공유

บทที่ 13

작가: โม่เสียวชี่
แม้แต่ท่านโหวหลินก็อดมองหน้าเฉียวเนี่ยนไม่ได้ แต่ยังคงพูดคุยกับหลินเย่ว์ต่อ “เคราะห์ดีที่วันนี้มีพระสนมเต๋อกุ้ยเฟยมาออกหน้าให้ มิฉะนั้นอย่าว่าแต่เจ้า แม้แต่ข้าเองก็อาจไม่ได้ออกจากวังมาอีก!”

เฉียวเนี่ยนมองดูพื้นที่อยู่เบื้องหน้าตน ในใจแอบรู้สึกถึงความเย้ยหยัน

คำพูดนี้ น่าจะพูดให้นางฟังมากกว่า

ขณะกำลังคิดอยู่ ด้านนอกก็มีเสียงหลินยวนแว่วมา “ท่านพ่อ...”

น้ำเสียงอ่อนหวานนั้น แฝงด้วยความอ่อนแรง ระคนความร้อนใจ คล้ายพร้อมจะขาดใจได้ทุกเมื่อกระนั้น

เฉียวเนี่ยนคิ้วขมวดเล็กน้อย พลันเห็นหลินยวนเดินอย่างอ่อนระโหยเข้ามาโดยมีสาวใช้เสี่ยวชุ่ยคอยประคอง ทันทีที่เห็นใบหน้าหลินเย่ว์มีเลือดไหลซึม น้ำตานางก็ร่วงหล่นลงพลัน พร้อมคุกเข่าลงข้างกายหลินเย่ว์ “ท่านพ่อ ขอท่านอย่าได้โกรธมาก แค่กๆๆ แค่กๆๆ...”

กล่าวยังไม่ทันจบประโยค หลินยวนก็เกิดอาการไอรุนแรงขึ้นมา

ท่านโหวหลินเป็นห่วงเสียจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ พลางตวาดไปทางเสี่ยวชุ่ย “ยังไม่รีบพยุงคุณหนูขึ้นมาอีก!”

จนแม้แต่ฮูหยินหลินซึ่งแต่เดิมปกป้องหลินเย่ว์อยู่ ยังรีบไปพยุงให้นางยืนขึ้น “เจ้ายังป่วยอยู่ ออกมาทำไมกัน?”

“ข้า...ได้ยินว่าท่านพ่อจะลงโทษพี่ใหญ่” น้ำตาหลินยวนร่วงเผาะเป็นเม็ดโตๆ “ข้า...รู้ว่าคงเพราะพี่ใหญ่ไปก่อเรื่องไว้ จึงทำให้ท่านพ่อโกรธถึงเพียงนี้ แต่พี่ใหญ่มิใช่คนเกเร เขาทำสิ่งใดก็ย่อมมีเหตุผลของเขา ขอท่านพ่อโปรดเห็นแก่ยวนเอ๋อร์สักครั้ง อภัยให้พี่ใหญ่ด้วยเถิด...”

ทุกคำที่นางกล่าวมา ล้วนทำให้ท่านโหวหลินและหลินเย่ว์ใจอ่อนลงในบัดดล

หลินเย่ว์ตื้นตันใจยิ่ง แต่กลับเหลียวมองไปทางเฉียวเนี่ยนโดยไม่ตั้งใจ

พลางเห็นอีกฝ่ายใบหน้าเฉยชา สีหน้าคล้ายไม่รู้สึกรู้สม ก็ให้รู้สึกปวดใจยิ่ง

ยวนเอ๋อร์แม้จะไม่สบายยังออกมาขอร้องแทนเขา แล้วนางล่ะ?

ทั้งที่รู้ว่าเขาไปสั่งสอนนางกำนัลกลุ่มนั้นก็เพื่อนาง นางกลับไม่มองหน้าเขาแม้แต่น้อย!

โทสะในใจท่านโหวหลิน เลือนหายเพราะคำพูดของหลินยวนไปกว่าครึ่ง แต่ยังคงหน้านิ่วคิ้วขมวด พลางกล่าว “เอาเถิด เรื่องวันนี้ให้ถือเป็นบทเรียนให้เจ้า” กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อ เดินจากไปทันที

รอจนท่านโหวหลินออกไปแล้ว ฮูหยินหลินรีบสั่งให้บ่าวไพร่พยุงหลินเย่ว์ลุกขึ้น “รีบไปตามหมอมาทำแผลให้คุณชายโดยเร็ว!”

