Share

6. ลู่ทางหาเงิน (2)

last update Tanggal publikasi: 2025-06-23 20:40:31

“พี่ชายทั้งสาม เยว่ชิงมีเยื่องจะพูดด้วย หาว~” เช้าวันนี้เยว่ชิงตื่นขึ้นมาแต่เช้า แม้ว่าเมื่อคืนนางแทบจะมิได้นอน แต่อย่างไรก็ต้องรีบนำสิ่งที่นางคิดมาปรึกษาพี่ชายทั้งสาม เพราะแผนการที่นางวางไว้ใหญ่โตเกินกว่าที่เด็กวัยสามหนาวจะทำสำเร็จด้วยตนเองได้ นางจึงมาขอความช่วยเหลือจากพี่ชายทั้งสาม เดิมทีเยว่ชิงมิมีความมั่นใจสักนิดว่าพี่ชายทั้งสามของนางจะรับฟังความคิดของเด็กวัยสามหนาวอย่างนาง แต่อย่างไรก็ต้องลองเสี่ยงดูสักครา

“หึๆ ให้พี่กล่อมนอนก่อนดีหรือไม่ หืม! เจ้าดูจะง่วงเต็มที” เฉินกงยกมือลูบศีรษะเล็กของน้องสาวเบาๆ ด้วยว่าวันนี้เขาไม่ต้องคัดตำรา หลังจากที่ส่งท่านพ่อไปทำงานแล้ว เขาจึงอาสาดูแลน้องๆ แทนท่านแม่ เพื่อให้ท่านแม่ได้พักผ่อนอย่างสงบเสียบ้าง

“ไม่เจ้าค่ะ ทุกคนฟังเยว่ชิงนะ…เยว่ชิงอยากหาเงิน”

“ฮ่าๆ เจ้าเด็กน้อยคนนี้ เพ้อเจ้ออันใดของเจ้า” หมิงยู่หัวเราะจนปวดท้องไปหมด ต่างจากเฉินกงที่เริ่มขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน

น้องสาวเขานี่อย่างไร เหตุใดจึงมีความคิดความอ่านไม่เหมือนกับเด็กวัยสามหนาวแม้แต่น้อย

“เหตุใดต้องหาเงินด้วยเล่า เยว่ชิง”

“ก็…ก็มูมู่ของน้องกินเยอะ สิ้นเปลืองเงินทอง” เยว่ชิงมิอาจบอกออกไปได้ว่าที่นางทำ ก็เพื่อจะหาเงินไปรักษาพี่สาม นางจึงได้หยิบยกมูมู่มาเป็นข้ออ้างในเรื่องนี้

“โถ่ มิเห็นจะต้องกังวล ตอนนี้มูมู่มาเป็นครอบครัวเดียวกับเราแล้ว อย่างไรก็ต้องเลี้ยงดูให้ดี” เฉินกงทั้งประหลาดใจและเอ็นดูกับความคิดของน้องสาว

“ใช่ๆ หากว่าเนื้อมีไม่พอให้มูมู่กิน ก็สละแขนลี่อินให้มูมู่สักข้างหนึ่ง ฮ่าๆ ฮ่า- โอ๊ยยยย” หมิงยู่ร้องโอดครวญเมื่อถูกฝ่ามือของน้องชายอย่างลี่อินฟาดเข้ากลางหลังอย่างจัง

“เอาแขนของพี่รองให้สิ จะมายกแขนของข้าให้ได้อย่างไร”

“หยุดดดดด ฟังเยว่ชิงก่อน!” เสียงแหลมปรี๊ดตะโกนออกมาจนพี่ชายทั้งสามต้องรีบเอามือปิดหู

“ฟังแล้วๆ” ทั้งหมิงยู่และลี่อินพูดออกมาพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย

“พวกท่านมิอยากช่วยท่านพ่อหาเงินหยือ ท่านพ่อทำงานเหน็ดเหนื่อยแต่เบี้ยหวัดก็มิพอใช้”

“พี่รู้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ พี่จะออกไปรับจ้างท่านพ่อก็มิให้ไป บอกแต่ให้อ่านตำราอยู่ที่เรือน” เฉินกงขมวดคิ้วแน่น เขาเคยเอ่ยขอกับท่านพ่อแล้วแต่กลับถูกปฏิเสธเสียงแข็ง

