Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 9 — แสงแรกใต้ผนึก

Share

บทที่ 9 — แสงแรกใต้ผนึก

last update publish date: 2026-10-17 19:31:22

ป้ายรูปนกสองหัวถูกวางลงบนแผนที่เมืองหลินอัน

เจ้าสำนักเลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้ ร่องถนนเก่าปรากฏชัดใต้แสงไฟ ส่วนทางตะวันตกเป็นแนวเขาซึ่งมีลำธารไหลผ่าน

ซูหว่านชิงนั่งพิงหมอนบนเก้าอี้ อาจารย์ฉินอนุญาตให้นางออกจากห้องได้เพียงครู่เดียว

“รถเข้าทางหุบเขานี้เจ้าค่ะ” นางกล่าว “ก่อนถึงประตูจะได้ยินเสียงน้ำ แต่ตอนเข้าไปแล้วกลับเงียบสนิท”

หลิงยวนใช้นิ้วลากตามแนวลำธาร

“ท่อส่งน้ำเก่าของเมือง”

“ข้าไม่เคยเห็นปากทางจากด้านนอก พวกเขาปิดม่านรถ”

เจ้าสำนักหันไปสั่งศิษย์ที่รออยู่

“ให้คนเฝ้าทางออกหุบเขาก่อน อย่าเพิ่งเข้าไป ใครออกมาต้องรู้ว่าไปที่ใด”

ศิษย์รับคำแล้วรีบจากไป

เยว่ซีมองจุดบนแผนที่ซึ่งเคยเป็นจวนสกุลหลิน

บ้านของนางอยู่ไม่ไกลจากแนวท่อส่งน้ำ

“ตอนตรวจเมืองหลังเกิดเหตุ ไม่มีใครพบทางนี้หรือเจ้าคะ”

เจ้าสำนักเปิดแผนที่อีกแผ่นเทียบ

“พบ แต่ปากท่อพังลงมา ผู้ตรวจบันทึกว่าตันไปแล้ว”

หลิงยวนก้มดูเส้นหมึก

“หากเปิดใหม่จากฝั่งหุบเขา คนที่ตรวจแต่ในเมืองย่อมไม่เห็น”

หว่านชิงหลับตาลงครู่หนึ่ง

“ข้างในยังมีคนอยู่”

ทุกคนหันไปมองนาง

“ครั้งสุดท้ายที่ข้าถูกพาไป มีคนอย่างน้อยเจ็ดคน บางคนเดินไม่ได้แล้ว พวกเขาถูกขังใกล้ห้องปรุงยา”

เจ้าสำนักปิดแฟ้ม

การตามหาหลักฐานรอได้ แต่คนในนั้นอาจถูกย้ายหรือฆ่าทิ้งทันทีที่ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่าเฉินฝูถูกจับ

“หลิงยวน เจ้าคุมชุดเข้าไปช่วยคน ให้ผู้อาวุโสหอกระบี่เฝ้าปากหุบเขา ข้าจะอยู่สำนัก”

เยว่ซีเงยหน้ามองชายข้างโต๊ะ

เขาเพิ่งกลับมาไม่นาน

แต่หลิงยวนรับคำโดยไม่ลังเล

⸻

ก่อนแยกย้าย เยว่ซีขอให้หว่านชิงเล่าเรื่องประตูอีกครั้ง

“คนที่ถูกพาไปวางมือ ต้องทำอะไรเจ้าคะ”

“บางคนถูกสั่งให้ส่งปราณ บางคนไม่ยอม ก็มีคนบังคับเปิดเส้นปราณให้”

“ส่งเข้าไปมากเท่าไร ประตูก็ยิ่งเปิดหรือ”

หว่านชิงส่ายหน้า

“ข้าไม่เคยเห็นมันเปิดเต็มบาน ยิ่งฝืน ผู้ใช้พลังยิ่งบาดเจ็บ”

เยว่ซีนึกถึงถ้วยน้ำในลานฝึก

นางเคยเกร็งแขนจนถ้วยสั่น ทั้งที่คิดว่าจับแน่นแล้วจะมั่นคงขึ้น

“ถ้าเขาต้องการปราณห้าสาย เหตุใดไม่ใช้คนห้าคนเจ้าคะ”

อาจารย์ฉินเป็นผู้ตอบ

“ปราณแต่ละคนมีลักษณะต่างกัน แม้เป็นสายเดียวกันก็ใช่ว่าจะรวมกันได้โดยไม่ขัดแย้ง”

“จึงต้องการคนที่ใช้ได้ทุกสาย”

นางพูดเบา ๆ แล้วมองมือตนเอง

หลิงยวนเลื่อนแผนที่พับออกจากหน้านาง

“อย่าเพิ่งคิดว่าจะต้องทำสิ่งเดียวกับคนในนั้น”

