Beranda / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “ฝ่าบาท...นั่นแครอทของหม่อมฉันนะ!”

Share

“ฝ่าบาท...นั่นแครอทของหม่อมฉันนะ!”

Penulis: ChengXiang.C
last update Tanggal publikasi: 2026-08-16 13:36:04

เปลือกตาหนักอึ้งของ 'ไป๋ซิน' ค่อยๆ ขยับเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความนุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อของเบาะผ้าไหมชั้นเลิศที่รองรับร่างกลมป้อมของนางอยู่ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาอันทรงค่าและเครื่องหอมมังกรที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้ไป๋ซินที่สติยังกึ่งหลับกึ่งตื่นเผลอนึกว่าตนเองได้ขึ้นสวรรค์ไปแล้วจริงๆ หรือไม่ก็อาจจะตื่นขึ้นมาในสปาสุดหรูสักแห่ง

หรือว่าเราจะถูกตุ๋นจนสุกแล้วมาโผล่ที่โลกวิญญาณกันนะ? แต่ทำไมตัวข้ายังรู้สึกหนักๆ พุงอยู่เลยล่ะ?

นางรีบดีดตัวลุกขึ้นยืน (ซึ่งภาพที่ปรากฏคือการกระเด้งขลุกขลักของก้อนกลมๆ สีขาว) ดวงตาสีทับทิมกวาดมองไปรอบกายทันที ทว่าภาพที่เห็นกลับไม่ใช่หม้อต้มยาจีนที่น่าสยดสยอง แต่เป็นกรงทองคำขนาดใหญ่ที่สลักเสลาลวดลายวิจิตรบรรจงราวกระหนกเทพนม ภายในกรงมีทั้งถ้วยน้ำที่เจียระไนจากหยกเขียวและถาดอาหารบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงสด นางถูกขังอยู่ใจกลางห้องทรงพระอักษรที่กว้างขวางและดูโอ่อ่าจนน่าขนลุก ทุกเครื่องเรือนทำจากไม้หอมราคาแพง แจกันกระเบื้องเคลือบสูงท่วมหัวตั้งวางเรียงรายบ่งบอกถึงฐานะและความรวยระดับ "รวยล้นฟ้า" ของเจ้าของห้อง

นางลองใช้ฟันหน้าแทะซี่กรงดูเบาๆ 'กึก!' ความแข็งของทองคำแท้ทำเอานางเสียวฟันจนต้องถอยกรูด

"ปี๊ด! (ทองจริงด้วย รวยชะมัดเลยไอ้ฮ่องเต้หน้ายักษ์นี่!)"

แต่สิ่งที่ทำให้ไป๋ซินถึงกับหยุดหายใจไม่ใช่ความรวยระดับมหาเศรษฐี แต่เป็นบุรุษที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทรงงานไม้พะยูงแกะสลักห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

เย่จวินเหยียน ฮ่องเต้หน้าตายคนเดิมเพิ่มเติมคือตอนนี้เขาดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้าเล็บ มือเรียวยาวของเขากำลังถือ 'แครอทหวาน' หัวอวบอิ่มที่พึ่งล้างมาสดๆ ร้อนๆ จนหยดน้ำพราวสะท้อนแสงไฟไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างกำลังคีบ  'ขนมโก๋' สีขาวนวลที่โรยด้วยแป้งเนียนละเอียดเข้าปากอย่างแช่มช้า กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลมะพร้าวและกลิ่นสดชื่นของแครอทชั้นเลิศลอยมาเตะจมูกกระต่ายจนพยาธิในท้องของไป๋ซินเริ่มประท้วงประสานเสียงร้องโครกครากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"ปี๊ดดด! (นั่นมันของโปรดข้านี่! กล้าดียังไงมานั่งกินโชว์คนหิวแบบนี้!)"

ไป๋ซินลืมสิ้นความกลัวตาย ลืมความสยดสยองตอนที่ถูกหิ้วคอไปเสียสนิท นางตะเกียกตะกายไปที่ซี่กรงทองคำ พยายามเอาหน้ามุดร่องกรงออกมาจนแก้มยุ้ยๆ ที่เต็มไปด้วยไขมันเบียดกับซี่ทองคำจนดูเหมือนก้อนแป้งขาวๆ ที่ถูกบีบจนปลิ้น ขาสั้นๆ ทั้งสองข้างตะกุยอากาศอย่างบ้าคลั่งราวกับจะตะโกนบอกว่า

'เอามาให้ข้าเดี๋ยวนี้นะ!'

เย่จวินเหยียนที่แสร้งทำเป็นอ่านฎีกาบ้านเมืองเหลือบสายตามองก้อนขนที่ดิ้นขลุกขลักจนกรงทองคำสั่นไหว มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูร้ายกาจแต่กลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด เขาจงใจเคี้ยวขนมโก๋ให้มีเสียงดัง กร้วม เบาๆ แล้วหยิบแครอทขึ้นมาสะบัดวนไปมาต่อหน้าไป๋ซินราวกับกำลังล่อเด็กน้อยด้วยขนมหวาน

"ตื่นมาก็ห่วงกินเชียวนะ เจ้าหัวขโมย ข้าคิดว่าเจ้าจะช็อกตายไปเสียแล้ว"

เขาเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเดินมาที่กรงช้าๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นทำเอาไป๋ซินชะงักไปแวบหนึ่ง แต่กลิ่นแครอทมันหอมเกินไป! 

เย่จวินเหยียนใช้กุญแจหยกเปิดประตูออก ไป๋ซินไม่รอช้า นางพุ่งตัวออกจากกรงราวกับกระสุนสีขาว เป้าหมายคือแครอทในมือหนาของเขา!

ทว่า เย่จวินเหยียนกลับไวกว่าอย่างน่าเจ็บใจ เขาชูมือขึ้นสูงเหนือหัวทันที ทำให้ไป๋ซินที่กระโดดจนสุดตัวคว้าได้เพียงความว่างเปล่า

ตุบ!

นางตกลงมาบนพื้นพรมขนสัตว์นุ่มหนา กระแทกหน้าท้องจนดังอั่ก แต่ไป๋ซินสายกินไม่ยอมแพ้ นางดีดตัวขึ้นมาใหม่ กระโดดเหยงๆ ขึ้นมาอีกรอบ แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ความสูงของกระต่ายอ้วนกับฮ่องเต้นั้นต่างกันราวเหวกับฟ้า นางลองเปลี่ยนแผน ใช้หูยาวๆ สะบัดฟาดไปที่แขนเขาหวังจะให้เขาตกใจจนปล่อยแครอท แต่เย่จวินเหยียนกลับหัวเราะในลำคออย่างนึกสนุก เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตใดกล้า 'เล่น' และกล้า 'เรียกร้อง' จากเขาเช่นนี้มาก่อน

"อยากกินงั้นหรือ? ไหนลองอ้อนวอนข้าดูซิ หากข้าพอใจ ข้าอาจจะแบ่งให้เจ้าสักคำ"

เขาลดแครอทลงมาให้อยู่ในระดับสายตา แต่พอไป๋ซินจะพุ่งไปงับ เขาก็ชักกลับขึ้นไปใหม่จนนางหน้าทิ่มพรมอีกรอบ

ไป๋ซินหอบแฮกๆ พุงกระเพื่อมขึ้นลง นางรู้แล้วว่าถูกตาฮ่องเต้โรคจิตแกล้งเข้าให้แล้ว ในใจด่านึกแช่งไปถึงเจ็ดชั่วโคตร

'ไอ้คนขี้งก ไอ้ทรราชหน้าหยก ใจดำอำมหิตนักนะ แกล้งกระต่ายตัวเล็กๆ แบบนี้ลงคอได้ยังไง!'

แต่เมื่อเห็นแครอทสีส้มสวยสดสลับกับขนมโก๋ที่ดูนุ่มนวล ความหิวก็เอาชนะทุกสิ่ง นางตัดสินใจใช้ 'ไพ่ตาย' ที่กระต่ายทั่วไปไม่ทำกัน

นางค่อยๆ ยืดตัวขึ้น ยืนด้วยสองขาหลังอย่างมั่นคงที่สุดเท่าที่ชั้นไขมันรอบเอวจะอำนวย ขาหน้าสั้นป้อมทั้งสองข้างยกขึ้นประกบเข้าหากันคล้ายกับการคำนับขอขมาแบบที่ขุนนางทำในท้องพระโรง ดวงตาสีทับทิมที่กลมโตอยู่แล้วยิ่งเบิกกว้างขึ้นและแสร้งทำให้ดูมีประกายน้ำตาคลอนิดๆ จนดูน่าสงสารจับใจ หูยาวๆ ตกห้อยลงแนบข้างแก้มอย่างออดอ้อน

จากนั้น...นางก็ค่อยๆ ก้าวเตาะแตะเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ แล้วเอาอุ้งเท้าหน้านุ่มๆ ที่เหมือนปุยฝ้ายแตะลงบนหลังมือใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดของเย่จวินเหยียนอย่างแผ่วเบา พร้อมกับถูไถหัวกลมๆ ไปมากับปลายนิ้วของเขาเป็นการประจบสอพลอสุดชีวิต

กึก...

หัวใจที่เคยเยือกเย็นและด้านชาราวกับศิลาพันปีของเย่จวินเหยียนพลันกระตุกวูบอย่างแรง สัมผัสจากอุ้งเท้าเล็กๆ นั้นมันทั้งนุ่มนิ่ม อุ่นร้อน และเปราะบางเสียจนเขารู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตที่ผ่านแต่สมรภูมิรบ ความนุ่มนวลนี้มันช่างต่างจากด้ามกระบี่ที่เขาจับอยู่ทุกวัน หรือฎีกาที่เต็มไปด้วยเลือดและผลประโยชน์ ราวกับว่าเพียงแค่เขาออกแรงบีบเพียงนิด เจ้าสิ่งมีชีวิตที่แสนน่ารักนี้ก็จะแหลกสลายไปในพริบตา

เขามองสบตากับไป๋ซิน แววตาที่เคยมองเห็นแต่ศัตรูและการเข่นฆ่า บัดนี้กลับสะท้อนภาพก้อนขนที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตนเองที่สุด

"เจ้า...เหตุใดถึงได้นุ่มนิ่มเพียงนี้ เหมือนก้อนแป้งที่ยังมีชีวิตไม่มีผิด"

น้ำเสียงของเขานุ่มลงโดยไม่รู้ตัวจนองครักษ์หน้าห้องที่แอบฟังอยู่ถึงกับขยี้หูตัวเอง เย่จวินเหยียนค่อยๆ ลดมือลงแล้ววางแครอทหิมะลงบนฝ่ามือเพื่อให้ไป๋ซินกินได้ถนัด ไป๋ซินไม่รอช้า ก้มหน้าก้มตาเคี้ยวแครอทดัง แกร็บๆ อย่างมีความสุขใจสั่นสะท้าน จมูกสีชมพูขยับฟุดฟิดไม่หยุด

ไป๋ซินเผลอครางในลำคอ

"ปี๊ดดด..."

อย่างเคลิบเคลิ้ม พร้อมกับเอาจมูกนุ่มๆ ไปดุนที่กลางฝ่ามือเขาเป็นการขอบคุณและเรียกร้องขนมโก๋เพิ่มอีกชิ้น

เย่จวินเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบร่างกลมป้อมนั้นขึ้นมาวางบนตักแกร่งของเขาขณะที่เขานั่งลงบนเก้าอี้มังกรอีกครั้ง

"ในเมื่อเจ้ากินของล้ำค่าของข้าไปแล้ว ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ...ตั้งแต่วันนี้ไป เจ้าต้องเป็นหมอนรองมือให้ข้าตอนตรวจฎีกา และเป็นที่ระบายอารมณ์ตอนข้าหงุดหงิด ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด หากหนี...ข้าจะสั่งล่ากระต่ายทั่ววังมาต้มให้เจ้าดูเป็นขวัญตา"

ไป๋ซินที่ปากยังเต็มไปด้วยแครอทได้แต่ตาปริบๆ

นี่ข้าต้องมาทำงานรับใช้ทรราชจอมซาดิสต์เพื่อแลกกับของกิน เหรอเนี่ย!?

