共有

บทที่ 64 — ผู้มาเลือกคน

last update 公開日: 2026-10-22 16:45:41

“เขาไม่ได้มารักษา…เขามาเลือกคน”

หลินเยว่ซีเลื่อนถาดออกจากมือหญิงบนเตียง ก่อนเศษถ้วยจะบาดนิ้วที่กำลังสั่น

ธงด้านนอกถูกม้วนเก็บแล้ว แต่หญิงผู้นั้นยังจ้องหน้าต่าง ราวกับคนที่นางหวาดกลัวกำลังยืนอยู่อีกฟาก

เยว่ซีขยับไปบังช่องหน้าต่าง

“คนถือธงเป็นศิษย์ของชิงเสวียนเจ้าค่ะ เขาเพียงขนของผ่านไป”

หญิงผู้นั้นหายใจติดขัด

“ลายนั้น…ข้าจำได้”

“ข้าจะให้คนเก็บไว้ ท่านไม่ต้องรีบเล่า”

ศิษย์หอวินัยมาถึงพร้อมเสิ่นซูเหอ เยว่ซีจึงถอยให้ผู้รักษาตรวจชีพจร ส่วนผู้จดคำให้การนั่งลงห่างจากเตียง ไม่วางธงให้นางเห็นซ้ำ

ผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นจึงยอมคลายมือจากผ้าห่ม

“มันอยู่บนถุงใส่เข็มของเขา”

“ท่านเห็นเขาทำอะไรบ้าง” เยว่ซีถาม

“จับข้อมือเรา กดตรงคอ แล้วให้กลืนยา คนที่อาเจียนถูกแยกไปอีกห้อง”

นางกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น

“ข้าอาเจียน เขากลับหัวเราะ บอกว่าคนเช่นข้าหาได้ยาก”

ปลายพู่กันหยุดไปชั่วขณะ

“ท่านจำลักษณะของเขาได้หรือไม่” ศิษย์หอวินัยถาม

“ผอม ไว้เคราสั้น…นิ้วนางมือขวางอไม่สุด ตอนจับคางข้า เขาใช้สามนิ้ว”

เยว่ซีมองมือของหญิงผู้นั้นซึ่งยกขึ้นเลียนท่า

“เขาพูดชื่อหรือเรียกใครหรือไม่เจ้าคะ”

“คนเฝ้าประตูเรียกเขาว่าผู้ดูแลหาน”

คำตอบสุดท้ายดังขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าที่หยุดนอกห้อง

โม่หลิงยวนยืนอยู่ตรงนั้น

ในมือเขามีบัญชีรายชื่อแขกที่จะเข้าร่วมงานประลอง

⸻

ธงที่หญิงผู้นั้นจำได้เป็นของสำนักฉางเยวี่ย

ชื่อของสำนักเดียวกันปรากฏอยู่ในคำให้การที่เผยเหวินซูส่งมาเมื่อบ่าย แต่ระบุเพียงว่าเคยมีผู้ใช้ตราสำนักรับสิ่งของจากเซี่ยจิ้งเหิง ยังไม่มีหลักฐานว่าเจ้าสำนักหรือศิษย์ทั้งหมดรู้เห็น

ส่วนชื่อหานอยู่บนบัญชีแขกจริง

หานจิ้น ผู้ดูแลโอสถประจำคณะ

กำหนดขึ้นเขาเช้าวันรุ่งขึ้น

หลิงยวนอ่านคำให้การจนจบ ก่อนสั่งศิษย์หอวินัย

“เก็บชื่อพยานไว้เฉพาะผู้สอบสวน ตรวจผู้ดูแลหานจากคนที่เคยพบเขา อย่าเพิ่งส่งคำถามไปถึงสำนักฉางเยวี่ย”

เยว่ซียืนข้างโต๊ะ มองตัวอักษรบนบัญชี

“เขารู้ว่าเราช่วยคนออกมาแล้ว ยังจะขึ้นเขาหรือ”

“หากเขาคิดว่าไม่มีผู้ใดจำหน้าได้ การมาตามกำหนดย่อมดูบริสุทธิ์กว่าหายตัว”

“หรือเขามีเหตุให้มั่นใจว่าพยานจะพูดไม่ได้”

หลิงยวนเงยหน้าสบตานาง

เมื่อคืน คนทั้งเจ็ดเกือบตายพร้อมกัน

หากพวกเขาช้ากว่านั้นเพียงเล็กน้อย เช้าวันรุ่งขึ้นผู้ดูแลหานอาจเดินผ่านประตูสำนักอย่างสง่างาม โดยไม่เหลือผู้ใดกล่าวหาเขาได้เลย

ศิษย์คนหนึ่งรีบเข้ามารายงาน

“คณะล่วงหน้าของสำนักฉางเยวี่ยมาถึงด่านล่างแล้วขอรับ ขอพักเรือนรับรองคืนนี้”

หลิงยวนปิดบัญชี

“ผู้ใดนำคณะ”

“หานจิ้นขอรับ”

⸻

เยว่ซีถูกเรียกไปให้รายละเอียดเพิ่มเติมที่หอวินัย นางพบจ้าวเฉิงตรงขั้นบันได เขากำลังรัดปลอกแขน โดยมีศิษย์อีกสองคนตรวจเชือกจับกุมอยู่ด้านหลัง

“เจ้าจะลงเขาหรือ” นางถาม

“แค่ด่านล่าง”

เขาเหลือบเห็นนางมองกระบี่ในมือ จึงยกคิ้ว

“อย่าทำหน้าเช่นนั้น ข้าจับกระบี่เป็นก่อนรู้จักเจ้าอีก”

“ข้ากำลังจะบอกว่าปลอกแขนเจ้ากลับด้าน”

จ้าวเฉิงก้มลง

กลับด้านจริง

ศิษย์ข้างหลังหลุดหัวเราะ เขาจึงหันไปมองคนเหล่านั้นอย่างคาดโทษ ก่อนแก้สายรัดใหม่

เยว่ซีช่วยจับปลายสายไม่ให้หลุด

“จับคนเป็น ๆ กลับมาให้ได้ อย่าเอาแต่ไล่จนไม่ดูทาง”

จ้าวเฉิงมองนิ้วของนางที่กดสายหนังไว้

คำล้อเล่นเกือบหลุดจากปาก แต่เมื่อเห็นความกังวลในดวงตาคู่นั้น เขากลับตอบเพียง

“จะระวัง”

นางปล่อยมือเมื่อเขารัดเสร็จ

จ้าวเฉิงเดินลงบันไดไปสองขั้นแล้วหันกลับ

“หากข้ากลับมาครบทั้งแขนขา พรุ่งนี้เจ้าต้องเลิกกล่าวหาว่าข้าเก่งแต่พูด”

“กลับมาให้ครบก่อน ค่อยต่อรอง”

เขาหัวเราะแล้ววิ่งตามคณะออกไป

เยว่ซีมองจนคนทั้งหมดพ้นประตู จึงหันกลับเข้าห้อง

หลิงยวนยืนรออยู่ข้างโต๊ะ

“ท่านไม่ลงไปหรือ”

“ลง แต่ต้องฟังสิ่งที่นางบอกเจ้าให้ครบก่อน”

นางเล่ารายละเอียดเรื่องมือขวาและวิธีจับคางอีกครั้ง เขาฟังโดยไม่ขัด แล้วขยับกระบี่ข้างเอวเตรียมออกไป

เยว่ซีเรียกไว้

“ท่านก็ด้วย”

เขาหันกลับ

“กลับมาให้ครบ”

แววตาของหลิงยวนอ่อนลงเล็กน้อย

“ข้ามีสิทธิ์ต่อรองเหมือนเขาหรือไม่”

“ท่านจะต่อรองอะไร”

เขาก้าวเข้ามาใกล้ ก้มพูดจนมีเพียงนางได้ยิน

“พรุ่งนี้เดินเล่นกับข้า อย่าหอบตำราฝึกไปด้วย”

เยว่ซีชะงัก ก่อนตอบเสียงเบา

“ถ้าท่านไม่หอบแผนผังผนึกไป”

“ตกลง”

เขาแตะหลังมือนางเพียงครั้ง แล้วเดินออกไป

คราวนี้เยว่ซีไม่ได้ตาม

นางกลับไปนั่งต่อหน้าผู้จดคำให้การ และบอกสิ่งที่ตนจำได้ทั้งหมด

⸻

หานจิ้นยืนอยู่ใต้ชายคาด่านล่าง เสื้อคลุมสีเทาครามเรียบร้อย ฝักกระบี่ห้อยอยู่ด้านซ้าย ข้างกายมีศิษย์หนุ่มสองคนกับรถหีบโอสถหนึ่งคัน

เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องตรวจสัมภาระเพิ่ม เขายังยิ้ม

“ได้ยินว่าชิงเสวียนเพิ่งช่วยผู้เคราะห์ร้ายจากคนร้าย พวกข้านำยามาด้วย หากมีสิ่งใดพอช่วยได้ อย่าได้เกรงใจ”

จ้าวเฉิงรับรายการของจากศิษย์หนุ่ม

“ขอบคุณผู้ดูแลหาน ผู้รักษาของเราจะเป็นคนพิจารณา”

“แน่นอน”

หานจิ้นยกถ้วยชา

นิ้วนางมือขวาเหยียดตรง ขณะที่นิ้วอื่นงอรอบถ้วย

จ้าวเฉิงมองผ่านไปเหมือนไม่สนใจ ก่อนสั่งให้ยกหีบลงตรวจทีละใบ

การตรวจดำเนินไปตามปกติจนถึงหีบใบเล็กที่สุด

หานจิ้นวางถ้วย

“ใบนั้นเป็นเข็มประจำตัว ข้าขอเปิดเอง”

“เชิญ”

เขาก้าวเข้าไป ล้วงกุญแจจากอกเสื้อ

ขณะเดียวกัน ประตูด้านหลังด่านค่อย ๆ ปิดลง

เสียงกลอนดังครืด

มือของหานจิ้นหยุดอยู่เหนือแม่กุญแจ

โม่หลิงยวนเดินออกมาจากเงาชายคา

“ผู้ดูแลหาน ก่อนเปิดหีบ ข้ามีเรื่องต้องถาม”

หานจิ้นหันมองเขา รอยยิ้มยังอยู่

“ศิษย์พี่โม่ มีเรื่องใดหรือ”

“สามคืนก่อน ท่านอยู่ที่ไหน”

“โรงพักแรมทางใต้ คนของข้ายืนยันได้”

“ทั้งคืนหรือ”

“ท่านหมายความว่าอย่างไร”

หลิงยวนหยุดห่างออกไปสามก้าว

“มีพยานระบุว่าท่านเกี่ยวข้องกับการกักขังและใช้ยากับชาวบ้าน เราต้องตรวจเส้นทางกับสัมภาระของท่าน”

ศิษย์หนุ่มทั้งสองหันไปมองผู้ดูแลของตนทันที

หานจิ้นหัวเราะสั้น ๆ

“เพียงคำพูดของคนที่ไม่รู้ชื่อ ชิงเสวียนก็จะกักตัวแขกแล้วหรือ”

“พยานให้รายละเอียดที่ตรวจสอบได้”

หลิงยวนมองมือขวาของเขา

คราวนี้หานจิ้นไม่ยิ้มแล้ว

นิ้วหัวแม่มือกดกุญแจ

เสียงแหลมพุ่งออกจากหีบ!

จ้าวเฉิงเตะขอบหีบพลิกเข้าหากำแพงทันที เข็มสามเล่มปักลงในไม้ เสียงศิษย์หนุ่มร้องตกใจดังขึ้นพร้อมถ้วยชาที่ถูกปาใส่โคมไฟ

เปลวไฟยังไม่ทันแตะน้ำมัน ปราณสีเงินอมฟ้าก็ตัดไส้ตะเกียงขาด

ด่านมืดลงครึ่งหนึ่ง

หานจิ้นคว้าคอเสื้อศิษย์ข้างตัว ผลักเข้าใส่หลิงยวน แล้วชักกระบี่ฟันขวางทาง

หลิงยวนรับศิษย์คนนั้นด้วยมือซ้าย กระบี่ในมือขวาพลิกเพียงครั้งเดียว

คมเหล็กกระแทกกันดังสนั่น

กระบี่หานจิ้นถูกกดต่ำจนเฉือนพื้นหินเป็นรอยยาว

เขาไม่ฝืนรับ ปล่อยด้ามแล้วพุ่งเข้าหาหน้าต่าง

จ้าวเฉิงดักอยู่ก่อนแล้ว

คมกระบี่แทงตัดชายเสื้อ หานจิ้นบิดตัวหลบ ใช้แขนเสื้อปัดเข้าหาใบหน้าเขา ผงสีขาวฟุ้งออกมา

จ้าวเฉิงกลั้นหายใจ ถอยเฉียงตามแนวเสา

ฝ่ามืออีกฝ่ายฟาดผ่านตำแหน่งที่ศีรษะเขาเคยอยู่ กระแทกไม้จนแตกเป็นเสี้ยน

หานจิ้นก้าวตามเพื่อซ้ำ

จ้าวเฉิงกลับย่อตัว ฟันตัดสายรัดหีบโอสถข้างขา

หีบหนักไถลขวางทาง

เพียงชั่วขณะนั้น ปลายฝักกระบี่ของหลิงยวนก็กระแทกข้อศอกหานจิ้น

เสียงกระดูกเคลื่อนดังกรอบ

กุญแจหลุดจากมือ

หานจิ้นกัดฟัน ใช้มือซ้ายล้วงบางสิ่งใต้คอเสื้อ แต่หลิงยวนจับข้อมือบิดไพล่หลัง กดเขาลงกับโต๊ะก่อนนิ้วจะถึงสิ่งที่ซ่อนไว้

โต๊ะชาหักครึ่ง

ถุงผ้าเล็กตกจากอกเสื้อ กระแทกพื้นแล้วมีเสียงดังแผ่วเบา

คล้ายใครบางคนเรียกชื่อ

ศิษย์หนุ่มที่ยืนใกล้ที่สุดหันขวับ

“ท่านแม่?”

“ถอยจากถุง!”

หลิงยวนกางม่านปราณครอบสิ่งนั้นทันที

เสียงหายไป

จ้าวเฉิงคว้าศิษย์หนุ่มถอยออกมา ขณะที่ห่วงผนึกปราณถูกใส่ลงบนข้อมือหานจิ้น ผู้คุมอีกคนตรวจปากและเสื้อผ้า ก่อนยึดของที่ซ่อนไว้ทั้งหมด

หานจิ้นถูกกดคุกเข่าท่ามกลางเศษไม้

เขาจ้องม่านแสงบนพื้น ใบหน้าซีดกว่าตอนกระบี่ถูกปลดเสียอีก

หลิงยวนเห็นสายตานั้น

“เจ้ากลัวสิ่งในถุง หรือกลัวคนที่มอบมันให้”

หานจิ้นเม้มปากแน่น

ไม่มีคำตอบ

⸻

เมื่อสิ่งของจากด่านถูกนำขึ้นเขา ผู้อาวุโสสวี่มารออยู่แล้ว

เขารับถุงผ้าซึ่งถูกผนึกซ้อนสองชั้นไปวางในกล่องกั้นเสียง ก่อนให้ทุกคนถอยออกจากโต๊ะ

ภายในถุงมีแผ่นกระดูกบางเจาะรูหนึ่งชิ้น

“อย่าเติมปราณ” หลิงยวนเตือน “มันส่งเสียงเองเมื่อกระแทกพื้น”

ผู้อาวุโสสวี่ใช้คีมพลิกดูใต้แสง

ร่องเล็กจำนวนมากกระจายอยู่บนผิว ไม่มีรูปร่างเหมือนระฆังหรือเครื่องเป่าใด ๆ

เยว่ซีซึ่งเพิ่งให้การเสร็จยืนอยู่ข้างประตู เมื่อได้ฟังรายงานจากจ้าวเฉิง สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป

“ศิษย์คนนั้นได้ยินเสียงมารดา แต่เจ้าไม่ได้ยินหรือ”

จ้าวเฉิงส่ายหน้า

“ข้าได้ยินเพียงเสียงคนพูด ฟังไม่ออกว่าเรียกผู้ใด”

นางหันไปหาหลิงยวน

“เหมือนตอนอยู่ในป่าระฆัง”

“มีส่วนคล้าย” เขาตอบ “แต่ยังต้องตรวจว่าใช้วิธีเดียวกันหรือไม่”

ผู้อาวุโสสวี่ปิดฝากล่อง

“ของจากป่าถูกทำลายไปแล้ว ชิ้นนี้ยังอยู่ครบ ข้าจะเทียบร่องกับบันทึกเก่าโดยไม่ปลุกมัน”

เจ้าสำนักซึ่งยืนฟังอยู่สั่งให้ส่งสำเนาร่องอักขระและรายละเอียดเสียงไปยังเขาเทียนเหิงถึงเยี่ยจื้อหยวน พร้อมขอให้ตรวจว่าเคยพบสิ่งลักษณะเดียวกันที่ใด

เยว่ซีมองกล่องที่ปิดสนิท

ครั้งก่อนพวกนางช่วยคนที่เดินตามเสียงออกมาได้

แต่วันนี้มีคนพกสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงนั้นขึ้นเขา ราวกับมันเป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่ง

“เขาจะเอามาใช้กับผู้ใด” นางถาม

หลิงยวนมองไปทางห้องสอบสวน

“เราจะถามเขา”

⸻

ศิษย์หนุ่มทั้งสองถูกแยกสอบปากคำ

คนหนึ่งสั่นจนจับถ้วยไม่อยู่ เขายืนยันว่าผู้ดูแลหานสั่งเปลี่ยนกำหนดเดินทางกะทันหัน และไม่เคยบอกว่ามาเพื่ออะไรนอกจากเตรียมที่พักกับตรวจโรงยา

อีกคนเล่าว่าหานจิ้นเผาจดหมายก่อนออกเดินทาง

ทั้งสองยังไม่ถูกตัดสินว่าร่วมผิด แต่ต้องอยู่ให้ตรวจสอบก่อน

ส่วนหานจิ้นไม่ยอมพูดแม้แต่คำเดียว

จนหลิงยวนวางบัญชีที่พบในหีบลงตรงหน้า

บนหน้ากระดาษมีรายชื่อชาวบ้าน กำหนดส่งยา และตัวเลขข้างชื่อ

หนึ่งในนั้นตรงกับหญิงที่จำเขาได้

หานจิ้นเงยหน้าช้า ๆ

“นางยังพูดได้?”