เยว่ซีเงยหน้า

“ข้ากำลังคิดว่าหากข้ายังควบคุมไม่ได้ เขาก็อาจใช้ข้าไม่ได้เช่นกัน”

“เขาอาจไม่สนว่าเจ้าจะรอดหลังจากนั้นหรือไม่”

คำตอบทำให้นางนิ่งไป

หลิงยวนไม่ได้พูดเพื่อขู่

นางเห็นจากดวงตาของหว่านชิงว่าเรื่องนั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

⸻

ระหว่างที่ชุดออกเดินทางเตรียมคนกับอุปกรณ์ อาจารย์ฉินพาเยว่ซีไปยังห้องฝึกหลังเรือนโอสถ

กลางห้องมีอ่างน้ำตื้น ในน้ำลอยเมล็ดบัวแห้งหนึ่งเมล็ด

หลิงยวนตามเข้ามาหลังตรวจเวรเฝ้าประตูด้านในเรียบร้อย

“วันนี้เจ้าจะลองแตะปราณของตนเอง” อาจารย์ฉินกล่าว “เพียงเล็กน้อย หากรู้สึกว่ามีมากกว่าหนึ่งสายเคลื่อนไหว ให้หยุด”

เยว่ซีมองเมล็ดบัว

“ต้องทำให้มันงอกหรือเจ้าคะ”

“ยังไม่ต้อง เจ้าเพียงแยกให้ได้ว่าอะไรเป็นแรงจากตัวเจ้า อะไรเป็นปราณที่อยู่รอบห้อง”

หลิงยวนวางยันต์สี่แผ่นรอบอ่าง ปราณสีเงินเชื่อมขอบกระดาษเป็นวงบาง

เยว่ซีนั่งลงตามตำแหน่งที่อาจารย์ฉินชี้

“ไม่ต้องดึงสิ่งใดเข้ามา” หลิงยวนกล่าว “มองหาความอุ่นที่เคยเกิดตอนฝึกกระบี่”

นางวางมือลงบนเข่า หลับตา

ครั้งแรกไม่พบอะไรนอกจากความเมื่อยที่หัวไหล่

ครั้งที่สองนางตั้งใจมากจนหน้าผากย่น

“อย่ากลั้นหายใจ” เขาเตือน

เยว่ซีลืมตาขึ้น

“ข้ารู้สึกเหมือนยิ่งหา มันยิ่งหาย”

“ตอนกลัว เจ้าไม่ต้องหามันก็มา” อาจารย์ฉินกล่าว “นั่นเพราะร่างกายตอบสนองก่อนเจ้าคิด วันนี้เรากำลังให้เจ้ารู้ทันมันโดยไม่ต้องกลัว”

นางลองใหม่

คราวนี้ไม่พยายามนึกถึงแสงสีใด เพียงสังเกตจังหวะหายใจกับความรู้สึกในฝ่ามือ

ผ่านไปครู่หนึ่ง ความอุ่นบางเบาก็ปรากฏใต้ข้อมือ

มันไม่แผดร้อนเหมือนตอนจับเสาหรือถือกระบี่ แต่คล้ายเลือดอุ่นไหลผ่านเส้นเล็ก ๆ

“ข้ารู้สึกแล้วเจ้าค่ะ”

“อยู่ตรงไหน”

นางบอกตำแหน่ง

หลิงยวนแตะสองนิ้วลงข้างข้อมือนาง แสงสีเงินใต้ผิวปรากฏเพียงชั่วครู่ ก่อนถอยออกเป็นช่องแคบ

เยว่ซีรู้สึกเหมือนสิ่งที่ถูกกดไว้นานขยับเข้ามาใกล้ฝ่ามือ

“อย่าผลักมัน” เขากล่าว “ยื่นมือเหนือผิวน้ำ”

นางทำตาม

ปลายนิ้วสั่นน้อย ๆ

เมล็ดบัวกลางอ่างหมุนไปหนึ่งรอบ

เยว่ซีเผลอเอนตัวเข้าไปดู ความอุ่นพลันกลายเป็นร้อนจัด น้ำรอบเมล็ดเกิดวงกระเพื่อมซ้อนกัน

“หยุด”

นางรีบถอนมือ แต่ความร้อนยังวิ่งตามขึ้นมา

หลิงยวนไม่ได้คว้าข้อมือนางทันที

“คลายไหล่ หายใจออก”

เยว่ซีทำตามอย่างยากเย็น

ปราณที่กำลังพุ่งชะงัก แล้วค่อย ๆ ลดลง

น้ำสงบ

เมล็ดบัวยังเป็นเมล็ดบัวเช่นเดิม

นางมองมันอย่างผิดหวังเล็กน้อย

“ข้าทำได้แค่ให้มันหมุน”

