ฝ่าบาท อย่ามาคลั่งรักหม่อมฉัน

ฝ่าบาท อย่ามาคลั่งรักหม่อมฉัน

last updateآخر تحديث : 2025-02-28
بواسطة:  Ai Chi Tudouمكتمل
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
13فصول
758وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ซูเหยียนสตรีที่ถูกฮ่องเต้หลงลืม อยู่ในวังหลวงมาหลายปีก็ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน เจอกันครั้งแรก ฮ่องเต้ก็จับนางอุ่นเตียงทันที ทั้งที่ไม่รู้ว่านางคือใคร

عرض المزيد

الفصل الأول

ครั้งแรกที่ได้ดูหนังสด

“ตรงนี้เย็นสบายดีจัง”

ซูเหยียน สตรีวัยสิบแปดปี ใบหน้ารูปแตง ดวงตากลมโต ริมฝีปากอวบอิ่ม เรือนร่างทั้งหน้าอกและสะโพกล้วนโค้งนูนยั่วยวนชวนให้หลงใหล นางหาที่ริมสระน้ำแล้วหย่อนตัวลงนั่งพักผ่อน

         ซูเหยียนเป็นสตรีที่ฮ่องเต้ทรงเพิกเฉยไม่สนพระทัย นางเข้าวังมาตั้งแต่อายุยังน้อย สิบสี่ขวบปีตระกูลซูส่งนางเข้าวังหลวงเพื่อให้รออภิเษกและแต่งตั้งเป็นฮองเฮา แต่เข้าวังได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ฮ่องเต้ก็เกิดไม่พอพระทัยสกุลซู คนในตระกูลของนางที่รับราชการถูกลดขั้นและไปทำงานต่างเมือง ส่งผลให้คนอื่นๆ ในครอบครัวต้องย้ายตามจนไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในเมืองหลวง

         ส่วนตัวนางนั้นถูกส่งมาอยู่แปลงผักในเขตพระราชฐาน ขนาดตำหนักเย็นยังไม่ได้อยู่ ที่ตำหนักเย็นนั่นฮ่องเต้ให้เฉพาะสตรีที่เคยปรนนิบัติแล้วอยู่เท่านั้น นางจึงกลายเป็นสตรีตำแหน่งต่ำต้อยต้องมาคอยปลูกผัก ผักเหล่านี้ปลูกจากเมล็ดพันธุ์ที่เป็นของบรรณาการจากต่างแคว้น เมื่อได้ผลผลิตออกมาก็ถูกส่งให้ฮ่องเต้และบรรดาเชื้อพระวงศ์รวมถึงเหล่านางสนมขั้นสูงในวัง

         แต่ด้วยความดื้อรั้นของซูเหยียน ผักทั้งหมดที่เพาะปลูกได้นั้นมีหรือจะถูกส่งเข้าครัวหลวงทั้งหมด แน่นอนว่านางต้องเก็บไว้กินเองส่วนหนึ่ง และแบ่งให้ผู้ที่สนิทสนมอีกส่วนหนึ่ง

         แม้ไม่ใช่จำนวนน้อย แต่ก็ไม่ได้มากจนทำให้ผู้ตรวจรับเกิดความสงสัย

         เวลาหลักของซูเหยียนนอกจากปลูกผัก หัดทำอาหารแล้ว นางยังฝึกวิทยายุทธ์วิชาที่เคยร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่ได้เก่งฉกาจเท่ากับคนที่มีอาวุธครบครัน แต่ก็ทำให้นางมีแรงและพลังเยอะกว่าสตรีหรือบุรุษทั่วไป สามารถปกป้องตนเองให้ปลอดภัยได้

         “แม่นางซู” เข่อถิง บุรุษวัยละอ่อนคนหนึ่งเดินมาหานางด้วยท่าทางคล่องแคล่ว

“เจ้าต้องส่งมะเขือเทศสองตะกร้าภายในวันพรุ่งนี้นะ ฝ่าบาทจะแต่งตั้งกุ้ยเฟย ในครัวจึงจะทำอาหารถวาย”

