Accueil / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

Partager

บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

last update Date de publication: 2026-10-22 17:45:54

หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่

โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทาง

ศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทาง

เยว่ซีลองขยับนิ้ว

หลิงยวนก้มมอง

“เจ็บหรือ”

“มีคนมอง”

เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม

“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”

เยว่ซีเม้มปาก

“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”

“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”

เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออก

เยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้

หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีก

เพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง

⸻

เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขต

งานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้

จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน

“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”

“จริง”

“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”

“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”

จ้าวเฉิงถอนหายใจ

ข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้อเครื่องปรุง เมื่อได้ยินว่าจะมีคนไปตลาดจึงขอร่วมทาง โดยยังไม่รู้ว่าตนกำลังถูกดึงเข้าภารกิจใด

“พวกเราไปด้วยกันไม่ได้หรือขอรับ”

เสี่ยวถังกับจ้าวเฉิงหันมามองพร้อมกัน

ศิษย์หนุ่มเงียบลงทันที

“เข้าใจแล้วขอรับ”

“เจ้าเข้าใจสิ่งใด” จ้าวเฉิงถาม

“ยังไม่เข้าใจ แต่คิดว่าเงียบไว้ก่อนน่าจะดี”

เสี่ยวถังพยักหน้าอย่างพอใจ

ทั้งสามเดินลงเขาตามกันไป

⸻

ตลาดใต้เขาคึกคักกว่าที่เยว่ซีคิด

พ่อค้าแม่ค้าหลายร้านเริ่มนำของสำหรับงานประลองมาวางขาย มีทั้งสายรัดข้อมือ ฝักกระบี่ ถุงใส่เครื่องราง ตลอดจนขนมที่ตั้งชื่อโอ่อ่าว่ากินแล้วชนะทุกสนาม

นางหยุดหน้าร้านหนึ่ง

“ขนมชนะร้อยศึก?”

คนขายรีบยิ้ม

“แม่นางเอาสักห่อหรือไม่ กินแล้วกำลังดี ไม่มีหิวระหว่างประลอง!”

เยว่ซีมองก้อนแป้งกลมบนถาด

“เหตุใดรูปร่างเหมือนหมั่นโถวธรรมดา”

“ชื่อธรรมดาขายได้สองอีแปะ ชื่อนี้ขายได้สามอีแปะ”

คำตอบตรงเกินคาดทำให้นางหัวเราะ

หลิงยวนหยิบเหรียญออกมา

เยว่ซีรีบจับข้อมือเขา

“ท่านจะซื้อจริงหรือ”

“เจ้าหัวเราะแล้ว คงคุ้มอีกหนึ่งอีแปะ”

คนขายยิ้มกว้างกว่าเดิม

เยว่ซีดึงเขาออกจากหน้าร้านทันที ก่อนอีกฝ่ายจะตั้งชื่อขนมใหม่แล้วขายแพงขึ้นอีก

หลิงยวนยอมเดินตาม แต่ในมือมีหมั่นโถวห่อกระดาษติดมาหนึ่งลูกอยู่ดี

“ท่านจ่ายตอนไหน”

“ตอนเจ้ามัวแต่ลากข้า”

นางมองเขาอย่างเหลือเชื่อ

เขาหักแบ่งครึ่งแล้วยื่นให้

เยว่ซีรับมากัด แป้งอุ่นนุ่มกว่าที่เห็น นางจึงกัดอีกคำโดยเลิกบ่น

หลิงยวนมองแล้วไม่กล่าวอะไร

นั่นยิ่งน่าหมั่นไส้

⸻

หลังแผงขายพัด เสี่ยวถังกำลังชะโงกจนคนขายเริ่มมองอย่างสงสัย

จ้าวเฉิงหยิบพัดขึ้นมาบังหน้านาง

“ถ้าจะดู ช่วยดูเหมือนคนเลือกของ”

“พวกเขาแบ่งขนมกัน”

“คนทั่วไปก็แบ่งขนมกันได้”

“ศิษย์พี่โม่เป็นคนทั่วไปหรือ”

จ้าวเฉิงหันไปมอง

หลิงยวนกำลังรับกระดาษห่อที่เยว่ซีถือไม่ถนัด มืออีกข้างเลื่อนนางเข้าด้านในเมื่อรถเข็นผ่าน

เป็นการเคลื่อนไหวเล็กน้อยที่แทบไม่ขัดจังหวะสนทนา

จ้าวเฉิงลดสายตาลงยังพัดในมือ

“ไปซื้อด้ายของเจ้าเถิด”

