LOGINเอ้า! ผู้ชายชวนไปเที่ยวกลางคืนลับๆ ล่อๆ เทพีแรดใจสะออนอย่างนางก
บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง ดอกซู่ซินฮวาดอกหนึ่งหลุดร่วงจากขั้ว ลอยหล่นตกลงในสระน้ำใสสะอาด ริมสระร่มรื่นหอมตลบด้วยกลิ่นดอกไม้ ฝูงนกลงลอยเล่นน้ำในสระ มีดอกบัวชูก้านขึ้นมาพ้นน้ำน่าชวนชม แมลงภู่ผึ้งทั้งหลายจึงพากันมาร่อนอยู่เหนือกลีบบัว ลิ้มรสเกสรบัวในสระนั้น บรรยากาศสงบเงียบแสนรื่นรมย์ และฝูงนกทั้งหลายก็พากันแตกตื่นบินจากไปเมื่อเสียงจุดประทัดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว หลังจากทราบเรื่องการตั้งครรภ์ของพระชายาเอกจวินอี้ ยงชินหวังก็มิได้ทอดทิ้ง สิ่งใดที่จวินอี้ต้องการเขาก็มิได้ขัดขวาง สั่งให้บ่าวไพร่รับใช้ดูแลตามความเหมาะสมเพราะอย่างน้อยหากเด็กในครรภ์เป็นชาย เด็กคนนี้ก็จะเป็นผู้มีศักดิ์และสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งเหอซั่วชินหวังตามฐานะ แม้แต่นาราเองก็ต้องคำนับถวายความเคารพเด็กคนนี้&nbs
นาราครุ่นคิดเรื่องหรงเฟย และเริ่มวางหมากเช่นกัน “ท่านพี่... หม่อมฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนท่านได้หรือไม่?” นาราลูบปลายคางไปมาเหมือนยายเฒ่าเวลาจั่วไพ่ คิดจะใช้แผนเกลือจิ้มเกลือ แหกอกหรงเฟยดูสักครา ร่างแข็งแกร่งดุจภูผาสบตาวิบๆ วับๆ ของนารา ก่อนจะขยับกายอย่างสนใจว่านางกระรอกน้อยคิดจะเล่นอะไร “มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้ โปรดสั่งมาเถิดเมียข้า” นาราต้องรีบหันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อสกัดกั้นเพลิงร้อนที่คอยเอาแต่รุมสองแก้ม อิ้นเจินยังแกล้งจับมือของนางสอดเข้าไปใต้เสื้อ สัมผัสแผงอกตึงแน่นและปล่อยค้างไว้เช่นนั้น นาราอึกอัก... คือคุยกันดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องให้นางคุยไป ลวนลามเขาไปด้วยเล่า?! นางไม่ได้บ้ากามมือปลาหมึกแบบเขาสักหน่อย “วนรถอีกมั้ย”
นาราคิดตามแต่ยังไม่เข้าใจ “ถ้านางได้ขึ้นเป็นฮองเฮา นางถึงจะเมตตาเสด็จแม่... ทำไมล่ะเพคะ”“หากองค์ชายคนใดคนหนึ่งขึ้นครองราชย์ ทั้งฮองเฮาและพระมารดาขององค์ชายผู้นั้นจะได้ก็ขึ้นเป็นไทเฮาทั้งคู่ เหมือนอย่างที่เหลียงเฟยใช้เกลี้ยกล่อมอี้กุ้ยเฟยให้ร่วมมือ แต่อำนาจไม่ใช่ของที่จะแบ่งกันด้วยน้ำใจ ดูจากนิสัยของนาง นางคงจะปล่อยให้เสด็จแม่นั่งตำแหน่งสักปีสองปีก่อนจะล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุและสิ้นพระชนม์ไปอย่างเงียบๆ อย่างไรล่ะ”นาราฟังแล้วถูขมับ“เฮ้อ! แบบนี้ก็ต้องเดินหน้าชนทั้งเหลียงเฟยกับหรงเฟยเลยสิเนี่ย ถ้าทั้งสองคนนี้จับมือกัน เสด็จแม่จะทรงมีอันตรายยิ่งขึ้นนะเพคะ”“เมียข้า... เจ้าไม่ต้องห่วงว่าสองคนนั้นจะร่วมมือกันเลยสักนิด”“เพราะ...”“เพราะเสด็จพ่อจะไม่มีวันแต่งตั้งน้องแปดขึ้นเป็นรัชทายาท” อิ้นเจินอ่านสถานการณ์อย่างเฉียบขาดและเด็ดขาดกว่านารา คังซีทรงแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่โปรดองค์ชายแปด เหลียงเฟยจึงไร้ค่าในสายตาหรงเฟยในบัดดล ยามนี้จึงมีเพียงเต๋อเฟยที่โดดเด่นเจิดจรัส นาราคิดตามไ
