Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 10 — อีกฟากของพันธะ

Share

บทที่ 10 — อีกฟากของพันธะ

last update publish date: 2026-10-18 01:09:09

เส้นสีแดงบนข้อมือหลิงยวนกระตุก

ถ้วยชาข้างโต๊ะร้าวทันที

เจ้าสำนักยกมือปิดประตู อาคมสีครามแผ่คลุมห้อง ก่อนก้าวเข้ามาจับแขนศิษย์

“มันตามอะไรมา”

หลิงยวนกดสองนิ้วลงเหนือรอยแดง

ภาพแผ่นทองแดงใต้แท่นคนเจ็บผุดขึ้นในความคิด ตอนนั้นเขาใช้ปราณรับแรงแทนผู้ถูกมัด เพื่อแยกพวกเขาออกจากประตู

อีกฝ่ายจึงได้สัมผัสปราณของเขาโดยตรง

“ตอนข้าตัดอาคมที่หลินอัน”

แสงแดงหยุดอยู่ใต้ปลายนิ้ว แต่ไม่ดับ

เจ้าสำนักส่งปราณเข้าประคองรอยผนึก แรงกระชากระลอกถัดมาทำให้แขนเสื้อทั้งสองสะบัด แม้ในห้องไม่มีลม

“อย่าส่งแรงกลับไปมากกว่านี้” หลิงยวนกล่าว “มันกำลังรอให้เราตอบโต้”

“เจ้าจะปล่อยให้มันดึงหรือ”

“ให้มันดึงส่วนที่ข้าตัดออกได้”

เขาหยิบยันต์เปล่าจากแขนเสื้อ วางทับข้อมือแล้วค่อย ๆ ลากเส้นปราณของตนลงบนกระดาษ

แสงสีเงินซึมเข้าไปก่อน

เส้นแดงเคลื่อนตาม

เจ้าสำนักเข้าใจทันที จึงตรึงขอบอาคมไว้ ไม่ปล่อยให้มันย้อนกลับขึ้นแขน

เมื่อรอยแดงส่วนสุดท้ายพ้นผิวหนัง หลิงยวนตัดปราณที่เชื่อมตนเองกับกระดาษ

ยันต์ลอยกระแทกกลางห้อง

แสงแดงรัดมันจนยับ ก่อนกระดาษทั้งแผ่นจะลุกไหม้

แรงกระชากขาดหาย

หลิงยวนลดแขนลงช้า ๆ ลมหายใจหนักขึ้น แต่ยังยืนมั่นคง

เจ้าสำนักตรวจข้อมือเขาอีกครั้ง

เส้นแดงหายไปแล้ว

เหลือรอยผนึกสีเงินซึ่งจางกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย

“ครั้งนี้หลอกมันได้” เจ้าสำนักกล่าว “แต่หากต้นทางยังอยู่ มันจะลองอีก”

หลิงยวนมองเถ้ากระดาษกลางห้อง

“ให้คนที่เฝ้าหลินอันถอนจากห้องประตู อย่าแตะอาคม ข้าจะบอกตำแหน่งที่ต้องทำลาย”

⸻

เยว่ซีตื่นเพราะฝ่ามือเย็นจัด

นางลุกขึ้นนั่ง ไม่ส่งเสียงเรียกทันที แต่ผ่อนลมหายใจแล้วสังเกตความรู้สึกอย่างที่ฝึก

ความเย็นผ่านข้อมือขึ้นมาเพียงครั้งเดียว จากนั้นก็จางลง

ไม่มีความร้อนตามมา

เสี่ยวถังขยับตัวบนเตียงข้าง ๆ

“เจ้าฝันอีกแล้วหรือ”

“เปล่า ข้าจะไปเรือนโอสถ”

นางหยิบเสื้อคลุม สวมรองเท้าให้เรียบร้อย แล้วขอให้ศิษย์เฝ้าเวรพาไป

ครั้งนี้นางไม่อยากเดาเองว่าอาการเล็กน้อยคงไม่มีอะไร

อาจารย์ฉินกำลังตรวจคนเจ็บจากหลินอัน เมื่อฟังอาการแล้วจึงให้เยว่ซีนั่งรอ ส่งคนไปแจ้งเจ้าสำนักทันที

ไม่นาน หลิงยวนก็เข้ามา

สายตานางเลื่อนไปยังข้อมือเขา

เขาดึงแขนเสื้อขึ้นให้ดูเอง

“มีคนพยายามใช้รอยอาคมที่ข้าสัมผัสในห้องใต้ดิน ตามเข้ามาถึงผนึก”

เยว่ซีนิ่งไป

“ถึงข้าด้วยหรือเจ้าคะ”