บ่าวไพร่รับคำแล้วออกไปทันที หลินยวนเริ่มไอขึ้นมาอีก ฮูหยินหลินจึงหันไปดูแลนางบ้าง

เฉียนเนี่ยนยืนมองเหตุการณ์เบื้องหน้า รู้สึกคล้ายตนเองเป็นคนนอก เมื่อเห็นว่าเรื่องต่างๆ ไม่เกี่ยวข้องกับตนแล้ว จึงหันหลังคิดจะออกไป

แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นจากห้องโถง ก็ได้ยินเสียงหลินเย่ว์เอ่ยปาก “เจ้าไม่มีสิ่งใดจะพูดบ้างรึ?”

เฉียวเนี่ยนหยุดก้าวเดิน พลางหันกลับมามองหน้าหลินเย่ว์ “ท่านโหวน้อยต้องการให้ข้าพูดอะไรบ้าง?”

หลินเย่ว์เจ็บแปลบขึ้นในใจ “ข้าไม่อยากฟังเจ้าพูดสิ่งใด แต่สิ่งที่ข้าทำก็ล้วนเพื่อเจ้า แล้วเจ้าจะไม่พูดอะไรกับข้าบ้างรึ?”

เขาถึงขั้นปล่อยมือที่กุมบาดแผลลง ปล่อยให้โลหิตสีแดงฉานบาดตาเฉียวเนี่ยน

เขาคิดในใจ ไม่ได้หวังให้นางเป็นห่วงเขาเช่นเดียวกับยวนเอ๋อร์ แต่ขอเพียงนางเห็นใจเขาสักนิด เพียงนิดเดียวก็ยังดี

เท่ากับว่าการกระทำของเขาในวันนี้ ไม่นับว่าเสียเปล่า

แต่ว่า ในสายตาเฉียวเนี่ยนมีแต่ความเย็นชา นางกวาดตาไปยังผู้อื่นที่อยู่ในห้องโถง สีหน้าทุกคนล้วนแสดงความรู้สึกเดียวกัน คือหวังให้นางพูดสิ่งใดออกมาบ้าง

พูดในเรื่องที่พวกเขาต้องการจะฟัง

แต่ทว่า เฉียวเนี่ยนละสายตากลับคืนมา มองหน้าหลินเย่ว์ มุมปากผุดรอยยิ้มหยันรางๆ “ท่านโหวน้อยน่าจะดื่มจนเมามาก กระทั่งแยกไม่ออกว่าสิ่งที่ทำในวันนี้ เพื่อข้าจริงๆ หรือเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดในใจท่านกันแน่”

“หลินเนี่ยน!” หลินเย่ว์ตวาดเสียงลั่น มองหน้าเฉียวเนี่ยนด้วยความรู้สึกผิดหวังยิ่ง

นางทำเช่นนี้ได้อย่างไร?

ไฉนจึงเป็นไปได้?

แม้แต่หลินยวนยังอดไม่ได้ที่จะพูดแทนหลินเย่ว์ “พี่หญิง พี่ใหญ่ไม่เคยบุ่มบ่ามเช่นนี้มาก่อน วันนี้ทำเพราะท่านจริงๆ...”

“หากท่านโหวน้อยคิดทำเพื่อข้าจริง คนแรกที่ควรสั่งสอนหาใช่เหล่านางกำนัลที่กรมซักล้างไม่” เฉียวเนี่ยนเอ่ยปากเนิบๆ ดูเย็นชายิ่ง

แม้นางจะไม่ได้มองหน้าเสี่ยวชุ่ย แต่ทุกคนในห้องโถงต่างก็รู้ดี คนที่นางกล่าวถึงก็คือเสี่ยวชุ่ยนั่นเอง

ที่นางถูกข่มเหงรังแกมาสามปีเต็ม ตัวการอันดับหนึ่งก็คือเสี่ยวชุ่ย และวันนี้คนที่ชี้หน้ากล่าวหานางก็คือเสี่ยวชุ่ยอีก แต่ว่า หลินเย่ว์ได้ทำอะไรบ้าง?

เขากลับไปสั่งสอนนางกำนัลกลุ่มนั้นแทน

ช่างน่าขำยิ่งนัก!

