로그인สองสามวันต่อมา
&nbs
แต่ศึกของนารายังไม่จบ “หากทรงเกรงว่าเกียรติของหลิวหลานจะถูกลดค่าลงเพราะแต่งกับนายกองไร้ฐานันดร... ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะทูลขอให้เชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์สักพระองค์รับหลิวหลานเป็นพระธิดาบุญธรรม ดีมั้ยเพคะ” “อืม... ก็ดีนะ ต่อให้ตบแต่งไปแล้ว แต่ฐานันดรศักดิ์ก็จะยังติดตัวอยู่ ในอนาคตหากมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับสามี นางก็จะได้มีเงินตำแหน่งไว้ดูแลครอบครัว รับนางเป็นพระธิดาบุญธรรมให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียเลยก็ดี”“เสด็จแม่ทรงคิดว่าผู้ใดเหมาะสมเพคะ” นารารับลูกเต๋อเฟยเป็นปี่เป็นขลุ่ย“คนที่เหมาะสมที่สุดตอนนี้ก็คงจะมีแต่กู้หลุนตวนหมินกงจวู่[1] ทรงอายุมากแล้วและไม่มีผู้ใดคอยดูแล หากมีหลิวหลานคอยอยู่ปรนนิบัติจนกว่าจะออกเรือน ยามสิ้นชีวิตก็จะได้มีคนธูปกราบไหว้ พี่ตวนหมินก็คงจะยินดี... หรงเอ๋อร์เจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”“ข้า...”
“น้องหลิวหลานเป็นหญิงงามหาตัวจับได้ยากนัก มีฝีมือติดตัวเลิศล้ำในทุกๆ ด้าน เรียกได้ว่าเป็นยอดสตรีที่ชายทั่วหล้าเฝ้าฝันหา นับว่าหรงเฟยทรงมีพระทัยโอบอ้อมอารี คิดตรงกับหวังเย๋อย่างน่าอัศจรรย์ หม่อมฉันได้รับคำขอร้องจากหวังเย๋ ทรงพระทัยร้อนยิ่งนักจนหม่อมฉันต้องหาทางช่วย หม่อมฉันจึงขออนุญาตกราบทูลขอร้องเหนียงเหนียงอีกแรงเพคะ” “รีบพูดเร็วเข้า” หรงเฟยเบิกบานอย่างยิ่ง “นั่งก่อนแล้วค่อยพูดเถิด” “ขอบพระทัยเพคะ” นารานอบน้อมและยิ้มให้หลิวหลาน “ตอนนี้ชายแดนทางเหนือกำลังมีศึกหนัก แม้จะยากลำบากแสนสาหัสแต่เหล่าทหารกล้าล้วนทุ่มเทพร้อมพลีชีพ เรื่องนี้หวังเย๋ทรงติดตามการศึกโดยตลอดเพคะ เมื่อเช้าตรู่เพิ่งจะมีม้าเร็วแจ้งข่าวชนะศึก หวังเย๋ทรงดีพระทัยยิ่งนักเพคะ นับว่าเป็นข่าวเสริมมงคลยิ่งๆ ขึ้นไป” หลิวหลานเริ่มเงยหน้าขึ้นมองนารา ห
บทที่ 37 ดัดหลังหรงเฟย มวลเมฆเหนือตำหนักเหยียนชีกงตอนนี้กำลังอึมครึมทั้งๆ ที่ตะวันฉายแสงแรงกล้า อากาศร้อนเร่งให้น้ำแข็งก้อนโตที่ใส่ในอ่างกระเบื้องเคลือบละลาย น้ำซึมหยดเป็นจังหวะดังติ๋งๆ ซื่อจื่อค้อมศีรษะรอรับใช้เต๋อเฟยอยู่ไม่ไกล แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเข้าไปด้านในโถงตำหนักอย่างขัดเคือง นึกร้อนใจที่ตู้หมิงไม่กลับมาเสียทีหรงเฟยจิบชารสหวานเผื่อนแก้กระหาย ก่อนจะขยับพัดกลมในมืออย่างสุขสำราญ ใบหน้าอิ่มเอิบยิ้มแย้มโดยที่มีหลิวหลานนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า “เงยหน้าขึ้นให้เต๋อเฟยมองเจ้าชัดๆ สิจ๊ะหลิวหลาน” หลิวหลานแต่งกายชุดนางกำนัลเรียบร้อย แม้ว่าชุดจะดูธรรมดาๆ แต่ความงดงามนั้นเปล่งปลั่งต้องตา ใบหน้าขาวสวยของหลิวหลานสะอาดหมดจด คิ้วโก่งเรียว ดวงตากลมโต จมูกไม่โด่งไม่แบนเกินไปและ
สองสามวันต่อมา “ทูลฮุ่ยเก๋อเก๋อ เต๋อเฟยทรงส่งคนมาทูลเชิญเก๋อเก๋อให้ไปพบที่เหยียนชีกงพ่ะย่ะค่ะ” วันนี้ตู้หมิงรับหน้าที่นำข่าวจากเต๋อเฟยมาที่จวนยงหวังฝู การแต่งกายจึงเนี้ยบเป็นพิเศษ ตู้หมิงชันเข่าคำนับนาราอย่างเป็นทางการ สีหน้าขึงขึง ส่วนนารานั่งเด่นเป็นเจ้าแม่ มีสูเชิ่นกับตวนรั่วกำลังฝึกดีดพิณอยู่ใกล้ๆ“อืม ข้าทราบแล้ว ลุกขึ้นได้... ส่วนพวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าจะคุยธุระกับใต้เท้าตู้ตามลำพัง”“เพคะ” พอคนรับใช้ในจวนออกไปกันหมดแล้ว ตู้หมิงก็เหมือนติดสปริง เด้งตัวขึ้นมา ส่วนนาราบิดเอวแก้ปวดเมื่อย นั่งเก็กท่านานๆ แล้วปวดหลัง นาราเจอตู้หมิงก็เหมือนได้เจอเพื่อนสาว ตบบนตบล่าง ตบพร้อมๆ กัน แดนซ์ๆ สะบัดไหล่เป็นคลื่นราวกับไร้กระดูก สูเชิ่นกับตวนรั่วเห็นจนชินแล้วก็เลยทำหน้าเฉยๆ ดีดพิณประกอบจังหวะให้ด้วย“ข้ากำลังอยากเจอเจ้าพอดี ข้ากำลังวางแผนจะให้เจ้าเป็นสายส่งครีมหมีเดือดในวัง ของรอบนี้พิเศษเพราะเป็นรุ่นหมีบ้องแบ้ว”“ยินดีรับใ