“ท่านพี่รู้ตั้งแต่แรกแล้วหรือเพคะ”“ใช่ เมื่อเดือนก่อนชายารองของข้าเข้าวังเพื่อคารวะเสด็จแม่ ท่านได้กลิ่นหลงเฉียนจึงนึกเอะพระทัย แล้วก็เป็นอย่างที่คิด... น่าสงสารก็แต่ชายารองที่ไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีกแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นความลับ”“แล้วเครื่องหอมนี้... เข้าไปอยู่ในบ้านเราได้อย่างไร” นาราต้องจับไหล่กว้างกำยำไว้เพื่อทรงตัวไม่ให้ทรุดจมลงไปในอ้อมแขนแกร่งมากกว่านี้ คุยกับพ่อเจ้าประคุณแล้วเหนื่อยยิ่งนัก อิ้นเจินแอบยิ้มเมื่อได้ยินนาราเรียกยงหวังฝูว่า ‘บ้าน’ เขาเองก็คิดเช่นนั้นความหวังใหญ่หลวงของสตรีทุกคน ไม่ว่าจะสูงส่งหรือต่ำต้อยเพียงใด ทุกคนล้วนหวังจะให้กำเนิดบุตรสุขภาพแข็งแรง ทว่าฤทธิ์ชะมดเช็ดทำให้พวกนางกลายเป็นคนพิการเสียแล้ว นับว่าคนลงมือใจคอโหดร้ายยิ่งนัก “หรงเฟยต้องการอะไร เหตุใดถึงเล่นงานหลังบ้านของท่านเช่นนี้ล่ะ แผนการร้ายนี้ชั่วช้านัก จงใจตัดสายเลือดท่านให้สิ้นสกุล ท่านรักษาพระชายารองไม่ได้แล้วหรือ”“หมอหลวงสามคนบอกตรงกันว่าไม่ นางได้รับชะมดเช็ดสะสมมากเกินไป อนุของข้าคนหนึ่งพอทราบว่าไม่อาจม
เราต้องใช้เวลาเดินทางร่วมๆ ครึ่งชั่วยาม ระหว่างทางน่าจะทำอะไรได้บ้าง ตอนที่ม้าควบเร็วๆ คงจะไม่มีใครทันสังเกตอะไรหรอก แต่เสียงครางหวานๆ ของเจ้านี่สิจะทำอย่างไรดี...”สีหน้าของเขาจริงจังมากจนนาราสำลัก คนผี! พูดออกมาได้ไม่อายปาก เขาตั้งใจจะร่วมรักกับนางบนม้ากลางวันแสกๆ และนางก็เกลียดตัวเองที่ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว“ก็งับชายเสื้อไว้ไงเพคะ”“เออ จริง” เขาทำหน้าเหมือนตาเฒ่าผู้บรรลุโลก “งั้นเราต้องลองซ้อมดูก่อนนะ”ในที่สุดนาราก็จับไต๋ได้แล้ว! เขาเป็นสาวกโยว่ผูถวนตัวพ่อเลยชัดๆ ปกติแล้วอิ้นเจินเป็นราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ นิ่งขรึมลึกซึ้งและพูดน้อย แต่พอเขาพูดเรื่องหวาดเสียวเช่นนี้ออกมาหน้าตาเฉย แถมยังกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงแหบห้าวตรงไปตรงมา นาราก็หน้าแดงจัดจนน่าขบขันและถลึงตาใส่เขาจนตาปูดตาโปน“หยางตง ขับรถวนรอบเมือง” เขาเอ่ยสั่งคนขับรถม้า นารารู้ทันทีว่าเขาคิดจะทำอะไร“ไม่เอานะท่านพี่”นาราดิ้นรนหนีลงจากตักแกร่ง แต่ไม่นานนักเสียงครวญครางแว่วหวานดังแผ่ว อิ้นเจินกำลังตั้งใจผลิตทายาท
บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝูระหว่างทางนั่งรถม้ากลับจวนยงหวังฝู อิ้นเจินอยู่ในสภาวะทิ้งตัว เอนไหล่อันหนากำยำพิงตัวนางพลางมองเก๋อเก๋อตัวน้อยดีดลูกคิดบัญชีรายการของขวัญที่ได้รับมาทั้งหมด ดีดจนปวดนิ้วก็ยังไม่ครบจำนวน นาราหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวเมื่อเห็นตัวเลข นับว่ามีผัวแล้วแฮปปี้เวรี่มัชยิ่งนัก แดนซ์ๆ ขยับต้นคอยึกๆ ยักๆ“ไอ๊หยา รวยเละ! ต่อไปนี้ท่านต้องเรียกหม่อมฉันว่าเถ้าแก่เนี้ยแล้วนะ”“อย่ามัวแต่สนใจเงินสิ สนใจข้าบ้างนารา” เขาประท้วงพลางดึงลูกคิดออกจากมือ “รวยแล้วอย่าทิ้งข้าล่ะ”“โถ ท่านพี่ วางใจเถอะเพคะ หม่อมฉันยังต้องอยู่ไถเงินท่านไปอีกนานแสนนาน”นารากวักมือเรียกพระสวามีเหมือนอาเสี่ยเรียกหนูๆ พลางตบตักให้มานอนหนุนตัก ปกตินางนั่งเฉยๆ ก็ถูกร่างกำยำเบียดจนแทบจะสิงอยู่แล้ว แต่อิ้นเจินต้องการมากนั้น ท่อนแขนแกร่งโอบรัดเอวบางแล้วลากให้มานั่งบนตัก นาราดิ้นขอนั่งเอง นางไม่ใช่เด็กเล็กๆ จะขออุ้มอะไรกันหนักหนาวะคะ“ไม่
เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่
“พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั
บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้
ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก







