共有

บทที่ 65 — ราคาของคำตอบ

last update 公開日: 2026-10-22 17:26:37

“อย่าส่งหนังสือกลับฉางเยวี่ย”

หานจิ้นพูดทันทีที่เจ้าสำนักชิงเสวียนเข้ามาในห้องสอบสวน

แขนขวาของเขาถูกดามไว้ ห่วงผนึกปราณตรึงข้อมือทั้งสองกับโซ่บนโต๊ะ ใบหน้าที่เคยวางท่าสุภาพตอนผ่านด่านเหลือเพียงเหงื่อเย็น

เจ้าสำนักนั่งลง

“เจ้ากลัวผู้ใด”

หานจิ้นเหลือบมองผู้จดคำให้การ ก่อนหันกลับมา

“รองเจ้าสำนัก เฉินซู่”

โม่หลิงยวนวางกระดาษที่พบในฝักกระบี่ตรงหน้าเขา

“เขาสั่งให้เจ้ามาพบมู่เฉิงเจ๋อ?”

“ใช่”

“คำสั่งอยู่ที่ใด”

“ข้าเผาแล้ว”

“เช่นนั้นเริ่มจากสิ่งที่พิสูจน์ได้”

หานจิ้นก้มมองข้อความด้านหลังกระดาษ ดวงตาหยุดตรงคำว่าเด็กสกุลหลิน

“กระดาษนี้ข้าเขียนเอง แต่คำถามเป็นของเขา เขาต้องการรู้ว่าร่างของนางรับพลังต่างสายได้อย่างไร”

หลิงยวนไม่ขยับ ทว่าสายตาเย็นลงจนหานจิ้นรีบพูดต่อ

“ข้าไม่ได้รับคำสั่งให้จับนางในครั้งนี้!”

“ครั้งนี้?”

เสียงเจ้าสำนักทำให้เขาชะงัก

ความเงียบยาวนานพอให้ได้ยินเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษ

“หากได้คำตอบ…เขาจะตัดสินใจอีกที”

หลิงยวนเลื่อนบัญชีรายชื่อชาวบ้านไปทับคำร้อง

“คนในบัญชีนี้ก็ถูกใช้หาคำตอบเดียวกันหรือ”

หานจิ้นหลบตา

“พวกเขามีเส้นปราณรับพลังได้มากกว่าคนธรรมดา ข้าเพียงตรวจว่า—”

“หญิงคนหนึ่งถูกเจ้าบังคับกลืนยาจนอาเจียน แล้วเจ้าส่งนางไปฝังสิ่งที่เกือบฉีกเส้นปราณนางเมื่อคืน”

หลิงยวนวางนิ้วลงข้างชื่อ

“บอกสิ่งที่เจ้าทำ”

หานจิ้นกำมือซ้ายจนโซ่ขยับ

“ข้าเลือกคนให้เขา”

คราวนี้ไม่มีคำว่าเพียงอีก

⸻

เยว่ซีรออยู่ในห้องด้านข้าง

เจ้าสำนักอนุญาตให้นางทราบส่วนที่เกี่ยวกับภัยต่อตน แต่ยังไม่ให้เผชิญหน้ากับผู้ต้องหาโดยไม่จำเป็น นางจึงนั่งอ่านสำเนาบัญชีที่ปิดชื่อพยานบางส่วนไว้

ตัวเลขท้ายแต่ละบรรทัดต่างกัน

บางคนมีขีดฆ่า บางคนมีวงกลม บางคนถูกเขียนคำว่าใช้ไม่ได้

นางนึกถึงหญิงบนเตียงที่ถามหาลูก

ในบัญชีแผ่นนี้ คนผู้นั้นมีเพียงตัวเลขหนึ่งตัว

เมื่อหลิงยวนเข้ามา เยว่ซีจึงวางกระดาษลง

“พวกเขายังทำเช่นนี้กับคนอื่นอยู่หรือไม่”

“หานจิ้นบอกสถานที่ตรวจคนอีกแห่ง หอวินัยกำลังส่งข่าวให้สำนักใกล้ที่สุดเข้าตรวจ”

“ส่วนคนสั่ง?”