เสี่ยวถังยังไม่ยอมขยับ

คนขายพัดจึงยื่นมือมา

“ถ้าจะใช้บังหน้าต่อ ต้องซื้อแล้วนะ”

⸻

ร้านขนมไส้ถั่วอยู่ริมลำธาร

เยว่ซีเลือกห่อหนึ่งให้ยายหวัง อีกห่อฝากคนในเรือนรักษา ส่วนของตนเองนางขอเพียงสองชิ้น

หลิงยวนกลับชี้ถาดอีกด้าน

“แบบเปลือกบางด้วย”

“ท่านชอบหรือ”

“เจ้าชอบ”

นางหันมองเขา

“ข้าเคยบอกเมื่อใด”

“เวลาเจ้ากินแบบแป้งหนา เจ้าจะเหลือขอบไว้”

เยว่ซีก้มมองขนมในมือ รู้สึกอุ่นที่ใบหน้าขึ้นมาอย่างไม่ควรเป็น

เขาจำเรื่องเช่นนี้ด้วย

ขณะที่คนขายห่อของ เด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งมาหามารดาหน้าร้าน ในมือกำกังหันกระดาษสีแดง

“ช้า ๆ เยว่เอ๋อร์ เดี๋ยวรองเท้าหลุด”

เสียงเรียกนั้นทำให้เยว่ซีหยุดนิ่ง

ภาพแสงแดดบนพื้นหินปรากฏขึ้นในใจ

มือเล็กของนางกำกังหันกระดาษไว้แน่น วิ่งผ่านชายเสื้อสีอ่อนของมารดา บิดานั่งอยู่บนขั้นบันได กำลังก้มเก็บรองเท้าที่หลุดไปข้างหนึ่ง

“ลมพัดกังหัน ไม่ได้พัดรองเท้าเจ้าไปด้วยเสียหน่อย”

เด็กหญิงหัวเราะ วิ่งกลับไปกระโดดขึ้นตักเขา

บิดาสวมรองเท้าให้ แล้วแตะปลายจมูกนาง

“คราวนี้ค่อย ๆ เดิน พ่อจะไปด้วย”

ภาพสิ้นสุดลงตรงนั้น

เยว่ซีกะพริบตา

เสียงตลาดกลับมา นางยังยืนอยู่หน้าร้าน ข้างกายมีหลิงยวนซึ่งเลื่อนตัวเข้ามาใกล้แต่ไม่ได้แตะผนึก

“เยว่ซี?”

นางหันไปหาเขา

“ข้าจำได้อีกนิดหนึ่ง”

หลิงยวนรอฟัง

นางเล่าภาพนั้นอย่างช้า ๆ รวมทั้งเสียงมารดาและรองเท้าข้างที่หลุด โดยไม่พยายามนึกส่วนที่เลยไปจากนั้น

เมื่อเล่าจบ ดวงตานางมีน้ำคลอ แต่ริมฝีปากกลับยิ้ม

“ดูเหมือนข้าจะวิ่งหนีท่านพ่อเก่งมาก”

“ข้าเริ่มเห็นว่าท่านต้องลำบากเพียงใด”

เยว่ซีตีแขนเขาเบา ๆ

เขารับห่อขนมจากคนขาย แล้วถาม

“อยากนั่งพักหรือไม่”

นางส่ายหน้า

“ข้าอยากซื้อกังหัน”

⸻

ร้านของเล่นอยู่ถัดไปไม่ไกล

เยว่ซีเลือกกังหันสีแดงอันเล็ก หมุนดูอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งให้หลิงยวนถือระหว่างหยิบถุงเงิน

ชายหนุ่มชุดขาวยืนท่ามกลางผู้คน มือหนึ่งถือกระบี่ อีกมือถือกังหันกระดาษ

นางมองแล้วหลุดหัวเราะ

หลิงยวนเลิกคิ้ว

“มีสิ่งใดน่าขัน”

“ไม่มีเจ้าค่ะ”

เขาหันไปมองเงาของตนบนหน้าต่างร้าน

แล้วกลับมามองนาง

เยว่ซีหัวเราะหนักกว่าเดิม

คนขายของเล่นยื่นกังหันอีกอันมา

“ให้คุณชายด้วยสักอันหรือไม่ จะได้ถือคนละอัน”

“ไม่ต้องเจ้าค่ะ เขาถืออันนี้ให้ข้าก็พอ”

นางจ่ายเงินเสร็จแล้วเดินนำไปอย่างอารมณ์ดี

หลิงยวนหมุนกังหันในมือหนึ่งครั้ง ก่อนตามนางไป

ตรงหัวมุม เขาเหลือบมองเงาสะท้อนบนอ่างทองเหลืองหน้าร้าน

พัดสามเล่มยกขึ้นพร้อมกันอย่างไม่น่าเป็นธรรมชาติ

เขาถอนหายใจเบามาก

เยว่ซีหันมา

“มีอะไรหรือ”