ปลายพู่กันของผู้จดคำให้การเคลื่อนทันที

หลิงยวนไม่ได้บอกว่าหมายถึงผู้ใด

“เจ้าคิดว่านางควรเป็นอย่างไร”

หานจิ้นหุบปาก แต่ช้าไปแล้ว

หลักฐานที่เขาพกมาสอดคล้องกับคำให้การซึ่งถูกจดไว้ก่อนจับกุม ทั้งวัน เวลา และอาการหลังรับยา

เขาหลบสายตาไปทางประตู

หลิงยวนดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง

“เจ้าขึ้นเขาเร็วขึ้นหนึ่งวัน เพราะเรื่องใด”

ความเงียบยืดยาว

ก่อนหานจิ้นจะเอ่ยด้วยเสียงแหบ

“หากข้าพูด พวกท่านคุ้มครองข้าได้หรือ”

“จากใคร”

ชายผู้นั้นกำมือจนโซ่ดัง

“ข้าต้องพบเจ้าสำนัก”

⸻

ยามค่ำ จ้าวเฉิงออกจากเรือนรักษาพร้อมผ้าพันปลายแขน

ผงที่หานจิ้นสะบัดใส่กัดผิวเพียงเล็กน้อย อาจารย์ฉินล้างยาให้แล้ว แต่สั่งห้ามแกะผ้าจนถึงเช้า

เยว่ซีรออยู่ข้างบันได

“ครบหรือไม่” นางถาม

เขายกแขนทั้งสองขึ้น

“เจ้านับได้”

“ข้าเห็นแผล”

“แผลไม่นับเป็นชิ้นส่วนที่หายไป ข้ายังมีสิทธิ์ต่อรอง”

นางหลุดยิ้ม ก่อนยื่นห่อขนมให้

“ยายหวังฝากมาให้ทุกคนที่ลงไปด่าน”

จ้าวเฉิงรับไว้ มองขนมกุ้ยฮวาด้านในแล้วถาม

“ทุกคน?”

“ใช่ เหตุใด”

“ข้ากำลังคิดว่าต้องแย่งกับผู้ใดบ้าง”

นางหัวเราะแล้วบอกว่ามีอีกห่ออยู่ในห้องพักเวร

จ้าวเฉิงกำลังจะชวนนางนั่ง แต่เห็นสายตาของเยว่ซีเลื่อนผ่านไหล่ตนไปเสียก่อน

หลิงยวนเดินมาจากหอวินัย

ใบหน้าที่เคร่งเครียดมาตลอดเย็นของนางคลายลงทันที

คำชวนจึงหยุดอยู่เพียงปลายลิ้น

จ้าวเฉิงผูกห่อขนมกลับอย่างเรียบร้อย

“ข้าจะเอาไปแบ่งพวกที่รออยู่ ก่อนพวกเขากล่าวหาว่าข้าได้รางวัลคนเดียว”

เขาเดินสวนหลิงยวนไป ค้อมศีรษะให้เล็กน้อย

ตอนผ่านมุมระเบียง เสียงเยว่ซีดังตามลมมา

“ท่านลืมอะไรหรือไม่”

“ยังไม่ถึงพรุ่งนี้”

“ข้าหมายถึงกินข้าว”

จ้าวเฉิงยิ้มกับห่อขนมในมือ

แล้วเดินต่อโดยไม่หันกลับ

⸻

เยว่ซีจับชายแขนเสื้อหลิงยวนไว้ก่อนเขาจะกลับเข้าหอวินัย

“อาจารย์ฉินบอกว่าท่านยังไม่ได้กิน”

“เจ้าสำนักกำลังรอ”

นางหยิบห่อเล็กอีกห่อออกมา วางลงบนมือเขา

หลิงยวนเปิดดู

ขนมกุ้ยฮวาสองชิ้น

“นี่ก็ของทุกคนหรือ”

เยว่ซีเงยหน้ามองเขา

“ท่านได้ยิน?”