แต่พอเขาส่งขนมโก๋ชิ้นที่สองให้เพิ่ม นางก็ยอมหมอบราบซบหน้าลงบนหน้าขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาแต่โดยดี กลิ่นไม้กฤษณาจากตัวเขาเริ่มทำให้นางรู้สึกเคลิ้มๆ

ท่ามกลางแสงเทียนที่สว่างไสว ฮ่องเต้ผู้โหดเหี้ยมที่สุดกลับนั่งลูบหัวกระต่ายอ้วนตัวหนึ่งด้วยแววตาที่ความเย็นชาเริ่มพังทลายลงทีละน้อย...โดยที่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่า ความนุ่มนิ่มนี้กำลังจะกลายเป็นสิ่งเดียวที่เขายอมก้มหัวให้ในไม่ช้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “บัลลังก์หงส์ มงกุฎแครอท และพันธสัญญาแห่งหัวใจ”

    แสงทองอร่ามของยามเช้าสาดส่องลงเหนือหลังคากระเบื้องเคลือบของพระราชวังหลวง บรรยากาศในวันนี้เต็มไปด้วยความปีติยินดีที่แฝงไปด้วยความโกลาหลเล็กน้อยตามฉบับของว่าที่ฮองเฮาองค์ใหม่ เสียงแตรสังข์และระฆังทองดังกังวานไปทั่วเก้าประตูวัง บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของพระราชพิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อาณาจักรมังกรภายในตำหนักรับรอง ไป๋ซิน ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่เคยใช้ฝึกวิชา นางถูกห้อมล้อมด้วยนางกำนัลนับสิบคนที่กำลังช่วยกันสวมชุดพิธีการสีแดงเพลิง ปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้ น้ำหนักของชุดและมงกุฎหงส์เก้ากษัตริย์ที่ประดับด้วยมุกราตรีทำเอาไป๋ซินถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“อดทนหน่อยนะเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกระซิบ“ความสง่างามต้องแลกมาด้วยความหนักเพคะ”ไป๋ซินพยายามทรงตัวให้ตรง หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์บัดนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้จิตที่นิ่งสนิทดุจผิวน้ำในถ้ำเหมันต์ นางมองดูเงาตัวเองในกระจกแล้วยิ้มบางๆ'จากนักแสดงสาวผู้บ้างานที่มาโผล่ในร่างกระต่ายป่

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “รสสัมผัสแห่งเหมันต์และเพลิงมังกร”

    ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่เคยเงียบเหงาจนน่าใจหายมาตลอดเจ็ดราตรี บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยไอความร้อนจากอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่สลักจากหยกขาวเนื้อดี กลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบป่าและเครื่องหอมอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงของเจ้าของห้อง เย่จวินเหยียนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนยังมีร่องรอยของดินโคลนแห้งกรังจากการ "ทำศึกวัชพืช" ประปราย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับจับจ้องเพียงร่างระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความโหยหาที่แทบจะล้นทะลัก“ข้าบอกแล้วไงเจ้าคะ...ว่าข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง ท่านตรากตรำถอนหญ้ามาตั้งเจ็ดวัน ให้ข้าปรนนิบัติท่านเถิด”ไป๋ซินกระซิบบอกพลางเดินเข้าใกล้ เสียงของนางนุ่มนวลทว่ากังวานด้วยอำนาจของเซียนที่เพิ่งผ่านการฝึกปรือมาอย่างหนัก นางไม่ได้เขินอายเหมือนวันวานอีกต่อไป ดวงตากลมโตที่เคยหลบสายตาบัดนี้กลับจ้องมองมังกรหนุ่มอย่างท้าทายและเต็มไปด้วยความรักมือเรียวขาวผ่องค่อยๆ เอื้อมไปปลดสายรัดเอวที่เลอะโคลนของเย่จวินเหยียนออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบดุจหิมะแตะต้องลงบนผิวเนื้อที่ร้อนระอุของมังกรหนุ่ม ทำให้เขาถ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “กองทัพถอนหญ้า”

    เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหมร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาดทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง“เจ้

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status