تسجيل الدخولต่างฝ่ายต่างรู้กันอยู่แก่ใจโดยมิต้องเอ่ย“ทว่า ข้าฟังจากรับสั่งของฝ่าบาทแล้ว รุ่ยอ๋องที่เพิ่งรับกลับวังมาจากข้างนอกเมื่อปีก่อน ดูเหมือนจะมีเจตนารับเจ้าเข้าจวนรุ่ยอ๋อง โย่วหนิง เจ้าเคยพบหน้ารุ่ยอ๋องตั้งแต่เมื่อใดกัน?”นางหานจ้องมองนาง พลางเอ่ยถามข้อสงสัยในใจออกมาเจิ้นกั๋วกงก็ให้นางมาสืบถามเรื่องนี้เช่นกันรุ่ยอ๋องผู้นั้น ในราชสำนักมีผู้ที่เคยพบหน้าเพียงหยิบมือ จ้าวเชียนหัวเองก็บังเอิญเดินชนเขาที่ตลาดโดยมิได้ตั้งใจ จึงได้ล่วงรู้ฐานะของเขาต่อมา ยามที่จวนจัดงานเลี้ยง เพื่อบุตรสาวแล้ว นางถึงกับจงใจส่งเทียบเชิญไปยังจวนรุ่ยอ๋องแต่เทียบเชิญนั้นกลับเงียบหายไปราวก้อนหินจมลงสู่ก้นทะเล มิได้รับการตอบกลับแม้แต่น้อยนึกไม่ถึงเลยว่า เจียงโย่วหนิงจะมีวาสนาดีถึงเพียงนี้ ถึงขั้นเป็นที่ต้องตาต้องใจของรุ่ยอ๋องในใจนางรู้สึกว่าเจียงโย่วหนิงนั้นไม่คู่ควร ทว่าก็จนปัญญาจะทำสิ่งใดได้“ข้าเองก็ไม่รู้เจ้าค่ะ”บนใบหน้าขาวกระจ่างของเจียงโย่วหนิงเต็มไปด้วยความงุนงงนางกล่าวความจริง นอกเสียจากองค์หญิงจิ้งเหอแล้ว นางก็ไม่เคยพบเชื้อพระวงศ์องค์อื่นในวังมาก่อนเลยจริง ๆยิ่งมิต้องเอ่ยถึงรุ่ยอ๋องผู้ลึกลับผู
นางกลัวว่านางหานจะสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงบีบแขนเสื้อซับหยาดเหงื่ออย่างแนบเนียน บังคับตนเองให้สงบสติอารมณ์ลง“ท่านแม่ต้องจัดการธุระในจวน ช่างเหน็ดเหนื่อยเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าสามารถดูแลตนเองได้”นางหลุบขนตางอนยาวสีดำขลับลง ภายในใจเริ่มครุ่นคิดช่วงหลายปีที่จ้าวหยวนเช่อมิได้อยู่ในจวน นางหานแทบจะไม่เคยแม้แต่จะมาพบหน้านางด้วยซ้ำทว่าตั้งแต่จ้าวหยวนเช่อกลับมา ไม่ว่าทางสีหน้าหรือวาจา นางหานล้วนปฏิบัติต่อนางด้วยความเมตตาปรานี ทว่าไม่เคยลงมือกระทำสิ่งใดอย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่นการจัดมุมผ้าห่มให้นางเช่นนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้รับการปฏิบัติเช่นนี้วันนี้นางหานผิดปกติไปถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องใดที่ต้องใช้งานนางกระนั้นหรือ?“ที่ข้ามาก็มิได้มีเรื่องอื่นใด เพียงอยากถามเจ้าสักหน่อย ว่าเจ้าชงชาเป็นได้อย่างไร?”บนใบหน้าของนางหานเจือรอยยิ้มบางเบา เอ่ยถามความสงสัยในใจออกมา“ยามว่างข้าไม่มีสิ่งใดทำ เห็นพี่หญิงสามชงชา จึงลองศึกษาด้วยตนเองเจ้าค่ะ”หัวใจของเจียงโย่วหนิงกระตุกวูบ รีบหาข้ออ้างอย่างรวดเร็วนางกลับนึกไม่ถึงว่าการแสดงฝีมือในวันนี้ จะทำให้นางหานรวมถึงคนทั้งจวนเจิ้นกั๋วกงเกิดความร