“ยังไม่ถึงชั้นใน ข้าตัดทางที่มันเกาะมาแล้ว”

นางมองข้อมือตนเอง

“ข้ารู้สึกเย็น แต่หยุดแล้ว”

อาจารย์ฉินตรวจชีพจร ก่อนพยักหน้าให้หลิงยวน

“ปราณยังสงบ”

เยว่ซีเงยหน้าขึ้น

“แล้วท่านเล่า”

หลิงยวนวางแขนอีกข้างให้อาจารย์ฉินตรวจโดยไม่รอให้นางถามซ้ำ

ชายวัยกลางคนจับชีพจรแล้วขมวดคิ้ว

“พร่องไปส่วนหนึ่ง วันนี้ห้ามออกไปอีก”

“ข้าส่งคนไปแล้ว”

“ห้ามฝึกหนักด้วย”

เขาพยักหน้า

เยว่ซีจึงค่อยคลายมือที่กำชายเสื้ออยู่

⸻

คำสั่งถึงหลินอันถูกส่งด้วยยันต์สื่อสารก่อนฟ้าสาง

หลิงยวนวาดตำแหน่งแผ่นทองแดงใต้แท่นกลาง ระบุสายเชื่อมที่ต้องตัดก่อนยกออก และย้ำให้ตรวจห้องขังซ้ำอีกครั้ง

ผู้อาวุโสหอกระบี่เป็นผู้ลงมือ

เมื่อแผ่นทองแดงถูกพลิกขึ้น ด้านใต้มีเส้นเลือดแห้งเกาะอยู่ตามร่อง พร้อมเศษผ้าขาวติดตรงขอบ

เป็นผ้าที่ขาดจากมือหลิงยวนขณะช่วยผู้ป่วย

พวกเขาปิดผนึกมันแยกจากประตู แล้วทำลายร่องอาคมที่ต่อออกไปทางผนัง

ข่าวกลับถึงสำนักในยามสาย

ทางเชื่อมถูกตัดแล้ว

แต่ห้องควบคุมอีกฟากของประตูว่างเปล่า มีเตาอุ่นยาเพิ่งดับและรอยเลือดใหม่บนพื้น

ผู้ใช้วิชาถ่ายพันธะหนีไปก่อนคนของชิงเสวียนเข้าไปถึง

⸻

ในโรงพักม้าห่างจากหลินอันหลายลี้ เซี่ยจิ้งเหิงกำผ้าเช็ดหน้าชุ่มเลือด

อ่างสำริดตรงหน้าแตกเป็นทางยาว น้ำแดงข้างในซึมลงพื้น

คนติดตามคุกเข่าอยู่ห่างออกไป ไม่กล้าเงยหน้า

“ท่านจะให้ส่งคนตามรอยปราณอีกหรือไม่ขอรับ”

เซี่ยจิ้งเหิงมองฝ่ามือซึ่งมีแผลจากแรงสะท้อน

เขาไม่ได้ดึงผนึกมาได้

สิ่งที่ถูกกระชากกลับมามีเพียงปราณส่วนหนึ่งที่เจ้าของจงใจทิ้งไว้ให้

“เก็บของ”

“แล้วประตู—”

“ชิงเสวียนยังเปิดไม่ได้”

เขาวางผ้าเปื้อนเลือดลงในเตา

“แต่พยานของเรากำลังพูดได้”

คนติดตามก้มหน้าต่ำลง

เซี่ยจิ้งเหิงลุกขึ้นช้า ๆ

“ส่งคนไปย้ายผู้ป่วยจากสาขาที่เหลือ อย่าให้พวกเขาพบอีกเหมือนเมื่อคืน”

“แล้วเผยเหวินซูขอรับ”

เขาหยุดตรงประตู

“หากเขากลับออกมาไม่ได้ ก็อย่าให้เรื่องของเขาลามมาถึงข้า”

⸻

เยว่ซีไม่ได้ฝึกปราณในเช้าวันนั้น

อาจารย์ฉินให้นางช่วยแจกน้ำอุ่นแก่ผู้รอดชีวิต ซึ่งเริ่มกินอาหารได้ทีละน้อย

เด็กหนุ่มที่หลิงยวนพบหน้าห้องขังชื่ออาเฉิง เขาประคองถ้วยด้วยสองมือ แต่พยายามดื่มเร็วเสียจนสำลัก

เยว่ซีรีบวางผ้าไว้ให้

“ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก ค่อย ๆ ดื่ม”

อาเฉิงมองถ้วยแล้วลดมันลง

“ข้าเคยต้องคืนถ้วยก่อนระฆังดัง”

นางไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงรินน้ำเพิ่มให้เพียงเล็กน้อย

“ถ้วยนี้วางไว้ข้างเตียงได้”