“เขากล่าวหาหัวหน้าของตน ต้องหาหลักฐานเพิ่ม”

เยว่ซีพยักหน้า ก่อนมองกระดาษในมือเขา

“ถ้าพวกเขาอยากรู้เรื่องข้า เหตุใดไม่ถามเผยเหวินซูด้วย”

หลิงยวนหยุดอยู่ข้างโต๊ะ

“เจ้าคิดถึงอะไร”

“เขาเคยทำงานให้เซี่ยจิ้งเหิง แต่ตายไปแล้ว เขาไม่น่าจะตอบคำถามหรือจัดการเรื่องใดได้อีก แต่พวกนั้นอาจยังต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการขนคนและสิ่งของที่เขาเคยรู้ พวกนั้นน่าจะรู้ว่าเผยเหวินซูถูกขังอยู่ที่นี่เหมือนกัน”

“แต่เลือกถามมู่เฉิงเจ๋อคนเดียว”

หลิงยวนมองคำร้องอีกครั้ง

หานจิ้นเตรียมข้ออ้างเรื่องตำรับยาไว้เรียบร้อย ทว่าคำถามที่ซ่อนอยู่กลับไม่เกี่ยวกับยาที่ตกถึงมือคนร้ายเลย

“คนสั่งอาจมีข้อมูลเก่าจากมู่เฉิงเจ๋ออยู่แล้ว” เขากล่าว

“หรือมีบางอย่างที่มีเพียงมู่เฉิงเจ๋อเคยเห็น”

หลิงยวนหันไปเรียกผู้คุมหน้าห้อง

“ให้หานจิ้นระบุว่าเฉินซู่เริ่มถามเรื่องสกุลหลินเมื่อใด และเคยได้รับของจากหุบเขาโอสถหรือไม่ แยกคำถามไปสอบเผยเหวินซูด้วย อย่าให้ทั้งสองเห็นคำให้การของกันและกัน”

ผู้คุมรับคำแล้วออกไป

เยว่ซีก้มมองมือของตน

“พวกเขาพูดถึงข้าเหมือนข้าเป็นภาชนะใบหนึ่ง”

หลิงยวนนั่งลงตรงข้าม

“แล้วเจ้าคิดว่าตนเองเป็นอะไร”

นางเงยหน้า

“คนที่กำลังจะทำให้พวกเขาเสียใจที่เลือกผิด”

มุมปากเขาขยับเล็กน้อย

“เช่นนั้นเก็บแรงไว้ พรุ่งนี้ยังต้องกินข้าว เดินเล่น แล้วกลับมาฝึก”

“ท่านยังคิดว่าจะไปได้หรือ”

“เราจับคนได้หนึ่งคน จึงมีงานให้คนทั้งสำนักช่วยกันทำ ข้าไม่จำเป็นต้องยืนเฝ้าทุกโต๊ะ”

เยว่ซีมองใบหน้าเขาครู่หนึ่ง ความตึงในไหล่ค่อยคลายลง

หลิงยวนเลื่อนถ้วยน้ำอุ่นมาให้

นางรับไว้ ก่อนเอ่ยเบา ๆ

“ห้ามเปลี่ยนเดินเล่นเป็นพาข้าไปดูด่านตรวจ”

เขาเงียบไปชั่วขณะ

เยว่ซีหรี่ตา

“ท่านคิดไว้จริงหรือ”

“เส้นทางนั้นมีร้านขนมด้วย”

นางยกถ้วยขึ้นบังรอยยิ้ม

“ข้าจะเป็นคนเลือกทางเอง”

⸻

ก่อนยามดึก คำให้การของหานจิ้นทำให้หอวินัยพบจุดนัดหมายแห่งหนึ่ง

เป็นหอพักคนเดินทางใกล้ทางแยกใต้เขา หานจิ้นต้องทิ้งแผ่นไม้เล็กไว้ใต้โต๊ะริมหน้าต่าง หากไม่มีผู้มาเก็บก่อนเช้า เขาจึงจะย้ายที่นัด

“คนที่มาเป็นผู้ใด” เจ้าสำนักถาม

“ข้าเคยพบสองครั้ง เขาสวมผ้าคลุมสีเทา ไม่บอกชื่อ”

“ใช่คนที่พาผู้ถูกกักขังหนีทางเรือหรือไม่”

“ข้าไม่เห็นหน้าใต้หมวก”

หลิงยวนกางแผนที่บนโต๊ะ

“ส่งคำสั่งปิดทางแยกด้านใต้ก่อน ให้คนดูท่าเรือด้วย ข้าจะไปหอพัก”

เจ้าสำนักชี้ทางเดินแคบหลังอาคาร

“เส้นนี้ลงถึงคลองเก่า ข้าจะให้ผู้อาวุโสไปคุม”

คราวนี้พวกเขาจะไม่ไล่ตามเพียงทางเดียว

⸻

หน้าต่างหอพักเปิดอยู่ครึ่งบาน

ชายผ้าคลุมเทานั่งตรงโต๊ะริมหน้าต่าง จอกสุราเบื้องหน้าพร่องไปเพียงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ

เขากำลังลูบหาตำแหน่งที่ควรมีแผ่นไม้

ไม่มีสิ่งใดอยู่ตรงนั้น

ชายผู้นั้นวางเหรียญลง แล้วลุกขึ้น

ประตูหน้าถูกเปิดจากด้านนอก

โม่หลิงยวนก้าวเข้ามา ขณะที่เจ้าของหอพักกับแขกสองคนถูกศิษย์ชิงเสวียนพาออกทางครัวไปก่อนแล้ว

ชายผ้าคลุมเทาหันมองรอบห้อง

“ข้ามาดื่มสุรา ยังต้องรายงานสำนักเซียนด้วยหรือ”

“วางสิ่งที่อยู่ในมือซ้ายลง”

แสงตะเกียงสะท้อนปลายนิ้วของเขา

ระหว่างนิ้วมีเข็มดำสามเล่ม

ชายผู้นั้นสะบัดมือทันที

เข็มพุ่งเข้าหาตะเกียงสองเล่ม อีกเล่มมุ่งตรงลำคอหลิงยวน

คมกระบี่สีเงินอมฟ้ากวาดผ่าน

เข็มทั้งสามถูกตัดร่วงก่อนถึงเป้าหมาย แต่ชายผ้าคลุมเทากระโจนทะลุหน้าต่างไปแล้ว

หลิงยวนตามออกไปในจังหวะเดียวกัน

เบื้องล่างเป็นหลังคาโรงเก็บฟืน ศัตรูลงเท้าแล้วเหวี่ยงโซ่เส้นสั้นกลับมา ปลายโซ่ติดใบมีดโค้ง กรีดผ่านอากาศเป็นเสียงหวีด

หลิงยวนเอียงตัวหลบ ปลายกระบี่เกี่ยวข้อโซ่ไว้

เขากระชาก

ชายผ้าคลุมเทาถูกดึงกลับครึ่งก้าว แต่กลับใช้แรงนั้นหมุนตัว เตะกระเบื้องแตกกระจายใส่หน้าเขา

ม่านปราณสว่างขึ้นชั่ววูบ

เศษกระเบื้องกระแทกม่านแสง ขณะที่หลิงยวนก้าวผ่านฝุ่นเข้าประชิด

คมกระบี่ตัดแขนเสื้อศัตรูจากหัวไหล่ถึงข้อมือ

รอยไหม้เก่าปรากฏใต้ผ้า

ชายผู้นั้นคำราม ทิ้งโซ่แล้วกลิ้งลงจากหลังคา

เขาตั้งใจลงทางคลอง

ทว่าแสงอาคมขึ้นเป็นแนวยาวขวางตลิ่งไว้แล้ว

ผู้อาวุโสชิงเสวียนยืนอยู่ปลายสะพาน ศิษย์หอวินัยกระจายคุมทางทั้งสองฟาก

ชายผ้าคลุมเทาหยุดเพียงอึดใจ ก่อนกระแทกฝ่ามือลงกลางอกตนเอง

ปราณสีคล้ำทะลักออกจากคอเสื้อ

เงาดำแผ่ไปตามพื้น พุ่งเข้าหาเท้าศิษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด

“ขึ้นสะพาน!”

หลิงยวนตวัดกระบี่ลง

แสงสีเงินอมฟ้าปักเป็นแนวขวางเงาดำ ตัดมันออกจากคนทั้งกลุ่ม ก่อนเขาจะกดฝ่ามืออีกข้างลงเหนือรอยแผลกลางอกศัตรู

อักขระผนึกสว่างขึ้น

เสียงกรีดร้องแหลมดังออกมาจากใต้ฝ่ามือ

ชายผ้าคลุมเทาดิ้นอย่างรุนแรง มือขวาคว้ามีดสั้นจากรองเท้า แต่ผู้อาวุโสเข้าถึงตัวแล้ว เหยียบข้อมือไว้กับพื้น

มีดหลุดกระเด็น

หลิงยวนกดผนึกลงอีกชั้น

เงาดำหดกลับ ถูกขังอยู่ใต้แสงสีเงินอมฟ้า ชายผู้นั้นอ้าปากหอบแล้วหมดแรงทรุดลง

ไม่มีเรือให้หนี

และครั้งนี้ไม่มีผู้เคราะห์ร้ายให้เขาใช้บังคับคนไล่ตามเลือกช่วยแทนจับกุม

หลิงยวนรับโซ่ผนึกจากศิษย์หอวินัย

“ตรวจร่างก่อนเคลื่อนย้าย อย่าให้เขาตาย”

⸻

เมื่อฟ้าสาง ผู้ต้องหาทั้งสองถูกขังแยกจากกัน

จากตัวชายผ้าคลุมเทาพบตราสำหรับรับของกับแผ่นไม้ที่มีรอยบากตรงกับคำให้การของหานจิ้น ในกระเป๋ายังมีขวดน้ำมันชนิดเดียวกับที่ใช้เผาหีบข้างแม่น้ำ

