หน้าหลัก / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “เกือบถูกตุ๋นเป็นยาโด๊ป!”

แชร์

“เกือบถูกตุ๋นเป็นยาโด๊ป!”

ผู้เขียน: ChengXiang.C
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-16 13:35:57

ความรู้สึกเคว้งคว้างกลางอากาศพร้อมกับแรงดึงที่หนังคอทำเอา 'ไป๋ซิน' สติแทบหลุด ขาสั้นป้อมทั้งสี่ข้างปัดป่ายไปมาอย่างไร้ทิศทาง ภาพของฮ่องเต้ 'เย่จวินเหยียน' ที่จ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก

เย่จวินเหยียนชูร่างของนางขึ้นสูงจนสายตาอยู่ในระดับเดียวกัน กลิ่นอายมังกรที่แผ่ออกมาจากตัวเขาช่างกดดันจนไป๋ซินรู้สึกเหมือนถูกภูเขาหิมาลัยทับอก ขนสีขาวที่เคยนุ่มฟูบัดนี้ตั้งชันด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

"เจ้าก้อนขนบังอาจตัวนี้...นอกจากขโมยของวิเศษของข้าแล้ว ยังกล้าทำแครอทเลอะรองเท้าข้าอีกหรือ"

น้ำเสียงทุ้มต่ำของเย่จวินเหยียนสั่นประสาทนางจนหูยาวๆ ทั้งสองข้างลู่ตกลงแนบหัว ไป๋ซินที่กำลังสติกระเจิงเพราะความตายจ่อคอหอยเกิดอาการลนลาน นางพยายามดิ้นรนสุดชีวิต ขาสั้นๆ ที่ดูเหมือนมังคุดสีขาวตะเกียกตะกายอากาศอย่างบ้าคลั่ง และในจังหวะที่เย่จวินเหยียนดึงนางเข้าไปใกล้เพื่อจะพิจารณา 'ไอ้ตัวประหลาด' ให้ชัดๆ นั่นเอง...

ปึ้ก!

อุ้งเท้าหลังอันทรงพลัง (ที่สะสมพลังงานจากแครอทหิมะไปเต็มเปี่ยม) ก็ดีดผึงเข้าที่ข้างแก้มสากของฮ่องเต้หนุ่มเข้าอย่างจัง!

ความเงียบงันประดุจป่าช้าเข้าปกคลุมอุทยานหลวงทันที เหล่าองครักษ์เงาที่แอบซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ถึงกับเข่าอ่อนจนเกือบตกต้นไม้ บรรยากาศรอบตัวเย่จวินเหยียนเย็นยะเยือกขึ้นจนน้ำค้างบนใบหญ้าแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยนิ่งสนิทกลับเบือนไปตามแรงดีดเล็กจิ๋วนั้น ผิวแก้มสีน้ำผึ้งปรากฏรอยอุ้งเท้าสีชมพูจางๆ ประทับอยู่อย่างเด่นชัด

ไม่เคยมีใคร...ไม่เคยมีใครในใต้หล้ากล้าประทุษร้ายพระพักตร์ฮ่องเต้เย่จวินเหยียนมาก่อน!

"บังอาจ!!! เจ้าสัตว์เดรัจฉาน!”

เสียงตะโกนขององครักษ์คนสนิทดังลั่นพร้อมกับดาบคมกริบที่ถูกชักออกจากฝัก

"ข้าจะสับมันเป็นหมื่นชิ้นเดี๋ยวนี้!"

ไป๋ซินตาเหลือกค้าง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะระเบิด ในหัวนึกด่าตัวเอง

'ยัยซินเอ๊ย! ไปดีดหน้าเขาทำไม! คราวนี้แหละได้เป็นกระต่ายสับละเอียดของจริงแน่!'

ทว่า ในขณะที่ปลายดาบกำลังจะถึงตัวก้อนขน เย่จวินเหยียนกลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณสั่งให้หยุด เขาค่อยๆ หันใบหน้ากลับมามองกระต่ายน้อยในมือช้าๆ

ไป๋ซินที่คิดว่าตัวเองตายแน่แล้ว แทนที่จะทำตัวน่าสงสาร นางกลับถลึงตาใส่เย่จวินเหยียนด้วยความโมโหผสมความกลัว แววตาของนางไม่ได้มีความสยบยอมเหมือนสัตว์เลี้ยงทั่วไป แต่มันคือแววตาที่กำลัง 'ด่ากราด' ในใจว่า

'ไอ้ฮ่องเต้บ้า! ใครสั่งให้เจ้ามาหิ้วคอคนอื่นแบบนี้ล่ะ! มันเจ็บนะเฟ้ย!'