“ไม่มี เดินต่อเถิด”

⸻

ทั้งสามคนเสียเงินซื้อพัดไปคนละเล่ม

เสี่ยวถังยังคิดว่าตนซ่อนตัวได้ดี จนหลิงยวนหยุดหน้าร้านชาแล้วหันกลับมองตรงมายังตรอกที่พวกนางยืน

ไม่มีใครทันหลบ

ชายหนุ่มยกมือชี้ไปทางตลาดอีกฝั่งหนึ่งเพียงครั้งเดียว

เสี่ยวถังยิ้มแห้ง คว้าแขนศิษย์เรือนครัวแล้วถอยทันที

จ้าวเฉิงค้อมศีรษะรับอย่างจำนน

“เขาพบแล้ว” ศิษย์หนุ่มกระซิบ

“เจ้าไม่ต้องรายงาน ข้าเห็น”

จ้าวเฉิงพาทั้งสองเลี้ยวเข้าร้านเครื่องปรุง คราวนี้ตั้งใจซื้อของให้เสร็จแล้วกลับจริง ๆ

เสี่ยวถังเองก็ยอมไปเลือกด้าย

ผ่านไปพักใหญ่ ตะกร้าของทั้งสามจึงเต็มไปด้วยของที่ควรซื้อแต่แรก

เรื่องน่าจะจบตรงนั้น

หากร้านชาริมน้ำไม่ได้มีทางเดินด้านหลังเชื่อมกับศาลาพัก

และเสี่ยวถังไม่ได้เห็นชายเสื้อสีขาวที่คุ้นตาผ่านช่องฉากไม้เสียก่อน

⸻

ศาลาริมน้ำอยู่พ้นความจอแจออกมาเล็กน้อย

เยว่ซีวางห่อขนมลงบนม้านั่ง ก่อนรับกังหันจากหลิงยวนไปปักไว้ตรงช่องราวไม้

ลมพัด ใบกระดาษหมุนช้า ๆ

นางยืนมองมันอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าเคยกลัวว่าพอจำเรื่องท่านพ่อท่านแม่ได้ จะมีแต่คืนที่เสียพวกท่านไป”

หลิงยวนวางของลงข้างนาง

“วันนี้เจ้าจำตอนที่ท่านสวมรองเท้าให้ได้”

“อืม”

เยว่ซีหันกลับมา

“ข้าอยากจำเสียงหัวเราะพวกท่านได้มากกว่านี้”

เขาไม่ได้บอกให้นางรีบหรือสัญญาว่าทุกอย่างจะกลับมา

เพียงยื่นมือไปจัดกังหันที่เอียงให้ตั้งตรง

“ครั้งหน้ามาซื้ออีกอันก็ได้”

นางมองมือเขา ก่อนค่อย ๆ ยิ้ม

“หากซื้อทุกครั้งที่ข้านึกออก เรือนคงเต็มก่อน”

“เช่นนั้นเลือกเฉพาะอันที่เจ้าอยากเก็บ”

เยว่ซีเอื้อมไปจับมือเขาขณะที่ยังวางอยู่บนราว

หลิงยวนหันมาหา

“วันนี้ข้าดีใจที่ได้ออกมา” นางบอก

นิ้วของเขาพลิกมาประสานกับนิ้วนาง

“ข้าก็เช่นกัน”

เสียงน้ำใต้ศาลาดังแผ่ว ๆ เยว่ซีมองใบหน้าที่อยู่ใกล้แล้วเพิ่งสังเกตว่าเส้นผมของเขาถูกลมพัดมาติดตรงข้างแก้ม

นางยกมืออีกข้างไปเก็บให้

หลิงยวนอยู่นิ่ง ปล่อยให้นิ้วของนางเลื่อนผ่านขมับ

พอจะลดมือ เขากลับจับไว้

“เมื่อครู่เจ้าหัวเราะข้าอยู่หน้าร้านของเล่น”

เยว่ซีชะงัก

“ท่านจะทวงคืนตอนนี้หรือ”

“กำลังคิดอยู่”

เขาขยับเข้ามา นางจึงต้องเงยหน้าขึ้น

“ศิษย์พี่โม่อาฆาตแม้แต่เรื่องกังหัน?”

