Beranda / รักโบราณ / พรนี้ข้าไม่ได้ขอ / ตอนที่3 ไล่ก็ไม่ไป

Share

ตอนที่3 ไล่ก็ไม่ไป

last update Tanggal publikasi: 2025-09-19 16:34:25

ตอนที่3

ไล่ก็ไม่ไป

ในที่สุดวันเวลาที่ต้องทนอยู่บนเรือก็ได้สิ้นสุดลงสักที จื่อเวยรู้สึกค่อนข้างอึดอัดอยู่แทบจะตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอมักจะรู้สึกได้ว่าเธอถูกจับตามอง

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นมักจะจ้องมองมาที่เธอแทบจะทุกเวลาที่มีโอกาส

“คุณหนูจะทำยังไงต่อกับเสี่ยวเจี้ยนเจ้าคะ” ถิงถิงเอ่ยออกมาเมื่อมาถึงจวนเล็ก ที่อยู่ใกล้กับตัวเมืองซวนชี

จวนแห่งนี้คือจวนของท่านตาของหานลี่อิน ก่อนที่จะทำการค้าจนรุ่งเรืองกลายเป็นตระกูลที่มั่งคั่งอย่างเช่นทุกวันนี้

“ไล่เค้าไป” จื่อเวยเดิมไม่ใช่คนใจดำ แต่เพราะเธอไม่ถูกชะตากับคนผู้นี้ เธอรู้สึกได้ว่าตัวเองถูกจับตามองจากคนคนนี้อยู่ตลอดเวลา

“แน่ใจเหรอขอรับ ท่านเป็นคนเก็บมาเองกับมือเลยนะ” สวีห้าวย้ำในการกระทำของเธอ

“แล้วจะทำไม ช่วยคนจากความตายไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลี้ยงนี้! ไปบอกเสี่ยวเจี้ยนไป” จื่อเวยย้ำกับสวีห้าว

“ขอรับคุณหนู” ท่าทีและการกระทำของสวีห้าวแสดงให้รู้สึกถึงการล้อเลียนเธอ

“ฮ่า ฮ่า” ถิงถิงเองก็หัวเราะออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

สองวันที่ผ่านมาจื่อเวยได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพวกเค้าสองพี่น้อง

แม้ว่าสวีห้าวและถิงถิงจะรู้สึกว่าคุณหนูของพวกเค้านิสัยเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก แต่พวกเค้าก็รู้สึกได้ถึงความจริงใจที่จื่อเวยแสดงออกมาและอีกอย่างคือพวกเค้าคิดว่าอาจเป็นผลของการเป็นไข้พิษที่เธอเป็นก่อนหน้านี้

“เลิกหัวเราะแล้วไปจัดข้าวของได้แล้ว คืนนี้เราต้องพักที่นี้นะ” จื่อเวยแกล้งเอ็ดเบาๆ

“เจ้าคะคุณหนู”

ทั้งสองสาวเดินเข้าห้องอย่างอารมณ์ดี จนไม่ทันสังเกตว่าพวกตนนั้นถูกสายตาคมจับจ้องอยู่ตลอดเวลา

สวีห้าวเดินเข้ามาใกล้ ทำให้ใบหน้าคมหันกลับมามองที่สวีห้าวแทน ผิวขาวเนียนเช่นคุณชาย รูปร่างที่มีแต่กล้ามเนื้อล่ำสันของเสี่ยวเจี้ยนทำให้พวกทาสด้วยกันต่างมองว่าเค้าอาจเป็นคุณชายที่โดนลอบทำร้ายแล้วพลัดตกเรือมาแน่ๆ แต่เพราะเสี่ยวเจี้ยนไม่ยอมพูดหรือแสดงอาการเช่นคุณชายออกมา เค้าทำงานช่วยผู้ชายบนเรือได้อย่างคล่องแคล่วตลอดสองวันที่ผ่านมา ดังนั้นทุกคนจึงไม่เอ่ยอะไรออกมา

“เจ้ามองอะไรเสี่ยวเจี้ยน” สวีห้าวเอ่ยทัก

“ไม่มีอะไร เจ้าหาข้ามีอะไร”

น้ำเสียวห้าวมีพลังของเค้าทำเอาสวีห้าวรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามช่างหน้าเกรงขามนัก

“ไม่มีอะไร คุณหนูแค่ให้ข้ามาบอกเจ้าว่าให้เจ้าไปได้แล้ว”

“ไปได้แล้ว? ไปไหน? ไล่ข้า...”