เจียงโย่วหนิงลนลานหารองเท้าและถุงเท้ามาสวมใส่ ในใจรู้สึกเพียงว่าการลงจากเตียงย่อมปลอดภัยกว่าหากนางยืนอยู่นอกเตียง นางหานคงไม่ถึงขั้นเปิดม่านเตียงออกดูให้แน่ชัดเป็นแน่ทว่าถุงเท้านั้นสกปรกไปเสียแล้ว ทั้งรองเท้าปักยังถูกจ้าวหยวนเช่อนำไปวางไว้เสียไกลจนเอื้อมไม่ถึงเสียงฝีเท้าของนางหานดังใกล้เข้ามาแล้วหากยามนี้นางลงจากเตียงไปหยิบ ย่อมต้องถูกพบเข้าอย่างจัง กลับยิ่งชวนให้ผู้อื่นคลางแคลงใจเปล่า ๆท่ามกลางความร้อนรน นางพลันสังเกตเห็นตลับยาในมือ จึงเกิดปัญญาขึ้นมาฉับพลัน“โย่วหนิง วันนี้คงเหนื่อยแล้วกระมัง? เหตุใดจึงเตรียมตัวพักผ่อนเร็วยิ่งนักเล่า?”นางหานเดินเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นนางนั่งอยู่ริมเตียง ใบหน้าก็เผยรอยยิ้มเมตตา“เท้าเป็นแผลถลอกเจ้าค่ะ กำลังทายาอยู่ ไม่รู้ว่าท่านแม่จะมาเยือนกะทันหัน หากต้อนรับขาดตกบกพร่องไปขอท่านแม่โปรดอย่าถือสา”เจียงโย่วหนิงชักมือที่กำลังทายากลับแล้วเอื้อมไปหยิบรองเท้า หวังจะลงจากเตียงไปทำความเคารพนางน้ำเสียงของนางนั้นอ่อนน้อมเชื่อฟัง ทว่าก็แฝงความเกรงใจและห่างเหินตั้งแต่เล็ก ยามที่ชาติกำเนิดยังไม่กระจ่างแจ้ง นางหานก็ไม่ชอบพอนางอยู่แล้วนางกับนางหา
ทว่าเบื้องหลังคือโต๊ะตำรา ไร้หนทางให้หลบเลี่ยงจ้าวหยวนเช่อถอดรองเท้าและถุงเท้าของนางออกอย่างคล่องแคล่วเท้าขวาดูย่ำแย่ยิ่งกว่าเท้าซ้าย มีตุ่มพองเลือดอยู่ถึงสี่ห้าแห่งจ้าวหยวนเช่อมิได้เอ่ยคำใด เขารวบร่างนางขึ้นอุ้มไปวางบนเตียง แล้วหันหลังเดินออกไปเจียงโย่วหนิงงุนงงยิ่งนัก ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด จึงก้มลงมองเท้าของตนเองนางวางเท้าพาดไว้ริมขอบเตียงเพื่อตรวจดูบาดแผลมองดูนิ้วมือซ้ายที่ถูกพันแผลไว้อย่างแน่นหนา สลับกับมองดูเท้าที่เต็มไปด้วยรอยเลือด นางเองยังรู้สึกเวทนาตนเองนักการเข้าวังครานี้ ทั้งมือและเท้าล้วนได้รับบาดเจ็บ บางทีคนที่มีฐานะเช่นนาง สวรรค์คงกำหนดมาแล้วว่าไม่ควรเข้าไปในสถานที่พรรค์นั้นไม่นานจ้าวหยวนเช่อก็ยกอ่างน้ำร้อนกลับมา วางลงบนตั่งพักเท้าหน้าเตียงเจียงโย่วหนิงมองเขาด้วยความตื่นตระหนกและหวาดระแวงน้ำอ่างนี้ หรือว่าจะนำมาล้างเท้าให้นางกัน?จ้าวหยวนเช่อย่อกายลงนั่งยอง ๆ ยื่นมือไปทดสอบอุณหภูมิน้ำ จากนั้นก็จับข้อเท้านางดึงลงมา“ท่านจะทำสิ่งใด?”เจียงโย่วหนิงขืนตัวหลบไปด้านหลัง ภายในใจทั้งหวาดกลัวทั้งร้อนรน ตกใจอยู่ไม่น้อยนี่เขากำลังจะทำอะไร?จะล้างเท้าให้