“เฉพาะคนที่หัวเราะแล้วไม่ยอมมองข้า”

“ตอนนี้ก็มองแล้วนี่”

คำตอบเบาลงตอนท้าย

สายตาของเขาเลื่อนจากดวงตานางลงมาเพียงนิดเดียว เยว่ซีรู้ทันทีว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด

นางไม่ได้ถอย

มือที่ว่างกลับจับแขนเสื้อเขาไว้

หลิงยวนโน้มลงช้า ๆ จนลมหายใจแตะข้างแก้ม

เยว่ซีหลับตา

เสียงไม้ดังเปรี๊ยะ

ตามด้วยเสียงร้องตกใจและของหล่นกระจาย

โครม!

หลิงยวนหมุนตัวทันที แขนโอบเยว่ซีเข้าหาตัว มือขวายกขึ้นพร้อมม่านปราณบางรับฉากไม้ที่ล้มเข้ามา

อีกฟากของฉาก เสี่ยวถังนั่งอยู่บนพื้น

ศิษย์เรือนครัวกอดตะกร้าเครื่องปรุงแน่น ส่วนจ้าวเฉิงยืนจับเสาฉากด้านที่เหลือไว้ด้วยมือข้างไม่เจ็บ

ทั้งห้าคนนิ่งสนิท

ด้ายม้วนหนึ่งกลิ้งข้ามพื้นศาลามาหยุดข้างรองเท้าเยว่ซี

นางมองด้าย

มองเสี่ยวถัง

แล้วก้มหน้าซุกอกหลิงยวนทันที

“พวกข้าไม่ได้ตั้งใจ!” เสี่ยวถังรีบกล่าว “ข้าแค่จะดูว่าทางนี้ออกได้หรือไม่ แล้วเขาก็—”

“ข้ายืนอยู่เฉย ๆ ขอรับ” ศิษย์เรือนครัวพูดอย่างสิ้นหวัง

จ้าวเฉิงหลับตาครู่หนึ่ง

หลิงยวนประคองฉากให้ตั้งกลับช้า ๆ

เมื่อม่านปราณดับลง เสี่ยวถังจึงเห็นใบหูของเขาชัด

แดง

นางอ้าปากค้าง

หลิงยวนมองมา

เสี่ยวถังรีบก้มเก็บด้ายทั้งที่ม้วนตรงหน้าไม่ใช่ของตน

เยว่ซียังไม่ยอมเงยหน้า

“พวกเจ้าตามมาตั้งแต่เมื่อใด”

เสียงนางอู้อยู่กับเสื้อเขา

“ก่อนซื้อพัด” ศิษย์เรือนครัวตอบ

เสี่ยวถังหันขวับ

จ้าวเฉิงยกมือกุมหน้าผาก

“ไม่มีผู้ใดถามละเอียดถึงเพียงนั้น”

⸻

เจ้าของร้านชาเดินมาดูฉากที่ล้ม ก่อนยืนยันว่าเพียงข้อต่อหลุด ไม่มีสิ่งใดแตกหัก

จ้าวเฉิงกับศิษย์เรือนครัวช่วยกันตั้งกลับ ส่วนเสี่ยวถังเก็บเครื่องปรุงที่หล่นโดยไม่กล้ามองหน้าทั้งคู่

เยว่ซีถอยออกจากอ้อมแขนหลิงยวนแล้ว แต่ใบหน้ายังร้อนจนแทบไม่ต้องดื่มชา

เขาเองกำลังจัดชายแขนเสื้อซึ่งเรียบร้อยอยู่แล้ว

นางเหลือบมองใบหูเขา

หลิงยวนจับได้

“เจ้ามองอะไร”

เยว่ซีเม้มปาก กลั้นยิ้มทั้งที่ตนยังเขินหนัก

“วันนี้ท่านดูดีจัง”

คราวนี้เขาเงียบจริง ๆ

นางจึงต้องก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มไว้กับถ้วยชา

จ้าวเฉิงกลับมาถึงโต๊ะพอดี

เขาเห็นมือของเยว่ซีใต้ขอบโต๊ะยังจับชายแขนเสื้อหลิงยวนอยู่

ตอนอยู่หลังฉาก เขาก็เห็นมือนั้นแล้ว

เห็นว่านางรั้งอีกฝ่ายไว้เอง

ความหน่วงในอกจึงไม่ได้เกิดจากการเกือบเห็นคนสองคนจูบกันเพียงอย่างเดียว

มันเกิดจากความเต็มใจในท่าทางเล็กน้อยนั้น

จ้าวเฉิงวางพัดลงบนโต๊ะ

“ฉากแข็งแรงแล้ว ต่อไปจะมีผู้ใดเดินผ่านก็ไม่ล้มง่าย ๆ”