ผู้อาวุโสสวี่ตรวจสิ่งของแล้วกล่าวสั้น ๆ

“พอผูกเขาเข้ากับเหตุเผาหลักฐานได้ แต่แผ่นเรียกเสียงยังต้องรอผลเทียบ”

หลิงยวนพยักหน้า

“เก็บของแยกกัน อย่าให้สิ่งที่ยังมีปราณสัมผัสกัน”

ผู้อาวุโสสวี่เหลือบมองเขา

“เจ้าสั่งครบแล้ว ไปพัก”

“ยังมีคำให้การ—”

“ผู้จดมีสองคน เจ้าสำนักยังอยู่ ส่วนข้าไม่ได้เพิ่งหัดเปิดกล่องเมื่อวาน”

หลิงยวนจึงยอมวางรายงานลง

ก่อนออกจากห้อง ผู้อาวุโสสวี่เรียกไว้อีกครั้ง

“เยว่ซีบอกว่าจะเอาตำราบิดามาให้ดู ข้ารื้อสมุดเก่าออกมาแล้ว ให้นางมาเมื่อสะดวก”

“ข้าจะบอกนาง”

“และอย่าพานางมาทั้งที่ยังไม่ได้พักทั้งคู่”

คราวนี้หลิงยวนไม่โต้

⸻

เผยเหวินซูอ่านสำเนารายการสิ่งของอยู่ในห้องสอบสวนอีกแห่ง

ข้างตัวมีผู้คุมสองคน ประตูเปิดไว้ให้หัวหน้าผู้คุมมองเห็นตลอด เขาได้รับเพียงชื่อสินค้า วันส่ง และชื่อตัวแทนรับของ ไม่มีข้อมูลการจับกุมเมื่อคืน

ปลายพู่กันของเขาหยุดตรงชื่อฉางเยวี่ย

“ขอรายการก่อนหน้านี้อีกสองเดือน”

“เจ้าจำสิ่งใดได้”

“พวกเขาไม่ได้ซื้อเข็มชุดเดียว”

ผู้คุมให้คนนำสำเนาที่เกี่ยวข้องมาเพิ่ม เผยเหวินซูไล่ดูทีละบรรทัด แล้ววงรายการที่ใช้ชื่อแตกต่างกันสามแห่ง

“จ่ายเงินผ่านคนละร้าน แต่ผู้รับเป็นคนเดียวกัน”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร”

เขาชี้ตัวอักษรเล็กท้ายชื่อ

“ข้าเป็นคนกำหนดรหัสแทนผู้รับ ตอนนั้นเซี่ยจิ้งเหิงไม่ต้องการให้คนตรวจบัญชีเห็นว่ามีสำนักเซียนซื้อของจากเขา”

หัวหน้าผู้คุมมองหน้าเขา

เผยเหวินซูวางพู่กันชั่วครู่

“ข้าจะเขียนวิธีอ่านไว้ให้ทั้งหมด”

เมื่อเริ่มเขียนใหม่ เขาไม่ได้เว้นส่วนที่ตนเคยช่วยปกปิดออก

คำถามเรื่องตำรับยาของมู่เฉิงเจ๋ออยู่บนกระดาษอีกแผ่นหนึ่ง เผยเหวินซูอ่านแล้วขมวดคิ้ว

เขาไม่รู้รายละเอียดการรักษาเยว่ซีในอดีต แต่จำคำพูดหนึ่งจากการส่งของครั้งเก่าได้

ร่างที่รับได้หลายสาย ย่อมประหยัดกว่าต้องเปลี่ยนคนทุกครั้ง

ตอนนั้นเขาไม่ได้ถามว่าคำว่าเปลี่ยนคนหมายถึงอะไร

ตอนนี้เขาไม่อาจแสร้งว่าไม่เข้าใจอีกแล้ว

เผยเหวินซูก้มเขียนประโยคนั้น พร้อมชื่อคนที่พูดและสถานที่ซึ่งตนได้ยิน

หมึกหยดหนึ่งตกลงข้างชื่อหลินเยว่ซีในคำถาม

เขาใช้กระดาษซับออกทันที ก่อนมันจะกลบตัวอักษร

⸻

สายวันนั้น เยว่ซีตื่นจากเสียงเคาะประตูของเสี่ยวถัง

เพื่อนยืนถือชามโจ๊กอยู่ด้านนอก อีกมือมีห่อผ้าของยายหวัง

“ยายบอกว่าถ้าเจ้าจะนอนต่อ ให้กินก่อน”

เยว่ซีรับชามมาแล้วมองห่อผ้า

“แล้วนั่น?”