เขาพยักหน้า แล้วมองเลยไหล่นางไป

เผยเหวินซูกำลังเดินผ่านประตูเรือนโอสถ มีศิษย์หอวินัยคุมมาด้วยสองคน อาจารย์ฉินเรียกเขามาเทียบรายการยาที่เบิกจากเรือนรับรองกับของกลาง

ถ้วยในมืออาเฉิงสั่น

น้ำหกลงบนผ้าห่ม

เยว่ซีเห็นจึงขยับตัวบังสายตาเขาไว้

“เจ้ารู้จักคนเมื่อครู่หรือ”

เด็กหนุ่มเม้มปากแน่น

นางไม่ได้ถามซ้ำต่อหน้าคนอื่น

เยว่ซีเรียกศิษย์ผู้ช่วยมาเฝ้า แล้วเดินไปบอกอาจารย์ฉินตรง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

ชายวัยกลางคนปิดบัญชีทันที

⸻

เผยเหวินซูถูกพาไปนั่งในห้องด้านข้าง

เขามองคนที่ประตูเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนแล้วถาม

“ข้าทำสิ่งใดผิดอีกหรือขอรับ”

อาจารย์ฉินไม่ได้ตอบทันที

“เจ้าเคยไปโรงยาสาขาตะวันตกของสถานสงเคราะห์หรือไม่”

“เคย ข้ารับส่งยาที่นั่นหลายครั้ง”

“เคยลงไปใต้เมืองหลินอันหรือไม่”

“ไม่เคย”

คำตอบไม่สะดุดแม้แต่น้อย

อีกด้านหนึ่งของผนัง อาเฉิงนั่งอยู่กับเยว่ซีและศิษย์ผู้จดคำให้การ

เขาไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนที่กลัว

“ข้าเห็นเขาสองครั้ง” เด็กหนุ่มกระซิบ “ครั้งหนึ่งเขามากับกล่องยา อีกครั้งมาดูตอนเลือกคน”

“เลือกคนทำอะไร” ศิษย์ผู้จดถาม

อาเฉิงชี้รอยแผลที่ข้อมือตนเอง

“ไปวางมือบนประตู”

เยว่ซีเก็บมือไว้บนตัก ไม่แทรกคำตอบที่ตนรู้อยู่แล้วลงไป

ศิษย์ถามต่อถึงเวลา เสื้อผ้า เสียง และคนที่อยู่ด้วย เด็กหนุ่มจำได้บางอย่าง ลืมบางอย่าง แต่เล่าจังหวะหนึ่งซ้ำชัดเจน

“ข้าทำถ้วยยาหก เขาเอาผ้าเช็ดหน้าให้ แล้วบอกว่าดื่มใหม่ก็ได้”

อาเฉิงเริ่มตัวสั่น

“ข้าคิดว่าเขาจะช่วย”

เยว่ซีเลื่อนถ้วยน้ำอุ่นเข้ามาใกล้

เด็กหนุ่มไม่แตะมัน

นางจึงนั่งรอเงียบ ๆ จนเขาพูดต่อเอง

“เขาบอกคนเฝ้าว่าข้ายังใช้ได้ อย่าเอาออกจากรายชื่อ”

⸻

อาจารย์ฉินกลับเข้าห้องสอบสวนพร้อมบันทึกคำให้การ

เผยเหวินซูฟังจนจบแล้วถอนหายใจ

“เขาคงจำผิด ข้าเคยแจกยาที่สถานสงเคราะห์ คนไข้มากมายเคยเห็นข้า”

“คนผู้นี้ยังไม่เคยออกจากห้องใต้ดินนับตั้งแต่ถูกส่งเข้าไป” อาจารย์ฉินกล่าว “เราจะตรวจวันรับตัวกับรายการเดินทางของเจ้า”

เหวินซูเงียบไป

ประตูเปิด หลิงยวนเดินเข้ามาพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง

เขาวางมันตรงหน้าอีกฝ่าย

เป็นรายการคนที่ถูกส่งไปทดสอบกับประตู มีชื่ออาเฉิงและคำสั่งให้คงชื่อไว้

ด้านล่างไม่ได้ลงชื่อเต็ม มีเพียงอักษรย่อ

แต่ข้างข้อความมีรอยแก้ตัวเลขด้วยลายมือที่คุ้นตา

“เจ้าลงบัญชีที่เรือนรับรองมาหลายปี” หลิงยวนกล่าว “มีต้นฉบับให้เทียบมากพอ”

เผยเหวินซูมองรอยหมึก

“ท่านจะใช้ตัวอักษรไม่กี่ตัวตัดสินข้า?”