“เจ้าหยุดได้เอง” อาจารย์ฉินกล่าว “ครั้งแรกเอาเท่านี้”

หลิงยวนปิดช่องผนึกกลับแล้วเก็บยันต์

เยว่ซีก้มมองฝ่ามือ

อย่างน้อยวันนี้มันไม่ได้เผาสิ่งใด

⸻

ก่อนออกเดินทาง หลิงยวนพบเยว่ซีรออยู่ตรงระเบียง

นางยื่นห่อผ้าเล็กให้

“เสบียงเจ้าค่ะ โรงครัวเตรียมให้ชุดเดินทาง แต่เสี่ยวถังเห็นว่าของท่านยังวางอยู่บนโต๊ะ”

เขารับมา

“ขอบใจ”

เยว่ซีมองกระบี่ข้างเอวเขา แล้วถามสิ่งที่คิดมาตั้งแต่เห็นแผนที่

“ท่านกลับไปหลินอันบ่อยหรือไม่”

“หลังเกิดเหตุ ข้าไปหลายครั้ง”

“ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนหรือ”

เขาเงียบไปชั่วขณะ

“ครั้งนี้อาจมีคนให้พากลับมา”

เยว่ซีพยักหน้า

นางอยากบอกให้เขาระวังตัว แต่รู้ว่าเขาย่อมระวังมากกว่านางอยู่แล้ว จึงเปลี่ยนเป็นคำอื่น

“ข้าจะอยู่ฝึกกับอาจารย์ฉิน ไม่ออกไปไหนเอง”

หลิงยวนมองนาง

“ข้ารู้”

คำสั้น ๆ นั้นทำให้เยว่ซีเงยหน้าขึ้น

เขาเชื่อนางแล้ว

หลิงยวนเดินลงบันไดไปสมทบกับศิษย์หอวินัย เยว่ซียืนมองจนชายเสื้อสีขาวลับพ้นประตู จึงกลับเข้าห้องฝึก

เมล็ดบัวยังลอยอยู่ในอ่าง

นางนั่งลงข้างมัน แต่ไม่ได้ยกมือขึ้นลองตามลำพัง เพียงเปิดตำราที่อาจารย์ฉินให้ แล้วเริ่มอ่านวิธีแยกปราณทีละบรรทัด

⸻

ทางเข้าหุบเขาถูกซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกสายแคบ

ป้ายรูปนกสองหัวทำให้อักขระบนหินแยกออก เผยช่องประตูพอให้รถม้าผ่านได้

หลิงยวนไม่ได้เดินเข้าไปทันที

บนพื้นหลังประตูมีทรายละเอียดโรยเป็นแถบ เขาส่งปราณแตะขอบทราย พบเส้นอาคมฝังอยู่ด้านล่าง

“นับคนเข้าออก” ศิษย์ข้างกายกระซิบ

หลิงยวนพยักหน้า

หากปล่อยให้อาคมนับจำนวนคนมากกว่าขบวนที่ควรกลับมา คนข้างในจะรู้ตัวทันที

เขาวางป้ายลงตรงขอบประตู ใช้สองนิ้วประคองอักขระช่วงที่กำลังสว่างไว้

“ผ่านทีละคน อย่าแตะผนัง”

เมื่อทุกคนพ้นแล้ว เขาจึงถอนป้ายและปล่อยวงอาคมทำงานต่อ

ภายในเป็นทางลาดยาว กลิ่นสมุนไพรต้มจนไหม้ปนกับกลิ่นอับชื้น

พวกเขาพบคนเฝ้าคู่แรกตรงห้องเก็บฟืน

หลิงยวนจับสัญญาณให้ศิษย์สองคนอ้อมเข้าประตูอีกด้าน แล้วจึงเคาะผนังเบา ๆ

คนเฝ้าคนหนึ่งเดินมาดู

เขาถูกกดจุดก่อนทันเรียกเพื่อน ส่วนอีกคนถูกศิษย์หอวินัยเข้าควบคุมตัวพร้อมกัน

ไม่มีเสียงเตือนดังขึ้น

หลิงยวนชี้ทางแยกตามคำบอกของหว่านชิง

“สองคนตรวจห้องปรุงยา อีกสองคนตามข้าไปห้องขัง หากพบคนเจ็บ ให้ส่งออกทางเดิมก่อน”

⸻

ห้องขังมีคนอยู่แปดคน

เด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งกอดเข่าใกล้ประตู หญิงวัยกลางคนสองคนนอนบนเสื่อ ส่วนคนอื่นพิงผนังอยู่ในความมืด

เมื่อเห็นชุดชิงเสวียน เด็กหนุ่มถอยหนีทันที

หลิงยวนหยุดอยู่นอกลูกกรง

“ซูหว่านชิงให้พวกเรามา”