“เสื้อที่เย็บชายให้ใหม่ เจ้าบอกว่าจะออกไปเดินเล่นมิใช่หรือ”

นางชะงัก

“ยายรู้ได้อย่างไร”

เสี่ยวถังยิ้ม

“เจ้าถามยายเมื่อวานว่าเสื้อตัวไหนใส่แล้วไม่เหมือนเพิ่งลงจากลานฝึก”

เยว่ซีอยากยกชามขึ้นปิดหน้าตนเอง

“ข้าเพียงถาม”

“ข้าก็เพียงเอามาส่ง”

เสี่ยวถังวางห่อไว้แล้วช่วยเปิดหน้าต่าง แสงแดดอ่อนส่องเข้ามาบนโต๊ะ เยว่ซีเห็นสมุดฝึกของตนอยู่ข้างตำราเก่าของบิดา

นางเอื้อมไปเก็บตำราเข้าหีบก่อน

วันนี้นางจะไม่หอบมันไปด้วยจริง ๆ

“เจ้าจะไปที่ใด” เสี่ยวถังถาม

“ยังไม่ได้เลือก”

“ตลาดใต้เขามีร้านทำขนมไส้ถั่วเปิดใหม่ ข้าได้ยินคนในครัวพูดกัน”

เยว่ซีหันมอง

“เจ้าจำแม่นกว่าเนื้อหาในตำราเสียอีก”

“เรื่องกินไม่มีเส้นลวงให้เดินผิด”

ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน

เสียงนั้นทำให้เยว่ซีรู้สึกว่าห้องเล็ก ๆ ของตนกลับเป็นที่พักได้อีกครั้ง

⸻

หลิงยวนมาถึงหลังนางกินโจ๊กหมด

เขาเปลี่ยนเสื้อใหม่แล้ว ใต้ตายังมีรอยอ่อนล้าเล็กน้อย แต่สีหน้าสงบกว่าคืนก่อน

เยว่ซีมองมือเขาก่อน

ไม่มีรายงาน

ไม่มีแผนผัง

“ท่านพักแล้วหรือ”

“พักแล้ว เจ้าสำนักรับช่วงสอบสวนต่อ”

“จับคนที่หนีทางเรือได้จริง?”

เขาพยักหน้า แล้วบอกผลที่ยืนยันได้สั้น ๆ รวมถึงการคุมขังแยกจากมู่เฉิงเจ๋อและนักโทษเดิมทั้งหมด

เยว่ซีฟังจนจบจึงถอนหายใจ

“อย่างน้อยวันนี้เขาก็ไปทำร้ายใครไม่ได้”

หลิงยวนมองเสื้อที่นางสวม ชายแขนสีอ่อนถูกเย็บใหม่จนเรียบร้อย ผมไม่ได้รวบแน่นเหมือนยามฝึก มีปิ่นเงินปักอยู่เหนือมวยเล็ก

นางจับได้ว่าเขามองนานกว่าปกติ

“มีสิ่งใดติดหรือ”

“ไม่มี”

“แล้วท่านมองอะไร”

เขาสบตานาง

“คนที่ข้านัดไว้”

เสี่ยวถังซึ่งกำลังเก็บชามอยู่ข้างโต๊ะเผลอกระแทกช้อนกับขอบถ้วยดังเกินจำเป็น

เยว่ซีหันขวับ

เพื่อนก้มหน้าทันที แต่ไหล่สั่น

หลิงยวนยื่นมือมา

“ไปได้หรือยัง”

เยว่ซีลังเลเพียงนิด ก่อนวางมือลงบนมือเขา

ส่วนเสี่ยวถังยืนอยู่ข้างโต๊ะ มองทั้งคู่เดินออกไปพร้อมรอยยิ้มที่กลั้นไม่อยู่

⸻

บนเขาเทียนเหิง จดหมายจากชิงเสวียนถูกเปิดออกใต้แสงสาย

เยี่ยจื้อหยวนวางภาพคัดลอกร่องบนแผ่นกระดูกเทียบกับบันทึกเหตุป่าระฆัง

เขาอ่านคำให้การของศิษย์ที่ได้ยินเสียงมารดาซ้ำหนึ่งรอบ ก่อนลุกไปหยิบม้วนบันทึกจากตู้ด้านหลัง

ภาพอักขระในม้วนนั้นเก่ากว่ามาก

บางส่วนตรงกัน

บางส่วนถูกกลับทิศ

เยี่ยจื้อหยวนขีดเส้นใต้ช่องว่างเล็กกลางภาพ แล้วเขียนคำตอบทันที

อย่าทดลองให้มันเรียกเสียงเดิมซ้ำกับผู้ที่เคยได้ยิน

ตรวจด้วยว่า หลังเสียงดับ ผู้ฟังยังฝันถึงสถานที่ซึ่งไม่เคยไปหรือไม่

เขาพับจดหมาย ส่งให้ศิษย์นำลงเขาโดยด่วน ก่อนหยิบเสื้อคลุมมาสวมเอง

ผู้ติดตามมองม้วนบันทึกในมือเขา

“ท่านจะไปชิงเสวียนหรือขอรับ”