         เข่อถิงช่วยงานในครัวหลวงมาได้สองปีแล้ว เขาจึงคุ้นเคยกับซูเหยียนเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ประวัติของซูเหยียน ไม่รู้ว่านางเข้าวังมาทำงานด้วยวิธีใด

“ได้สิ” ซูเหยียนตอบรับ ตั้งแต่นางอยู่ที่นี่ เวลาฮ่องเต้รับนางสนมแต่ละครั้ง ก็จะเอาใจโดยให้ครัวหลวงปรุงอาหารที่ใช้วัตถุดิบชั้นยอดภายในวัง พืชผักแปลกๆ ที่หาซื้อไม่ได้ตามตลาดจึงเป็นวัตถุดิบแรกที่ถูกเลือกใช้

เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเหยียนจึงรีบเก็บมะเขือเทศจนเต็มสองตะกร้า เก็บเสร็จนางก็วิ่งซอกแซกตามทางเดินด้วยความคล่องแคล่วเพื่อนำมะเขือเทศนั้นไปส่งยังฝ่ายเก็บเสบียงของครัวหลวงที่อยู่ไม่ไกลจากสวนผักมากนัก

ส่งผักเสร็จแล้ว ซูเหยียนจึงถือโอกาสแอบออกนอกวังทางด้านหลังฝั่งป่าไผ่ ประตูวังทางด้านนี้การคุ้มกันของทหารไม่แน่นหนา เพราะว่าด้านในบริเวณป่าไผ่แทบไม่มีผู้ใดเดินผ่าน ส่วนด้านนอกนั้นออกไปก็จะเป็นคูน้ำ ข้ามคูน้ำได้ถึงจะเป็นชุมชนเล็กๆ ที่ผู้คนยากไร้อาศัยอยู่

นางเดินผ่านป่าไผ่ไปจนถึงศาลาหลังน้อย ศาลาหลังนี้บางครั้งซูเหยียนก็มานั่งเล่นนอนเล่นบ้าง บางครั้งก็เอาของกินมาแอบกินไม่ให้ผู้ใดเห็น

ขณะที่ซูเหยียนกำลังจะผ่านศาลา ก็ได้ยินเสียงครวญครางของสตรี นางจึงเข้าไปแอบมองด้วยความสนใจ

เห็นสตรีเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ด้านบนถูกดึงลงมาจนเห็นหน้าอกอวบอิ่มทั้งสองเต้า ด้านล่างนั้นก็ถูกแหวกออกจนมองเห็นแก่นกายของบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังกำลังผลุบเข้าผลุบออกช่องรักฉ่ำหวาน

เสียงกระทบกันของเนื้อหนังกระทบโสตประสาท เป็นเสียงที่ทำให้คนฟังต้องหยุดฝีเท้ากันแทบทุกคน

ซูเหยียนยืนจ้องภาพที่เห็นอย่างลืมตัว นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ดูหนังสด ปกติเวลาแอบออกนอกวังหลวงก็มักจะได้ยินพวกสตรีน้อยแอบกระซิบกระซาบถึงเรื่องนี้กันบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกสนใจใคร่รู้แต่อย่างใด คิดไม่ถึงว่าของจริงจะกระตุ้นอารมณ์ได้เช่นนี้

หากข้าแต่งงานก็ต้องทำอย่างนี้เหมือนกันสินะ ซูเหยียนจดจำภาพกลีบดอกไม้ที่ดูอ่อนนุ่มดูดกลืนแก่นกายใหญ่ ยิ่งท่อนใหญ่เข้าออกเร็วและแรงขึ้น สตรีก็ยิ่งร้องครางเสียงหลง

เสียงนางช่างฟังดูมีความสุขและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

แต่เหมือนว่ามีความสุขมากกว่านะ

มิน่าล่ะ ฮ่องเต้เจ้าสำราญนั่นถึงรับสนมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คงชอบกลิ่นใหม่ ถึงได้เปลี่ยนไปเรื่อย