หน้าอกหลินเย่ว์กระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง ลำคอคล้ายมีมือใหญ่มาบีบไว้แน่น ไฟโทสะคุกรุ่นจนแทบอยากระเบิดออกมา

ทันใดนั้น พ่อบ้านหลิวแห่งจวนโหวอุ้มห่อผ้าขนาดใหญ่ห่อหนึ่ง เดินปรี่เข้ามาในห้องโถง “ฮูหยิน พระสนมเต๋อกุ้ยเฟยให้คนส่งห่อเสื้อผ้ามาขอรับ”

แม้ปากจะรายงาน แต่ห่อผ้านั้นหาได้ส่งไปเบื้องหน้าฮูหยินหลินไม่ กลับไปยืนข้างเฉียวเนี่ยนแทน “ซ้ำยังกล่าวว่า คุณหนูซักเสื้อผ้าได้ดี ที่ส่งมาเป็นชุดเลอค่า ให้ผู้อื่นซัก พระสนมจะไม่วางใจ”

ขณะพูดจา ที่น่าขำก็คือแม้แต่พ่อบ้านหลิวยังคล้ายกับร้อนตัว พลางลอบดูสีหน้าเฉียวเนี่ยนเป็นระยะ

เฉียวเนี่ยนกลับเข้าใจดี นี่คงเป็นสิ่งที่ฮูหยินหลินพูดว่า พระสนมเต๋อกุ้ยเฟยกำลังหาวิธีให้อยู่

มีคุณหนูของตระกูลขุนนางใดบ้าง ที่รับซักเสื้อผ้าให้แก่คนในวัง?

ลบหลู่นาง ก็เท่ากับตบหน้าคนของจวนโหวด้วย

นางหันไปพยักหน้าให้หนิงซวงรับเอาห่อผ้าไว้ พร้อมได้ยินพ่อบ้านหลิวกล่าวต่อ “พระสนมเต๋อกุ้ยเฟยยังกำชับมาอีกว่า เสื้อผ้าเหล่านี้พรุ่งนี้เช้าจะต้องส่งเข้าวัง เพราะนางยังต้องสวมใส่อีก!”

พรุ่งนี้เช้าส่งเข้าวัง ก็แปลว่าคืนนี้ต้องซักให้สะอาด

เฉียวเนี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึก พร้อมพยักหน้าเบาๆ จากนั้นจึงหันไปทางหลินเย่ว์ “หากจำเป็นต้องพูดสิ่งใดจริง งั้น...ข้าขอขอบคุณท่านโหวน้อย”

ขอบคุณที่เข้าวังช่วยนางรับเอางานอัปยศเช่นนี้มา

เมื่อกล่าวจบ เฉียวเนี่ยนจึงเดินออกไปโดยไม่เหลียวหลังอีก หนิงซวงอุ้มห่อผ้าติดตามไป ระหว่างทางไม่กล้าพูดมากแม้แต่คำเดียว

จวบจนกลับถึงเรือนฟางเหอ เฉียวเนี่ยนบอกให้นางไปเตรียมน้ำไว้ นางจึงอุ้มห่อผ้าพลางกล่าวตอบ “วันนี้คุณหนูตกน้ำมา ควรรีบไปพักผ่อนเสีย เสื้อผ้าเหล่านี้บ่าวจะซักให้เอง!”

วันนี้ แม้ว่าคุณหนูจะได้ดื่มน้ำขิงไป ทั้งยังแช่น้ำอุ่นอีก แต่อย่างไรก็คือได้รับความหนาวเย็นมา

ขนาดคุณหนูรองยังล้มป่วย แล้วคุณหนูของนางจะรอดได้อย่างไร?

เสื้อผ้าเหล่านี้คุณหนูซักไม่ได้ นางจะต้องพักผ่อน!

แต่เฉียวเนี่ยนกลับแย่งห่อผ้ามาจากมือหนิงซวง “พระสนมกุ้ยเฟยบอกว่าเสื้อผ้าเหล่านี้หากข้าไม่ซักเอง นางจะไม่วางใจ เรื่องวันนี้เจ้าก็เห็นอยู่ ถ้าข้าไม่ซักด้วยตัวเอง พรุ่งนี้เกรงว่าจะมีเรื่องตามมาอีก ไปเถิด ข้าจะใช้น้ำเย็น”

ชุดอาภรณ์ล้ำค่าไม่ควรแช่ด้วยน้ำอุ่น หากซักแล้วเสียหายก็จะเป็นเรื่องใหญ่

หนิงซวงไม่ขยับตัว ยังคงยืนนิ่งมองดูเฉียวเนี่ยน ปลายจมูกแสบขึ้นมา

เฉียวเนี่ยนมองนางด้วยความแปลกใจ “ทำไมรึ?”