“ใช่”

เยี่ยจื้อหยวนหยุดตรงธรณีประตู

“ของชิ้นนี้เลียนเสียงได้ แต่ร่องที่เพิ่มมามีหน้าที่อีกอย่าง”

“หน้าที่ใด”

เขามองทิศของสำนักชิงเสวียน

“ทำให้ผู้ฟังอยากได้ยินมันอีกครั้ง”

⸻

หน้าประตูเรือน เยว่ซีเพิ่งก้าวลงบันไดเมื่อจ้าวเฉิงเดินเข้ามา

แขนของเขายังพันผ้า แต่ในมืออีกข้างถือถุงเงินและพัดหนึ่งเล่ม ท่าทางสดใสเกินคนที่เพิ่งถูกสั่งให้พัก

“ได้ยินว่าจะลงตลาดกัน”

เยว่ซีหันไปมองเสี่ยวถัง

เพื่อนยกชามขึ้นบังหน้า

จ้าวเฉิงคลี่พัด

“ข้าพักแขนอยู่พอดี เดินเล่นนับเป็นการพักอย่างหนึ่ง—”

“วันนี้ข้านัดนางไว้สองคน”

หลิงยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงธรรมดา

พัดของจ้าวเฉิงหยุดกลางทาง

เยว่ซีรู้สึกว่ามือที่ถูกจับอยู่ร้อนขึ้นทันที

เสี่ยวถังมองทั้งคู่แล้วรีบพยักหน้า

“เช่นนั้นพวกข้าจะไม่รบกวน”

คำตอบรวดเร็วเสียจนเยว่ซีอดสงสัยไม่ได้

แต่หลิงยวนพานางเดินออกไปแล้ว

เมื่อทั้งสองพ้นหัวมุม เสี่ยวถังค่อย ๆ ลดชามลง

จ้าวเฉิงหุบพัด มองถุงเงินในมือตนเอง

“เจ้าคงไม่ได้คิดจะตาม”

เสี่ยวถังหันมาสบตาเขา

“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”

ชายหนุ่มถอนหายใจ

เขาควรกลับไปพัก

แต่เสี่ยวถังยกชามวิ่งไปส่งในครัวแล้ว ทิ้งคำพูดลอยตามหลังมาเพียงประโยคเดียว

“รอข้าตรงประตู อย่าเพิ่งไปคนเดียว!”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 75 — เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น

    “ยกแขน”จ้าวเฉิงยกแขน“สูงกว่านั้น”เขายกสูงขึ้นจนชายแขนเสื้อเลื่อนลงถึงข้อศอกอาจารย์ฉินจับข้อมือเขาหมุนช้า ๆ ก่อนให้กำมือ คลายมือ แล้วออกแรงต้านฝ่ามือตนจ้าวเฉิงทำตามทุกอย่างโดยไม่เถียงสักคำหลินเยว่ซียืนมองอยู่ข้างประตูจนอดกระซิบกับเสี่ยวถังไม่ได้“วันนี้เขาว่าง่ายผิดปกติ”“ข้าได้ยิน”“เช่นนั้นหูก็หายดีแล้ว” อาจารย์ฉินกล่าวเสี่ยวถังรีบก้มหน้าจ้าวเฉิงเม้มปาก รอจนผู้รักษาคลำรอบแผลเก่าเสร็จจึงถาม“เป็นอย่างไรขอรับ”อาจารย์ฉินปล่อยมือ“แผลสมานดี เส้นเอ็นไม่บวม ขยับได้เต็มช่วง วันนี้ถอดผ้าคล้องได้”จ้าวเฉิงลุกพรวด“นั่งลง ข้ายังพูดไม่จบ”เขานั่งกลับทันที“กลับไปขยับเบา ๆ ก่อน ถึงวันแข่งข้าจะตรวจซ้ำ หากมีอาการเจ็บ บวม หรือชา ต้องบอก ห้ามกินยากดอาการเพื่อให้ตัวเองผ่าน”“ขอรับ”“และแขนหาย ไม่ได้แปลว่าฝีมือที่ทิ้งไปจะกลับมาพร้อมกัน”รอยยิ้มของจ้าวเฉิงลดลงเล็กน้อยเขามองมือข้างที่ไม่ได้จับกระบี่เต็มแรงมาหลายวัน แล้วลองกำดูอีกครั้งอาจารย์ฉินประทับตราลงบนใบรับรอง“ไปได้”คราวนี้จ้าวเฉิงไม่รีบลุกเขาคำนับเต็มท่า“ขอบพระคุณขอรับ”เมื่อออกมาถึงระเบียง เยว่ซีจึงยื่นกระบี่ที่ช่วยถือไว้ให้ชายหนุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 74 — ก่อนเสียงระฆัง