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น

“พี่หว่านชิงยังอยู่หรือ”

“อยู่ที่สำนัก กำลังรักษาแขน”

เสียงสะอื้นดังจากมุมห้อง

หลิงยวนตัดแม่กุญแจแล้วเปิดประตู เขาให้ศิษย์ตรวจอาการทีละคน ก่อนหันกลับมาถามเด็กหนุ่ม

“คนที่เดินไม่ไหวมีอีกหรือไม่”

“หลังประตูหิน… เมื่อเช้าพาไปสามคน”

เขาชี้ไปยังทางเดินด้านใน

แทบจะพร้อมกันนั้น เสียงระฆังเล็กก็ดังขึ้นจากห้องปรุงยา

ผู้เฝ้าที่ซ่อนอยู่ในช่องเก็บยาเห็นศิษย์ชิงเสวียนก่อนถูกจับทัน

พื้นใต้เท้าสั่น

ประตูหินต้นทางเริ่มเลื่อนปิด

หลิงยวนออกคำสั่งทันที

“พาคนออกไป อย่ารอข้า”

“ศิษย์พี่ ทางด้านใน—”

“ข้าจะไปนำอีกสามคนกลับมา”

เขาชักกระบี่แล้ววิ่งเข้าสู่ทางเดิน

⸻

ห้องใต้ดินกว้างกว่าที่หว่านชิงบอก

กลางห้องมีแท่นหินสามแท่น ผู้ถูกมัดนอนอยู่บนนั้น เส้นแสงทอดจากข้อมือพวกเขาไปยังประตูสูงซึ่งมีร่องอาคมห้าสาย

มีเพียงสองร่องสว่าง

ชายชุดดำหน้าประตูหันมา เมื่อเห็นหลิงยวนก็ฟันเชือกเส้นหนึ่งข้างผนัง

น้ำมันไหลจากรางเหนือศีรษะลงสู่พื้น

เขากำลังจะเผาห้องพร้อมคนทั้งหมด

หลิงยวนสะบัดกระบี่

ปราณสีเงินตัดรางหินขาดกลางทาง น้ำมันเทลงห่างจากแท่นผู้ป่วย ก่อนคมกระบี่อีกสายจะพุ่งตัดมือที่ถือยันต์ไฟ

ชายชุดดำถอยแล้วฟันสวน แรงกระบี่กระแทกผนังจนหินแตก

หลิงยวนเบี่ยงคมออกจากแท่นคนเจ็บ ใช้เท้าถีบขอบแท่นให้เลื่อนพ้นแนวโจมตี แล้วก้าวเข้าประชิด

อีกฝ่ายเพิ่งยกกระบี่รับก็รู้ว่าแรงที่มาถึงไม่เท่ากับกระบวนท่าก่อนหน้า

อาวุธในมือแตก

ปลายกระบี่ของหลิงยวนกดทะลุเสื้อ ตรึงไหล่เขาเข้ากับเสาหิน

“หยุดอาคม”

ชายผู้นั้นหัวเราะทั้งที่หน้าซีด

“เจ้าหยุดเองสิ”

ร่องบนประตูสว่างขึ้นอีกสาย

คนบนแท่นเริ่มชักเกร็ง

หลิงยวนปล่อยด้ามกระบี่ไว้ตรึงศัตรู หันไปตรวจเส้นอาคมอย่างรวดเร็ว

มันไม่ได้ดึงจากทุกคนเท่ากัน

แรงส่วนใหญ่ไหลผ่านแผ่นทองแดงใต้แท่นกลาง ก่อนกระจายออกไปยังประตู หากตัดที่ข้อมือผู้ป่วยทันที แรงที่ค้างอยู่จะย้อนเข้าร่าง

เขากดฝ่ามือลงบนแผ่นทองแดง ส่งปราณของตนรับแรงแทนชั่วขณะ แล้วใช้มืออีกข้างตัดสายเชื่อมทีละเส้น

เมื่อคนสุดท้ายหลุดออก ร่องอาคมบนประตูพลันดับ

แท่นหินหยุดสั่น

เสียงหายใจติดขัดของผู้รอดชีวิตดังชัดขึ้นในความเงียบ

หลิงยวนถอนมือจากแผ่นทองแดง

ใต้ฝ่ามือมีรอยอักขระเก่าซึ่งถูกฝุ่นปิดไว้

เขาปัดมันออกเพียงครั้งเดียวก็จำได้

เป็นอาคมแบบเดียวกับที่ลามเข้าจวนสกุลหลินในคืนนั้น

⸻

ที่ชิงเสวียน เยว่ซีเงยหน้าจากตำราเมื่ออาจารย์ฉินกลับเข้าห้องฝึก

“พักพอแล้วหรือ”