“ยังมีเฉินฝู”

ครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นเร็วเกินไป

หลิงยวนมองเห็น

“เขาถูกจับพร้อมเอกสารและซูหว่านชิง ตอนนี้อยู่ในห้องคุมตัวอีกฝั่ง”

ความเงียบทอดยาว

เผยเหวินซูค่อย ๆ วางมือทั้งสองลงบนโต๊ะ

“ข้าขอคุยกับท่านเจ้าสำนัก”

อาจารย์ฉินตอบทันที

“เจ้ายื่นคำขอได้ แต่ตั้งแต่ตอนนี้ เจ้าถูกควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยร่วมกักขังและทำร้ายคน”

ศิษย์หอวินัยเข้ามารับกระบี่กับเครื่องรางที่เหลือทั้งหมด

คราวนี้เผยเหวินซูไม่ได้เป็นเพียงแขกที่ถูกขอให้อยู่รออีกแล้ว

⸻

ข่าวไปถึงลั่วชิงเหยาในช่วงบ่าย

นางตรงมาหอวินัย แต่ถูกห้ามอยู่หน้าประตู

“ข้ามีเรื่องต้องถามเขา”

“ต้องได้รับอนุญาตก่อนขอรับ”

“เพียงไม่กี่คำ”

ศิษย์เฝ้าประตูยังยืนยันคำเดิม

ลั่วชิงเหยากำผ้าเช็ดหน้าในแขนเสื้อแน่น นึกถึงตอนที่เขายื่นมันให้ นึกถึงคำสัญญาว่าจะช่วยหาคำตอบ

สุดท้ายเขากลับกลายเป็นคนที่นางต้องมารอขอคำตอบอยู่หน้าห้องคุมตัว

หลิงยวนเดินออกมาพอดี

นางก้าวเข้าไปหา

“ศิษย์พี่โม่ ข้าไม่รู้เรื่องโรงยา”

“หากมีสิ่งใดยังไม่ได้บอก ให้บอกอาจารย์ฉิน”

“ท่านคิดว่าข้าร่วมมือกับเขาหรือ”

หลิงยวนหยุด

“เจ้ารู้สิ่งใด ก็รับผิดชอบสิ่งนั้น”

นางหน้าซีดลง

“ข้าเพียงอยากให้เขาช่วย…”

คำพูดขาดหายก่อนจบ

หลิงยวนไม่ได้คาดคั้นแทนหอวินัย เขาหลีกให้นางเห็นประตูห้องรับคำให้การซึ่งยังเปิดอยู่

ลั่วชิงเหยายืนนิ่งอยู่นาน

แล้วจึงเดินเข้าไป

⸻

เยว่ซีพบหลิงยวนใต้ชายคาเรือนโอสถในยามเย็น

เขากำลังอ่านรายงานจากหลินอัน มือที่พันผ้าวางอยู่บนเข่า

นางวางถาดเล็กข้างตัวเขา

ในถาดมีขนมดอกกุ้ยฮวาสองชิ้น

“ยายทำกับคนในโรงครัวเจ้าค่ะ ฝากมาให้”

หลิงยวนวางกระดาษแล้วรับขนม

เยว่ซีนั่งลงห่างเขาหนึ่งช่วงแขน

“อาเฉิงหลับแล้ว” นางบอก “เขาถามว่าจะถูกส่งกลับหรือไม่ ข้าตอบแทนสำนักไม่ได้ จึงไปตามอาจารย์ฉินมาให้”

“อาจารย์ว่าอย่างไร”

“บอกว่าจะไม่มีใครส่งเขากลับไปให้คนที่ทำร้าย”

หลิงยวนพยักหน้า

นางมองขนมในมือเขา ก่อนเอ่ยขึ้น

“เมื่อก่อนข้าคิดว่าคนพูดดีคงใจดีด้วย”

“ตอนนี้เล่า”

“ตอนนี้คงต้องดูว่าเขาทำอะไรเมื่อไม่มีคนขอบคุณ”

หลิงยวนหันมามองนาง

เยว่ซีหลบตาไปยังลาน

“ข้าไม่ได้หมายถึงท่าน”

“ข้ายังไม่ได้ถาม”

นางเม้มปาก แล้วหยิบขนมของตนขึ้นกินเพื่อไม่ต้องตอบ

ลมเย็นพัดผ่านชายคา กลิ่นดอกกุ้ยฮวาจาง ๆ ลอยอยู่ระหว่างทั้งสอง

หลิงยวนกินไปได้ครึ่งชิ้นจึงกล่าว

“วันนี้เจ้าช่วยอาเฉิงได้ดี”

“ข้าแค่เห็นเขากลัว”

“แล้วเจ้าไม่ปล่อยผ่าน”