“แต่เยว่ชิงยู้ว่าจะหาเงินได้อย่างไย” เยว่ชิงพยักหน้าหงึกหงักเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง

“ข้าว่าเจ้าพูดให้ชัดก่อนดีหรือไม่ เป็นเพียงเด็กน้อยก็นอนดูดนม เลี้ยงเจ้ามูมู่ก็พอแล้ว”

“จิ๊” เยว่ชิงจิ๊ปากกรอกตาอย่างเหลืออดกับพี่ชายคนรอง เห็นว่านางเป็นเด็กจึงดูถูกกันอย่างงั้นหรือ

ถึงจะพูดยังไม่ชัด แต่ก็พูดได้ก็แล้วกัน ฮึ้ย!!!

“ฟังเยว่ชิงก่อนดีหรือไม่ เผื่อน้องจะมีลู่ทางหาเงินจริงๆ” เมื่อทุกคนหันมารอฟัง เยว่ชิงจึงเริ่มอธิบายสิ่งที่ตนเองติดจะทำ แม้ว่าคำพูดอาจจะไม่ชัดถ้อยชัดคำ แต่ก็อธิบายได้ละเอียดและเข้าใจง่าย

เยว่ชิงบอกกับพี่ชายทั้งสามว่าจะเปิดร้านการละเล่น มีทั้งการปาลูกดอก ทั้งโยนห่วง และอีกหลายอย่าง โดยนางคิดจะให้ผู้ที่มาเล่นเอาเงินมาแลก หากได้แต้มครบตามที่กำหนดไว้แต่แรกก็จะได้รับรางวัลกลับไป แท้จริงแล้วการละเล่นพวกนี้เยว่ชิงเคยเห็นในชีวิตก่อน ตอนที่นางกลับไปเยี่ยมคุณยายที่ประเทศไทย คุณยายบอกว่าการละเล่นพวกนี้มักมีในงานวัดหรืองานเทศกาลต่างๆ

“นี่…นี่เจ้าเป็นเด็กวัยสามหนาวจริงหรือ หรือว่า…เจ้าผีร้าย! ออกไปจากร่างน้องข้านะ!” ป๊าบ! แรงจากฝ่ามือเล็กของน้องสาวที่หนักพอควร ทำให้หมิงยู่สงบปากสงบคำลงทันที แต่สิ่งที่หมิงยู่พูดนั้นก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง เฉินกงเองก็ยังอดประหลาดใจกับความคิดของน้องสาวมิได้

“สิ่งที่เยว่ชิงพูดน่าสนใจมิน้อย พี่ยังมิเคยเห็นการละเล่นพวกนี้ในตลาดเลย หากว่าเราทำได้จริง อาจจะเป็นที่สนใจของเด็กๆ ก็เป็นได้” เฉินกงคุ้นคิดอย่างหนัก หากว่าทำได้จริงคงจะมีเงินทองมาเลี้ยงดูครอบครัวได้

“ข้าว่าโยนห่วงน่าจะสนุกสนานไม่น้อย” ลี่อินสนใจการโยนห่วงตั้งแต่ยามที่น้องสาวเอ่ยอธิบายแล้ว จึงเอ่ยเสนอความคิดของตนเองออกไป

“แต่ข้าว่าปาลูกดอกก็ดีไม่แพ้กันนะ” หมิงยู่เอ่ยตามสิ่งที่ตนคิด แท้จริงไม่ว่าจะการละเล่นใดก็น่าสนใจทั้งนั้น

“เช่นนั้นพรุ่งนี้เรามาทดลองเล่นกันดีหรือไม่ หากเห็นลู่ทางว่าพอจะใช้หาเงินได้ พี่จะเอ่ยขอกับท่านพ่อเอง”

“ดีเจ้าค่ะ พรุ่งนี้น้องจะตื่นแต่เช้ามายอพี่ๆ ที่สวนนะเจ้าคะ ตอนนี้ขอไปหามูมู่ก่อนน๊า” เยว่ชิงยิ้มกว้างให้พี่ชายแล้วรีบวิ่งกลับห้องไปหามูมู่ทันที

“พี่ใหญ่ไม่คิดว่ามันแปลกหรือ น้องสาวเราผิดกับเด็กวัยสามหนาวลิบลับ” หมิงยู่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่ง มิมีท่าทีขี้เล่นเหมือนเก่าก่อน