ดวงตาของเขาเข้มขึ้นขณะก้มลงจุมพิต“เจ้าคงไม่รู้ว่าข้าคิดถึงเจ้าบ่อยมากแค่ไหน ข้าปรารถนาให้ไฟร้อนแรงของเจ้าเสียดสีเนื้อหนังของข้า เริ่มต้นช้าๆ แล้วกระหน่ำแรงขึ้นทีละน้อย... ฝังตัวข้าลงไปทั้งเนื้อทั้งตัว เราจะขยับกายร้อนขึ้น... ร้อนขึ้นเรื่อยๆ เจ้าอยากจะให้ข้าแสดงให้เห็นหรือไม่”นาราอ้าปากพะงาบเมื่อจินตนาการตามคำพูดอุกอาจของเขา ตัวตนของชายฉกรรจ์รุกเร้านางหนักขึ้น จัดการตรึงร่างบอบบางไว้แล้วเริ่มขยับเบาๆ สัมผัสนางโดยมิได้ล่วงล้ำ“ทะ...ท่านพี่...”“เจ้าคงจะไม่ได้สนใจความปรารถนาที่ข้ามอบให้เลยแม้แต่น้อย เจ้าจึงได้ผลักไสข้าอย่างง่ายดายเช่นนี้” ร่างแกร่งกร้าวคำรามในลำคอเหมือนสัตว์บาดเจ็บ ผิวกายสีทองแดงตัดกับผิวขาวสีงาช้างเสียดสีกันเร็วขึ้น สิ่งที่ร้อนแรงแข็งเครียดที่สุดของผู้ชายกำลังเบียดหน้าท้องเรียบเนียน ความเร่าร้อนรวมตัวกันหนาแน่นจนกระทั่งกลั่นตัว ความร้อนและความหฤหรรษ์แล่นปราดไปทั่วร่าง“หม่อมฉันรู้ว่าท่านไม่พอใจ แต่ว่าได้โปรด... ท่านพี่...”“เจ้าต้องการข้าหรือไม่”“เพคะ&
“ตอนนี้มีข่าวลือเช่นนั้นจริงๆ หรือ บอกข้ามาตามตรง อย่าปิดบังข้า”เจียวเจียวนึกเสียใจที่พูด “เพคะ ตอนนี้คนในเมืองหลวงลือกันหนักมาก ตอนที่บ่าวออกไปซื้อของในตลาด มีแต่คนเดากันสนุกว่าคุณหนูจากจวนไหนจะได้แต่งเข้ายงหวังฝูอีก มีทั้งสกุลถงเจีย นิ่วฮู่ลู่ หม่าเจีย อูย่า อูลานาลา กัวหลัวหลัวและพระญาติฝั่งมองโกล หรือแม้แต่สกุลฮั่นต่างก็พร้อมใจกันพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่ง... ซึ่งตามกำหนดแล้วหวังเย๋ทรงสามารถมีชายาเอกได้หนึ่งคน ชายารองอีกสี่ ดังนั้น... ดังนั้นพวกตระกูลใหญ่ทั้งหลายล้วนส่งเทียบเชิญมาที่จวน พวกเขาเห็นว่าหวังเย๋ทรงสง่างามและเป็นเชื้อพระวงศ์คนสำคัญ ไม่ว่ายังไงก็ต้องตบแต่งพระชายาเพิ่มเพื่อดึงฐานสนับสนุนจากแต่ละตระกูลเพคะ”แม้จะทำใจลำบากแต่นาราก็ยอมรับ “จริงด้วยสินะ ข้ามัวแต่ดูแลลูกสาวเพลินจนลืมเรื่องนี้ไปเลย”“ฮือๆ หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันไม่น่าพูดเรื่องนี้ให้เก๋อเก๋อไม่สบายพระทัยเลย”เจียวเจียวตบปากตัวเองจนแก้มแดงช้ำ นาราแตะมือห้ามไว้ แววตาของนาราวาววับดุจนางเสือ ความคิดไหลแล่นปรู๊ดปร๊าดราวกับไฟฟ้าลัดวงจร ผิดกับส
บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา
นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...
“อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ
สวัสดีนักอ่านทุกๆ ท่านค่ะ นิยายที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้เป็นนิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรกของปุ๋มค่ะ หลังจากดูละครจีนแนวอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Bu Bu Jing Xin หรือชื่อละครว่าฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ ฉายทางช่องสาม เป็นเรื่องราวในยุครัชกาลคังซี ความคิดก็เริ่มสะสมขึ้น จนได้ดูละครเรื่อง The Legend of Zhen