“ไม่สิ เจ้าเป็นใครมาจากไหนก็กลับไปได้แล้ว อาการบาดเจ็บของเจ้าก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว เจ้าควรกลับไปหาครอบครัว หายมาแบบนี้ทุกคนอาจกำลังตามหาเจ้า” สวีห้าวพยายามหาเหตผลมาอ้าง

สวีห้าวรู้สึกว่าคนตรงหน้านี้น่ากลัวจนไม่กล้ากล่าวออกมาตรงๆว่าคุณหนูไล่เค้าให้ไปอยู่ที่อื่น

“ข้าไม่มีครอบครัว ไม่มีที่ให้ไป...” เสี่ยวเจี้ยนมองดูรอบๆจวนอีกครั้งก่อนที่จะเอ่ยออกมา “ข้าจะอยู่ที่นี้”

“เอ่อ...เจ้าจะอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร เจ้าไม่ใช่คนงานของที่นี้ และคุณหนูก็อาจจะไม่รับคนงานเพิ่ม...ก็ได้”

“ขอเพียงข้าว อย่างอื่นไม่เอา ข้าอยู่เป็นคนงานของที่นี้ได้”

“เอ่อ...เดี๋ยวข้าขอไปแจ้งกับคุณหนูก่อน ไม่รู้ว่าคุณหนูจะตกลงไหม” สวีห้าวไม่กล้าปฏิเสธเอง จึงคิดที่จะให้คุณหนูมาพูดเอง

“อื่ม...ข้าจะรอตรงนี้”

สวีห้าวพยักศรีษะเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ก่อนที่จะเดินจากไป

เสี่ยวเจี้ยน...

คิดจะไล่ข้าหรือหานลี่อิน เจ้าคิดง่ายไปแล้ว...ไม่มีทาง

ข้าอยากจะรู้เสียจริงว่าเจ้าจะทำอะไรกันแน่ หนีงานแต่งแล้วคิดว่าจะมาหลบที่ซวนชีอย่างงั่นเหรอ หึ!คิดว่าจะหลบพ้นหรือไงกัน ฟ้าก็ช่างเป็นใจเสียจริงแม้จะหลบข้ายังไงเจ้าก็ยังได้มาอยู่ตรงหน้าข้าเช่นเดิม..หานลี่อินเอ่ยหานลี่อิน

“เจ้าว่าอะไรนะสวีห้าว...นี้ข้าให้เจ้าไปไล่เจ้านั้นไม่ใช่เหรอ...”

“คุณหนู...ข้าว่าท่านต้องไปพูดเอง...ข้าดูท่าทางแล้วเสี่ยวเจี้ยนไม่ไปไหนแน่ ดูเค้าตั้งท่าจะเป็นคนงานของจวนเราแน่ๆ”

“บ้าไปแล้ว เจ้าของบ้านไล่ไปกลับไม่ไป มันได้เหรอวะ”

“อะไรเจ้าคะคุณหนู ท่านพูดอะไร” ถิงถิงที่กำลังเตรียมเก็บข้าวของอยู่เอ่ยออกมา นางเองก็ยังไม่ค่อยชินกับคำพูดของคุณหนูของนางสักเท่าไหร่

“ไม่มีอะไร เก็บของเจ้าไปเถอะ” จื่อเวยขี้เกียจจะอธิบาย เธอหันไปหาสวีห้าว “ไปบอกเสี่ยวเจี้ยนว่าข้าวก็เลี้ยงไม่ไหว ไปหาอยู่ที่อื่นเถอะ”