เยว่ซีมองปลายรองเท้าของตน ความอุ่นค่อย ๆ ขึ้นมาถึงแก้ม

ครั้งนี้นางไม่โทษปราณในร่างแล้ว

⸻

เมื่อแสงสุดท้ายพ้นยอดเขา ศิษย์หอวินัยก็มาตามหลิงยวน

เผยเหวินซูขอพบเขาเพียงคนเดียว

หลิงยวนเก็บรายงานแล้วลุกขึ้น เยว่ซีไม่ได้ตามไป แต่ก่อนเขาจะเดินพ้นระเบียง นางเรียกไว้

“ศิษย์พี่”

เขาหันกลับ

“หากเขาเสนอสิ่งใดแลกกับการปล่อยตัว ท่านคงรู้ว่าเขาอาจพูดไม่หมด”

“ข้ารู้”

เยว่ซีพยักหน้า

นางเพียงอยากเตือนเขาบ้าง แม้รู้ว่าเขามองเรื่องเช่นนี้ได้ไกลกว่าตน

⸻

เผยเหวินซูนั่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ไม่มีเครื่องประดับหรือกระบี่ติดตัวแล้ว

หลิงยวนปิดประตู แต่ปล่อยศิษย์หอวินัยยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกตามเดิม

“เจ้ามีอะไรจะบอก”

เหวินซูมองข้อมือเขา

“เมื่อคืนมีคนลองถ่ายพันธะแล้วใช่หรือไม่”

หลิงยวนไม่ตอบ

อีกฝ่ายยิ้มบาง

“หากท่านยังอยู่ตรงนี้ แสดงว่าท่านตัดมันได้”

“พูดเรื่องที่เจ้ารู้มา”

รอยยิ้มของเหวินซูค่อย ๆ จาง

“ประตูที่หลินอันเปิดด้วยปราณห้าสาย แต่คนที่เข้าไปเอาสิ่งข้างในออกมาได้ ต้องมีร่างต้นกำเนิด”

เขาเอนตัวมาข้างหน้า

“เซี่ยจิ้งเหิงไม่ได้ต้องการเพียงพลังของเยว่ซี เขาต้องการให้นางเข้าไปแทนเขา”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร”

“ข้าเคยอ่านคำจารึกในห้องชั้นใน”

หลิงยวนวางมือบนโต๊ะ

“และเจ้าต้องการอะไรจากเรื่องนี้”

เผยเหวินซูเงียบไปครู่หนึ่ง

ครั้งนี้ไม่มีคำตอบเรื่องความเมตตาหรือการรักษาคนป่วย

“สิ่งที่อยู่หลังประตูแบ่งกันได้”

หลิงยวนมองเขานิ่ง

ความต้องการซึ่งซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มสุภาพปรากฏชัดเป็นครั้งแรก

เหวินซูกล่าวต่ออย่างรวดเร็ว

“ข้าบอกทางเข้าอีกแห่งให้ได้ บอกตำแหน่งที่เซี่ยจิ้งเหิงเก็บยาต่อชีวิตได้ด้วย แต่ท่านต้องให้ข้าออกไปกับพวกท่าน”

“เจ้าจะให้การต่อหน้าอาจารย์ฉิน”

“แล้วข้าจะได้อะไร”

“โอกาสให้สำนักพิจารณาสิ่งที่เจ้าช่วยแยกจากสิ่งที่เจ้าทำผิด ข้าไม่รับปากมากกว่านั้น”

ใบหน้าเหวินซูแข็งขึ้น

หลิงยวนลุกเดินไปยังประตู

เสียงด้านหลังรั้งเขาไว้

“ศิษย์พี่โม่ ท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมเขาจึงเขียนว่าห้ามฆ่าผู้ผนึก”

มือของหลิงยวนหยุดอยู่บนบานประตู

เผยเหวินซูมองแผ่นหลังเขาแล้วพูดช้า ๆ

“เพราะเขาต้องใช้ท่านเปิดผนึกให้นางด้วยตนเอง”

หลิงยวนหันกลับ

“เขาคิดว่าจะบังคับข้าได้หรือไม่“

“เขาไม่จำเป็นต้องบังคับท่าน”

เหวินซูหลุบตาลงยังมือที่ถูกพันแผล

“เขาเพียงต้องทำให้การเปิดผนึกเป็นทางเดียวที่ช่วยชีวิตนางได้”

นอกห้อง เสียงระฆังยามค่ำดังขึ้น

หลิงยวนเปิดประตูเรียกศิษย์เฝ้าเวรเข้ามา

“เชิญอาจารย์ฉิน เตรียมบันทึกคำให้การ”

จากนั้นเขาจึงกลับมานั่งตรงข้ามเผยเหวินซู

“เริ่มจากยาที่เจ้าบอกว่าจะให้เยว่ซีกิน”

