Share

บทที่ 155

Author: มู่เฉิงซินสวี่
ตลอดทางที่เดินกลับจวนอย่างเชื่องช้า ในหัวพลันขบคิดเรื่องราวมากมาย

สิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่นา
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter

Pinakabagong kabanata

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 416

    แต่จะว่าไปแล้ว เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เรื่องปีนต้นไม้ต่อให้ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน ก็คงปีนขึ้นไปได้อย่างง่ายดายกระมัง?จ้าวหยวนเช่อลงมาจากต้นไม้อย่างรวดเร็ว“เป็นไข่อะไรหรือ ให้ข้าดูหน่อย”เจียงโย่วหนิงรีบชะโงกหน้าเข้าไปดู นางอยากรู้นักว่าไข่นกบนต้นไม้สูงจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร“ไข่นกเขา”จ้าวหยวนเช่อแบมือออกไข่นกทั้งสามฟองขาวสะอาดเกลี้ยงเกลา ขนาดเล็กกว่าไข่ไก่หนึ่งรอบ ดูงดงามยิ่งนัก“นั่นคือรังนกสาริกาใช่หรือไม่?”เจียงโย่วหนิงชี้ไปยังรังนกบนยอดไม้ใหญ่ต้นข้าง ๆ แล้วเอ่ยถามเขามีเพียงรังนกสาริกาเท่านั้นที่นางเคยเห็นบนต้นไม้ใหญ่แถบชานเมืองหลวง“อืม”จ้าวหยวนเช่อส่งไข่นกในมือให้นาง แล้วปีนขึ้นไปบนต้นไม้อีกต้นนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เจียงโย่วหนิงได้เห็นไข่นกสาริกา เปลือกไข่เป็นสีเทาอมขาว มีลายประสีน้ำตาลประปราย ขนาดไล่เลี่ยกับไข่นกพิราบมีถึงหกฟองเชียว“พอให้กินแล้ว”นางรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งภูเขาลูกนี้ในยามกลางวันไม่ได้น่ากลัวเหมือนยามค่ำคืนการที่จ้าวหยวนเช่อพานางมาล้วงรังนก กลับทำให้นางรู้สึกสนุกสนานขึ้นมาหลายส่วน“ไปเก็บฟืนมา ก่อไฟ”จ้าวหยวนเช่อเอ่ยสั่งนางยามนี้เจียงโ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 415

    “เช่นนั้นยามนี้พวกเราลงไปกันเลยหรือไม่?”เจียงโย่วหนิงเอ่ยถามเขาจ้าวหยวนเช่อขานรับ ก่อนจะเอ่ยสอนนางว่า “ในยามเช้าตรู่ที่ฟ้าเพิ่งสาง สามารถยืนอยู่บนที่สูงเพื่อมองลงไปยังหุบเขา บริเวณที่มีหมอกหนาทึบมักจะมีลำธารหรือตาน้ำซ่อนอยู่”กล่าวถึงตรงนี้เขาก็ชะงักฝีเท้า พลางส่งสัญญาณให้นางเดินเข้าไปหาเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่เคียงข้างเขา“เจ้าลองมองลงไปเบื้องล่างดูสิ ที่ใดบ้างที่ดูเหมือนว่าจะมีน้ำ?”จ้าวหยวนเช่อเอ่ยถามนางเจียงโย่วหนิงได้ยินคำพูดของเขาจึงเบิกตากว้างมองลงไปยังตีนเขาอย่างตั้งใจ พลางนึกถึงสิ่งที่เขาเพิ่งสอนไปเมื่อครู่ นางชี้ไปยังจุดหนึ่งแล้วเอ่ย “ตรงนั้น หมอกหนาทึบยิ่งนัก”“ลงไปดูกันเถอะ”จ้าวหยวนเช่อจูงมือนางเดินลงเขาไป“หากไม่อาจหาน้ำที่มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง นั่นคือการสังเกตร่องรอยของสัตว์ อย่างเช่นบริเวณที่มีนกบินวนเวียน หรือที่ที่มีกองดินของไส้เดือนอยู่หนาแน่นและมีรังมด ใต้พื้นดินตื้น ๆ เหล่านั้นล้วนมีน้ำซ่อนอยู่”เจียงโย่วหนิงรับฟังอย่างสนใจยิ่ง ที่แท้เพียงแค่การตามหาแหล่งน้ำในภูเขาก็ยังมีศาสตร์ความรู้มากมายถึงเพียงนี้ทั้งสองมาถึงบริเวณ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 414