คิดถึงฮ่องเต้ที่ไม่เคยได้เห็นหน้า แม้ว่าซูเหยียนจะได้ชื่อว่าเป็นสตรีของเขา แต่นางก็ไม่สนใจอะไรแล้ว เวลานี้หากพบบุรุษที่ถูกใจ นางก็กล้าที่จะหนีออกนอกวังแล้วพาบุรุษคนดังกล่าวหนีไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว

คิดว่าแม้นางหนีออกไปแต่งงานมีลูก ฮ่องเต้ก็คงไม่รู้ว่าสตรีที่ปลูกผักหลังวังหายตัวไป

แค่คนปลูกผัก หายไปก็หามาใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาใส่ใจ

         ส่วนที่นางเป็นสตรีของฮ่องเต้ เฮอะ สตรีคนเดียว หน้าตาก็ไม่เคยเห็น แค่เลือกวันหนี วันที่เขารับสนมเข้าวังนั่นแหละ ของใหม่สดอร่อย เขาก็ย่อมต้องขลุกอยู่กับสนมทั้งวันอยู่แล้ว ไหนเลยจะมีเวลาสนใจผู้หญิงเช่นนาง

         ซูเหยียนคิดในใจไปเรื่อยเปื่อย นางหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงของบุรุษผู้ที่กำลังขยับบั้นเอวต่อเนื่อง

         “กุ้ยเฟยยังคงตอบสนองดีเหมือนเดิมเลยพะย่ะค่ะ หากเปรียบกับรสชาติอาหารก็เป็นรสชาติเผ็ดจัดจ้าน ทำให้คนกินติดใจจนอยากกินซ้ำๆ”

         “อื้ม เจ้านี่ก็ยังปากหวานเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” สตรีนางนั้นตอบก่อนครางออกมา

         กุ้ยเฟย เอ๊ะ ในวังนี้มีกุ้ยเฟยตำแหน่งเดียวไม่ใช่หรือ ตอนนี้ฮ่องเต้ยังไม่แต่งตั้งฮองเฮากับหวงกุ้ยเฟย ส่วนกุ้ยเฟยนั้นก็จะแต่งตั้งในวันนี้ หืม หากนางคือกุ้ยเฟย แสดงว่าฮ่องเต้ก็ถูกสวมหมวกเขียวสินะ

         ไม่ได้ๆ เรื่องนี้ข้าจะไม่ยุ่ง

         ซูเหยียนเริ่มหายใจติดขัดเมื่อรู้ข่าวคาวในวังหลวง แต่รับรองได้ว่านางจะไม่ปริปากแพร่งพรายออกไปแน่นอน ไม่ใช่เพราะกลัวอิทธิพลหรอก แต่เพราะกลัวฮ่องเต้จะจำได้ว่าเขาเคยส่งสตรีมาปลูกผักต่างหากล่ะ

         คิดดังนั้น เท้าเรียวก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางย่องไปทางอื่นเพื่อออกนอกกำแพงวังหลวง