“ตรงบันไดไม่ไกลนัก”

นางขยับจะดึงห่อคืน แต่เขายกหนีเสียก่อน

“สองชิ้นนี้ข้าเก็บไว้ให้ท่าน” นางตอบ “พอใจหรือยัง”

หลิงยวนยิ้มบาง

“พอใจแล้ว”

เขาหยิบหนึ่งชิ้นส่งให้นาง

เยว่ซีรับมากัด ก่อนสายตาจะหยุดที่เศษแป้งตรงนิ้วของตนเอง

แวบหนึ่ง นางนึกถึงมือมารดาที่เคยประคองถาดขนม

ความคิดถึงแล่นขึ้นมาโดยไม่มีภาพน่ากลัวตามหลัง

นางเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพับกระดาษรองขนมให้เรียบร้อย

“พรุ่งนี้ข้าอยากเอาตำราเก่าของท่านพ่อไปถามผู้อาวุโสสวี่ด้วย”

หลิงยวนมองนาง

“หลังเดินเล่น”

เยว่ซียิ้ม

“ท่านจำแม่นเฉพาะเรื่องเช่นนี้หรือ”

“เจ้าลองผิดนัดดูได้”

นางยังไม่ทันโต้ ศิษย์หอวินัยก็มาหยุดตรงปลายระเบียง

สีหน้าของเขาทำให้ทั้งสองหยุดพูดพร้อมกัน

“ศิษย์พี่โม่ พบสิ่งที่หานจิ้นซ่อนไว้อีกชิ้นแล้วขอรับ”

⸻

สิ่งนั้นเป็นกระดาษพับบาง ซ่อนอยู่ระหว่างแผ่นหนังสองชั้นของฝักกระบี่

ไม่มีรายชื่อชาวบ้าน

ไม่มีเส้นทางขนส่ง

ด้านบนประทับตรารับรองของผู้ดูแลโอสถ ส่วนเนื้อความเป็นคำร้องที่ยังไม่ยื่นต่อชิงเสวียน อ้างเหตุว่าต้องตรวจนักโทษผู้หนึ่งเพิ่มเติม เพื่อสอบทานตำรับยาที่อาจตกไปอยู่ในมือคนร้าย

ชื่อกลางกระดาษชัดเจนใต้แสงตะเกียง

มู่เฉิงเจ๋อ

หลิงยวนอ่านจนจบแล้วพลิกดูด้านหลัง

มีข้อความเขียนด้วยลายมือเล็กกว่าส่วนอื่น

ถามเขาว่า เด็กสกุลหลินรับปราณได้พร้อมกันกี่สาย

หากเขาตอบได้ ให้ถามต่อว่าเขาต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยน

เยว่ซีอ่านข้ามแขนเขา ความเย็นค่อย ๆ แล่นขึ้นจากปลายนิ้ว

ชายที่มาเลือกชาวบ้านไปทดลองยา ไม่ได้ขึ้นเขามาเพียงดูว่าพยานตายหรือยัง

เขามาเลือกเหยื่อคนต่อไปด้วย

และคราวนี้ เขารู้ชื่อนางแล้ว

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 75 — เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น

    “ยกแขน”จ้าวเฉิงยกแขน“สูงกว่านั้น”เขายกสูงขึ้นจนชายแขนเสื้อเลื่อนลงถึงข้อศอกอาจารย์ฉินจับข้อมือเขาหมุนช้า ๆ ก่อนให้กำมือ คลายมือ แล้วออกแรงต้านฝ่ามือตนจ้าวเฉิงทำตามทุกอย่างโดยไม่เถียงสักคำหลินเยว่ซียืนมองอยู่ข้างประตูจนอดกระซิบกับเสี่ยวถังไม่ได้“วันนี้เขาว่าง่ายผิดปกติ”“ข้าได้ยิน”“เช่นนั้นหูก็หายดีแล้ว” อาจารย์ฉินกล่าวเสี่ยวถังรีบก้มหน้าจ้าวเฉิงเม้มปาก รอจนผู้รักษาคลำรอบแผลเก่าเสร็จจึงถาม“เป็นอย่างไรขอรับ”อาจารย์ฉินปล่อยมือ“แผลสมานดี เส้นเอ็นไม่บวม ขยับได้เต็มช่วง วันนี้ถอดผ้าคล้องได้”จ้าวเฉิงลุกพรวด“นั่งลง ข้ายังพูดไม่จบ”เขานั่งกลับทันที“กลับไปขยับเบา ๆ ก่อน ถึงวันแข่งข้าจะตรวจซ้ำ หากมีอาการเจ็บ บวม หรือชา ต้องบอก ห้ามกินยากดอาการเพื่อให้ตัวเองผ่าน”“ขอรับ”“และแขนหาย ไม่ได้แปลว่าฝีมือที่ทิ้งไปจะกลับมาพร้อมกัน”รอยยิ้มของจ้าวเฉิงลดลงเล็กน้อยเขามองมือข้างที่ไม่ได้จับกระบี่เต็มแรงมาหลายวัน แล้วลองกำดูอีกครั้งอาจารย์ฉินประทับตราลงบนใบรับรอง“ไปได้”คราวนี้จ้าวเฉิงไม่รีบลุกเขาคำนับเต็มท่า“ขอบพระคุณขอรับ”เมื่อออกมาถึงระเบียง เยว่ซีจึงยื่นกระบี่ที่ช่วยถือไว้ให้ชายหนุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 74 — ก่อนเสียงระฆัง