คราวนี้คนที่หลบสายตาก่อนคือเผยเหวินซู

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 61 — คนที่ถูกทิ้งไว้

    ก่อนฟ้าสาง รถม้าคันสุดท้ายหยุดอยู่หน้าเรือนเก่านอกเมืองชายสวมเสื้อคลุมมองคนสองคนที่ช่วยกันลากร่างผู้ป่วยออกมา ข้อเท้าของคนผู้นั้นครูดพื้น ทิ้งรอยเลือดจาง ๆ บนขั้นบันได“คนนี้ขึ้นรถไม่ได้แล้วขอรับ”ผู้คุมคนหนึ่งเปิดชายเสื้อให้ดูเส้นดำลามจากชายโครงขึ้นถึงลำคอ แม้ถูกกรอกยาไปสองครั้ง นิ้วมือของผู้ป่วยยังคงเกร็งกระตุก“เหลืออีกกี่คน”“ข้างในอีกหนึ่ง คนที่เคาะประตูเมื่อคืน”ชายสวมเสื้อคลุมหันไปมองเรือนประตูห้องด้านในถูกตอกไม้ขวางเพิ่ม รอยดำใต้ธรณีแผ่ออกมากกว่าเดิม“เอาคนนี้ขึ้นรถ ทิ้งคนข้างในไว้”ผู้คุมชะงัก“แต่หากคนของสำนักมาพบ—”“พวกมันจะมัวช่วยคน”คำตอบทำให้ไม่มีใครถามต่อชายสวมเสื้อคลุมหยิบแผ่นยันต์ออกมาสองแผ่น ส่งให้ลูกน้องที่ยังยืนอยู่“วางไว้ข้างเตา เมื่อได้ยินคนเปิดประตู ให้จุดไฟ”จากในห้อง เสียงแหบพร่าดังขึ้น“อย่า…ทิ้งข้า…”ชายผู้นั้นขึ้นรถโดยไม่หันกลับเสียงล้อบดผ่านดินชื้น กลบเสียงขอร้องจนหมด⸻“นั่งลงก่อน ข้าวจะเย็น”ยายหวังเลื่อนชามมาตรงหน้าเสี่ยวถังนางยืนอยู่ข้างโต๊ะตั้งแต่เข้าประตู มือจับชายแขนเสื้อแน่นจนเยว่ซีต้องดึงเก้าอี้ให้“ยายบอกเจ้า ไม่ได้บอกชาม”เสี่ยวถังรีบนั่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 60 — คราวนี้ข้าจะไม่หันกลับ

    กระบี่ไม้ของจ้าวเฉิงหลุดจากมือเป็นครั้งที่สามมันหมุนกลางอากาศ ก่อนโม่หลิงยวนจะใช้ปลายกระบี่เกี่ยวด้ามไว้แล้วส่งกลับมาจ้าวเฉิงรับทัน แต่ใบหน้าเริ่มร้อน“ข้าเปลี่ยนท่าแล้ว”“เท้ายังอยู่ที่เดิม”หลิงยวนใช้ปลายไม้แตะพื้นข้างรองเท้าเขา“เจ้าแก้กระบวนท่าด้านบน แต่เปิดทางด้านล่างให้ข้าเข้าถึงเหมือนเดิม”จ้าวเฉิงก้มมอง ก่อนถอยเท้าขวาครึ่งก้าว“เช่นนี้หรือ”“ลองดู”คราวนี้เขาไม่รีบฟันกระบี่ตั้งเฉียงคุมหน้าอก ฝีเท้าขยับตามหลิงยวนโดยไม่ก้าวยาวเกินไป เมื่ออีกฝ่ายเข้าประชิด จ้าวเฉิงจึงบิดข้อมือรับแล้วหมุนออกทางด้านข้างเสียงไม้กระทบกันดังติดกันสามครั้งเขารักษากระบี่ไว้ได้แต่ปลายกระบี่ของหลิงยวนหยุดอยู่ใต้ชายโครงแล้วจ้าวเฉิงนิ่งไป ก่อนถอนหายใจ“อย่างน้อยครั้งนี้ไม่หลุด”“เพราะเจ้ารู้แล้วว่าต้องรักษาสิ่งใด”เสียงตบมือดังจากริมลานหลินเยว่ซียืนอยู่ข้างเสี่ยวถัง ในมือมีถุงผ้ากับกระบอกน้ำจ้าวเฉิงหันไปทันที“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ก่อนกระบี่เจ้าจะบินรอบที่สาม”“เช่นนั้นเจ้าพลาดสองรอบแรก”“น่าเสียดายจริง ๆ”เขาใช้กระบี่ชี้นาง“ข้าหมายถึงพลาดตอนที่ข้ายังมีแรง”หลิงยวนลดอาวุธลง“พักก่อน อีกครู่ลองให