“อืม แปลก…แต่นางคือน้องสาวเรา ข้อนี้มิผิดแน่”

“หึ นั่นสินะ” เฉินกงและหมิงยู่มองหน้าสบตากัน ต่างคนต่างเข้าใจในสิ่งที่พูดอย่างถ่องแท้

ไม่ว่าอย่างไร ลู่เยว่ชิงก็คือน้องสาวคนเล็กของพวกเขา คือบุตรสาวสกุลลู่อย่างแท้จริง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   100. บทเรียนจากมารดา (ตอนพิเศษ)

    “เสด็จพ่อ มิอยู่หรือเพคะ อื้ม” เสียงเล็กของเด็กหญิงวัยหกหนาวเอ่ยถามมารดาทั้งที่มือยังคงนำขนมเข้าปากน้อยๆ ไม่หยุด“ฉิเงอ๋อร์ เจ้าเรียบร้อยให้สมกับเป็นสตรีเสียบ้างเถิด” เยว่ชิงนำผ้ามาเช็ดปากให้บุตรสาวตัวน้อย ดูทีเถิดอันเอ๋อร์บุตรสาวของพี่ใหญ่กับเสี่ยวจูอายุเพียงสี่หนาวยังนั่งกินเรียบร้อยมิเลอะเทอะแม้แต่น้อย“มิจำเป็นเพคะ ท่านลุงรองเอ่ยว่ายามเสด็จแม่เด็กก็แก่นเซี้ยวเช่นฉิงเอ๋อร์” แม้จะถูกมารดาดุ แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับมาใส่ใจ เอาแต่กัดกินขนมด้วยท่าทีสบายอารมณ์“เสด็จแม่คงต้องทำใจเสียแล้วพ่ะย่ะค่ะ บุตรของผู้ใดย่อมเหมือนผู้นั้น ฉิงเอ๋อร์ย่อมซุกซนเหมือนเสด็จแม่ อันเอ๋อร์ย่อมเรียบร้อยเหนียมอายดั่งท่านป้าเผิงจู ส่วนอาหรานเองก็ปากเก่งเช่นท่านลุงรอง” อาหรานที่จางหย่งเอ่ยถึงคือ ลู่ห่าวหราน บุตรชายของพี่รองและพี่ฟางเอ๋อร์ที่อายุได้เพียงสี่หนาว แต่กลับช่างพูดช่างเจรจาดั่งพี่รองมิมีผิด“คิกๆ”“เสี่ยวจู เจ้าหัวเราะข้าหรือ”“มิได้เพคะพระชายา เพียงแต่หม่อมฉันนึกถึงยามที่พระชายาเป็นเด็ก ท่านหญิงมิมีสิ่งใดต่างจากพระชายาเลยเพคะ” เผิงจูยกมือปิดปากหัวเราะ ท่านหญิงช่างเหมือนพระชายาเหลือเกิน ส่วนท่านชายใหญ่ก็

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   99. ขอบคุณ

    “ปล่อยอาหย่งกับฉิงเอ๋อร์ไว้กับเหล่าองค์ชายจะดีหรือเพคะ เยว่ชิงกลัวว่าเจ้าก้อนของเราจะไปทำให้เหล่าองค์ชายลำบากเอาได้” บุตรชายและบุตรสาวของนางนั้นแม้จะเลี้ยงไม่ยาก ทว่าเอาแต่ใจตนเองเป็นที่หนึ่ง อยากร้องก็ร้อง อยากหยุดก็หยุด ชอบเล่นสนุกจนบางครั้งทำให้ขันทีฟ่งหรานถึงกับเหนื่อยหอบลมแทบจับ นางเกรงว่าเจ้าก้อนทั้งสองของนางจะทำให้เหล่าองค์ชายปวดหัวเอาได้“ฮ่าๆ มิได้ห่วงเจ้าก้อนหรอกหรือ” หลิวหยางพาเยว่ชิงควบม้าออกมาห่างจากเมืองหลวงพอควร เพื่อพาร่างบางไปยังสถานที่หนึ่ง ที่เขาได้ตระเตรียมเอาไว้นานแล้ว“เจ้าก้อนทั้งสองของเรา หากว่ามีพี่สามอยู่ เยว่ชิงก็มิห่วงอันใดแล้วเพคะ ทั้งเหล่าองค์ชายเองก็เอ็นดูอาหย่งและฉิงเอ๋อร์ของเราถึงเพียงนั้น จะต้องห่วงอันใดอีกเล่า…ว่าแต่ท่านพี่จะพาเยว่ชิงไปที่ใดหรือเพคะ” นัยน์ตาสดใสมองไปรอบข้างอยู่นาน แต่ก็มิคุ้นกับที่ทางเหล่านี้สักเท่าใด“พี่พาเจ้าออกมาเที่ยวเล่นอย่างไรเล่า จะได้มิน้อยใจ หาว่าพี่สนใจแต่บุตรมิสนใจมารดา”“โถ่~ เรื่องเพียงเท่านี้ ผู้ใดจะน้อยใจเล่าเพคะ” แขนเล็กถูกยกขึ้นกอดอก ดวงหน้างดงามเชิดขึ้นดั่งถือดี เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่ถูกสวามีจับได้ว่าแอบน้อย