เย่จวินเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง...เขาสะดุ้งใจกับแววตาที่ดูเหมือนมนุษย์ในร่างสัตว์ตัวนี้อย่างบอกไม่ถูก มันเป็นแววตาที่จองหอง อวดดี และเต็มไปด้วยชีวิตชีวาอย่างที่เขาไม่เคยเห็นจากสตรีใดในวังหลัง

"หึ...แววตาเจ้ามันช่างน่าหมั่นไส้นัก"

เย่จวินเหยียนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าไอสังหารกลับค่อยๆ จางลง เปลี่ยนเป็นความสนใจที่แสนประหลาด

"ข้าฆ่าคนมานับไม่ถ้วน แต่กลับถูกกระต่ายอ้วนตัวหนึ่งตบหน้า...น่าขันสิ้นดี"

เขาลดร่างของนางลงมาสำรวจพุงที่ป่องออกมาจนกลมดิบ พลางใช้นิ้วเรียวยาวจิ้มลงไปที่พุงนุ่มๆ นั้นเบาๆ

"พุงหนาขนาดนี้ ขนขาวสะอาดปานนี้ แถมยังกินแครอทหิมะของข้าไปตั้งหลายหัว...หากเอาไปตุ๋นยาบำรุงใส่โสมพันปี รสชาติคงจะล้ำเลิศและช่วยเสริมพลังหยางให้ข้าได้ไม่น้อย"

ตุ๋นยาบำรุง!? ใส่โสมพันปี!?

คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางกบาลของไป๋ซิน จินตนาการในหัวของนางเห็นภาพตัวเองถูกจับถลกหนัง ล้างน้ำสะอาด แล้วโยนลงในหม้อดินเผาที่มีน้ำซุปเดือดปุดๆ รอบกายเต็มไปด้วยเครื่องยาจีนจางๆ

"ไม่นะ...ข้าไม่อยากเป็นซุปกระต่าย!"

นางพยายามจะร้องประท้วง แต่มันกลับเป็นเสียง

"ปี๊ด! ปี๊ด!"

ที่แผ่วเบาและแหบพร่า

ความเครียดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด พลังงานวิเศษจากแครอทหิมะที่ตีรวนอยู่ในท้อง และความหวาดกลัวที่ต้องกลายเป็น 'ยาโด๊ป' ทำให้สติของนางเริ่มพร่าเลือน ภาพใบหน้าหล่อเหลาแต่ใจร้ายของเย่จวินเหยียนเริ่มซ้อนทับกันไปมา

ไป๋ซินรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง ขาสั้นๆ ของนางอ่อนแรงลงทันที ดวงตาสีทับทิมค่อยๆ ปิดลง ร่างกลมป้อมที่เคยดิ้นรนกลับนิ่งสนิทและสลบเหมือดไปในอุ้งมือของฮ่องเต้ทันที โดยที่ศีรษะเล็กๆ พับลงไปพาดอยู่บนหัวรองเท้าฉลองพระองค์ของเขาพอดี

"ฝ่าบาท...มันตายแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?"

องครักษ์ถามด้วยความฉงน

เย่จวินเหยียนขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่ยังเต้นถี่แต่สม่ำเสมอของเจ้าก้อนขนในมือ มุมปากของทรราชผู้เย็นชาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกลับที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

"เปล่า...มันแค่ขวัญอ่อนจนสลบไป”

เขาชูร่างที่นุ่มนิ่มไร้สติขึ้นมา

"อ้วนท้วนถึงเพียงนี้ กินไปก็น่าเสียดาย...ข้าอยากรู้นักว่าถ้ามันตื่นมาแล้วเห็นข้าอยู่ข้างๆ มันจะทำหน้า 'ด่ากราด' ใส่ข้าอีกหรือไม่"

"แล้วจะให้กระหม่อมนำไปไว้ที่สวนสัตว์หลวงหรือพ่ะย่ะค่ะ?"

"ไม่ต้อง..."