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 59 — เสียงจากอีกฟาก

    “ซ้าย!”หลินเยว่ซีขยับแผ่นอาคมไปทางซ้ายเสียงแตกเปรี๊ยะดังขึ้นทันทีแสงบนโต๊ะดับวูบ ควันสีขาวลอยผ่านปลายจมูก ก่อนจ้าวเฉิงซึ่งยืนดูอยู่จะยกมือปัดหน้าตนเอง“ข้าเพิ่งล้างหน้ามา”เสี่ยวถังชะงักอยู่ฝั่งตรงข้ามฉากไม้“ข้าหมายถึงซ้ายของข้า”เยว่ซีมองแผ่นอาคมในมือ แล้วค่อย ๆ วางลง“เช่นนั้นซ้ายของเราสองคนคงไม่ถูกกัน”เสียงหัวเราะดังจากข้างโต๊ะเสิ่นซูเหอใช้พู่กันเคาะขอบถาด“เพราะเหตุนี้จึงต้องตกลงกันก่อนเริ่ม ต่อไปใช้ทิศตะวันออกกับตะวันตก”การฝึกวันนี้จัดในห้องปิดด้านหลังเรือนรักษา หลังเกิดเรื่องผู้บุกรุก ผู้ไม่เกี่ยวข้องจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาดูบนโต๊ะมีถาดอาคมสองใบ คั่นด้วยฉากไม้สูงระดับสายตา ปราณสำหรับฝึกมาจากหินปราณก้อนเล็กใต้ฐาน ไม่ได้ดึงจากผู้ฝึก หากเดินผิดทาง แสงจะดับและต้องเริ่มใหม่เยว่ซีทำหน้าที่เลื่อนแผ่นอาคมควบคุมทางเดิน ส่วนเสี่ยวถังมองปลายทางแล้วบอกทิศหอวินัยอนุญาตให้เสี่ยวถังร่วมการฝึกพื้นฐานภายใต้การดูแล ข้อจำกัดเรื่องภารกิจและเอกสารสำคัญยังคงเดิมนางมาถึงก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วยาม พร้อมตำราที่คั่นหน้าด้วยเศษผ้าสามแห่งเยว่ซีเห็นแล้วไม่ได้กล่าวอะไรเพียงเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตร

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 58 — คนที่นางยอมให้เดินข้างกัน

    “ห้ามนำหนังสือฉบับนี้ไปถึงเรือนรักษา”โม่หลิงยวนวางกระดาษลงต่อหน้าศิษย์รับส่งข่าวชายหนุ่มหน้าเสียทันที“แต่ตราประทับ—”“เป็นของปลอม”หลินเยว่ซียืนอยู่ข้างโต๊ะ มองมือของอีกฝ่ายที่กำชายเสื้อแน่นขึ้นเขาเป็นผู้นำหนังสือขอข้อมูลเส้นปราณเข้ามาเมื่อวาน เช้านี้จึงถูกเรียกมาสอบถามต่อหน้าผู้ดูแลหอวินัย“ข้าไม่ได้เปิดอ่านขอรับ คนส่งมีป้ายผ่านด่านกับหนังสือจากสำนักผู้จัดงาน ข้าตรวจชื่อแล้วจึงรับมา”หลิงยวนไม่ได้กล่าวโทษ“เขารอคำตอบอยู่ที่ใด”“เรือนรับรองด้านนอก เขาบอกว่าต้องกลับก่อนเที่ยง”“มีใครไปแจ้งเขาหรือยังว่าเราสอบถามผู้จัดงานแล้ว”“ยังขอรับ”หลิงยวนหันไปหาผู้ดูแลหอวินัย“ให้เขารอต่อ ตรวจป้ายผ่านด่านกับรายชื่อผู้เดินทาง อย่าเพิ่งให้คนเข้าไปล้อมเรือน”เมื่อศิษย์ออกไป เยว่ซีจึงถาม“ท่านคิดว่าเขายังไม่รู้ว่าเราพบหนังสือปลอม?”“หากรู้แล้ว เขาคงไม่รอถึงเช้า”“หรือเขาไม่รู้ว่าตนถือของปลอมมา”หลิงยวนมองนาง ก่อนพยักหน้า“จึงต้องรู้ก่อนว่าเขารับมาจากใคร”บนโต๊ะมีหนังสือจริงจากผู้จัดงานวางเทียบอยู่ด้วยลายตราคล้ายกันมาก ทว่าเส้นขอบด้านหนึ่งของตราจริงบิ่นไปเล็กน้อย ส่วนตราปลอมกลับสมบูรณ์ผู้ปลอมอาจเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 57 — สิ่งที่ยังพูดไม่จบ