“ข้าว่าท่านไปพูดเองเถอะ ข้าขอตัว” สวีห้าวปฏิเสธก่อนที่จะขอตัวแล้วเดินหนีเธอไปเลย

...อะไรวะ ไล่คนสักคนนี้มันยากขนาดนี้เลยเหรอไงกัน

จื่อเวยเองก็ค่อนข้างรู้สึกหวาดๆอยู่เช่นกันเมื่อต้องสบสายตากับเสี่ยวเจี้ยนตรงๆ ไม่รู้เป็นอะไรกันทำไมคนผู้หนึ่งที่เป็นเพียงคนงานในจวนของเธอถึงได้มีความน่าเกรงขามแบบนี้ แม้กระทั้งคุณหนูแบบเธอยังรู้สึกหวาดเกรง

เธอต้องออกมาพูดเองเมื่อไม่มีใครกล้าออกมาพูด

“คุณหนู...ท่าจะจ้องข้าอีกนานไหม ทำไมไม่พูด”

“เอ่อ...เสี่ยวเจี้ยน เจ้า...เจ้าต้องไปอยู่ที่อื่น ข้าไม่สามารถเลี้ยงใครได้อีกแล้ว ต่อไปนี้ข้าเองก็จะไม่ใช่คุณหนูแล้ว ข้าหนีออกมาจากตระกูลหาน มีความผิดติดตัว ขัดราชโองการ หากวันไหนถูกจับได้คนที่นี้อาจโดนจับประหารทั้งหมด หากเจ้าอยู่เจ้าเองก็อาจไม่รอดเหมือนกัน”

“ข้าไม่กลัว ชีวิตข้าท่านเป็นคนเก็บมา ตายไม่เสียดาย และอีกอย่างหากเลี้ยงไม่ไหว ข้าไม่กินก็ได้ ขอเพียงที่อยู่ ท่านว่าไง”

พูดเรื่องนี้แล้วยังไม่กลัวอีก คนบ้าอะไรเนี้ย หากเป็นคนอื่นมีโอกาสหนีได้นี้คงรีบไปให้ไวแน่!

“เจ้าไม่กลัวเลยเหรอ เจ้าดูสิคนงานของข้าที่รู้เรื่องหนีราชโองการมาเก็บของหนีข้าไปจนหมด” จื่อเวยพยายามยกตัวอย่างว่าคนที่เป็นทาสของเธอเองก็ไปแล้วเช่นกัน

“ข้าไม่สน ท่านพูดมาจะให้ข้าอยู่หรือไม่” แม้เป็นคำถาม แต่จื่อ

เวยกลับรู้สึกได้ว่าเป็นคำขู่ของคนตรงหน้า

“เอ่อ...ไม่กลัวก็อยู่...ตามใจเจ้า งั้นข้าไปละ”

“อื่ม...”

จื่อเวยรีบเดินหนีออกจากตรงนั้นทันที เธอรู้สึกอึดอัดไปหมด

คนบ้าอะไรหน้าตาก็หล่อแต่กลับมีรังสีอำมหิต ข่มคนเป็นบ้าเลย ยังเห็นฉันเป็นคุณหนูอยู่ไหมวะ อย่างน้อยๆฉันก็เป็นคนช่วยนายมานะเว้ย!

จื่อเวยเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับเข้าจวนไป เธอแสดงอาการไม่พอใจจนถิงถิงที่นั่งรออยู่ด้านในห้องถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับท่าทางของเธอ

“สำเร็จไหมคุณหนู”

“ดูหน้าข้าสิ เจ้าคิดว่าไงละ”

“ทำไมคุณหนูถึงไม่อยากให้เสี่ยวเจี้ยนอยู่ละเจ้าคะ มีคนมาเพิ่มออกจะดี ข้าว่าเราอยู่กันแค่สามคนมันดูน่ากลัวไปหน่อยอยู่นะเจ้าคะ”

“ก็เป็นสี่คนแล้วไง พอใจหรือยัง”

“ไม่กล้าๆเจ้าคะ”

“ข้าว่าเจ้ากล้ามาก ดูสิยิ้มกว้างเชียว”

“ฮ่าๆ อย่างอนสิเจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปทำอะไรให้กินนะ รออยู่นี้นะเจ้าคะ”

“ก็ต้องอยู่นี้ละ ไปไหนได้ละ”

ถิงถิงหัวเราะร่าเดินออกไปทางครัวอย่างอารมณ์ดี

ทำยังไงดีนะ ฉันไม่ชอบนายนั้นเลยสักนิด ดูท่าทางที่ดุดันแบบนั้นต้องมีเรื่องไม่ดีตามมาอีกแน่ ไหนจะเรื่องที่ยัยหานลี่อินก่อไว้อีก ตายแน่ๆ ตายซ้ำตายซ้อนแน่ยัยจื่อเวยเอ้ย!