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
13 فصول
ครั้งแรกที่ได้ดูหนังสด
“ตรงนี้เย็นสบายดีจัง”ซูเหยียน สตรีวัยสิบแปดปี ใบหน้ารูปแตง ดวงตากลมโต ริมฝีปากอวบอิ่ม เรือนร่างทั้งหน้าอกและสะโพกล้วนโค้งนูนยั่วยวนชวนให้หลงใหล นางหาที่ริมสระน้ำแล้วหย่อนตัวลงนั่งพักผ่อน ซูเหยียนเป็นสตรีที่ฮ่องเต้ทรงเพิกเฉยไม่สนพระทัย นางเข้าวังมาตั้งแต่อายุยังน้อย สิบสี่ขวบปีตระกูลซูส่งนางเข้าวังหลวงเพื่อให้รออภิเษกและแต่งตั้งเป็นฮองเฮา แต่เข้าวังได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ฮ่องเต้ก็เกิดไม่พอพระทัยสกุลซู คนในตระกูลของนางที่รับราชการถูกลดขั้นและไปทำงานต่างเมือง ส่งผลให้คนอื่นๆ ในครอบครัวต้องย้ายตามจนไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในเมืองหลวง ส่วนตัวนางนั้นถูกส่งมาอยู่แปลงผักในเขตพระราชฐาน ขนาดตำหนักเย็นยังไม่ได้อยู่ ที่ตำหนักเย็นนั่นฮ่องเต้ให้เฉพาะสตรีที่เคยปรนนิบัติแล้วอยู่เท่านั้น นางจึงกลายเป็นสตรีตำแหน่งต่ำต้อยต้องมาคอยปลูกผัก ผักเหล่านี้ปลูกจากเมล็ดพันธุ์ที่เป็นของบรรณาการจากต่างแคว้น เมื่อได้ผลผลิตออกมาก็ถูกส่งให้ฮ่องเต้และบรรดาเชื้อพระวงศ์รวมถึงเหล่านางสนมขั้นสูงในวัง แต่ด้วยความดื้อรั้นของซูเหยียน ผักทั้งหมดที่เพาะปลูกได้นั้นมีหรือจะถูกส่งเข้าครัวหลวงทั้งหมด แน่นอนว่าน
اقرأ المزيد
คนแปลกหน้า
กำแพงวังหลวงที่สูงท่วมหัว หากไม่ใช่ผู้ที่มีวรยุทธสูงส่งก็ยากมากที่จะกระโดดข้ามได้ แต่ซูเหยียนที่พอมีพื้นฐานวรยุทธ ทั้งยังรู้เรื่องวังหลวงอย่างดี นางกระโดดจับไม้ไผ่จากต้นเตี้ยแล้วไล่ระดับไปที่ต้นสูง สุดท้ายก็กระโดดไปที่ขอบกำแพง ภายนอกกำแพงวังหลวงบริเวณนี้มีแผ่นไม้ขนาดเล็กติดไว้เป็นขั้นบันได คล้ายกับที่วัดส่วนสูงบนผนัง แต่ใช้วัดระดับน้ำคูเมือง หากสูงถึงสีแดงก็เตรียมตัวอพยพออกจากวังหลวงได้เลยซูเหยียนที่อยู่บนขอบกำแพงวังหลวงค่อยๆ ไต่แผ่นไม้วัดระดับน้ำลงมาทีละขั้น ใกล้ถึงด้านล่างก็หยิบท่อนไม้ที่วางซุกพิงกำแพงมาวางพาดข้ามคูน้ำ จากนั้นก็เดินบนท่อนไม้ข้ามคูน้ำอย่างช่ำชอง กว่าจะออกนอกวังหลวงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนทั่วไป ซูเหยียนต้องใช้เวลาเกือบปีถึงคิดวิธีนี้ได้นางดึงท่อนไม้มาวางซ่อนใต้น้ำอีกด้านของคูน้ำ แล้วก็มุ่งหน้าไปยังชุมชนเล็กๆ ที่คนยากไร้อยู่ นางมาที่นี่บ่อยครั้ง ส่วนมากก็นำผักผลไม้มาให้พวกเขา บางครั้งก็แอบนอนสักหนึ่งคืนแล้วค่อยกลับ การมาที่นี่ทำให้นางไม่เหงาจนคิดถึงครอบครัวมากเกินไปชาวบ้านที่นี่ต่างรักและเอ็นดูนาง พวกเขาถึงขั้นสร้างบ้านหลังเล็กไว้ให้ใกล้ๆ กับคูน้ำบริเวณที่นางข้ามม