    “หากข้าไม่ให้เจ้าลงประลองปราณ เจ้าจะทำอย่างไร”เสิ่นซูเหอถามขณะถอนนิ้วจากข้อมือหลินเยว่ซีนางมองประกาศรับสมัครบนโต๊ะ ก่อนเงยหน้าตอบ“ถามท่านว่าข้ายังขาดสิ่งใด หากฝึกทันก็ขอรับการประเมินใหม่ หากไม่ทัน ข้าจะลงเฉพาะกระบี่”“ไม่คิดขอให้หลิงยวนมาช่วยพูดหรือ”“หากเขาพูดแล้วเส้นปราณข้าแข็งแรงขึ้นได้ ท่านคงไม่ต้องตรวจนานเพียงนี้”เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากประตูโม่หลิงยวนยืนถือจดหมายอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่ามาถึงตั้งแต่เมื่อใดเสิ่นซูเหอปล่อยแขนเสื้อนางลง“เช่นนั้นฟังให้ครบ ข้าอนุญาตให้เจ้ารับการประเมิน ยังไม่ได้อนุญาตให้ลงประลอง ใช้ได้เฉพาะปราณไม้กับปราณน้ำตามขอบเขตที่ฝึก ห้ามฝืนเปิดสายอื่น”เยว่ซีพยักหน้า“การประเมินจะดูอะไรบ้างเจ้าคะ”“ใช้พลังได้เพียงใด รับแรงสะท้อนได้เท่าใด และหยุดได้หรือไม่”“ข้อสุดท้ายข้าฝึกอยู่ทุกวัน”เสิ่นซูเหอเลื่อนประกาศกลับให้นาง“หยุดตอนเหนื่อยกับหยุดตอนกำลังจะชนะ เป็นคนละเรื่องกัน”เยว่ซีก้มมองชื่อประเภทการประลองบนกระดาษเมื่อครู่สายตานางยังหยุดอยู่ตรงคำว่าปราณคราวนี้นางอ่านกติกาด้านล่างจนจบ⸻หลิงยวนรออยู่ใต้ชายคาเยว่ซีเดินออกมาพร้อมประกาศที่พับเก็บเรียบร้อย สายตาเห

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 56 — คนที่ยอมยืนอยู่ข้างหลัง

    กระบี่ไม้หลุดจากมือหลินเยว่ซีเป็นครั้งที่สี่มันกระแทกพื้น กลิ้งไปหยุดแทบเท้าจ้าวเฉิงเขาก้มเก็บขึ้นมา แต่ยังไม่ยอมส่งคืน“หากเจ้ามองแต่ข้อมือข้า ข้าก็เพียงเปลี่ยนมือ”เยว่ซีคลึงนิ้วซึ่งถูกบิดออกจากด้ามกระบี่“ท่านเพิ่งใช้วิธีนี้ได้ครั้งเดียว อย่าเพิ่งพูดเหมือนทำสำเร็จมาทั้งชีวิต”“แต่ครั้งเดียวก็ทำให้กระบี่เจ้าอยู่กับข้า”เขายกกระบี่สองเล่มขึ้นอย่างพอใจใต้ต้นสน โม่หลิงยวนปิดจดหมายที่เพิ่งอ่านจบ ก่อนเดินเข้ามากลางลาน“ลองใหม่ คราวนี้ดูไหล่ด้วย”จ้าวเฉิงคืนกระบี่แล้วตั้งท่าเยว่ซีขยับเท้าซ้ายไปข้างหน้าเล็กน้อย นางไม่รีบเข้าจับข้อมือเหมือนก่อน รอจนเขาฟันเฉียงจึงยกกระบี่รับเพียงให้คมเบนออกมือซ้ายเอื้อมเข้าหาด้ามจ้าวเฉิงยิ้มแล้วเปลี่ยนมือทันทีแต่เยว่ซีเห็นไหล่เขาขยับก่อนนางไม่ตามจับมือใหม่ กลับก้าวประชิด ใช้แขนกดท่อนแขนเขาเข้าหาลำตัว แล้วหมุนด้ามกระบี่ของตนค้ำใต้ด้ามอีกเล่มกระบี่จ้าวเฉิงกระดกขึ้นเขารีบคลายนิ้ว ก่อนข้อมือจะถูกงัดตามเสียงไม้ตกพื้นดังอีกครั้งคราวนี้เป็นกระบี่ของเขาเยว่ซีถอยพ้นระยะทันทีจ้าวเฉิงก้มมองมือว่าง แล้วหันไปหาโม่หลิงยวน“ศิษย์พี่ ท่านเพิ่งบอกให้นางดูไหล่ เ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status