    “หากยามค่ำคืนรู้สึกหนาวเย็น ก็สามารถขยับกองไฟไปไว้ด้านข้างได้ นำหญ้าแห้งมาปูทับบริเวณที่พื้นถูกรนจนอุ่น แล้วค่อยลงไปนอนบนนั้น”จ้าวหยวนเช่อเก็บกวาดถ้วยชามและตะเกียบพลางเอ่ยสอนนาง“วันนี้คงไม่จำเป็นแล้วกระมัง?”เจียงโย่วหนิงเอียงศีรษะมองเขา“อืม” จ้าวหยวนเช่อปูหญ้าแห้งออก “เจ้านอนก่อนเถิด”“แล้วท่านเล่า?” เจียงโย่วหนิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม“ข้าจะเฝ้ายามเอง” จ้าวหยวนเช่อขยับไปนั่งลงตรงปากถ้ำ ทอดสายตามองนางที่เอนกายตะแคงลงบนกองหญ้า ก่อนจะกล่าวต่อ “ยามอยู่กลางป่าเขาต้องคอยระแวดระวังภัยอยู่เสมอ มีคนผลัดเปลี่ยนกันเฝ้ายามย่อมดีที่สุด หากไม่มีผู้ใดเฝ้ายาม ทางที่ดีควรหาวิธีปิดปากถ้ำเอาไว้”“ข้าจำไว้แล้ว” เจียงโย่วหนิงกล่าว “เช่นนั้นหากถึงกลางดึกท่านค่อยปลุกข้า ผลัดให้ข้ามาเฝ้ายาม แล้วท่านค่อยไปนอน”นางจะปล่อยให้เขาต้องอดหลับอดนอนทั้งคืนได้อย่างไร“เจ้าเข้านอนก่อนเถิด”จ้าวหยวนเช่อไม่ได้เอ่ยรับคำ ทว่าก็มิได้ปฏิเสธเช่นกันเจียงโย่วหนิงหลับตาลง พลางนึกย้อนทบทวนถึงสิ่งที่เขาสอนในวันนี้ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าการรอนแรมในป่าเขานั้นช่างอันตรายและยากลำบากยิ่งนักภายภาคหน้า ต่อให้นางจะหลบหนีออกจ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 413

    จ้าวหยวนเช่อถอยไปด้านข้างก้าวหนึ่ง เพื่อให้แสงสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาได้เจียงโย่วหนิงกวาดรวมกิ่งไม้ใบไม้บนพื้นมากองไว้ตรงหน้า ก่อนจะเริ่มใช้หินเหล็กไฟจุดไฟนางรู้ดีว่าเขากำลังสอนวิธีเอาตัวรอดในป่าเขาลำเนาไพรให้นางเรื่องนี้นางจำเป็นต้องเรียนรู้เอาไว้วันข้างหน้าเมื่อต้องจากจวนเจิ้นกั๋วกงไป จากเขาไปสู่ดินแดนห่างไกล ออกไปเผชิญโลกภายนอกย่อมไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้างทักษะการเอาชีวิตรอดในป่าเหล่านี้ เรียนรู้ไว้ก็ถือเป็นวิชาติดตัวที่ไม่เสียหายก่อนหน้านี้ในห้องกรรมฐานที่วัด เขาเคยสอนวิธีใช้หินเหล็กไฟให้นางแล้ว ของพรรค์นี้แท้จริงแล้วไม่ได้มีเคล็ดลับอันใดมากนัก เพียงแค่ต้องออกแรงและเสียเวลาสักหน่อย ต่อมานางก็แอบลองจุดเองอยู่หลายครั้ง จึงนับว่าพอจะใช้งานเป็นอยู่บ้าง“ใบไม้รอบ ๆ ต้องเก็บกวาดให้หมด” จ้าวหยวนเช่อยืนอยู่ด้านข้าง หลุบตาลงมองนาง “มิเช่นนั้นหลังจากเจ้าจุดกองฟืนแล้ว ถ้ำทั้งถ้ำก็อาจจะถูกไฟไหม้เอาได้”เจียงโย่วหนิงได้ยินดังนั้น ก็วางหินเหล็กไฟลง แล้วรีบกวาดรวมกิ่งไม้ใบไม้รอบบริเวณนั้นเข้ามาอีกครั้งจากนั้นจึงหยิบหินเหล็กไฟขึ้นมาเริ่มจุดไฟใหม่เมื่อครู่จ้า

