ANMELDEN“พี่ไบรท์ล่ะคะมีแฟนหรือยัง” เมื่อได้โอกาสจึงถามกลับบ้าง“ก็มีคนคุยแต่ไม่ถึงกับเรียกว่าแฟนหรอก” พี่ไบรท์ตอบเสียงอ่อน ตีหน้าเศร้าขึ้นมาฉับพลัน "พี่ก็อยากมีแฟนจริงจัง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตกลงกับสถานะนี้สักที เธอก็หาเหตุผลมาสารพัดอย่างจนพี่ต้องยอมแพ้ เศร้าเนาะ"ฉันไม่คิดว่าคนหล่ออย่างพี่ไบรท์ต้องตกเป็นรองแบบนี้มาก่อน พี่ไบรท์ทั้งนิสัยดี น่ารัก เอาใจเก่งแถมยังร่าเริงเอามาก ๆ ด้วย ไม่คิดว่าเขาจะโดนสาวปฏิเสธเป็นแฟน"ขอพริมดูรูปว่าที่พี่สะใภ้หน่อยได้ไหมคะ" ฉันเอ่ยขออย่างออดอ้อน ดวงตากลมเมียงมองหาโทรศัพท์ของพี่ชาย"ไม่ได้" ไม่ว่าเปล่าเขารีบหยิบโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองทันที"อ้าว ทำไมพี่ไบรท์ไม่ให้พวกเราดูล่ะ" ฉันดึงเจย์เข้ามาเป็นพรรคพวก หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมเปิดเผยใบหน้าว่าที่พี่สะใภ้ให้ดูสักครั้ง"ยังไม่ได้ รอไปก่อน" พี่ไบรท์ใจแข็งจังแฮะ ปกติเขาไม่เคยมีความลับกับน้อง ๆ เลย เขาพยายามเลี่ยงถึงขั้นลุกหนีไปเข้าห้องน้ำเลยล่ะ ฉันชักอยากจะรู้แล้วสิว่าพี่สะใภ้เป็นคนแบบไหนกันแน่เมื่อพี่ไบรท์ไม่อยู่บทสนทนาจึงจบลงเพียงเท่านั้น คล้อยหลังร่างสูงไปได้ไม่นานก็มีผู้หญิงสวย หุ่นเซ็กซี่คนหนึ่งขอมาชนแก้วก
เพราะรู้ว่าเจ้าของเสียงเป็นใครจึงไม่กล้าหันไปมองสบตา กระทั่งเขาเดินมาอยู่ด้านหน้า มองมาด้วยแววตาอบอุ่นปนยินดีที่ได้เจอกัน “ยัยน้องนิ่งเลยว่ะ สงสัยไม่ชินกับสีผมมึง กูบอกแล้วว่าอย่าย้อมผมสีนี้ มันไม่เข้ากับมึงเลย” พี่ไบรท์หันไปบ่นอีกฝ่าย ส่วนพี่ป้องยกมือจับเส้นผมตัวเองอย่างเขิน ๆ แล้วจึงโน้มใบหน้าลงมาให้ฉันได้เห็นเขาชัด ๆ อีกครั้ง “พริมล่ะคิดว่ายังไง” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาพร้อมกับระบายยิ้มอ่อน ดวงตาของเขาเป็นประกายแวววาวยามที่สบกัน ทำไมพี่ป้องตาสวยขนาดนี้ก็ไม่รู้ แต่เวลานี้พี่ป้องอย่าเข้ามาใกล้กว่านี้ได้ไหม ตอนนี้หัวใจพริมมันรับไม่ไหวแล้ว “อะไรคะ” เอ่ยถามเสียงเบา ฉันแทบไม่ได้ฟังว่าเขาถามอะไรมา เมื่อกี้เอาแต่หลบสายตาคนตรงหน้า แต่พอตั้งสติได้ก็เข้าใจคำถามของอีกฝ่ายจึงเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกครั้ง คำตอบแรกที่ได้คือ พี่ป้องหล่อจัง คราแรกฉันไม่ได้สังเกตว่าสีผมของเขาเป็นสีอะไรเพราะเอาแต่หลบสายตา ใบหูจดจ่ออยู่กับน้ำเสียงของเขา ได้แอบมองรอยยิ้มของเขาตอนที่เขาหันไปคุยกับพี่ไบรท์ สัมผัสอบอุ่นก่อนหน้านี้ทำให้ฉันลืมแม้กระทั่งคำทักทายกับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ "ไม่เหมาะกับพี่จริง ๆ เหรอ" น้ำเสียงน
“โต๊ะนี้ชำระบิลเรียบร้อยแล้วค่ะ” พนักงานแคชเชียร์เอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้ม ฉันหันหน้ามองเพื่อนทั้งสองคนทันทีเพราะคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งแอบมาจ่ายค่าอาหารเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เฟียร์กับตาหวานต่างมีสีหน้างุนงงไม่ต่างกัน แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารให้พวกเรา “เช็กบิลผิดโต๊ะหรือเปล่าคะ” ฉันหันมาถามพนักงานแคชเชียร์อีกครั้งเพราะคิดว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เป็นได้ “ถูกต้องแล้วค่ะคุณลูกค้า” พนักงานยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้ายังคงแย้มยิ้ม “ใครเป็นคนจ่ายเหรอคะ” ถ้าหากพี่พนักงานยืนยันว่าถูกต้อง ไม่มีอะไรผิดพลาด อย่างน้อยเธอก็ควรต้องรู้ว่าใครเป็นคนจ่ายเงินให้กับพวกเรา “คุณติณณ์ เจ้าของร้านค่ะ ก่อนหน้านี้เขาโทรมาบอกว่าจะมีรุ่นน้องมาทานอาหารที่ร้าน เขาฝากให้ดูแลอย่างดีและไม่ต้องเก็บเงินค่ะ” คำตอบของแคชเชียร์ทำให้เราสามคนร้องอ๋อในใจทันที จำได้ว่าเมื่อปีก่อนเขาชวนพวกเราทั้งสามคนมาร่วมงานเปิดตัวร้านชาบู แต่ตอนนั้นเราดันติดเข้าค่ายอาสาของชมรมจึงไม่ได้มาแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ จนถึงตอนนี้เราก็ลืมไปเสียสนิทว่ารุ่นพี่ที่เพิ่งเจอกันเมื่อครู่เป็นเจ้าของร้านนี้ “
เจย์ยืนรอพวกเฮีย ๆ อยู่หน้าเกต เขาเช็กจากตารางเวลาบนหน้าจอยักษ์ เครื่องบินที่พี่ชายทั้งสองโดยสารทำการลงจอดที่สนามบินเมื่อสิบห้านาทีก่อนแล้ว เวลานี้เขารอแค่ให้พวกเขาเดินออกมาเท่านั้น ไม่ได้เจอกันหลายปีก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย ๆ ครั้งล่าสุดที่เจอกันก็ตอนที่ทั้งสามบ้านขนไปกันเยี่ยมเฮีย ๆ ถึงอเมริกาเมื่อสามปีก่อน จำได้ว่าเฮียไบรท์พาเขาตะลอนเที่ยวทั่วเมือง เมาหัวทิ่มจนลืมทางกลับบ้านเป็นเวลาสามวันสองคืน ลำบากป๊าต้องให้คนมาช่วยตามหากันวุ่นวาย ผลของการเกเรก็คือนั่งฟังป๊าสวดสามชั่วโมง แถมยังโดนหักค่าขนมด้วย “เฮีย ดิสเวย์ ๆ” เจย์ยืดสุดแขนโบกไปมาเมื่อเห็นหนึ่งในคนที่รอเดินออกมาแล้ว ร่างสูงโปร่งพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาเห็นแล้วนะ แต่ยังไม่ว่างเดินมาหาเพราะติดแลกไลน์กับแอร์โฮสเตสสาวสวยรุ่นพี่อยู่ เมื่อแอดไลน์เรียบร้อยแล้วถึงลากรองเท้าแตะมาหาน้องชายอย่างอารมณ์ดี “หวัดดีครับเฮีย” เจย์ยกมือขึ้นพุ่มเสมอจมูกพร้อมกับโค้งตัวเก้าสิบองศา ชายหนุ่มรุ่นพี่ดึงแว่นตากันแดดคาดเอาไว้เหนือศีรษะทอดมองอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้กับท่าทางกวนประสาทของมัน “มึงไหว้ขนาดนี้ไม่ลงไปกราบตีนกูเลยล่ะครับ” ไบรท์ว่าอย่างประชด ช
ทำได้แล้ว! “พริมเก่งมากเลยอะ เก็บเอทุกวิชาทำได้ไงก่อน” เฟียร์ถามอย่างประหลาดใจปนชื่นชม หลังจากเห็นผลการเรียนชั้นปีที่สามของพวกเราประกาศผลออกมาแล้ว ผลปรากฏว่าฉันกวาดเอทุกวิชาเข้าพอร์ตเป็นปีที่สาม “ทั้งสวย รวย ฉลาด นิสัยดี ครบจบที่พริมรดาคนเดียวจริง ๆ แบบนี้ผู้ชายคนไหนที่เข้ามาจีบก็คงต้องทำการบ้านอย่างหนักแน่ๆ พูดแล้วก็รู้สึกเหนื่อยแทนเลย” “จริง เพื่อนเราเพอร์เฟกต์เกินมนุษย์ธรรมดาไปแล้ว” ตาหวานเพื่อนสนิทอีกคนว่าเสริม “พวกเธอยอจนตัวเราจะลอยขึ้นท้องฟ้าแล้ว ที่จริงเราก็ไม่คิดว่าจะทำได้เหมือนกัน” ตอนที่ผลการเรียนออก ฉันยังอึ้งกิมกี่กับตัวเอง ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้อีกครั้ง อาจารย์ประไพคนนี้ออกข้อสอบว่ายากแล้วยังขี้เหนียวคะแนนอีก ท่านไม่เคยปล่อยเกรดเอให้ใครเลย อย่างรุ่นพี่ปีก่อนก็ไม่เคยมีใครได้เอจากวิชาของอาจารย์เลยสักคน “ดีใจด้วยน้า” ตาหวานเข้ามาสวมกอดฉันไว้แน่น “ขอบคุณน้า งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เราไปกินชาบูกันไหม เราเลี้ยงเอง ฉลองเกรดออกสักหน่อย” เอ่ยชวนอย่างตื่นเต้น อันที่จริงเรื่องเกรดมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น แต่มันมีเป้าหมายอยู่ต่างหาก สาเหตุที่ฉันอยากชวนเพื่อน ๆ ไปกินช





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