اقرأ المزيد
สรรพคุณของยา
ขณะที่บุรุษยุ่งวุ่นวายตรงหน้าอกอวบทั้งสองเต้า มือหนาก็เลื่อนลงล่างไปแหวกชุดของสตรีออกแล้วดึงกางเกงทุกชิ้นจนออกมากองที่เข่า จากนั้นนิ้วเท้าของเขาก็รับช่วงต่อ เขี่ยจากเข่าลงไปจนหลุดออกจากปลายเท้า เมื่อไม่มีอาภรณ์ปกปิดช่วงล่าง ฝ่ามือหนาของบุรุษก็ตรงเข้าไปขยำเนินเนื้อนุ่ม นิ้วโป้งคลึงเกสรดอกไม้ด้านล่าง นิ้วชี้กับกลางก็ค่อยๆ แหวกช่องรักแล้วแหย่เข้าไปช้าๆ อืม มันช่างนุ่ม ชุ่มชื้นและอุ่นเสียจริง ถ้าได้ลองยัดของจริงเข้าไปคงจะสบายตัวกว่านี้ สบายตรงส่วนนั้นน่ะ บุรุษคิดพร้อมขยับนิ้วมือเข้าออกโพรงเนื้อนุ่ม ซูเหยียนเมื่อถูกนิ้วแกร่งแยงเข้าออกช่องทางรัก นางก็หลับตาสูดปากเคลิบเคลิ้ม เพิ่งเคยรู้ว่าการถูกล่วงล้ำช่างเสียวซ่านเหลือเกิน มิน่าล่ะ ใครๆ ก็ชอบกัน นิ้วร้ายแยงเข้าออกพร้อมทั้งคลึงจุดเสียว ไม่นานนักซูเหยียนก็เสียวจนรู้สึกว่าน้ำในร่างกายไหลลงมารวมกันอยู่ที่ท้องน้อย และพร้อมจะออกสู่นอกร่างกายได้ทุกเมื่อ นางส่งเสียงครางถี่ขึ้นกว่าเดิม บุรุษจึงต้องถอนริมฝีปากจากเต้าอวบมาประกบปิดปากของหญิงสาว เสียงดังเกินไปเดี๋ยวชาวบ้านคนอื่นจะตื
اقرأ المزيد
ความง่วงเป็นเหตุ
กลางดึกคืนนั้นเอง จ้าวอิ้งฉางสวมฉลองพระองค์สีดำล้วน เขาออกจากตำหนักหมิงเหอโดยไม่ให้ผู้ใดพบเจอบุรุษเลือกเส้นทางลัดเพื่อไปทางป่าไผ่ จากนั้นก็กระโดดข้ามกำแพงวังอย่างง่ายดายทุกอย่างช่างรวดเร็ว ทว่าในใจของบุรุษอยากให้ทุกอย่างช้าลงเขากลัวว่าหากเจอสตรีคนเมื่อวาน แล้วถ้าความเป็นชายของเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ตนเองควรจะทำอย่างไรดีเพราะตอนนี้ปัญหาตรงส่วนนั้นและการมีบุตรล้วนฝากไว้ที่นาง หวังว่านางจะช่วยเขาคลี่คลายสถานการณ์ได้จ้าวอิ้งฉางรวบรวมความมั่นใจ ก้าวเท้าไปทางบ้านหลังเล็กริมคูน้ำ เมื่อไปถึงก็พบว่าบ้านนั้นมืดสนิท ไม่มีแสงไฟลอดออกมา และก็ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เขาเดินดูรอบบ้านก็ได้แต่ขมวดคิ้วงุนงง สตรีนางนั้นถึงขั้นหอบผ้าหอบผ่อนหนีเขาไป หรือเพราะเขาไม่เอาไหน พานางขึ้นสวรรค์ไม่ได้ นางจึงไม่อยากไปต่อกับเขาคิดไปคิดมาเขาก็กลับวังด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่าน ........บ้านหลังเล็กในแปลงผักหลังวังซูเหยียนถูกปลุกขึ้นมากลางดึก เพราะเข่อถิงบอกว่าฝ่าบาทต้องการเสวยผักสดๆ จากต้นนางงัวเงียตื่น บิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วก็บ่นไม่หยุด “ใครเขาเก็บผักเวลานี้กัน ผักในครัวสดไม่พอหรืออย่างไร” สตรีเด