“คุณหนูเจ้าคะ...” หนิงซวงเอ่ยปาก น้ำตาก็พรั่งพรูลงมาทันที “พวกเขารังแกท่านนัก แต่ละคนคอยจ้องจะเล่นงานท่านทั้งสิ้น ฮือๆๆ...”

เด็กคนนี้พอร้องไห้ก็แทบหยุดไม่ได้

เฉียวเนี่ยนถอนหายใจด้วยความจนปัญญา แต่ว่า นางก็ไม่รู้จะปลอบใจหนิงซวงอย่างไรดี และไม่รู้จะให้คำตอบอย่างไรด้วย

เพราะนางเองก็อยากรู้ เหตุใดพวกเขาจึงจ้องจะรังแกนางเพียงผู้เดียว?

เพราะนางไม่ใช่ลูกในไส้กระนั้นรึ?

เคราะห์ดีที่เสื้อผ้ามีไม่มากนัก เฉียวเนี่ยนซักเสร็จก่อนฟ้าจะมืดลง รุ่งขึ้นจึงนำไปส่งมอบให้พ่อบ้านหลิว ให้เขาส่งต่อเข้าวังไป

แต่ไม่คาดคิดว่า พ่อบ้านหลิวกลับบอกนางว่า พระสนมกุ้ยเฟยรับสั่งให้นางไปส่งด้วยตนเอง

นางจึงอุ้มห่อผ้ายืนตะลึงอยู่กับที่

ให้นาง เข้าวังอีกครั้งกระนั้นรึ?
이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요
댓글 (17)
goodnovel comment avatar
เกสรา เทียนเล็ก
สนุกมากๆค่ะอยากอ่านจนจบ
goodnovel comment avatar
เกสรา เทียนเล็ก
อยากอ่านจนจบสนุกมากๆค่ะ
goodnovel comment avatar
ปวิช
บทที่ 13 นี่ผมละอยากถาม คุณพี่ครับเอ็งทำร้ายนางกำนัลทำไมเหรอ หรือเพราะอยากระบายความกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เหรอ
댓글 더 보기

최신 챕터

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1719

    อีกด้านหนึ่ง อิ๋งชีสุดจะทนฟังได้อีกต่อไป เขาวาดเท้าถีบเข้าที่ร่างของเสิ่นเยว่อย่างแรง “เจ้ายังรู้ตัวอยู่อีกหรือว่าเป็นถึงศิษย์พี่ของเจ้าสำนัก? แต่ดูสิ่งที่เจ้าทำลงไปสิ! อาศัยความเชื่อใจและความเมตตาของเจ้าสำนัก คอยทิ่มแทงทำร้ายคนรอบข้างนางครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งอาจิ่วเจ้าก็ยังไม่เว้น! เสิ่นเยว่ ยามที่อดีตเจ้าสำนักประสิทธิประสาทวรยุทธ์และวิชาแพทย์ให้เจ้านั้น ท่านสอนให้เจ้ากลายเป็นคนใจคออำมหิต ไร้ซึ่งคุณธรรม ถึงขั้นลงมือเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักเช่นนี้เชียวหรือ!”“แต่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อสำนักราชาโอสถ!” เสิ่นเยว่แผดเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดรวดร้าว “หากมิใช่เพราะนางใจอ่อนจนเกินไป ข้าจะต้องลงมือทำเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออันใด?! ข้าเพียงต้องการให้นางสำนึกว่า บนโลกใบนี้มิใช่ทุกคนที่ควรค่าแก่การช่วยชีวิต! ความเมตตาที่มากเกินไปมีแต่จะย้อนกลับมาทำลายสำนักราชาโอสถ! สิ่งที่ข้าทำ... ล้วนทำเพื่อสำนักราชาโอสถทั้งสิ้น!”“ยังจะกล้าสับปลับ!”อิ๋งชีแค้นเคืองจนประเคนหมัดใส่เขาอีกครา “เจ้าพร่ำบอกว่าทำเพื่อสำนักราชาโอสถแต่แท้จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ คนที่ชักนำหายนะมาสู่สำนักราชาโอสถก็มีเพียงเจ้าผู้เดียวเท่านั้น!”