นางพยักหน้า

คราวนี้อาจารย์ฉินเป็นผู้ประคองวงป้องกัน โดยใช้ตำแหน่งยันต์ที่หลิงยวนจัดไว้ก่อนออกเดินทาง ไม่แตะผนึกชั้นอื่น

เยว่ซีลองส่งปราณออกมาทีละน้อย

เมล็ดบัวหมุนอีกครั้ง

นางหยุดก่อนความอุ่นกลายเป็นความร้อน แล้วเริ่มใหม่เมื่อชีพจรสงบ

ครั้งที่สาม เปลือกเมล็ดแยกเป็นรอยเล็กมาก

เยว่ซีเกือบเรียกให้อาจารย์ดู แต่ห้ามตนเองไว้ทัน

นางค่อย ๆ ถอนมือ

น้ำในอ่างสงบลง

ปลายรากสีขาวเล็กเท่าเส้นด้ายโผล่พ้นเปลือก

อาจารย์ฉินโน้มเข้ามาตรวจ

“ปราณไม้”

เยว่ซีมองรากอ่อนนั้นอยู่นาน ก่อนยิ้มออกมา

เป็นสิ่งแรกที่พลังของนางทำให้เติบโต โดยไม่ไหม้ตามมา

⸻

คณะช่วยเหลือกลับถึงสำนักหลังเที่ยงคืน

มีผู้รอดชีวิตสิบเอ็ดคน ผู้คุมถูกจับสามคน และหีบเครื่องมือซึ่งมีรอยใช้ถ่ายปราณอีกสองหีบ

หลิงยวนสั่งปิดทางเข้าชั้นล่างไว้ก่อนถอนคน เขาไม่ได้พยายามเปิดประตูห้าร่อง หรือใช้ผู้ป่วยทดลองสิ่งใดอีก

เยว่ซีช่วยเรือนโอสถเตรียมน้ำกับผ้าสะอาด เมื่อนับคนเจ็บผ่านประตูจนครบจึงหันไปหาเขา

“กลับมาครบหรือไม่เจ้าคะ”

“คนของเราครบ”

เขาเข้าใจว่านางถามรวมถึงศิษย์ที่ไปด้วย

เยว่ซีพยักหน้า ก่อนหยิบถ้วยเล็กซึ่งวางแยกบนชั้นมาให้ดู

ข้างในมีเมล็ดบัวที่งอกรากแล้ว

หลิงยวนก้มมอง

“เจ้าหยุดเอง?”

“เจ้าค่ะ อาจารย์ฉินไม่ได้ต้องช่วยกดกลับ”

เขามองรากอ่อนอีกครั้ง

“ดีแล้ว”

คำสองคำนั้นทำให้เขานิ่งไปชั่วขณะ

เยว่ซีไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เห็นความเหนื่อยล้าในดวงตา จึงวางถ้วยกลับแทนที่จะถามเรื่องการฝึกต่อ

“ข้าเก็บข้าวไว้ให้ท่าน”

“เจ้าเล่า”

“กินแล้วเจ้าค่ะ ยายเฝ้าอยู่ ข้าจะไม่กินได้อย่างไร”

เขาพยักหน้าแล้วเดินตามนางไปยังโต๊ะเล็กหน้าห้องพัก

ครั้งนี้เมื่อเยว่ซีวางชามลง เขาหยิบตะเกียบกินทันทีโดยไม่ต้องเตือน

นางนั่งฝั่งตรงข้าม คอยเติมน้ำอุ่นให้

ไม่มีใครพูดอยู่พักใหญ่

ความเงียบนั้นต่างจากทุกครั้งที่นางรอคำตอบเกี่ยวกับอดีต

คืนนี้มีคนสิบเอ็ดคนได้นอนบนที่นอนสะอาด และคนตรงหน้านางกลับมาตามที่บอกไว้แล้ว

⸻

ก่อนฟ้าสาง เจ้าสำนักเรียกหลิงยวนไปดูของที่พบในห้องควบคุมประตู

เป็นแผ่นทองแดงบาง บนแผ่นมีชื่อผู้ผ่านการทดสอบหลายสิบคน แต่ละชื่อถูกขีดทับด้วยหมึกดำ

ชื่อสุดท้ายยังไม่มีรอยขีด

หลินเยว่ซี

ข้างชื่อมีข้อความสองบรรทัด

ร่างต้นกำเนิด — ยังมีชีวิต

ผู้ผนึก: โม่หลิงยวน

เจ้าสำนักวางแผ่นทองแดงลง

“พวกมันรู้แล้วว่าเป็นเจ้า”