    “ข้าไม่เห็นด้วย”ผู้อาวุโสผู้หนึ่งผลักรายงานกลับไปกลางโต๊ะ“เผยเหวินซูเคยช่วยเซี่ยจิ้งเหิงปกปิดการขนคน แก้บัญชี และหลอกพวกเรามาแล้ว วันนี้เขาบอกทางถูก มิได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะไม่พาเราไปตาย”ไม่มีใครรีบโต้เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การจากโรงสีไว้ข้างรายงานนั้น“ข้าจึงเรียกทุกคนมาหารือ ก่อนจะต้องตัดสินใจในวันที่ไม่มีเวลาเหลือ”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เขาฟังจนอีกฝ่ายกล่าวจบจึงเอ่ยขึ้น“คำเตือนเรื่องเรือช่วยคนของเรารอด แต่ยังไม่เพียงพอให้ปล่อยตัว”ผู้อาวุโสผู้นั้นหันมอง“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด”“ให้เขาถ่ายทอดสิ่งที่รู้จนคนอื่นใช้ได้ เริ่มจากเส้นทางส่งของ รหัส และวิธีจัดการสิ่งที่เซี่ยจิ้งเหิงทิ้งไว้ เราจะได้ไม่ต้องรอถามเขาทุกครั้งที่มีคนเจ็บ”ผู้อาวุโสสวี่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะ“ส่วนไหนเกี่ยวกับอุปกรณ์ ข้าตรวจเอง เขาวาดได้ เราก็ต้องทำความเข้าใจได้”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกการตรวจเถียนลู่ออกมา“แต่บางอย่างอยู่ในตัวคน ปราณที่ฝังไว้เมื่อคืนต่างจากของที่เคยพบ มันพยายามทำลายชีพจรเมื่อถูกกด ไม่ใช่เพียงรบกวนจิต”“ถอนออกได้หรือไม่” เจ้าสำนักถาม“หยุดไว้ได้แล้ว ยังต้องหาวิธีถอนให้หมดโดยไม่ทำลายเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 73 — คนที่ยังส่งคำสั่ง

    “ป้ายเป็นของจริงขอรับ”ศิษย์หอวินัยวางสมุดลงข้างป้ายไม้ที่ยึดได้หลินเยว่ซียืนอยู่ริมโต๊ะกับโม่หลิงยวน ส่วนเจ้าสำนักเปิดหน้าที่คั่นไว้ รายชื่อผู้ติดตามคณะประลองเรียงอยู่ใต้ตรารับรอง แต่ตรงชื่อเจ้าของป้ายกลับมีหมึกแดงขีดทับ“เจ้าของแจ้งหายตั้งแต่เมื่อวาน” ศิษย์กล่าวต่อ “ตอนนี้พักอยู่ในเรือนรับรอง มีพยานยืนยันว่าไม่ได้ออกไปช่วงเกิดเหตุ”หลิงยวนพลิกป้ายดูด้านหลัง“เรียกเขามาถามว่าใครเข้าถึงสัมภาระได้บ้าง อย่าเพิ่งกล่าวหา”“ขอรับ”เยว่ซีมองรอยเลือดแห้งตามขอบไม้คนถือมันอาจหวังใช้ผ่านด่านหลังโจมตีขบวน หรืออาจเตรียมเข้ามาก่อนหน้านั้นแล้วแต่ป้ายเพียงชิ้นเดียวตอบไม่ได้นางจึงหันไปหาม้วนกระดาษบนโต๊ะ“แล้วภาพของข้าเล่าเจ้าคะ”ผู้อาวุโสสวี่เลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“กระดาษส่วนเก่าถูกตัดจากสมุดแล้วนำมาต่อใหม่ ข้อความด้านข้างเพิ่งเติมภายหลัง คนเขียนอย่างน้อยสองคน”เยี่ยจื้อหยวนใช้นิ้วชี้ตำแหน่งหมึกแดงโดยไม่แตะเนื้อกระดาษ“เส้นเหล่านี้เขียนทับทางเดินปราณเดิม บางจุดถึงกับฝืนให้พลังไหลสวนกัน”เยว่ซีไล่สายตาตามเส้นวงแดงอยู่บริเวณอก ท้องน้อย และข้อมือนางจำความขมของยาที่มู่เฉิงเจ๋อเคยให้ได้ แต่จำไม่ได้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 72 — ฝากหลังไว้กับเจ้า