اقرأ المزيد
เข้าได้นิดหน่อย
จ้าวอิ้งฉางใช้มือหนาดันต้นขาขาวของสตรีให้ยกสูงและกว้างขึ้น จากนั้นก้มหน้าเข้าซอกระหว่างขาของสตรี จมูกโด่งแตะที่เนินเนื้อนุ่มแล้วแลบลิ้นเลียกลีบดอกไม้ที่ขนาบร่องฉ่ำทั้งสองข้าง มือข้างหนึ่งก็ยื่นนิ้วเรียวคลึงติ่งเกสรนูนที่เริ่มโผล่ยื่นออกมาทักทาย“อื้ม อ้า”สตรีที่หลับลึกส่งเสียงครางหวานให้ใจบุรุษหวั่นไหว เขาอยากจะทำขั้นตอนต่อไปเร็วๆ แล้วแต่ก็ต้องข่มกลั้นเอาไว้ จับเรียวขาขาวพาดบ่าของตน แล้วใช้ลิ้นชิมความหวานส่วนล่างของสตรีอย่างพิถีพิถันอืม มันก็นุ่ม เพลินและถูกปากดีนะจิ้วอิ้งฉางพอได้ลองสัมผัสก็เริ่มติดใจ เขาตวัดลิ้นร้อนขึ้นลงและสอดเข้าร่องที่ชุ่มฉ่ำ ริมฝีปากก็ดูดเม้มเนื้อนุ่มเป็นระยะ ทำให้สตรีใต้ร่างแอ่นสะโพกสูงขึ้นราวกับต้องการให้เขากินถนัดกว่าเดิมใช้เวลาประมาณหนึ่งถ้วยน้ำชา ร่างอวบอัดก็เริ่มกระตุกเกร็ง น้ำหวานไหลออกมาจากช่องทางรัก เขาจึงช่วยเลียทำความสะอาดอย่างไม่รังเกียจหลังจากนั้นบุรุษก็เปลี่ยนท่าทางของตน เขานั่งคุกเข่าแล้วดันโคนขาสตรียกสูงอีกครั้ง อีกทั้งยังจับกางออกจนกลีบเนื้ออ้าออก เห็นปากทางเข้าโพรงรักเขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ สูดลมหายใจเข้าจนลึก มังกรตัวใหญ่ยาวด้านล่างเริ่มขยับ
اقرأ المزيد
พามาเป็นเมียเก็บ
“นี่ท่านจะพาข้าไปไหน”ซูเหยียนดิ้นรนขัดขืนในอ้อมแขนแกร่งของจ้าวอิ้งฉาง นางอุตส่าห์หาที่หลบซ่อนตัวได้แล้ว ดันมาเจอคนที่ตนเองหนีหน้าเสียง่ายๆ “ไม่ต้องดิ้นแล้ว เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก”จ้าวอิ้งฉางเอ่ยเสียงเข้ม เขายังคิดหาที่ดีๆ พานางไปหลบซ่อนตัวไม่ได้ จะพาเข้าวังโดยที่นางสถานะเป็นแม่หม้าย คงถูกบรรดาสนมในวังเล่นงาน และถ้าเกิดเล็ดลอดเข้าหูของขุนนางบางคน เขาคงถูกถวายฎีกาให้เลิกข้องเกี่ยวกับนาง “สามีเจ้าตายไปกี่ปีแล้ว”จ้าวอิ้งฉางวางซูเหยียนบนรถม้า ต้องเริ่มวางแผนนำสตรีนางนี้เข้าวังอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม ซูเหยียนกรอกตาครุ่นคิดรวดเร็ว “สองปี ข้ายังต้องไว้ทุกข์” นางโกหกเพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำเรื่องน่าอายกับบุรุษผู้นี้อีก “เกินครึ่งปีก็พอแล้ว” จ้าวอิ้งฉางกล่าวเสียงเรียบ เขาคิดว่าสตรีที่แต่งงานแต่ไม่ได้มีอะไรกับสามี ก็เหมือนไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกัน ที่มีปัญหาก็แค่ครอบครัวของทั้งสองฝ่าย เห็นทีกลับวังไปเขาต้องออกราชโองการ ปล่อยสตรีหม้ายทุกคนที่สามีเสียชีวิตเกินหนึ่งปีสามารถเป็นอิสระจากตระกูลสามีและแต่งงานใหม่ได้ จากน
اقرأ المزيد