หลิงยวนอ่านตัวอักษรท้ายแผ่น

ข้อความนั้นเพิ่งถูกเพิ่ม หมึกยังไม่ซึมเข้ารอยสลักจนดำสนิท

ห้ามสังหารผู้ผนึกก่อนถ่ายพันธะสำเร็จ

เขายกมือแตะข้อมือของตน

ใต้แขนเสื้อ รอยอักขระเก่าที่เชื่อมกับผนึกของเยว่ซีค่อย ๆ สว่างขึ้น

ก่อนจะมีเส้นสีแดงเส้นหนึ่งแทรกผ่านแสงเงิน

มีใครบางคนอยู่อีกฟากของอาคม

กำลังลองดึงมัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 54 — ชื่อที่เกือบเรียกออกมา

    ระหว่างทางเดินผ่านลานฝึก“อายุสิบปี ข้าฝึกกระบี่จนหักไปเจ็ดเล่มแล้ว”เสียงจากลานด้านล่างทำให้หลินเยว่ซีหยุดเท้าศิษย์หนุ่มผู้หนึ่งกำลังยกกระบี่ไม้ขึ้นอวดเพื่อน อีกสองคนยืนฟังด้วยสีหน้ากึ่งเชื่อกึ่งเบื่อ ขณะที่คนพูดยังเล่าต่อว่าตนเคยประลองชนะใครบ้างเยว่ซีเผลอหันไปทางซ้ายคำพูดเกือบหลุดจากปากเจ้าว่าคราวนี้เป็นเพราะกระบี่ราคาถูกอีกหรือไม่แต่ข้างกายนางมีเพียงราวระเบียงไม่มีหญิงสาวที่ยืนกลั้นหัวเราะแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ด้วยกันลมเช้าพัดชายแขนเสื้อผ่านหลังมือ เยว่ซีค่อย ๆ หันกลับมา มองศิษย์กลุ่มนั้นเดินลงจากลานจนลับสายตาวันแรกที่มาถึงชิงเสวียน นางเองก็เคยยืนฟังใครบางคนโอ้อวดเช่นนี้แล้วเสี่ยวถังก็กระซิบเรื่องกระบี่ราคาถูกทั้งสองหัวเราะจนคนด้านหน้าหันมอง ก่อนพร้อมใจกันแหงนหน้าดูฟ้าราวกับไม่เคยได้ยินอะไรตอนนั้นทุกอย่างยังง่ายนักนางยังไม่ต้องคิดว่าคำใดจริง มือที่ยื่นมาจะพาไปที่ใด และคนที่เรียกว่าเพื่อนกำลังปิดบังอะไรไว้บ้าง“เยว่ซี”นางหันตามเสียงโม่หลิงยวนยืนอยู่ตรงหัวบันได ในมือถือสมุดปกเทาสองเล่ม เขามองเลยไปยังทางเดินว่างข้างนาง ก่อนกลับมาสบตา“เจ้ารอใครอยู่หรือ”เยว่ซีส่ายหน้า แล

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 52 — พลังที่ตอบรับ

    เถาวัลย์พุ่งผ่านข้างแก้มหลินเยว่ซี ก่อนรัดข้อมือหุ่นไม้ที่ฟาดลงมาไว้ได้พอดีเสียงไม้กระแทกกันดังลั่นนางย่อตัวลอดใต้แขนหุ่น หมุนกระบี่ฟันผ้าแดงตรงเอว แล้วรีบถอยก่อนหุ่นอีกตัวจะเข้าถึงช้าไปก้าวเดียวกระบองไม้กวาดต่ำเข้าหาขาเยว่ซีกระโดดหลบ ปลายเท้าเฉี่ยวกระบองจนเสียหลัก เถาวัลย์ซึ่งรัดหุ่นตัวแรกพลันตึง กระชากแขนนางกลับไปด้วยแทนที่จะฝืนดึง นางปล่อยปราณออกจากเถาวัลย์ทันทีมือว่างกดลงบนพื้นยอดเถาอีกเส้นเลื้อยจากกระถางข้างเสา พันรอบหลักไม้ที่ฝังไว้ เยว่ซีคว้ามันแล้วเหวี่ยงตัวพ้นแนวกระบอง ก่อนลงเท้าบนพื้นห่างออกไปสองก้าวเสียงกลไกหยุดลง“สองผืน”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างคันควบคุม มองผ้าแดงในมือนาง“แต่มีหุ่นสามตัว”เยว่ซีหอบจนไหล่ขยับ“ตัวที่สามไม่มีผ้า”“เจ้ามองเห็นเมื่อใด”“ตอนมันไล่ตีข้าเป็นรอบที่สอง”เขาปล่อยคันควบคุม“ถ้าเช่นนั้นวันนี้เจ้าไม่เสียแรงสู้กับสิ่งที่ไม่จำเป็นแล้ว”เยว่ซีก้มมองเถาวัลย์ซึ่งคลายตัวลงข้างเท้าสิบวันก่อน นางยังทำได้เพียงเร่งต้นถั่วจนเกือบถอนมันทั้งรากตอนนี้นางควบคุมเถาวัลย์ที่มีรากอยู่แล้วได้ไกลสามวา รั้งของหนักกว่าตัวเองได้ชั่วครู่ และปล่อยพันธะก่อนแรงสะท้อนจะย