เสี่ยวถังเตะรองเท้าเขาใต้โต๊ะ

เยว่ซีหันมองทันที

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“หมายความว่าข้าซ่อมของเก่ง”

เขายิ้มได้เหมือนเคย

แล้วหยิบถ้วยชาขึ้นดื่ม ทั้งที่น้ำในนั้นเย็นไปแล้ว

⸻

ตอนเดินกลับ เสี่ยวถังถูกเยว่ซีดึงไปคุยข้างทาง

คำว่าไม่ได้ตั้งใจดังขึ้นอีกสองครั้ง ก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเมื่อเยว่ซีบีบแก้มเพื่อนจนพูดไม่ชัด

ศิษย์เรือนครัวรีบเดินนำพร้อมตะกร้า ตั้งใจกลับไปทำงานโดยไม่เล่าเรื่องใดทั้งสิ้น

จ้าวเฉิงเดินช้ากว่าคนอื่นเล็กน้อย

เขาก้มมองพัดที่ซื้อมาเพียงเพื่อใช้บังหน้า ก่อนหุบมันเก็บ

“แขนเจ็บหรือ”

หลิงยวนหยุดรออยู่ด้านหน้า

จ้าวเฉิงยกแขนข้างที่พันผ้าขึ้นนิดหนึ่ง

“ไม่ได้ใช้ข้างนี้รับฉากขอรับ อาจารย์ฉินไม่ต้องดุเพิ่ม”

หลิงยวนมองแล้วพยักหน้า

“ดี”

เขาไม่ได้ถามว่าจ้าวเฉิงเงียบเพราะอะไร

จ้าวเฉิงเองก็ไม่ต้องหาคำตอบที่ฟังร่าเริงมาปิดบัง

ทั้งสองเดินต่อไปจนเยว่ซีหันกลับมาเรียก

“ช้ากว่านี้ขนมจะหมดก่อนถึงสำนักแล้ว”

“เจ้ากินของฝากคนอื่นหรือ” จ้าวเฉิงถาม

“ข้าหมายถึงจะให้พวกเจ้าถือเพิ่ม”

“เช่นนั้นเดินช้าก็ดีอยู่แล้ว”

เยว่ซีหัวเราะแล้วหันไปเถียงกับเสี่ยวถังต่อ

จ้าวเฉิงมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเร่งฝีเท้าตามไป

วันนี้เขายังหัวเราะกับนางได้

ส่วนสิ่งที่พูดไม่ได้ เขาจะเก็บไว้เอง

⸻

ก่อนถึงประตูสำนัก หลิงยวนรับกังหันไปถือให้เยว่ซีอีกครั้งขณะนางจัดห่อขนม

ลมบนเขาทำให้กระดาษสีแดงหมุนเร็วขึ้น

นางมองแล้วขยับเข้าไปใกล้

“วันนี้ยังนับว่าไปกันสองคนหรือไม่”

หลิงยวนเหลือบมองสามคนที่รีบเดินผ่านประตูไปก่อนแล้ว

“นับถึงก่อนฉากล้ม”

เยว่ซีหลุดหัวเราะ

“ท่านเสียดายหรือ”

เขาก้มมองนาง

คำถามที่ตั้งใจใช้แหย่กลับทำให้นางเริ่มอยากเดินหนี

แต่หลิงยวนจับมือไว้ก่อน

“เสียดาย”

เยว่ซีหน้าแดงขึ้นอีกครั้ง

เขาวางกังหันลงในมือนาง แล้วกล่าวเบา ๆ

“ครั้งหน้าข้าจะเลือกที่ไม่มีฉากไม้”

⸻

เมื่อหลิงยวนและเยว่ซีกลับถึงเรือน จดหมายจากเยี่ยจื้อหยวนก็ถูกส่งถึงมือเจ้าสำนักแล้ว

เสิ่นซูเหอนำคำเตือนไปตรวจอาการศิษย์ฉางเยวี่ยผู้ได้ยินเสียงมารดาทันที

ชายหนุ่มไม่ได้พยายามหนี เขานั่งอยู่ในห้องที่จัดไว้ให้ มีอาหาร น้ำ และผู้ดูแลอยู่ครบ

แต่ใต้ถ้วยน้ำมีรอยวาดด้วยนิ้วเปียก

เป็นสะพานแคบทอดข้ามบึง

ปลายสะพานมีประตูสีแดง

เสิ่นซูเหอนั่งลงตรงข้าม

“เจ้าเคยไปที่นี่หรือ”

เขามองรอยน้ำ แล้วส่ายหน้า

“ข้าเห็นตอนหลับเมื่อครู่”

“มีผู้ใดอยู่ที่นั่น”