กลางดึก

ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าราวกับเพชรที่ประดับอยู่บนผืนผ้า แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาราวกับเป็นแสงนำทางให้กับผู้ที่กำลังเดินหลงทางในความมืดมิดของผืนป่าแห่งนี้...

เสียงย่ำเท้าของม้าวิ่งตรงไปเรื่อยๆเหมือนคนที่ควบมันอยู่ต้องการเดินทางให้ถึงเป้าหมายอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้...

ในที่สุดม้าก็ชะลอความเร็วแล้วหยุดลงอยู่กับที่เมื่อถึงเป้าหมาย

“หลินเจี้ยนกั๋ว”

...............

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พรนี้ข้าไม่ได้ขอ   ตอนที่4 กอด

    ตอนที่4กอด“ตามเร็วดีนี้ ไม่เสียทีที่ทิ้งสัญลักษณ์ไว้ให้” หลินเจี้ยวกั๋วเอ่ยชมออกมาอย่างพอใจในผลงานของสหายตน“เจ้าก็ว่าไป ว่าแต่แผลเจ้าไม่เป็นอะไรแล้วนี้ ทำไมไม่กลับค่าย ต้องรอให้ข้ามาตามกลับหรือไง” ชายหนุ่มท่าทางเจ้าสำราญ แต่กลับมีฐานะเป็นถึงรองแม่ทัพของค่าย“พอดีมีเรื่องให้ทำ ข้าไม่รีบ ยังไงที่นั้นก็ยังมีเจ้า”“แต่พวกเราต้องเดินทางกันต่อแล้ว เสียเวลาให้เจ้าเล่นละครมามากแล้ว”“เอาน่า เสียเวลานิดหน่อยแต่จับหนอนบ่อนไส้ได้ก็ดีมากแล้ว”“แต่มันก็เสี่ยงเกินไป หากมีดนั้นโดนจุดสำคัญเจ้าจะทำยังไง และนี้ยังดีที่มีคนช่วยเจ้าขึ้นจากน้ำได้ทัน หากช้าอีกนิดเจ้าคงได้เป็นผีเฝ้าทะเลจริงๆแล้ว หากเจ้าตายเป็นผีจริงๆมีหวังท่านลุงได้ตามฆ่าข้าเป็นคนแรกแน่ๆ”“เอาน่าคุณชายไป๋ซูท่านเจอข้าแล้วก็ควรกลับค่าย แล้วออกเดินทางได้แล้ว ส่วนข้าเจ้าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวถึงเวลาข้าก็กลับเอง” หลินเจี้ยนกั๋วยิ้มกริ่มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องที่ตัวเองจะทำ“เจ้าคิดจะทำอะไร ทำไมยิ้มอย่างนั้น” ไป๋ซูนึกหวั่น เพราะน้อยนักที่เพื่อนของตนจะมีท่าทีเช่นนี้“ไม่ต้องคิดมาก นี้! ข้าฝากจดหมายถึงท่านพ่อด้วย บอกให้รีบจัดการให้ข้าก่อนที่ข้