    “ข้าไม่เห็นด้วย”ผู้อาวุโสผู้หนึ่งผลักรายงานกลับไปกลางโต๊ะ“เผยเหวินซูเคยช่วยเซี่ยจิ้งเหิงปกปิดการขนคน แก้บัญชี และหลอกพวกเรามาแล้ว วันนี้เขาบอกทางถูก มิได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะไม่พาเราไปตาย”ไม่มีใครรีบโต้เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การจากโรงสีไว้ข้างรายงานนั้น“ข้าจึงเรียกทุกคนมาหารือ ก่อนจะต้องตัดสินใจในวันที่ไม่มีเวลาเหลือ”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เขาฟังจนอีกฝ่ายกล่าวจบจึงเอ่ยขึ้น“คำเตือนเรื่องเรือช่วยคนของเรารอด แต่ยังไม่เพียงพอให้ปล่อยตัว”ผู้อาวุโสผู้นั้นหันมอง“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด”“ให้เขาถ่ายทอดสิ่งที่รู้จนคนอื่นใช้ได้ เริ่มจากเส้นทางส่งของ รหัส และวิธีจัดการสิ่งที่เซี่ยจิ้งเหิงทิ้งไว้ เราจะได้ไม่ต้องรอถามเขาทุกครั้งที่มีคนเจ็บ”ผู้อาวุโสสวี่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะ“ส่วนไหนเกี่ยวกับอุปกรณ์ ข้าตรวจเอง เขาวาดได้ เราก็ต้องทำความเข้าใจได้”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกการตรวจเถียนลู่ออกมา“แต่บางอย่างอยู่ในตัวคน ปราณที่ฝังไว้เมื่อคืนต่างจากของที่เคยพบ มันพยายามทำลายชีพจรเมื่อถูกกด ไม่ใช่เพียงรบกวนจิต”“ถอนออกได้หรือไม่” เจ้าสำนักถาม“หยุดไว้ได้แล้ว ยังต้องหาวิธีถอนให้หมดโดยไม่ทำลายเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 73 — คนที่ยังส่งคำสั่ง

    “ป้ายเป็นของจริงขอรับ”ศิษย์หอวินัยวางสมุดลงข้างป้ายไม้ที่ยึดได้หลินเยว่ซียืนอยู่ริมโต๊ะกับโม่หลิงยวน ส่วนเจ้าสำนักเปิดหน้าที่คั่นไว้ รายชื่อผู้ติดตามคณะประลองเรียงอยู่ใต้ตรารับรอง แต่ตรงชื่อเจ้าของป้ายกลับมีหมึกแดงขีดทับ“เจ้าของแจ้งหายตั้งแต่เมื่อวาน” ศิษย์กล่าวต่อ “ตอนนี้พักอยู่ในเรือนรับรอง มีพยานยืนยันว่าไม่ได้ออกไปช่วงเกิดเหตุ”หลิงยวนพลิกป้ายดูด้านหลัง“เรียกเขามาถามว่าใครเข้าถึงสัมภาระได้บ้าง อย่าเพิ่งกล่าวหา”“ขอรับ”เยว่ซีมองรอยเลือดแห้งตามขอบไม้คนถือมันอาจหวังใช้ผ่านด่านหลังโจมตีขบวน หรืออาจเตรียมเข้ามาก่อนหน้านั้นแล้วแต่ป้ายเพียงชิ้นเดียวตอบไม่ได้นางจึงหันไปหาม้วนกระดาษบนโต๊ะ“แล้วภาพของข้าเล่าเจ้าคะ”ผู้อาวุโสสวี่เลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“กระดาษส่วนเก่าถูกตัดจากสมุดแล้วนำมาต่อใหม่ ข้อความด้านข้างเพิ่งเติมภายหลัง คนเขียนอย่างน้อยสองคน”เยี่ยจื้อหยวนใช้นิ้วชี้ตำแหน่งหมึกแดงโดยไม่แตะเนื้อกระดาษ“เส้นเหล่านี้เขียนทับทางเดินปราณเดิม บางจุดถึงกับฝืนให้พลังไหลสวนกัน”เยว่ซีไล่สายตาตามเส้นวงแดงอยู่บริเวณอก ท้องน้อย และข้อมือนางจำความขมของยาที่มู่เฉิงเจ๋อเคยให้ได้ แต่จำไม่ได้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 72 — ฝากหลังไว้กับเจ้า