ชายหนุ่มเงียบไปนาน ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ผู้รักษารู้สึกเย็นวาบ

“ท่านแม่ขอรับ”

นิ้วของเขาลากผ่านรอยประตูอีกครั้ง

“นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 94 — คนที่ยังอยู่ตรงนี้

    เยว่ซีรู้สึกตัวเพราะมีใครบางคนกำลังเช็ดมือให้นางผ้าอุ่นเคลื่อนผ่านปลายนิ้วอย่างเบามือ กลิ่นสมุนไพรลอยอยู่ใกล้จมูก นางพยายามขยับแขน แต่ร่างกายหนักจนทำได้เพียงงอนิ้วเข้าหาฝ่ามือเลือด…นางจำได้ว่ามือคู่นี้เปื้อนเลือด“เสี่ยวถัง…”ผ้าที่กำลังเช็ดมือหยุดลง“นางปลอดภัยแล้ว”เสียงเสิ่นซูเหอดังอยู่ข้างเตียง เยว่ซีฝืนลืมตา เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงตะเกียงเลือนราง ก่อนพยายามยันตัวลุกความปวดแล่นขึ้นจากใต้ลิ้นปี่ทันทีเสิ่นซูเหอประคองไหล่นางไว้“ค่อย ๆ ขยับ เจ้าเพิ่งฟื้น”“นางอยู่ที่ใดเจ้าคะ”“เรือนข้างกัน อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่ เลือดหยุดแล้ว ไม่มีปราณมารเหลือในร่าง”เยว่ซีมองริมฝีปากของผู้พูด ราวกับต้องเห็นทุกคำจึงจะเชื่อได้“จริงหรือเจ้าคะ”เสิ่นซูเหอจับมือนางวางลงบนผ้าห่ม“จริง นางผ่านคืนที่อันตรายที่สุดมาแล้ว”ลมหายใจซึ่งเยว่ซีกลั้นไว้ค่อย ๆ ผ่อนออกนางหันมองรอบห้อง บนโต๊ะมีถ้วยยาและผ้าสะอาด ตรงเก้าอี้ใกล้ประตู โม่หลิงยวนนั่งหลับอยู่โดยยังสวมเสื้อคลุมตัวนอก กระบี่วางพิงอยู่ข้างเข่า มือข้างหนึ่งทอดอยู่บนขอบโต๊ะ“ข้าหลับไปนานเท่าใด”“สามวันสามคืน”เยว่ซีหันกลับมาทันทีแต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เว

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 93 — เพียงให้เจ้าลืมตา

    แผ่นหินรอบตัวหลินเยว่ซียกขึ้นจากพื้นเสียงแตกร้าวลั่นต่อกันไปถึงธรณีประตู ฝุ่นซึ่งควรตกลงกลับลอยขึ้นอยู่ข้างแก้ม รอยเลือดบนมือของนางสว่างวาบท่ามกลางแสงที่ทะลักออกจากปลายนิ้วโม่หลิงยวนรู้สึกถึงแรงกระแทกผ่านฝ่ามือที่ประคองข้อมือนางอยู่ผนึกชั้นหนึ่งกำลังเปิดออก“ท่านเยี่ย รับทางด้านหลัง!”เยี่ยจื้อหยวนยกมือทั้งสองขึ้นทันที อักขระเรียงตัวขวางระหว่างเยว่ซีกับผู้บาดเจ็บที่เหลือ ขณะที่เจ้าสำนักขยายม่านป้องกันคลุมผู้คนริมลานเสิ่นซูเหอโน้มตัวบังเสี่ยวถังไว้ อาจารย์ฉินยังคงกดเข็มตรงจุดชีพจร มืออีกข้างตรึงผ้าห้ามเลือดไม่ยอมปล่อย“เยว่ซี คลายมือก่อน” เสิ่นซูเหอบอก “ให้ข้าดูแลนาง”หญิงสาวไม่ได้หันมาสายตาของนางจับอยู่ที่กล่องผนึกกลางลาน ด้านในมีเสียงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มันขยับ รอยดำตรงชายโครงเสี่ยวถังก็เต้นตามเยว่ซีเห็นแล้วสิ่งนั้นยังทำร้ายเพื่อนของนางอยู่นางค่อย ๆ วางมือเสี่ยวถังลงข้างตัวเพื่อน ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่มั่นคงหินที่ลอยอยู่รอบกายแตกเป็นผงหลิงยวนกางปราณสีเงินอมฟ้ารับแรงด้านข้าง เปลี่ยนแนวที่กำลังพุ่งเข้าหาคนเจ็บให้เบนออกสู่ประตูบานไม้ทั้งสองกระแทกหลุดจากกรอบ!ผู้อาวุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 92 — คนที่อยู่ใกล้ที่สุด