  • พรนี้ข้าไม่ได้ขอ   ตอนที่3 ไล่ก็ไม่ไป

    ตอนที่3ไล่ก็ไม่ไปในที่สุดวันเวลาที่ต้องทนอยู่บนเรือก็ได้สิ้นสุดลงสักที จื่อเวยรู้สึกค่อนข้างอึดอัดอยู่แทบจะตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอมักจะรู้สึกได้ว่าเธอถูกจับตามองดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นมักจะจ้องมองมาที่เธอแทบจะทุกเวลาที่มีโอกาส“คุณหนูจะทำยังไงต่อกับเสี่ยวเจี้ยนเจ้าคะ” ถิงถิงเอ่ยออกมาเมื่อมาถึงจวนเล็ก ที่อยู่ใกล้กับตัวเมืองซวนชีจวนแห่งนี้คือจวนของท่านตาของหานลี่อิน ก่อนที่จะทำการค้าจนรุ่งเรืองกลายเป็นตระกูลที่มั่งคั่งอย่างเช่นทุกวันนี้“ไล่เค้าไป” จื่อเวยเดิมไม่ใช่คนใจดำ แต่เพราะเธอไม่ถูกชะตากับคนผู้นี้ เธอรู้สึกได้ว่าตัวเองถูกจับตามองจากคนคนนี้อยู่ตลอดเวลา“แน่ใจเหรอขอรับ ท่านเป็นคนเก็บมาเองกับมือเลยนะ” สวีห้าวย้ำในการกระทำของเธอ“แล้วจะทำไม ช่วยคนจากความตายไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลี้ยงนี้! ไปบอกเสี่ยวเจี้ยนไป” จื่อเวยย้ำกับสวีห้าว“ขอรับคุณหนู” ท่าทีและการกระทำของสวีห้าวแสดงให้รู้สึกถึงการล้อเลียนเธอ“ฮ่า ฮ่า” ถิงถิงเองก็หัวเราะออกมาอย่างโจ่งแจ้งสองวันที่ผ่านมาจื่อเวยได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพวกเค้าสองพี่น้องแม้ว่าสวีห้าวและถิงถิงจะรู้สึกว่าคุณหนูของพวกเค้านิสัยเปลี่ยน

  • พรนี้ข้าไม่ได้ขอ   ตอนที่2 เมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่

    ตอนที่2เมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่เพียงเปิดประตูจื่อเวยก็ได้ยินเสียงคลื่นน้ำทะเลที่กระทบกับตัวเรือเป็นจังหวะ สายลมพัดโชยเย็นผ่านใบหน้ารูปไข่ ผิวที่ขาวเนียนระเอียด ดวงตากลมโตสีดำแวววาวขึ้นมาทันที เมื่อทอดมองภาพตรงหน้าท้องฟ้าสีครามสดใสตัดกับสีฟ้าครามของผืนน้ำกว้างใหญ่จนสุดสายตา ดวงอาทิตย์สีทองค่อยๆลับขอบฟ้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าช่างงดงามราวกับภาพวาดความจริงสินะ! นี้ฉันย้อนเวลามาที่นี้ได้ยังไงกัน“คุณหนูอย่าเดินไปใกล้ขอบเรือนักสิเจ้าคะ ลมยิ่งแรงเดี๋ยวพัดตกลงไปนะเจ้าคะ” ถิงถิงจับที่ชายเสื้อของจื่อเวยไม่ปล่อย“ไม่ตกหรอก ลมแค่นี้”“กันไว้ก่อนดีกว่านะเจ้าคะ” ดวงหน้าที่แสดงออกมาว่าเป็นห่วงอย่างชัดเจนของถิงถิง ทำให้จื่อเวยยอมถอยออกมาเล็กน้อย“พอใจหรือยัง”“ออกมาอีกนิดจะดีกว่านี้เจ้าคะ”“พอแล้ว คนทั้งคนนะ จะปลิวง่ายๆเลยหรือไงกัน”“คุณหนูตัวเล็กนิดเดียวเองนะเจ้าคะ แค่ลมพัดก็ล้มได้แล้ว”“บ้าน่า!”“อะไรนะเจ้าคะ”“ไม่มีอะไร” จริงด้วย ยัยหานลี่อินนี้มีหน้าตาเป็นยังไงกันนะ? “ถิงถิงมีกระจกไหม?”“มีสิเจ้าคะ อยู่ในห้อง ทำไมหรือเจ้าคะ”“ไม่มีอะไร” เดี๋ยวค่อยเข้าไปดูละกัน “นั้นเค้าทำอะไรกัน”จื่อเวยชี้นิ้วไปท