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1718

    ราวกับสูดดมได้ถึงกลิ่นอายอันน่ารังเกียจยิ่งทว่ามีรากเหง้าเดียวกัน ทันทีที่กู่ตัวลูกมุดออกมาจากร่างของฉู่จืออี้ มันก็ดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นฉับพลัน กลายสภาพเป็นเส้นแสงสีม่วงสายหนึ่ง พุ่งทะลวงเข้าหาเสิ่นเยว่ที่กำลังถูกกู่ตัวแม่ทรมานเจียนตายอยู่บนพื้นอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!“ฉึก!”บังเกิดเสียงดังแผ่วเบายิ่งนักทว่ากู่ตัวลูกนั้นกลับมุดแทรกเข้าไปในบาดแผลตรงหน้าอกของเสิ่นเยว่โดยตรง!“อ๊ากกก!”ทันทีที่กู่ตัวลูกเข้าสู่ร่างกาย เสิ่นเยว่ก็แผดเสียงร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัส ประหนึ่งเสียงภูตผีปีศาจคร่ำครวญ!เขารู้สึกราวกับโลหิตในกายกำลังเดือดพล่าน กระดูกคล้ายถูกมดนับหมื่นรุมกัดทึ้ง เส้นชีพจรปวดร้าวแทบปริแตกออกทุกชั่วข้อนิ้ว!เดิมทีภายในร่างของเขาก็มีกู่ร่วมชะตาฝังอยู่แล้วชนิดหนึ่ง แม้หลังจากหลอมรวมมันจะอยู่ในสภาวะจำศีล ทว่าเมื่อครู่ตอนที่เฉียวเนี่ยนส่งกู่ตัวแม่เข้าสู่ร่างเขา กู่ร่วมชะตาที่หลับใหลอยู่ก็พลันตื่นขึ้นยามนี้ กู่ร่วมชะตาทั้งสองชนิดได้ใช้เลือดเนื้อและพลังปราณในกายเขาต่างสมรภูมิ พวกมันกัดทึ้งและกลืนกินกันเองอย่างบ้าคลั่ง ความทุกข์ทรมานที่ตามมานั้นสาหัสสากรรจ์ยิ่งกว่าการถูกวิชาสะท้อนกลับก่อ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1717

    “โลหิตกู่... ช่างเป็นของวิเศษสำหรับการหลอมกู่โดยแท้ มิน่าเล่า เมื่อก่อนแม่เฒ่าอากู่น่าถึงได้เพียรพยายามจะหลอมกลั่นโลหิตกู่ในร่างตนเองให้จงได้! เจ้าว่าจริงหรือไม่?” เฉียวเนี่ยนแย้มยิ้มบางเบา ขณะทอดมองความตื่นตะลึงในดวงตาของเสิ่นเยว่ที่ค่อย ๆ ทวีความเข้มข้นขึ้นจากนั้นนางก็มิได้ชายตาแลเขาอีก ทว่านำเข็มทองเก้าแสงดาวออกมา ค่อย ๆ ชัก นำกู่ตัวลูกที่ใสกระจ่างดุจแก้วออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วป้อนเข้าสู่ปากของฉู่จืออี้ด้วยท่วงท่าอ่อนโยนยิ่งทันทีที่กู่ตัวลูกล่วงเข้าสู่ลำคอ มันก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว“ในตำรากล่าวไว้ว่า นอกเหนือจากกู่ตัวลูกจะถูกดึงดูดโดยกู่ตัวแม่แล้ว มันยังกลืนกินกู่ตัวลูกด้วยกันเองอีกด้วย ดังนั้น ซากกู่ที่เจ้าทิ้งไว้ในร่างกายของเขา ไม่ช้าก็จะถูกกู่ตัวลูกของข้ากลืนกินจนสิ้นซาก”เฉียวเนี่ยนเอ่ยขณะที่สายตาตกลงบนกู่ตัวแม่สีแดงคล้ำในโถ ซึ่งกำลังดิ้นพล่านด้วยไอสังหารอันดุร้ายจากนั้น นางจึงเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นเยว่ที่ใบหน้าซีดเผือดและเริ่มดิ้นรนอย่างรุนแรง แววตาของนางสงบนิ่งเสียจนชวนให้ขนลุกชัน“ศิษย์พี่...” นางเอ่ยเรียกด้วยคำเรียกขานที่ห่างเหินไปเนิ่นนาน น้ำเสี