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 412

    “เช่นนี้ จะหาเจอได้อย่างไร?”เจียงโย่วหนิงยืนอยู่บนยอดเขา ทอดสายตามองทิวเขาเบื้องหน้าที่ทอดยาวสลับซับซ้อน ลูกแล้วลูกเล่าราวกับไร้จุดสิ้นสุดล่วงเข้าสู่วันที่สอง นางและจ้าวหยวนเช่อเดินทางผ่านหมู่บ้านมาอีกสองแห่ง จนกระทั่งปีนขึ้นมาถึงยอดเขาสูงชันลูกนี้เบื้องหน้านี้ คือ “เขตหวงห้าม” ตามที่สวี่ลิ่วเจี่ยเคยกล่าวไว้ทว่าภูเขามากมายถึงเพียงนี้ ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าเหมืองแร่ซ่อนอยู่ที่ใด? อาจจะอยู่ใจกลางเขาลูกใดลูกหนึ่ง หรืออาจจะอยู่ระหว่างหุบเขาสองลูกก็เป็นได้ แล้วเช่นนี้ต้องทำอย่างไรถึงจะหาพบกัน?จ้าวหยวนเช่อจ้องมองยอดเขาที่ทอดตัวยาวต่อเนื่องกันอยู่เบื้องหน้า ชั่วขณะหนึ่งก็มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา“ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว พวกเราย้อนกลับไปที่หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด เพื่อหาเรือนชาวบ้านขอพักแรมสักคืนดีหรือไม่?”เจียงโย่วหนิงหันไปเอ่ยถามเขาก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ทำเช่นนี้มาตลอดจนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้วบัดนี้ไม่ต้องรอให้เขาชี้แนะ นางก็รู้ดีว่าควรต้องทำเช่นไร“ไม่ไป”จ้าวหยวนเช่อคว้ามือนางมาจูงไว้ แล้วพาเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าทึบด้านข้าง“ยังจะไปที่ใดอีก? ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว”เจียงโย่วหนิงรู้สึกหวา