  • พรนี้ข้าไม่ได้ขอ   ตอนที่1 หานลี่อิน

    ตอนที่1หานลี่อินหุบเขาแม่น้ำหวง“สวีห้าวท่านจะทำยังไงต่อ คุณหนูไม่หายใจแล้ว...ฮือ... พวกเราไม่รอดแน่ หากเรื่องนี้ไปถึงหูนายท่านผู้เฒ่า” เสียงหญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างกังวน “ความผิดที่หลบหนีก็มากพอแล้ว...”“แล้วจะให้ข้าทำยังไง พวกเราทุกคนที่อยู่บนเรือนี้! ยังไงก็ไม่มีทางหนีรอด ยิ่งเจ้ากับข้าที่รับใช้คุณหนูยิ่งไม่มีทางหนีรอดได้ เจ้าทำใจเถอะถิงถิง”ถิงถิง สาวรับใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่ตระกูลหาน นางและคุณหนูของนางติดตามเรือสินค้าของตระกูลมาที่เมืองซวนชีเพื่อที่จะหลบหนีการแต่งงานที่ทางตระกูลจัดขึ้น แต่พอเดินทางมาได้เพียงครึ่งทางคุณหนูของนางกลับเกิดอาการเป็นไข้พิษ บนเรือก็ไม่มีหมอ แม้สวีห้าวจะพยายามเดินเรือให้เร็วขึ้นสักแค่ไหน คุณหนูของพวกเค้าก็ไม่อาจต้านทานไหว อาการไข้พิษเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนร่างบางค่อยๆหมดลมหายใจไป...“คุณหนู...”หญิงสาวร่างบางสวมชุดผ้าฝ้ายสีสันสดใส แต่กลับมีสีผิวที่ขาวซีด นางนอนอยู่บนฟูกหนา ร่างที่ไร่วิญญาณนอนแน่นิ่งอย่างสงบถิงถิงกุมมือของเจ้านายไว้ไม่ห่าง ด้วยความเสียใจ“คุณหนูหากข้าไม่มีท่านแล้วข้าจะอยู่ยังไง...ท่านต้องเหงาแน่ ฮื่อ...หากเป็นเช่นนี้งั้นข้าก็ควรจะตายเป

  • พรนี้ข้าไม่ได้ขอ   อารัมภบท

    อารัมภบท“ตลอดเวลาที่อยู่กับเธอชีวิตฉันมันไม่ได้ต่างอะไรกับขอทานเลยสักนิด! จื่อเวย เธอต้องหัดยอมรับความจริงแล้วปล่อยฉันไปได้แล้ว!”ท่าทีเกรี้ยวกราด พร้อมเสียงที่ตะคอกออกมาอย่างสุดทนของฝ่ายตรงข้ามทำเอาหญิงสาวอย่างจื่อเวย สาวแว่นที่มีชีวิตเชยๆไปวันๆถึงกับทำตัวไม่ถูกนี้เธอผิดอะไรกัน ก่อนหน้านี้เค้าคือคนที่มาบอกรักกับเธอเอง ไม่ใช่เหรอ“ซิงเยียนทำไมนายพูดอย่างนี้ ก่อนหน้านี้นายเป็นคนมาบอกรักฉันเองไม่ใช่เหรอ” ความเสียใจเริ่มถาโถม น้ำตาที่ไม่อาจกลั้นเริ่มไหลรินออกมาไม่ขาดสาย “นาย...ก่อนหน้านี่ทำไมไม่พูดออกมาอย่างนี้ นายมาบอกรักฉันทำไม! แล้วทำไมไม่เลิกกับฉันก่อนหน้านี้! ทำไมต้องรอจนถึงวันนี้! นายใจร้ายมาก มากเกินไปแล้วจริงๆ ฮือ...”เสียงฟ้าร้องคำรามออกมาราวกับโกรธแค้น สายลมที่พัดโหมกระหน่ำ ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำจนแทบมองไม่เห็นแม้แต่ดวงจันทร์ที่คอยสาดแสงยามค่ำคืนตอนนี้ ณ ที่ดาดฟ้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเมืองใหญ่ มีชายหญิงคู่หนึ่งยืนทะเลาะกันอยู่นาน ฝ่ายหญิงสวมชุดแต่งงานสีขาวสะอาดยืนร้องไห้แทบขาดใจ ช่างแตกต่างกับอีกคนที่ยืนมองอย่างเรียบเฉย มือทั้งสองข้างสอดเข้าที่กางเกง มองดูเธอด้วยสายตาที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status