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1716

    เสิ่นเยว่ถูกคุมตัวกลับมายังสำนักราชาโอสถ และถูกนำตัวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเตียงของฉู่จืออี้ยามที่เขามาถึง เฉียวเนี่ยนกำลังเช็ดมือให้ฉู่จืออี้อย่างแผ่วเบา เมื่อเหล่าองครักษ์เงาได้รับคำสั่ง ก็นำร่างของเสิ่นเยว่เหวี่ยงลงแทบเท้าเตียงของฉู่จืออี้ทันทีความเจ็บปวดอันรุนแรงส่งผลให้เสิ่นเยว่ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างช้า ๆทั่วร่างของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและคราบเลือดที่ยังมิได้ชำระล้าง เส้นผมยุ่งเหยิงหลุดลุ่ย มุมปากยังมีรอยเลือดแห้งกรังหลงเหลืออยู่ สภาพดูอนาถยิ่งนัก ทว่ายามที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาร่างผมขาวโพลนข้างเตียง เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาคล้ายกับเห็นเรื่องที่ขบขันที่สุดในใต้หล้า เสียงหัวเราะแผ่วต่ำนั้นค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นบ้าคลั่งโอหัง“ฮ่าๆๆ... เฉียวเนี่ยน! รสชาติของกู่โลหิตมันไม่สู้ดีนักใช่หรือไม่?! ฮ่าๆๆๆ!” เสิ่นเยว่หัวเราะจนตัวโยนแทบจะขาดใจตาย ในดวงตามีแต่ความอำมหิตที่มิคิดจะปกปิด “หันกลับมาให้ข้าดูหน่อยสิ ว่ายามนี้เจ้ามีสภาพอัปลักษณ์ราวกับผีสางเพียงใด?!”กู่โลหิตสามารถเร่งวันเวลาให้คนเราแก่ชราได้ในพริบตา เขาจึงปักใจเชื่อว่าเฉีย

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1715

    ผงพิษหลากสีสันกลุ่มใหญ่ปะปนมากับเข็มพิษที่เล็กละเอียดดุจขนวัวนับไม่ถ้วน พุ่งทะยานเข้าปกคลุมทิศทางที่หน้าไม้ถูกยิงมาประหนึ่งพายุฝนกระหน่ำ!ช่างเป็นวิถีทางที่อำมหิตและไร้ความปรานี!ทว่า อิ๋งชีคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะต้องใช้ไม้นี้!ในชั่วพริบตาที่ผงพิษและเข็มพิษถูกซัดออกมา เงาร่างทั้งสี่ก็ดีดตัวทะยานขึ้นจากปลักโคลนแล้วถอยร่นไปด้านหลังราวกับคำนวณไว้ก่อนแล้ว พร้อมกับสะบัดผ้าชุบยาเปียกชุ่มที่เตรียมไว้ เพื่อปัดเป่าหมอกพิษออกไปให้ได้มากที่สุด!พวกเขาสอดประสานกันอย่างรู้ใจ สลายกระบวนท่าพิษของเสิ่นเยว่จนหมดสิ้นและในจังหวะนั้นเอง อิ๋งชีก็โฉบทะยานลงมาจากยอดไม้แห้งดุจนกแสกราตรี มีดสั้นในมือกรีดฝ่าไอพิษโดยไร้ซึ่งเสียงลม พุ่งตรงเข้าหาจุดตายที่หลังคอของเสิ่นเยว่!เสิ่นเยว่ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง สัมผัสแห่งวิกฤตอันรุนแรงทำเอาเขาหนังหัวชาหนึบ!เขาแผดร้องเสียงหลง รีบเบี่ยงตัวหลบคมมีดมฤตยูที่หมายปลิดชีพตรงลำคอไปได้หวุดหวิด ทว่ามีดสั้นของอิ๋งชียังคงฝากรอยแผลลึกถึงกระดูกไว้ที่หัวไหล่ของเขา!“อิ๋งชี! เป็นเจ้า!” เสิ่นเยว่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาฉายแววตระหนกและเคียดแค้นเขารู้ตัวดีว่ามิใ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1714