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 411

    นางลืมตาขึ้นมาก็หันไปมองข้างกายโดยสัญชาตญาณจ้าวหยวนเช่อไม่อยู่แล้ว บนเตียงเย็นเฉียบ เห็นได้ชัดว่าเขาลุกไปได้พักใหญ่แล้ว“เสี่ยวเถียน?”สวี่ลิ่วเจี่ยร้องเรียกนางอยู่ด้านนอก“มาแล้วเจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงลุกขึ้นมองออกไปด้านนอกมิน่าเล่าแสงแดดถึงสว่างจ้าเพียงนี้ ที่แท้นางก็เผลอหลับจนถึงยามเที่ยงวันโดยไม่รู้ตัว“มีอันใดหรือเจ้าคะลิ่วเจี่ย?”นางขยี้ตาพลางเปิดประตูออกไป“สายป่านนี้แล้วเจ้ายังไม่ลุกมากินมื้อเช้าอีก ประเดี๋ยวก็จะถึงมื้อเที่ยงอยู่แล้ว” สวี่ลิ่วเจี่ยคว้ามือนางไปกุมไว้ พลางกล่าวกลั้วหัวเราะ “ข้าเองก็อยากคุยกับเจ้า จึงมาปลุก เจ้าคงไม่โกรธข้าใช่หรือไม่?”“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไรเจ้าคะ?”เจียงโย่วหนิงแย้มยิ้มนางอยากจะถามสวี่ลิ่วเจี่ยว่ารู้หรือไม่ว่าจ้าวหยวนเช่อไปที่ใด และออกไปตั้งแต่เมื่อใด ทว่าเมื่อคิดได้ว่าหากถามออกไปก็ต้องอธิบายว่าจ้าวหยวนเช่อเป็นสามีของนาง คำพูดที่มาจ่ออยู่ริมฝีปากจึงถูกกลืนลงคอไปคาดว่าเขาคงไปปรึกษาหารือเรื่องราวกับพวกชิงเจี้ยนกระมัง“ข้าขอถามเจ้าหน่อยเถิด เจ้ามีเคล็ดลับมัดใจสามีอย่างไรกัน ถึงได้ทำให้เขารักใคร่เจ้าปานนั้น กระทั่งเรื่องพรรค์นี้

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 4

    นางหานชำเลืองมองเจียงโย่วหนิงแวบหนึ่งหางตาเจียงโย่วหนิงเห็นจ้าวหยวนเช่อเงยหน้า เหมือนจะมองมาทางนี้เช่นกันนางแสร้งทำใจเย็น คีบขนมพุทราขึ้นมาใหม่แล้ววางหน้าตัวเอง แล้วกัดคำเล็กไปหนึ่งคำจืดชืดราวกับเคี้ยวขี้ผึ้งเหตุใดนางหานจึงถามเช่นนี้กะทันหัน? ไม่ได้ตั้งใจหรือ? หรือดูบางอย่างออก จึงจงใจเหยียด

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 3

    เมื่อเดินตามร่างสูงใหญ่ของจ้าวหยวนเช่อที่อยู่ข้างหน้าออกจากศาลบรรพบุรุษ นางถึงพบว่าด้านนอกฝนตกแล้วฝนพรำโปรยปราย ความเปียกชื้นที่เจือความเย็นพัดมา ทำให้นางอดตัวสั่นไม่ได้“นายท่าน”ด้านข้าง ชิงเจี้ยนที่ติดตามจ้าวหยวนเช่อมาหลายปียื่นร่มกระดาษไขให้คันหนึ่งจ้าวหยวนเช่อกางร่มออก ปรายตาส่งสัญญาณให้เ

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 2

    “ลองเปิดประตูดูสิ”เสียงของนางหานดังขึ้นอีกครั้งได้ยินแบบนั้นในหัวของเจียงโย่วหนิงก็ดังหึ่ง หัวใจหยุดเต้นในพริบตา หนังหัวชาวาบ ชั่วขณะนั้นแทบจะเป็นลมหมดสตินางแทบจะคิดอะไรไม่ได้ ในสมองมีเพียงความคิดเดียว... ถ้าประตูเปิดก็คือหายนะ ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกยึดตรึงเอาไว้ขยับไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือย

  • พันธกาลเร้นรัก   บทที่ 1

    เช้าตรู่ต้นฤดูร้อน ศาลบรรพบุรุษแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงในเมืองหลวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกชั้นบางภายในศาลบรรพบุรุษมีเสียงสวดมนต์ของนักบวชดังขึ้นราง ๆ ภายในเรือน เตาหลอมสัมฤทธิ์ที่มีความสูงครึ่งคนมีควันพวยพุ่ง สาวใช้และบ่าวชายกำลังวิ่งวุ่นเจียงโย่วหนิงถือชายกระโปรงเดินมาจากด้านหลังทางเดิน ความปวดร้าวทั่วร่าง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status