เย่จวินเหยียนเอ่ยเสียงเรียบพลางรวบก้อนขนที่สลบไสลเข้าไปในอ้อมแขนอย่างถือวิสาสะ

"เอาตัวมันไปที่ตำหนักเฉินซี...ข้าจะขังมันไว้ในห้องบรรทมของข้าเอง"

เหล่าองครักษ์ต่างพากันยืนอึ้งเป็นสากกะเบือ ฮ่องเต้ผู้ไม่เคยยอมให้สิ่งมีชีวิตใดเข้าใกล้รัศมีหนึ่งวา บัดนี้กลับอุ้มกระต่ายอ้วนตัวหนึ่งเข้าห้องนอนด้วยตัวเอง!

ชะตากรรมของไป๋ซินในฐานะ 'ว่าที่กระต่ายตุ๋น' กำลังจะเปลี่ยนเป็น 'สัตว์เลี้ยงส่วนพระองค์' โดยที่นางยังไม่รู้ตัวเลยว่า...เมื่อนางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่รออยู่นั้นจะน่ากลัวกว่าหม้อต้มยาจีนหลายเท่า!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “บัลลังก์หงส์ มงกุฎแครอท และพันธสัญญาแห่งหัวใจ”

    แสงทองอร่ามของยามเช้าสาดส่องลงเหนือหลังคากระเบื้องเคลือบของพระราชวังหลวง บรรยากาศในวันนี้เต็มไปด้วยความปีติยินดีที่แฝงไปด้วยความโกลาหลเล็กน้อยตามฉบับของว่าที่ฮองเฮาองค์ใหม่ เสียงแตรสังข์และระฆังทองดังกังวานไปทั่วเก้าประตูวัง บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของพระราชพิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อาณาจักรมังกรภายในตำหนักรับรอง ไป๋ซิน ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่เคยใช้ฝึกวิชา นางถูกห้อมล้อมด้วยนางกำนัลนับสิบคนที่กำลังช่วยกันสวมชุดพิธีการสีแดงเพลิง ปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้ น้ำหนักของชุดและมงกุฎหงส์เก้ากษัตริย์ที่ประดับด้วยมุกราตรีทำเอาไป๋ซินถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“อดทนหน่อยนะเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกระซิบ“ความสง่างามต้องแลกมาด้วยความหนักเพคะ”ไป๋ซินพยายามทรงตัวให้ตรง หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์บัดนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้จิตที่นิ่งสนิทดุจผิวน้ำในถ้ำเหมันต์ นางมองดูเงาตัวเองในกระจกแล้วยิ้มบางๆ'จากนักแสดงสาวผู้บ้างานที่มาโผล่ในร่างกระต่ายป่

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “รสสัมผัสแห่งเหมันต์และเพลิงมังกร”

    ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่เคยเงียบเหงาจนน่าใจหายมาตลอดเจ็ดราตรี บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยไอความร้อนจากอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่สลักจากหยกขาวเนื้อดี กลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบป่าและเครื่องหอมอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงของเจ้าของห้อง เย่จวินเหยียนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนยังมีร่องรอยของดินโคลนแห้งกรังจากการ "ทำศึกวัชพืช" ประปราย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับจับจ้องเพียงร่างระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความโหยหาที่แทบจะล้นทะลัก“ข้าบอกแล้วไงเจ้าคะ...ว่าข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง ท่านตรากตรำถอนหญ้ามาตั้งเจ็ดวัน ให้ข้าปรนนิบัติท่านเถิด”ไป๋ซินกระซิบบอกพลางเดินเข้าใกล้ เสียงของนางนุ่มนวลทว่ากังวานด้วยอำนาจของเซียนที่เพิ่งผ่านการฝึกปรือมาอย่างหนัก นางไม่ได้เขินอายเหมือนวันวานอีกต่อไป ดวงตากลมโตที่เคยหลบสายตาบัดนี้กลับจ้องมองมังกรหนุ่มอย่างท้าทายและเต็มไปด้วยความรักมือเรียวขาวผ่องค่อยๆ เอื้อมไปปลดสายรัดเอวที่เลอะโคลนของเย่จวินเหยียนออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบดุจหิมะแตะต้องลงบนผิวเนื้อที่ร้อนระอุของมังกรหนุ่ม ทำให้เขาถ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “กองทัพถอนหญ้า”

    เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหมร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาดทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง“เจ้

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status