    ธงแดงหลุดจากเสาในกระบวนท่าที่สามหลินเยว่ซีกระโจนคว้าได้ทัน แต่แรงลมกลับกระชากทั้งธงทั้งคนไปทางขอบลาน“ปล่อยธง!”เหยียนอวี้หนิงตะโกน“ปล่อยก็แพ้สิ!”เยว่ซีกอดคันธง หมุนตัวหลบกระบี่ไม้ที่แทงเข้าหาสีข้าง รองเท้าครูดผ่านแผ่นหินจนเกือบพ้นเส้นขาวอวี้หนิงเหยียบพื้นสันดินผุดขวางหลังเยว่ซี รับเท้านางไว้ก่อนจะหลุดออกนอกเขต แต่พร้อมกันนั้นก็ตัดสายน้ำที่นางกำลังดึงมาจากร่องข้างลานน้ำแตกกระเซ็น“ข้ากำลังจะใช้น้ำ!”“ข้ากำลังจะช่วยเจ้าไม่ให้ตก!”กระบี่ไม้ฟาดลงระหว่างทั้งสองพวกนางแยกหลบคนละทาง ฝ่ายใช้กระบี่ไม่ตามเยว่ซี กลับเข้าประชิดอวี้หนิง ส่วนศิษย์หญิงผู้ถือแผ่นอาคมสะบัดมือแผ่นไม้ตกลงบนพื้นสามจุดแสงสีเหลืองเชื่อมเป็นแนวขวางกลางลานเยว่ซียกคันธงขึ้นรับลมระลอกใหม่ ขณะอวี้หนิงถูกกระบี่บีบให้ถอยไปอีกฟากเพิ่งเริ่มไม่ถึงครึ่งก้านธูปพวกนางก็ถูกแยกออกจากกันแล้ว⸻ก่อนลงลาน ทั้งสองตกลงกันไว้เรียบร้อยอวี้หนิงรับคนใช้กระบี่ เยว่ซีดูธงและขัดขวางคนใช้ลม หากฝ่ายใช้อาคมเข้ามาใกล้ให้ถอยกลับมารวมกันแผนฟังดูดีจนคนใช้ลมไม่ยอมยืนอยู่ที่เดิม คนใช้กระบี่เปลี่ยนเป้าหมาย และอวี้หนิงยกดินปิดทางที่เยว่ซีตั้งใจจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 71 — กระบี่ที่ไม่ยอมหลีกทาง

    น้ำหยุดอยู่ห่างปลายเท้าหลินเยว่ซีไม่ถึงคืบสันดินผุดขึ้นขวางทาง ก่อนกระบี่ไม้จะฟันผ่านตำแหน่งที่ศีรษะนางเคยอยู่เยว่ซีย่อตัวหลบช้าไปครึ่งจังหวะปลายกระบี่อีกฝ่ายเปลี่ยนจากฟันเป็นกด กระแทกไหล่จนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น“หนึ่งแต้ม”ผู้ดูแลลานฝึกเคาะไม้ลงกับโต๊ะเหยียนอวี้หนิงถอนกระบี่กลับ“ข้าบอกแล้วว่าจะปิดทางน้ำ”เยว่ซีกัดฟันลุกขึ้น ความเจ็บตรงหัวไหล่แล่นลงถึงข้อศอก นางขยับแขนตรวจดู ก่อนยกกระบี่ใหม่“ข้าก็ได้ยิน”“แต่ยังทำเหมือนข้าไม่ได้บอก”อวี้หนิงไม่ได้ยิ้มเยาะ นางเพียงถอยกลับไปยืนหลังเส้นเริ่มต้น ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดนั่นทำให้เยว่ซีเถียงไม่ออกยิ่งกว่าเดิมรอบลานมีศิษย์ต่างกลุ่มยืนรอการฝึกประมือ บางคนจับคู่ซ้อมข้อมือ บางคนกำลังฟังผู้ดูแลอธิบายกติกา กระบี่ทุกเล่มเป็นไม้ ห้ามโจมตีดวงตาและลำคอ ห้ามใช้ปราณกระแทกจุดสำคัญ เมื่อผู้ดูแลสั่งหยุดต้องถอนมือทันทีเยว่ซีเหลือบมองพื้นตรงกลางเป็นแผ่นหินแห้ง ด้านข้างมีร่องดินกับน้ำที่อนุญาตให้ใช้ในการฝึกเมื่อคืนหลิงยวนให้นางลองรับกระบี่บนพื้นแห้งแล้วนางรับได้หลายครั้งแต่เขาไม่ได้ทำให้พื้นใต้เท้าขยับพร้อมกับกระบี่ที่แทงเข้าม

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status