    บึงมรณะใต้ผาพายุทมิฬ ปกคลุมด้วยม่านหมอกพิษสีเขียวอมเทาตลอดทั้งปี กลิ่นเน่าเปื่อยของใบไม้ทับถมผสมปนเปกับดินโคลน โชยกลิ่นคาวหวานที่ชวนให้สะอิดสะเอียนซากไม้แห้งรูปร่างประหลาดบิดเบี้ยวราวกับกรงเล็บปีศาจยื่นออกมาจากผิวน้ำอันขุ่นมัว รอบด้านเงียบสงัดจนน่าหวาดหวั่น มีเพียงเสียงสวบสาบแผ่วเบาของแมลงพิษไร้นามที่คลานยุ่มย่ามอยู่ในปลักโคลน ยิ่งขับเน้นให้ดินแดนแห่งนี้ดูตายซากและวังเวงยิ่งขึ้นอิ๋งชีและเหล่าองครักษ์เงายอดฝีมือที่เขาคัดสรรมากับมือ ต่างหมอบนิ่งประดุจโขดหินไร้ชีวิต พวกเขาซุ่มเร้นอยู่ที่นี่มานานถึงสามวันสองคืน ทั่วร่างพอกทับด้วยโคลนโอสถสูตรพิเศษเพื่อกลบเกลี่ยกลิ่นอายและต้านทานไอพิษที่คละคลุ้ง ร่างกายแนบชิดกับโขดหินเย็นชื้น บ้างจมมิดอยู่ในน้ำครำโสโครก เหลือเพียงดวงตาและจมูกที่โผล่พ้นน้ำ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับดินแดนแห่งความตายนี้อย่างสมบูรณ์ตลอดสามวันที่ผ่านมา นอกจากงูพิษโง่งมไม่กี่ตัวและคางคกพิษขนาดมหึมา ก็หาได้มีสิ่งมีชีวิตใดผ่านทางมาอีกทว่า... สิ่งที่องครักษ์เงาไม่เคยขาดแคลนเลยก็คือความอดทนโดยเฉพาะอิ๋งชี เขาไม่มีท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อยเขารู้จักเสิ่นเยว่ดี คนผู้นี้เจ้าเล่ห์และ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 552

    จี้เยว่หาม้าที่ดีที่สุดสามตัวในจวน ออกเดินทางในคืนนั้น และมุ่งหน้าไปยังที่ที่ห่างออกไปกว่าร้อยลี้ตลอดทางไม่ได้ราบเรียบ ศพหญิงสาวถูกพบในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง กว่าทั้งสามจะเดินทางไปถึงก็เป็นเที่ยงวันของอีกวันแล้วนอกหมู่บ้านมีคนของพวกเขามารอรับเซียวเหอลงจากม้า รีบเร่งเดินเข้าไปในหมู่บ้าน “คนอยู่ที่ใด

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 575

    พี่ห้าได้ยินคำชมจากด้านหลังก็ลอบดีใจ แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ “เรื่องแค่นี้เอง พวกเราก็พี่น้องกัน!”ขณะพูดก็เปิดประตูห้องบานหนึ่งให้เฉียวเนี่ยนเข้าไป “คืนนี้เจ้านอนที่นี่ก่อน เช้าพรุ่งนี้ข้าจะหารถม้าส่งของพาเจ้าทั้งสองออกจากเมือง”แม้ในเมืองจะไม่ได้มีการคุมเข้ม แต่หากเดินทางกลางคืนก็ดูสะดุดตาเกิ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 559

    ปากแข็งพูดว่า "ข้า ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่านางไปไหนแล้ว?"ดวงตาของฉู่จืออี้มืดครึ้มลง "ป้าชุนถามเจ้าเรื่องแกงไก่ ไม่ได้บอกว่าการหายตัวไปของนางเกี่ยวข้องกับเจ้า เจ้ากําลังสารภาพเองอยู่"เมื่อได้ยินอย่างนี้ ฝูวั่งก็ยิ่งอารมณ์รุนแรงมากขึ้น "ข้าเปล่านะ ท่านอย่าใส่ร้ายคนอื่น! ข้ากับนางไม่มีความแค้นต่อกัน

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 529

    ทันทีที่โลงศพเปิดออก กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็โชยออกมาท่านโหวหลินแทบจะอาเจียนออกมาในทันที และเมื่อเห็นร่างในโลงศพ เขาก็ตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าวครึ่งเดือน ร่างกายก็เริ่มบวมเน่าแล้วใบหน้าของหญิงสาวไม่สามารถระบุลักษณะได้อีกต่อไป แม้แต่สีผิวก็เปลี่ยนไปแล้วทว่าแม้ท่านโหวหลินจะมองเพียงแวบเดียว เขาก็มั

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status