“เรื่องหลังจากนี้ไปคิดเอาเอง”สีหน้าของจ้าวหยวนเช่อกลับมาเย็นชาดังเช่นเคยเจียงโย่วหนิงเม้มริมฝีปาก หลุบแพขนตายาวลงและไม่เอ่ยสิ่งใดอีกหากเขาไม่ยอมเอ่ย ย่อมหมายความว่าจะไม่พูดจริง ๆนางคงต้องกลับไปไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนด้วยตนเอง“แล้วท่านหญิงซูเล่า?”นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็ช้อนสายตาขึ้นเอ่ยถามเขาหากใช้แผนยุแยงจริง ย่อมต้องปล่อยให้ซูอวิ๋นชิงไปงัดข้อกับองค์หญิงจิ้งเหอเขาไม่เป็นห่วงซูอวิ๋นชิงหรือ?หรือเขาคิดว่ามีตนคอยปกป้อง ซูอวิ๋นชิงย่อมไม่มีทางพ่ายแพ้แก่องค์หญิงจิ้งเหอกัน?มิได้ ไม่ว่าเขาจะคิดอ่านเช่นไร นางจำต้องพูดคุยกับเขาให้กระจ่างมิใช่ว่าถึงยามเกิดเรื่องอันใดขึ้นมา แล้วค่อยมากล่าวโทษนาง“จัดการเรื่องของเจ้าให้ดีเถิด”จ้าวหยวนเช่อยกมือขึ้นเก็บตลับยาและผ้าพันแผลบนโต๊ะเจียงโย่วหนิงคอตกด้วยความหดหู่ใจเป็นนางที่คิดมากไปเองเขาทำสิ่งใดล้วนรอบคอบรัดกุมเสมอมา การที่เขายอมตกลงช่วยนางใช้แผนยุแยง คาดว่าคงคิดหาวิธีช่วยซูอวิ๋นชิงรับมือกับองค์หญิงจิ้งเหอไว้พร้อมสรรพแล้วไฉนต้องให้นางมาคอยวุ่นวายใจด้วยเล่า?“คืนนี้คงไม่ต้องทบทวนบทเรียนแล้วกระมัง?”นางเอ่ยถามเขาด้วยน้ำ
เจียงโย่วหนิงตกตะลึงจนอดมิได้ที่จะเงยหน้ามองเขาความหมายของเขาคือ เขายินดีจะช่วยเหลือนางเช่นนั้นหรือ?เหตุใดกัน?ภายในใจของนางสับสนวุ่นวายอีกครา ขบคิดเท่าใดก็ไม่เข้าใจ“ทว่า...”จ้าวหยวนเช่อเชยคางของนางขึ้นมาเจียงโย่วหนิงถูกบีบบังคับให้ต้องสบตาเขา ขนตางอนยาวสั่นระริกดุจปีกผีเสื้อที่ตื่นตระหนก จิตใต้สำนึกสั่งให้ผลักมือที่กอบกุมดวงหน้าของนางออก ทว่ากลับผลักไม่ออก“ในใต้หล้านี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยเปล่า”เขาเอ่ยน้ำเสียงนั้นฟังดูแผ่วเบา ทว่าเจียงโย่วหนิงกลับรู้สึกว่าถ้อยคำของเขาแต่ละตัวอักษร ราวกับก้อนหินแข็งกร้าวที่ทุบลงบนศีรษะของนาง“ข้าไม่ให้ท่านช่วยแล้ว...”นางทั้งอับอายทั้งขัดเคืองจนใบหน้าแดงก่ำ ออกแรงผลักมือเขาออกไป หมายจะหันหลังหนีจากอ้อมกอดเขาทันทีสิ่งใดคือ “ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยเปล่า” กัน? สู้บอกมาตามตรงเลยดีกว่าว่าเขาจะไม่ยอมช่วยเหลือนางอย่างไร้เหตุผล แต่ต้องการให้นางนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนนอกจากตัวนางเองแล้ว ยังมีสิ่งใดให้น่าหมายปองอีกหรือ?กล่าวมาตั้งยืดยาว มิใช่ว่าต้องการให้นางเอาเรือนร่างเข้าแลกกับความช่วยเหลือของเขาหรอกหรือ?แผนยุแยงให้แตกแยกนี้ นางไม่ใช้แล้วมิไ
“ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้
“โย่วหนิง? ไปไหนแล้วล่ะ?”นางหานเดินมาหลังฉากกั้น“ท่านแม่ ท่านอย่าเข้ามาเจ้าค่ะ ข้าไม่ระวังทำน้ำนมเลอะตัว กำลังเช็ดอยู่เจ้าค่ะ”ภายใต้ความคับขัน เจียงโย่วหนิงรีบหาข้ออ้าง ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อนางหานได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้า ถามนาง “พี่ชายเจ้าล่ะ?”เจียงโย่วหนิงหันมองจ้าวหยวนเช่อ ในดวงตาคือค