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 51 — กระบี่ที่นางเลือกถือ

    “หากผนึกปราณข้าไปตลอดชีวิต พวกท่านก็จะสูญเสียผู้ที่อ่านแผนผังของเซี่ยจิ้งเหิงได้”เผยเหวินซูเอ่ยขึ้นก่อนผู้คุมจะพาเขาออกจากหอคำวินิจฉัยเพิ่งถูกอ่านจบริบทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิดและนำทรัพย์ส่วนตัวชดใช้ กักขังตลอดชีวิตภายใต้ผนึกปราณ ห้ามติดต่อผู้เสียหายและผู้ร่วมคดีโดยพลการ ความร่วมมือในการตามหาผู้ถูกกักขังถูกนำมาพิจารณาแล้ว แต่ไม่อาจลบความผิดที่เขาวางแผนและลงมือซ้ำหลายครั้งเผยเหวินซูไม่ได้มองผู้ตัดสินเขามองโม่หลิงยวน“เจ้ากำลังหาทางถอนตัวจากผนึกของนาง มิใช่หรือ”เสียงขยับเก้าอี้เงียบลงเยว่ซีรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่หันมา แต่หลิงยวนยังนั่งอยู่ที่เดิม“เรื่องรักษาของนางไม่อยู่ในข้อวินิจฉัยวันนี้”“แต่ข้าช่วยได้”“เจ้าส่งสิ่งที่รู้ให้ผู้คุมได้ พวกเขาจะนำไปตรวจ”“แล้วข้าจะได้อะไร”หลิงยวนลุกขึ้นเขาไม่ได้เดินเข้าหาเผยเหวินซู เพียงรับเสื้อคลุมจากพนักเก้าอี้แล้วหันไปทางประตู“คำวินิจฉัยอ่านจบแล้ว”ครั้งนี้ความเงียบไม่ได้เกิดจากความลังเลเผยเหวินซูเพิ่งพบว่าไม่มีใครกำลังรอฟังราคาที่เขาจะเรียกอีก“เยว่ซี!”นางหยุดอยู่ข้างยายหวัง“เจ้าไม่อยากให้เขาหายหรือ”เยว่ซีหันกลับไป“หากท่านมีวิธีรัก

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 50 — ชื่อที่ต้องรับผิด

    หลินเยว่ซีอ่านคำให้การของลั่วชิงเหยาจบในเช้าวันถัดมานางไม่ได้เริ่มจากหน้าที่กล่าวถึงตนเอง แต่เริ่มจากรายชื่อคนที่ถูกส่งผ่านด่านด้วยป้ายสกุลลั่วหญิงสองคนซึ่งเพิ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาจากเหมืองอยู่ในนั้นข้างชื่อมีข้อความที่ผู้สอบสวนเขียนกำกับไว้ว่า คนหนึ่งเดินเองไม่ได้ อีกคนยังสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงล้อเกวียนเยว่ซีวางนิ้วลงตรงบรรทัดนั้น ก่อนพลิกหน้าต่อเรื่องบัญชีหลินอัน สมุดที่ถูกแทรกไว้ในกองหนังสือ และการนำเอกสารของบิดาออกจากหีบ ลั่วชิงเหยารับว่าเป็นผู้ลงมือ นางไม่ได้อ้างว่าเผยเหวินซูจับมือนางทำทว่ายังมีประโยคหนึ่งที่เยว่ซีขีดเส้นใต้ข้าคิดว่าเขาเพียงต้องการพาคนเหล่านั้นไปไว้ในที่ซึ่งไม่มีใครตามพบนางมองประโยคนี้อยู่นานแล้วจึงเขียนคำถามลงบนกระดาษอีกแผ่นเหตุใดคนเหล่านั้นจึงต้องถูกซ่อน⸻โม่หลิงยวนนั่งอยู่ใต้ชายคาเมื่อเยว่ซีเดินไปถึงข้างมือเขามีถ้วยยาเปล่า หนังสือเปิดอยู่บนตัก แต่ยังไม่ได้พลิกหน้านางมองถ้วยยาก่อนอย่างเคย“วันนี้ไม่ต้องให้ข้าเตือนแล้วหรือเจ้าคะ”“อาจารย์ฉินมาเตือนก่อนเจ้า”“ท่านคงพูดมากกว่าข้า”“มาก”เยว่ซีหลุดยิ้ม ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกันนางเล่าเรื่องคำ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 49 — ผู้ที่เลือกกลับมา