    ธงแดงหลุดจากเสาในกระบวนท่าที่สามหลินเยว่ซีกระโจนคว้าได้ทัน แต่แรงลมกลับกระชากทั้งธงทั้งคนไปทางขอบลาน“ปล่อยธง!”เหยียนอวี้หนิงตะโกน“ปล่อยก็แพ้สิ!”เยว่ซีกอดคันธง หมุนตัวหลบกระบี่ไม้ที่แทงเข้าหาสีข้าง รองเท้าครูดผ่านแผ่นหินจนเกือบพ้นเส้นขาวอวี้หนิงเหยียบพื้นสันดินผุดขวางหลังเยว่ซี รับเท้านางไว้ก่อนจะหลุดออกนอกเขต แต่พร้อมกันนั้นก็ตัดสายน้ำที่นางกำลังดึงมาจากร่องข้างลานน้ำแตกกระเซ็น“ข้ากำลังจะใช้น้ำ!”“ข้ากำลังจะช่วยเจ้าไม่ให้ตก!”กระบี่ไม้ฟาดลงระหว่างทั้งสองพวกนางแยกหลบคนละทาง ฝ่ายใช้กระบี่ไม่ตามเยว่ซี กลับเข้าประชิดอวี้หนิง ส่วนศิษย์หญิงผู้ถือแผ่นอาคมสะบัดมือแผ่นไม้ตกลงบนพื้นสามจุดแสงสีเหลืองเชื่อมเป็นแนวขวางกลางลานเยว่ซียกคันธงขึ้นรับลมระลอกใหม่ ขณะอวี้หนิงถูกกระบี่บีบให้ถอยไปอีกฟากเพิ่งเริ่มไม่ถึงครึ่งก้านธูปพวกนางก็ถูกแยกออกจากกันแล้ว⸻ก่อนลงลาน ทั้งสองตกลงกันไว้เรียบร้อยอวี้หนิงรับคนใช้กระบี่ เยว่ซีดูธงและขัดขวางคนใช้ลม หากฝ่ายใช้อาคมเข้ามาใกล้ให้ถอยกลับมารวมกันแผนฟังดูดีจนคนใช้ลมไม่ยอมยืนอยู่ที่เดิม คนใช้กระบี่เปลี่ยนเป้าหมาย และอวี้หนิงยกดินปิดทางที่เยว่ซีตั้งใจจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 71 — กระบี่ที่ไม่ยอมหลีกทาง

    น้ำหยุดอยู่ห่างปลายเท้าหลินเยว่ซีไม่ถึงคืบสันดินผุดขึ้นขวางทาง ก่อนกระบี่ไม้จะฟันผ่านตำแหน่งที่ศีรษะนางเคยอยู่เยว่ซีย่อตัวหลบช้าไปครึ่งจังหวะปลายกระบี่อีกฝ่ายเปลี่ยนจากฟันเป็นกด กระแทกไหล่จนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น“หนึ่งแต้ม”ผู้ดูแลลานฝึกเคาะไม้ลงกับโต๊ะเหยียนอวี้หนิงถอนกระบี่กลับ“ข้าบอกแล้วว่าจะปิดทางน้ำ”เยว่ซีกัดฟันลุกขึ้น ความเจ็บตรงหัวไหล่แล่นลงถึงข้อศอก นางขยับแขนตรวจดู ก่อนยกกระบี่ใหม่“ข้าก็ได้ยิน”“แต่ยังทำเหมือนข้าไม่ได้บอก”อวี้หนิงไม่ได้ยิ้มเยาะ นางเพียงถอยกลับไปยืนหลังเส้นเริ่มต้น ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดนั่นทำให้เยว่ซีเถียงไม่ออกยิ่งกว่าเดิมรอบลานมีศิษย์ต่างกลุ่มยืนรอการฝึกประมือ บางคนจับคู่ซ้อมข้อมือ บางคนกำลังฟังผู้ดูแลอธิบายกติกา กระบี่ทุกเล่มเป็นไม้ ห้ามโจมตีดวงตาและลำคอ ห้ามใช้ปราณกระแทกจุดสำคัญ เมื่อผู้ดูแลสั่งหยุดต้องถอนมือทันทีเยว่ซีเหลือบมองพื้นตรงกลางเป็นแผ่นหินแห้ง ด้านข้างมีร่องดินกับน้ำที่อนุญาตให้ใช้ในการฝึกเมื่อคืนหลิงยวนให้นางลองรับกระบี่บนพื้นแห้งแล้วนางรับได้หลายครั้งแต่เขาไม่ได้ทำให้พื้นใต้เท้าขยับพร้อมกับกระบี่ที่แทงเข้าม

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status