สำเร็จลุล่วง
“เสียงร้องครางเช่นนี้เด็ดเสียจริง ทำเอาข้าอยากไปส่งเสียงให้กำลังใจถึงภายในห้อง”จินเผยนั่งโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลเรือนนอน เมื่อได้ยินเสียงก็รู้สึกคึกคักอยากโห่ร้องเสียงดัง อีกใจก็อยากเข้าไปชี้แนะอย่างละเอียดยิบที่ข้างเตียง เห็นเขาหน้าตาหงิมๆ ดูเรียบร้อย ทว่าตั้งแต่ศึกษาเรื่องอย่างว่าพร้อมกับจ้าวอิ้งฉาง เขาก็ลองใช้ทฤษฎีปฏิบัติกับนางคณิกา เมื่อค้นพบว่าสุขสม ล่องลอยและสบายตัว เขาจึงไปหอนางโลมเพื่อทบทวนทักษะนี้อยู่เป็นประจำ อนาคตฮูหยินของเขาต้องติดใจร้องขอไม่หยุดปากแน่นอน ........ ร่างของสตรีกระตุกเกร็ง ท่อนล่างตอดรัดนิ้วเรียวตุบๆ แถมยังหลั่งน้ำใสชโลมนิ้วจนสตรีต้องหลบสายตาของบุรุษที่จ้องมองใบหน้านางด้วยความพอใจ ใช้แค่นิ้วก็ส่งนางขึ้นสวรรค์ได้แล้ว เขานี้เก่งกาจเสียจริง บุรุษมองสายตาเย้ายวนของสตรี จากนั้นก็ลงมือในขั้นตอนถัดไป ลงลิ้นให้สะโพกนางร่อนไปมา โลมเลียให้นางเสียวซ่านร้องครางลั่นห้อง เขาก้มหน้าลงให้จมูกและปากประทับลงบนร่องรักที่ยังเปียกชุ่ม ลิ้นร้อนตวัดเลียความหวานบนกลีบเนื้อแล้วสลับแหย่ร่องรักพร
اقرأ المزيد
ถูกสืบข่าว
“ฝ่าบาท เกิดเรื่องแล้วพะย่ะ” หยางกงกงเอ่ยขึ้น สายตามองจ้าวอิ้งฉางเป็นคนแรกก่อนหันมองที่จินเผย “พูดมาเถอะ เขาฟังได้”จ้าวอิ้งฉางกล่าวเสียงราบเรียบ เขากับจินเผยสนิทกันมาก หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายระดับบิดามารดาถือมีดไล่ฟันกันด้วยเรื่องชู้สาวก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังกัน เรื่องนี้หยางกงกงก็รู้ดี เพียงแต่ต้องการคำรับรองจากจ้าวอิ้งฉาง “กุ้ยเฟยทรงตั้งครรภ์พะย่ะค่ะ อายุครรภ์ประมาณสามเดือน” หยางกงกงกราบทูล สายตาหลุบต่ำรอการตัดสินใจ “กุ้ยเฟยตั้งครรภ์หรือ กับใครกัน”จินเผยขมวดคิ้วสีหน้าสงสัย กุ้ยเฟยเพิ่งถูกแต่งตั้งได้ตำแหน่งไม่นาน จ้าวอิ้งฉางก็ไม่เคยไปหานาง ที่สำคัญก็คือ ถึงไปหาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แล้วนางจะท้องได้อย่างไรหากไม่ใช่เพราะบุรุษอื่นช่วยทำแทน ทั้งหยางกงกงและจินเผยลอบมองจ้าวอิ้งฉาง พวกเขาคิดว่าจ้าวอิ้งฉางคงโกรธเกรี้ยวเพราะตนเองถูกสวมหมวกเขียว กลับกลายเป็นว่าจ้าวอิ้งฉางพูดน้ำเสียงปกติไม่มีคลื่นอารมณ์ใดเจือปน “ปลดนางออกจากตำแหน่งกุ้ยเฟย ส่งนางกลับสกุลเดิม อ่อ หาตัวพ่อเด็กมารับผิดชอบภายในเวลาห้าวัน”
اقرأ المزيد
ส่งกลับบ้าน