    ฝาบ่อหินกระแทกพื้นจนแตกออกเป็นสองซีกสิ่งที่ยกมันขึ้นมาไม่มีมือเงาสีเทาทะลักพ้นปากบ่อ พันรอบลำต้นไหวแห้ง แล้วค่อย ๆ ยกส่วนบนขึ้นเหมือนคนที่พยายามจำว่าตนควรยืนอย่างไรใบหน้าหลายใบปรากฏสลับกันอยู่ในเงานั้นชายชรา เด็กหญิง หญิงสาวที่กำลังร้องไห้ล้วนเป็นคนซึ่งมันเคยยืมเสียงโม่หลิงยวนหยุดห่างจากปากบ่อเจ็ดก้าว ขณะที่ม่านอาคมด้านหลังปิดลง เชื่อมแนวหินทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันผู้อาวุโสยังยืนอยู่ด้านนอก มองเห็นเขาชัดเจน“ทางออกด้านตะวันตกพร้อมแล้ว”หลิงยวนพยักหน้าเขาไม่ได้สั่งให้ปิดทางเพื่อขังตนเองไว้กับมัน แต่เพื่อบังคับไม่ให้มันหนีตามผู้บาดเจ็บช่องเปิดเล็กด้านตะวันตกอยู่หลังหินใหญ่ เขาเลือกตำแหน่งไว้ก่อนก้าวเข้ามาแล้วเงาสีเทาโน้มลงเสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลางลำตัว“เจ้าช่วยทุกคนไม่ได้”หลิงยวนเลื่อนปลายกระบี่ต่ำลง“คืนนี้ช่วยออกมาแล้วเจ็ดคน”เงาพุ่งเข้าใส่ทันที⸻คมกระบี่ตัดผ่านลำตัวของมันไม่มีเลือด ไม่มีเสียงกระดูกแตก เงาที่แยกออกกลับไหลอ้อมคมเข้าหาข้อมือเขาหลิงยวนถอนปราณจากใบกระบี่แล้วถอยหนึ่งก้าวส่วนที่พุ่งตามมาหยุดชะงัก ก่อนหดกลับไปรวมกับลำต้นมันตามปราณเขากวาดตามองรากไม้ซึ่งพ้นดินข

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 48 — คนที่ยังอยู่ใต้เสียงระฆัง

    ปลายพู่กันในมือเหลียงเฉิงสั่นจนหมึกหยดลงบนกระดาษใต้ต้นไม้ที่เขาวาดมีช่องดำอยู่ช่องหนึ่ง รากใหญ่พาดข้ามปากทาง คล้ายกรงเล็บที่กดพื้นดินเอาไว้โม่หลิงยวนเลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“ทางเข้าอยู่ใต้รากหรือ”เหลียงเฉิงพยักหน้า ก่อนรีบเขียนเพิ่มอย่าเรียกชื่อคนข้างในมือของเขาหยุดกระตุกทันทีที่เขียนจบเสิ่นซูเหอประคองข้อมือไว้ ไม่ให้ปลายพู่กันแทงถูกใบหน้า ขณะเดียวกันเส้นสีเทาใต้ลำคอก็ขึงตึงขึ้นอีกครั้งเสียงระฆังเบาหวิวลอดออกมาจากริมฝีปากที่ปิดแน่นหลิงยวนวางสองนิ้วลงบนขอบเตียง ปราณสีเงินอมฟ้าแผ่เป็นม่านบางระหว่างผู้ป่วยกับคนในห้อง เสียงนั้นจึงเบาลงจนแทบไม่ได้ยินเหลียงเฉิงหอบ น้ำตาไหลผ่านหางตา“ไม่ต้องฝืนเขียนแล้ว” เสิ่นซูเหอกล่าวแต่ชายบนเตียงกลับจับแขนเสื้อนางไว้เขาชี้ภาพต้นไม้ ชูนิ้วเจ็ดนิ้ว แล้วชี้ตนเอง ก่อนชูสามนิ้วเยี่ยจื้อหยวนซึ่งยืนอยู่ปลายเตียงขยับเข้ามา“เข้าไปเจ็ดคน กลับออกมาสามคน?”เหลียงเฉิงพยักหน้าแรงยังมีอีกสี่คนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น⸻แผนที่สองหมู่บ้านถูกคลี่บนโต๊ะนอกเรือนทางเดินไปป่ามีสามสาย สองสายผ่านลำธาร อีกสายต้องอ้อมเนินหินซึ่งไม่มีผู้ใดใช้มาหลายปีเมื่อเทียบภาพวาดกับคำบอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status