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   98. พบปะเสด็จอา (3)

    “อู้ๆ คิก เจี่ยมๆ”“โอ้ ฉิงเอ๋อร์ของลุงวาดภาพได้งดงามยิ่ง หากอาหย่งก็กลับมาแล้ว เราเอาไปอวดเขาดีหรือไม่ หืม” หมิงยู่ว่า พลางนำผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดคราบสีที่ติดใบหน้าหลานสาวตัวน้อยออก อีกสองเดือนข้างหน้าก็จะถึงฤกษ์แต่งของเขากับฟางเอ๋อร์แล้ว ถึงครานั้นเขาจะรีบมีบุตรให้ทันใช้ เดิมทีมีการกำหนดฤกษ์แต่งก่อนหน้านี้ แต่ทว่าพี่ชายของฟางเอ๋อร์ออกเรือไปส่งสินค้าต่างแคว้นมิอาจมาร่วมงานได้ พวกเขาจึงเลื่อนออกไป เพราะอยากให้ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าในวันสำคัญ“คารวะองค์ชายทั้งห้าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมพาอาหย่งไปเปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่มาแล้ว รับรองว่ากลิ่นหอมฉุย” ลี่อินอุ้มจางหย่งเข้ามาในศาลาที่เหล่าองค์ชายนั่งอยู่ รอยยิ้มหวานหยดของคุณชายรองลู่ทำเอาใครบางคนถึงกับหันมองมิวางตา จนเหล่าพี่น้องจับสังเกตได้“เชิญคุณชายรองและคุณชายสามลู่ตามสบาย ถือว่าพวกข้ามาพักผ่อนดั่งครอบครัวทั่วไป ใช่หรือไม่น้องสี่” จ้านฉือที่เห็นว่าน้องชายยังมิละสายตาจากใบหน้างามจึงได้เอ่ยเรียกสติ“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่ คุณชายลู่พาอาหย่งมานั่งเถิด” เมื่อองค์ชายสี่เอ่ยเรียกคุณชายลู่ ทำให้ทั้งลี่อินและหมิงยู่ชะงักมองหน้ากัน เพราะมิรู้ว่าองค์ชายเอ่ยเรี

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   97. พบปะเสด็จอา (2)

