพล่านชะลอตัวลงในพริบตา!"อั่ก..."เฮ่อเหลียนเจวี๋ยสำลักลมหายใจออกมาคำหนึ่ง พิษร้ายที่แล่นพล่านบวกกับแรงกดจุดสกัดชีพจรอย่างเชี่ยวชาญทำให้ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของเขาพร่าเลือน แรงบีบที่ข้อมือนางคลายออกทันที นิ้วมือหนาหยาบกร้านตกลงข้างลำตัว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำจะทิ้งศีรษะลงบนหมอนหนังสัตว์อย่างหมดสติ ลมหายใจกลับมาแผ่ว

  • ผ่าดวงใจแม่ทัพทมิฬ   บทที่ 1 คมมีดแรกกลางแดนประหาร

    บทที่ 1 คมมีดแรกกลางแดนประหาร"ลากนางแพศยาไส้ศึกผู้นี้ออกไปตัดหัวเซ่นธงรบเดี๋ยวนี้!"เสียงคำรามกึกก้องปานฟ้าผ่าฉีกกระชากสติสัมปชัญญะของไป๋รั่วซีให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด ความเจ็บปวดแปลบแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกท่อนถูกบดขยี้ ข้อมือทั้งสองข้างถูกเชือกป่านเส้นหนาเสียดสีจนแสบร้อน ผิวเนื้ออ่อนนุ่มส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ นางลืมตาขึ้นพบว่าตนเองกำลังคุกเข่าอยู่บนผืนดินแข็งกระด้างที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าทหารร่างกำยำในชุดเกราะเหล็กสีดำทมิฬ คมกระบี่วาววับนับสิบเล่มชี้ตรงมาที่ลำคอระหงของนางอย่างไม่ปรานีความทรงจำสุดท้ายของนางคือห้องผ่าตัดฉุกเฉินอันสว่างไสว เสียงสัญญาณชีพจรที่ดังถี่รัว และแรงกระแทกจากอุบัติเหตุรถบรรทุกชนประสานงา ทว่าในชั่วพริบตาต่อมา วิญญาณของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหัวใจและทรวงอกมือหนึ่งกลับถูกกระชากมาสิงสู่อยู่ในร่างของสตรีชาวบ้านผู้หนึ่ง ร่างกายนี้มิได้ผอมแห้ง แต่กลับมีทรวดทรงอวบอัดเย้ายวน อกอิ่มตึงแน่นเบียดชิดใต้สาบเสื้อผ้าฝ้ายหยาบหนา เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายแน่นหนึบ ทว่าเวลานี้นางกลับตกอยู่ในฐานะเชลยศึกที่กำลังจะถูกบั่นคอโดยไร้ความผิด"ช้าก่อนท่

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status