ช่วงสายของอีกวันขณะที่ซูเหยียนกำลังกินอาหารเช้าในสวนหย่อมอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงพ่อบ้านกับคนงานสกุลซูพูดคุยกันน้ำเสียงกังวลใจ“คุณหนูรองไม่เห็นกลับจวนเลย ไหนว่าฝ่าบาทปลดนางสนมทุกคน และส่งตัวออกนอกวังแล้ว”ซูเหยียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เริ่มเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนางได้รับอิสระแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นอิสระจริงๆ นางยังต้องกลับจวนสกุลซู กลับไปหาครอบครัว ทว่าตอนนี้นางมีบุรุษคนหนึ่งข้างกาย ทั้งยังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งโดยที่ยังไม่ได้แต่งงานกันจะทำอย่างไรดี จะบอกแต่ละฝ่ายอย่างไรเรื่องที่นางเคยเป็นสตรีของฮ่องเต้สุดท้ายต้าอิ้งก็ต้องรู้อยู่ดีสตรีรีบกินข้าวจนอิ่มแล้วกลับเรือนไปคิดหาทางออกอย่างแรกก็คือ จะไปจวนสกุลซูด้านข้างอย่างไร ในเมื่อคนของจ้าวอิ้งฉางคอยจับตามองเวลาที่นางป้วนเปี้ยนพยายามปีนออกนอกกำแพงจวนระหว่างที่ซูเหยียนเดินวนไปเวียนมาภายในเรือนอยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากดังขึ้น นางแง้มประตูออกดูก็เห็นบุรุษเรือนกายสูงใหญ่ ตรงกลางเป็นสตรีวัยกลางคนที่มีใบหน้าคุ้นตาไทเฮา“ข้าจะพูดคุยกับแม่นางคนนี้ตามลำพัง พวกเจ้าออกไปให้หมด”ไทเฮาสั่งทั้งกงกง องครักษ์ของตนเองและองครักษ์
اقرأ المزيد
ราชโองการ
มู่จิงหนิงเห็นท่าทางของซูหลีก็เกิดอาการไม่พอใจ นางยอมลดตัวเป็นคู่หมั้นของคนสกุลซูก็ดีเท่าไหร่แล้ว ใครๆ ต่างก็รู้ว่าสกุลซูเพิ่งย้ายมาอยู่ที่เมืองหนานได้เพียงห้าปี นายท่านแต่ละคนเป็นขุนนางที่ถูกลดขั้นมาจากเมืองหลวงสกุลดังแต่ไม่เป็นที่โปรดปราน ลูกหลานจะได้ดิบได้ดีแค่ไหนเชียวตอนนี้หลินจื่อตี๋ คู่หมั้นของซูโหย่วผู้ซึ่งเป็นพี่ชายของซูเหยียนออกไปท่องเที่ยวต่างเมือง มู่จิงหนิงจึงข่มใจรอให้นางกลับมาเสียก่อน แล้วค่อยชวนมาต้อนรับซูเหยียนกลับจวนสตรีที่ถูกบุรุษปฏิเสธ น่าอับอายอย่างมาก มู่จิงหนิงอยากจะทำให้ซูเหยียนรู้บ้างว่านางไม่ใช่คนที่จะเมินใส่ได้ง่ายๆ........ซูเหยียนเข้ามาภายในจวนท่ามกลางสายาตาแปลกประหลาดของบ่าวรับใช้ แต่เมื่อเดินใกล้เรือนหลักก็มีพ่อบ้านเก่าแก่ของสกุลซูวิ่งเข้ามาทักทายนางสีหน้าดีใจ“คุณหนูรองกลับมาแล้ว”“พ่อบ้านหมี่” ซูเหยียนยิ้มตอบ นางกวาดสายตาสำรวจเขาแล้วกล่าว “ท่านยังดูแข็งแรงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”“คุณหนูรองชมเกินไปแล้ว พวกนายท่านอยู่ด้านใน เชิญคุณหนูเข้าไปเถอะ”ซูเหยียนพยักหน้ารับ นางก้าวเท้าเข้าเรือนหลัก เรือนนี้เป็นเรือนที่ใช้พูดคุยพร้อมหน้าพร้อมตาของคนในตระกูล รวมถึ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status