    “ข้าฝากเจ้าพวกเจ้าด้วย มิถึงสองชั่วยามข้าก็กลับมาแล้ว หากว่ามีสิ่งใดก็เรียกฟ่งหราน หรือไม่ก็ขอคุณชายสามลู่ช่วยได้” ในยามเว่ย (13:00 – 14.59 น.) หลิวหยางตั้งใจจะออกไปที่หนึ่งกับเยว่ชิงตามลำพัง ทั้งบรรดาน้องชายอยากออกมาสังสรรค์กันที่จวนอ๋องของเขา เขาจึงใช้โอกาสนี้ขอให้น้องชายมาช่วยอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับบุตรทั้งสองเดิมทีเฉินกงและเผิงจูคิดจะตามไปด้วย แต่เขาคิดว่าควรจะให้เฉินกงได้พักเสียบ้าง จึงให้คู่บ่าวสาวที่พึ่งจะตบแต่งกันไปเมื่อสามเดือนก่อนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ้าง เฉิงกงจึงพาเผิงจูออกไปอารามเพื่อขอบุตร“เสด็จพี่ใหญ่ไว้ใจข้าได้ ข้าน่ะเลี้ยงเด็กมามาก เพียงแค่หลานสองคนจะยากสักเท่าใดกันเชียว” องค์ชายห้าเฉิงเฟยฟาตบอกตนเองอย่างมั่นอกมั่นใจ“หึ เด็กที่เจ้าเลี้ยงมิใช่เด็กทารกนะเจ้าห้า” องค์ชายสี่ส่ายหัวอย่างเอือมระอา เด็กที่น้องชายเขาว่าคงมิพ้นสาวงามในหอนางโลมเป็นแน่เหล่าองค์ชายต่างหัวเราะออกมาเมื่อรู้ว่าองค์ชายสี่หมายถึงเรื่องใด เว้นก็แต่ผู้ที่ถูกว่าอย่างองค์ชายห้า“เอาเถิดๆ บุตรของข้าเลี้ยงง่าย มิทำให้พวกเจ้าหนักใจเป็นแน่ ถือเสียว่าออกมาพักผ่อนนอกวังเสียบ้าง” หลิวหยางว่าพลางก้มลงจุมพิตบุตร

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   96. พบปะเสด็จอา (1)

    กว่าเจ็ดเดือนที่หลิวหยางและเยว่ชิงแทบจะมิอยู่ห่างบุตรทั้งสอง โดยเฉพาะหลิวหยางที่ถึงขั้นหอบงานมาทำด้วยยามที่บุตรหลับ“บู้ๆ เอิ้ก แอ๊!” เสียงทารกน้อยวัยเจ็ดเดือนกำลังนอนสนทนากันอยู่บนเตียงสองคนเบาๆ ทั้งจางหย่งและอ้ายฉิงเป็นเด็กเลี้ยงง่าย มีร้องไห้งอแงตามประสาเด็กบ้าง แต่เมื่อได้ดื่มนมจากอกมารดาก็หยุดงอแงทันใด เพราะเหตุนี้ทารกน้อยทั้งสองจึงได้อ้วนท้วมสมบูรณ์ ประกอบกับผิวที่ขาวราวหิมะ ทำให้ผู้เป็นบิดามารดาและข้ารับใช้ในจวนอ๋องต่างเอ็นดูท่านชาย ท่านหญิงเป็นที่สุด“หึๆ ฉิงเอ๋อร์กับอาหย่งพูดคุยเรื่องใดกันอยู่หรือ ให้พ่อพูดคุยด้วยได้หรือไม่ หืม” หลิวหยางยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตแก้มกลมของบุตรทั้งสองคนละทีให้หายคิดถึง เขาพึ่งจะกลับมาจากการประชุมในท้องพระโรงจึงได้ตรงกลับจวนทันที แต่ก็มิทันได้ทานมื้อเช้ากับชายาและบุตรอยู่ดี ร่างสูงจึงรีบทานอาหารและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนเข้ามาหาเยว่ชิงและบุตรทั้งสอง“ท่านพี่” เยว่ชิงเมื่อเห็นว่าสวามีหอมแก้มบุตร จึงได้ยื่นแก้มของตนเองให้สวามีได้หอมบ้าง ตั้งแต่มีบุตร ดูเหมือนว่าท่านอ๋องจะมิสนใจเยว่ชิงแล้ว เมื่อก่อนกลับมาจากการทำงานจะต้องมาหานางเป็นคนแรก แต่บัดนี้กลับมุ่ง

