Masuk“เหนียงเหนียง?”
&n
สีพระพักตร์ของไทเฮาทรงพอพระทัยมากทีเดียว ทำเอาข้าวของมีค่าที่บรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายสรรหามาล้วนด้อยลงไปทันที นับว่าเหลียงเฟยคว้าแต้มไปได้อย่างงดงาม เหลียงเฟยได้หน้าก็พลอยอิ่มเอิบใจ องค์ชายแปดจึงรีบคุกเข่าคำนับอวยพรเสด็จย่าอย่างองอาจ โดดเด่นในหมู่พี่น้อง“ขอทรงพระเจริญพ่ะย่ะค่ะเสด็จย่า เนื่องในโอกาสมงคลเช่นนี้ หลานลงทุนลงแรงช่วยเสด็จแม่คัดลอกพระคัมภีร์ถวายเสด็จย่าด้วยความปิติยิ่งนัก ขอเสด็จย่าทรงอายุมั่นขวัญยืนหมื่นปี หมื่นๆ ปี”“อืม ข้าซาบซึ้งในความอุตสาหะกตัญญูของเจ้ากับแม่แล้ว”“ในโอกาสนี้ หลานขอน้อมถวายของขวัญอีกหนึ่งชิ้น”“อะไรรึ”“หลานทราบว่าเสด็จย่าทรงชื่นชอบภาพวาดแฝงคติธรรมของสือเทา[1]ยิ่งนัก หลานจึงทุ่มเทด้วยแรงกายแรงใจที่มี ตามหาภาพวาดของสือเทามาถวายเป็นของขวัญอีกชิ้นพ่ะย่ะค่ะ”องค์ชายแปดปรบมือให้สัญญาณ ขันทีสองคนก็ช่วยกันประคองภาพวาดอันแสนวิจิตรงดงามออกมาแสดงให้ทอดพระเนตร ผลงานของศิลปินสือเทาเป็นที่เลืองลื่อ สมัยที่คังซีเสด็จประพาสทางใต้ สือเทาเคยเข้าเฝ้าถวายภาพวาดประกอบ
บรรยากาศภายในงานเลี้ยงหรูหรากำลังรื่นเริงสุขสำราญ เสียงอวยพรดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าผสานกับเสียงดนตรีบรรเลง สุขสดชื่นจนนาราเองก็ยังตื่นตาตื่นใจไปด้วย แต่ทว่านางเริ่มสังเกตว่าอิ้นเจินนั่งหน้าเครียด คือปกติหน้าตาก็ดูเคร่งขรึมดุดันอยู่แล้วแต่นาราดูออกว่าเขากำลังกระวนกระวาย “ท่านพี่ เป็นอะไรไปเพคะ” นาราสะกิดไหล่พลางกระซิบ “หม่อมฉันขอโทษที่ไปแหย่พระชายานะ อย่าเครียดสิ” “เปล่า ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วเรื่องอะไร” “ข้าอยากกินแปะก๊วยกับเม็ดบัว” อิ้นเจินเม้มริมฝีปาก เคาะนิ้วลงบนโต๊ะรัวแรง “จู่ๆ มันก็อยากกินขึ้นมา” “หา?”โอเ
ชินหวังตี้ฝูจิ้นสะบัดหน้าเชิดขึ้นอย่างทระนง พัดด้ามหยกขาวในมือโบกพัดเป็นระวิงตามอารมณ์รุ่มร้อน เพราะเหล่าแม่บ้านสมาคมเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายต่างหันไปซุบซิบนินทา คาดเดาไปต่างๆ นานาว่าองค์ชายสี่ไม่โปรดพระชายาเอก จวินอี้จึงตวัดสายตาแข็งกร้าวมองกลุ่มคนนินทาจนกลุ่มแตกกระเจิง อารมณ์ของจวินอี้เริ่มแปรปรวนอีกแล้ว“ฮึ! งานเลี้ยงวันนี้เป็นงานใหญ่ มีชายาวังโน้นวังนี้มาร่วมงานมากมาย ท่านควรจะพาข้าร่วมงานเพียงผู้เดียว ฮึ! ไม่ใช่พามันมาฉีกหน้าหม่อมฉันด้วย!”จินจูพยายามกระซิบปรามนายหญิง “พระชายาเพคะ... เก๋อเก๋อเป็นชายาคนหนึ่ง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เก๋อเก๋อเข้าเฝ้าไทเฮา...”“อ้อ! แล้วข้าไม่ใช่พระชายาของหวังเย๋หรือไง! ฮึ! ข้าเป็นพระชายาเอกที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง!”“พระชายา เบาเสียงลงหน่อยเพคะ”“ก่อนตะวันตกดิน มันจะต้องไสหัวออกไปจากยงหวังฝู!” นางยื่นคำขาด ปลายนิ้วจิกเกร็งบนหน้าท้องของตัวเอง ส่วนอีกมือคว้าจอกเหล้าฤทธิ์แรง เตรียมจะดื่มลงไป ประกาศชัดเจนว่าหากไม่ได้ทุกสิ่งตามที่ตนต้องการ จวินอี้จะทรมานเด็ก