    “ยกด้านซ้ายขึ้นอีกนิดเจ้าค่ะ”เยว่ซีถอยหลบให้ผู้ช่วยขยับแคร่ปลายไม้ติดอยู่กับธรณีประตู หญิงชราบนแคร่กำขอบผ้าแน่น นางจึงก้มลงบอกให้รอเพียงครู่เดียว โดยไม่เห็นแสงแดงที่สว่างขึ้นบนขื่อด้านหลังเสี่ยวถังเห็นตอนแรกนางคิดว่าเป็นประกายจากสนามลอดเข้ามาทางกระเบื้องแตกแต่แสงนั้นขยับเศษสีคล้ำหลุดจากซอกไม้ ลอยค้างอยู่ชั่วพริบตา ก่อนเส้นดำจะเหยียดออกจากขอบคมราวกับถูกยิงจากคันธนูปลายของมันชี้ตรงกลางหลังเยว่ซี“เยว่ซี!”นางหันตามเสียงเรียกไม่ทันมือของเสี่ยวถังผลักเข้าที่หัวไหล่เยว่ซีเซพ้นแนวประตู กระแทกผู้ช่วยคนหนึ่งจนทั้งคู่ล้มลงข้างแคร่เสียงกระบี่ของจ้าวเฉิงฟันผ่านอากาศแสงสีเงินอมฟ้าพุ่งทะลุช่องหน้าต่างเข้ามาพร้อมกันแต่เสี่ยวถังอยู่ใกล้เยว่ซีเพียงช่วงแขนนางก้าวเข้าขวางไปแล้วเสียงทึบสั้น ๆ ดังขึ้นร่างเพื่อนชะงักเยว่ซีเงยหน้าจากพื้น เห็นเสี่ยวถังยืนอยู่ตรงตำแหน่งที่ตนเพิ่งยืน มือข้างหนึ่งยังยื่นมาทางนางตรงใต้ชายโครงมีรอยคล้ำเล็ก ๆแล้วเลือดก็ซึมออกมาคมปราณสีเงินตัดเส้นดำที่เชื่อมกับเศษอาคมขาดสะบั้น กระบี่ของจ้าวเฉิงกดเศษนั้นลงกับกรอบหน้าต่าง ขณะที่หลิงยวนเข้าถึงตัวเสี่ยวถังก่อนเข่าขอ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 91 — ทางที่มันเลือก

    จ้าวเฉิงถอนกระบี่จากพื้นแล้วฟันซ้ำเส้นดำขาดออกตรงหน้าขั้นบันได ปลายด้านหนึ่งบิดเกร็ง ก่อนสลายเป็นควันเมื่อผู้อาวุโสสวี่ตบแผ่นผนึกลงทับอีกด้านยังเลื้อยต่อมันอ้อมปลายกระบี่ ผ่านใต้ราวไม้ แล้วพุ่งขึ้นไปหาเยว่ซี!นางขยับหลบพร้อมเสี่ยวถังเงาดำเฉี่ยวชายเสื้อคลุม ปักเข้ากับเสาไม้ด้านหลังจนเกิดรอยไหม้ยาว“เข้าห้อง!”เสิ่นซูเหอเปิดประตูรับเยว่ซีถอยเข้าไป แต่ยังไม่ทันพ้นธรณี เงาที่เกาะเสาก็สะบัดตัวกลับมาอีกครั้งผู้อาวุโสสวี่ปาแผ่นทองแดงขนาดเท่าฝ่ามือเข้าขวางแสงอาคมกระแทกมันหลุดจากเสาจ้าวเฉิงฟันลงทันทีคราวนี้เขาไม่ถอนกระบี่ ปราณจากคมกดเส้นดำนั้นติดกับพื้น ขณะที่ผู้อาวุโสสวี่เข้าครอบด้วยกล่องผนึกเสียงขูดแหลมดังอยู่ใต้ฝาแล้วเงียบลง“ถอยจากบันไดให้หมด!”ผู้คุมรีบกันคนออกจากระเบียงเยว่ซีหยุดอยู่ในประตู มือข้างหนึ่งยังจับแขนเสี่ยวถังแน่นเส้นดำถูกจับแล้วแต่ด้านนอก เสียงกระแทกจากร่างใหญ่กลับดังถี่ขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่น⸻หลิงยวนลากปลายกระบี่ผ่านขอบวงผนึกอักขระสีเงินอมฟ้าเชื่อมเข้าหากัน ปิดช่องสุดท้ายที่เงามารพยายามแทงออกมา“รับช่วงด้านนี้”เจ้าสำนักก้าวเข้าประจำตำแหน่งแทนทันทีหลิงยวนพุ่ง