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   95. เจ้าก้อนตัวน้อย

    “โอ๊ยยย ฮื่อ! เหตุใดจึงเจ็บเช่นนี้ ฮึก ท่านแม่ช่วยเยว่ชิงที” เสียงกรีดร้องของเยว่ชิงทำให้ผู้เป็นสวามีนั่งไม่ติด ร่างสูงเดินไปมาอยู่หน้าห้องอย่างร้อนรน เยว่ชิงมิใช่สตรีที่อ่อนแอ แต่บัดนี้นางกลับกรีดร้องออกมา ย่อมตีความได้ว่านางกำลังลำบากอยู่เป็นแน่“ท่านอ๋องนั่งลงก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ มารดาของพระชายาเข้าไปอยู่ด้วยเช่นนี้ พระชายาย่อมอุ่นใจแล้ว” ลู่หวังเหล่ยและครอบครัวสกุลลู่กำลังเตรียมตัวเข้านอน แต่กลับมีทหารองครักษ์ของฮ่องเต้มาแจ้งข่าวถึงหน้าเรือน พวกเขาจึงได้รีบกลับมาที่จวนอ๋องอีกครั้ง“ท่านพ่อตา เยว่ชิงจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” ใบหน้าคมของชินอ๋องแคว้นเฉิงซีดเผือด ยิ่งได้ยินเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังลอดออกมาเช่นนี้ ยิ่งทำให้เขาขลาดกลัวมากขึ้น“พระชายาจะปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ”“เจ้าอย่าได้วิตกไปหลิวหยาง สตรีคลอดลูกก็เป็นเช่นนี้ รอไม่นานบุตรของเจ้าก็จะคลอดแล้ว” ฮ่องเต้เจี้ยนกั๋วเข้ามาโอบบ่าของโอรส บีบเคล้นบ่าแกร่งเบาๆ ให้หลิวหยางได้คลายกังวลลงบ้าง“อื้ออออ กรี๊ดดดดดด”อุแว้! อุแว้! อุแว้!“นั่นอย่างไร ได้ยินหรือไม่ ฮ่าๆ ข้าได้หลานชายหรือหลานสาว!” ฮ่องเต้เจี้ยนกั๋วหัวเราะออกมาเสียงดัง เสียงทร

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   92. เรื่องราวที่แท้จริง (1)

    “ทะ ท่านพี่ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้เพคะ” เยว่ชิงสาวเท้าเข้าไปหาสวามีด้วยความเร่งรีบ โดยมีทั้งเผิงจูและหลับใหลฉินกงคอยประคองอยู่ไม่ห่างชินอ๋องของแคว้นที่บัดนี้เนื้อตัวเปียกปอน ทั้งยังมีสภาพอิดรวยดั่งไปออกรบมาก็มิปาน ขาแกร่งเดินจ้ำอ้าวเข้ามาหาชายา แต่มิกลับมิได้แนบชิดอย่างใจหวัง เพราะกลัวว่าเยว่ชิงจะเป

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   90. บทลงโทษ (1)

    ฮองเฮาไป่และองค์ชายรองถูกทหารองครักษ์นำมาที่ตำหนักทรงงานขององค์จักรพรรดิ เฉิงเจียงหยวนโอบประคองมารดาของตนไว้มิห่าง การครานี้เป็นพวกเขาที่พลาดท่า ประมาทเลินเล่อ คิดว่าเรื่องราวจะเป็นไปตามแผนการที่วางเอาไว้ จึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้“พวกเจ้าวิปลาสไปแล้วหรือ! เหตุใดจึงกล้าทำเช่นนี้” เสียงตวาดดังขึ้นพร

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   56. จุดนัดพบ (1)

    เยว่ชิงกอบกุมมือหนาไว้แน่น นางรู้สึกได้ว่าสิ่งที่ท่านอ๋องกำลังจะเอ่ยต่อไปนี้ คงเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวนั้นเจ็บปวดไม้น้อย“ข้ามิใช่โอรสของเสด็จพ่อ” คำพูดแสนแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่กลับทำให้หัวใจดวงน้อยของเยว่ชิงวูบโหวงขึ้นมาทันใด ตากลมเบิกกว้างอย่างไม่น่าเชื่อนี่น่ะหรือ ที่ท่านอ๋องเอ่ยว่าเขามิใช

  • พอกันทีกับบทนางเอกแสนอาภัพ   49. ครอบครัวสวามี (2)

    “โถ่ เสด็จแม่ ลูกหาได้ดื้อรั้นไม่” ใบหน้าเจ้าเล่ห์กับท่าทีออดอ้อนเอาใจขององค์ชายรองเฉิงเจียงหยวนยิ่งทำให้ฮองเฮาไป่แทบกุมขมับ“เจียงหยวน เจ้าเป็นโอรสที่ประสูติจากฮองเฮา เป็นโอรสสายตรงของเสด็จพ่อ อย่างไรก็มีสิทธิในบัลลังก์มากกว่าผู้อื่น แต่หากเจ้ามีพร้อมทั้งยศศักดิ์และความสามารถ ยิ่งจะทำให้เจ้าเป็นผู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status