บทที่ 31 หวัง ฟัน เจ้า งานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนม์ของเหรินเซี่ยนหวงไทเฮาจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สนุกสนาน ภายในโถงพลับพลาจัดงานเลี้ยงกลางอุทยาน บ่าวไพร่ได้รับชุดตัดใหม่และมีขนมแจกจ่ายจนล้นเหลือ มีงิ้วหลวงนับสิบคณะแข่งประชันกันอย่างคึกคักท่ามกลางหมู่แมกไม้บานสะพรั่ง เหล่านางรำแสดงคีตลีลาบนเวทีกลางน้ำ บรรเลงเพลงอวยพรสดชื่นสดใส เหล่าราชนิกุลคนสำคัญแต่งกายงดงามหรูหราเข้าเฝ้าไทเฮาและร่วมเสวยอาหารไล่เรียงไปตามลำดับชั้นยศ ต่างมอบของขวัญที่เตรียมถวายแด่เหรินเซี่ยนหวงไทเฮาในวโรกาสการเฉลิมฉลองพระชนมายุครบเจ็ดสิบพรรษาจนล้นหลามจวินอี้มาถึงงานโดยมีจินจูช่วยเดินประคอง ตามด้วยนารากับยงชินหวัง ทั้งสามก็กลายเป็นจุดสนใจของงานเลี้ยง ต่างพากันคาดการณ์ต่างๆ นานาว่า ระหว่างเก๋อเก๋อผู้เป็นที่รักยิ่งกับพระชายาเอกผู้ตั้งครรภ์ ใครกันแน่ที่จะเป็นอันดับหนึ่งในยงหวังฝู“ยินดีด้วยนะเพคะพระชายาจวินอี้ หวังเย๋ช่างโชคดีนัก เด็กในท้องคนนี้ต้องน่ารักเหมือนท่าน
“ต้องการให้ดับเทียนก่อนหรือไม่”“มะ...ไม่ต้องเพคะ” นาราก้มหน้างุดๆ “หม่อมฉันชอบมองผิวกายของท่านอาบแสงเทียน... เร้าใจดี”เขาเป็นฝ่ายหน้าแดงก่ำขึ้นจากคำชมตรงไปตรงมาของนารา ความปรารถนาร้อนรุ่มเท่าทวี อิ้นเจินจุมพิตหว่างอก ครอบครองและลิ้มรสยอดทรวงสีหวาน พลางลดฝ่ามือลงไปสอดไซ้ปลายนิ้วสู่ความชุ่มชื้น นาราจึงเบียดต้นขาเข้าหากันและขยับกระสับกระส่ายอย่างไม่สบายใจ“นับตั้งแต่ข้าตัดสินใจที่จะดึงรั้งเจ้าไว้ในยุคนี้ ข้าก็สาบานแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าต้องอยู่อย่างต่ำต้อย” ทรงขบต้นคอและเป่าลมหายใจร้อนๆ บนผิวเปลือยขาวผ่อง “เจ้าตกลงใจเดินไปด้วยกันกับข้าแล้ว ข้าอนุญาตให้กลัวได้แต่ข้าไม่ยอมให้เจ้าถอย... ถ้าไม่มั่นใจเมื่อไหร่ก็มาให้ข้ากอด แค่นี้ทำได้ใช่มั้ย”“อืม”ทรงอ้าแขนรับร่างสั่นเทานั้นมาสวมกอด ความอ่อนโยนของเขาทำให้นางมีแรงก้าวต่อไป ร่างบางค่อยๆ สงบลงและยอมเงยหน้าขึ้นสบตา ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกผู้ชายคนนี้เป็นคู่ชีวิต นาราขอเลือกตอบว่าเป็นเพราะเขาเป็นผู้เดียวที่วางแผนเรื่องอนาคตกับนาง
“ท่านพี่ยังมีลูกแอบไว้อีกหรือเปล่า หม่อมฉันจะได้เรียกมาจับทำสัญญาให้หมด”“ไม่มีแล้ว หมดแล้ว ขอบคุณที่เจ้าโอบกอดเด็กทั้งสองคนนี้”“ไม่ใช่เด็กทั้งสอง แต่เป็นลูกทั้งสองต่างหากเพคะ และในอนาคตก็ต้องมีคนที่สาม สี่ ห้า...”นาราถอนใจที่เขาเป็นฝ่ายทำหน้าเหมือนถูกปิดบังเสียเอง นางรับไหสุรามากระดกดื่มต่อและคุยเปิดอกกันแบบแมนๆ “อย่าทำเหมือนตวนรั่วกับสูเชิ่นเป็นตัวปัญหาสิ ในเมื่อหม่อมฉันยอมรับตำแหน่งเมียของท่าน ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องมีวันนี้ ลูกของท่านก็คือลูกของหม่อมฉันด้วย ไม่ต้องคิดมากหรอกเพคะ ในเมื่อพระชายาไม่ต้องการลูกสาว หม่อมฉันก็จะรับดูแลให้เอง อีกอย่างให้พระชายาเป็นผู้คลอดทายาทให้ท่านก็ดีแล้ว บอกตามตรงว่าหม่อมฉันไม่ปรารถนาที่จะมีลูก” “ทำไม” น้ำเสียงดุดันของเขาเข้มขึ้น แต่นาราไม่สนใจ “เมียรองกับเมียเอก ตำแหน่งนี้กำหนดชีวิตของผู้หญิง ตัวหม่อมฉันไม่สนใจเรื่
เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่
“พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั
บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้
ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก