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 90 — ประตูที่ต้องเปิดค้างไว้

    หลิงยวนฟันกระบี่ผ่านข้อมือสีดำแขนของมันขาดออกจากร่างก่อนมือที่กำคอผู้เคราะห์ร้ายจะร่วงถึงพื้น เขาก็คว้าตัวชายผู้นั้นดึงออกมา แล้วถอยพ้นเงาที่ตวัดสวนขึ้นจากรอยแตกกลางอกเสียงหวีดแหลมกรีดผ่านทางเดินเงาสีคล้ำกระโจนตามเจ้าสำนักกระแทกฝ่ามือลงม่านอาคมตั้งขวางระหว่างมันกับคนทั้งสอง แรงปะทะทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นแนวยาว ทว่าแสงยังไม่ดับ“พาคนออก!”อาจารย์ฉินกับผู้ช่วยเข้ารับชายที่หมดสติ หลิงยวนกดแผ่นผนึกปิดรอยคล้ำตรงอกให้ ก่อนหมุนตัวกลับไปหาเงามารมันยืนอยู่หลังม่านสูงกว่าคนเกือบครึ่งตัว ส่วนล่างยังเป็นเส้นดำพันกันไม่หยุด ใบหน้าไร้ดวงตา มีเพียงรอยแยกยาวซึ่งเปิดออกช้า ๆแขนข้างที่ถูกตัดกำลังก่อตัวใหม่หลิงยวนก้าวเข้าหากระบี่สีเงินอมฟ้าฟันลงอีกครั้ง คราวนี้คมปราณผ่านกลางลำตัว แยกเงานั้นออกเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งถูกเผาสลายทันทีอีกส่วนกลับแนบลงกับพื้น พุ่งไปตามรอยแตกใต้ม่านป้องกันเยี่ยจื้อหยวนปักแผ่นผนึกสกัดไว้ก่อนมันถึงรั้วหอรักษาพื้นสว่างวาบเงาดำหดกลับราวกับถูกไฟลวก“มันออกจากร่างแล้ว!” เขาตะโกน “ปิดทางใต้พื้นด้วย!”ผู้อาวุโสสองคนแยกไปคนละด้าน กระบี่ปักลงตรงรอยต่อแผ่นหิน อักขระแผ่ออกเป็

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 89 — กระบี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

    หินใต้เท้าศิษย์ผู้นั้นยกตัวขึ้นก่อนหยดสีดำจะถึงรองเท้าเขาเสียหลักหงายหลังเหยียนอวี้หนิงคว้าคอเสื้อแล้วกระชากออกจากลาน ขณะเดียวกันก็ใช้กระบี่ฟันลงตรงรอยต่อพื้นแผ่นหินพลิกขึ้นสิ่งสีดำกระแทกด้านล่างของมัน ก่อนถูกประกบไว้ระหว่างหินสองแผ่นเสียงขูดดังแกรก ๆ อยู่ข้างใน“อย่าเข้าใกล้พื้นตรงนั้น!”อวี้หนิงผลักศิษย์ที่ช่วยไว้ไปทางประตู แล้วหันกลับมาหาชายผู้ใช้กระบี่หนักเขายังคุกเข่าอยู่มือข้างหนึ่งกำข้อมือตนเองแน่นจนเลือดซึมระหว่างนิ้ว ดวงตาจับอยู่ที่แผ่นหินซึ่งกำลังสั่น“นั่น…ออกมาจากข้าหรือ”อวี้หนิงไม่ตอบคำถามนั้น“อย่าฝืนเดินปราณ ผู้รักษากำลังมา”ชายผู้นั้นหอบหายใจเขาพยายามพยักหน้า แต่ทันใดนั้นแขนขวาก็กระตุก กระบี่หนักที่ตกอยู่ข้างตัวครูดพื้นเข้าหามือนิ้วของเขาคว้าด้ามไว้อวี้หนิงถอยหนึ่งก้าวชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สีหน้าหวาดกลัวอย่างที่นางไม่เคยเห็นบนลานประลอง“หลบ!”กระบี่หนักฟาดลงมา!นางกระโดดออกด้านข้างพื้นหินระเบิดเป็นเศษแหลม สันดินพุ่งตามแนวกระบี่ไปกระแทกเสาระเบียงจนไม้แตกร้าวเสียงร้องดังจากในเรือนมีคนยังออกมาไม่หมดอวี้หนิงเปลี่ยนทิศทันที นางยกกำแพงหินเตี้ยขวางเศษไม้ ก่อนต

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status