Home / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

Share

บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

last update publish date: 2026-10-22 21:16:35

“นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง”

เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ

น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา

ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก

นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ

“เจ้าชื่ออะไร”

ชายหนุ่มกะพริบตา

“หลิวอันขอรับ”

“หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด”

“ชิงเสวียน”

“ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ”

เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ

เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ

เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก

มันดังจากใต้โต๊ะ

เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว

“อย่าปิด!”

เขาพุ่งมือไปหากระดาษ

เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น

ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง

“ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…”

เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที

“เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้”

ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง

⸻

เยว่ซีเพิ่งปักกังหันกระดาษไว้ข้างหน้าต่างเมื่อเสียงฝีเท้าเร่งร้อนผ่านหน้าเรือน

หลิงยวนรับข่าวจากศิษย์หอวินัย ฟังเพียงไม่กี่ประโยคก็หยิบกระบี่ขึ้น

นางวางห่อขนมลง

“คนที่ได้ยินเสียงหรือ”

“เขาเริ่มเห็นภาพขณะตื่นแล้ว”

“ข้าไปช่วยด้านนอกได้”

หลิงยวนมองนาง ก่อนพยักหน้า

“ไปกับผู้รักษา หากได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน ให้บอกทันที”

เยว่ซีรับคำแล้วหยิบกระบี่ของตน

ความทรงจำที่ตลาดเป็นเสียงหัวเราะของบิดา

แต่เสียงที่กำลังเรียกศิษย์คนนั้นกลับต้องการพาเขาไปที่ใดสักแห่ง

นางจะไม่ยอมให้ความคิดถึงของใครถูกใช้เป็นเชือกลากคออีก

⸻

เมื่อมาถึงเรือนพักแขก เยว่ซีเห็นศิษย์ถูกย้ายออกจากห้องใกล้เคียงแล้ว เจ้าสำนักยืนคุมแนวอาคมอยู่กลางลาน ส่วนผู้อาวุโสสวี่กำลังตรวจพื้นไม้ใต้ชายคา

ภายในห้อง หลิวอันนั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้ เหงื่อชุ่มทั้งใบหน้า

โต๊ะเบื้องหน้าเขาถูกล้อมด้วยปราณสีเงินอมฟ้า

“แผ่นกระดูกยังถูกผนึกอยู่?” หลิงยวนถาม

“ครบทุกชั้น” ผู้อาวุโสสวี่ตอบ “ข้าให้คนตรวจแล้ว มันไม่ได้ส่งเสียงเพิ่ม”

หลิงยวนมองรอยแดงใต้ยันต์

“เช่นนั้นสิ่งที่เหลืออยู่ติดมากับผู้ฟัง”

เสิ่นซูเหอพยักหน้า

“ทุกครั้งที่เขาตอบเสียง รอยนี้จะชัดขึ้น ข้าให้เขาพูดเรื่องปัจจุบัน อาการสงบลงได้พักหนึ่ง แต่เสียงกลับมาเร็วขึ้น”

หลิวอันเงยหน้า

ริมฝีปากเขาขยับทั้งที่ยังพยายามกัดฟันห้ามไว้

“นางเรียกอีกแล้ว”

หลิงยวนคุกเข่าลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกัน

“เสียงบอกให้เจ้าทำสิ่งใด”

ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย

“เปิดประตู”

“เจ้ามองเห็นประตูตรงไหน”

ดวงตาของหลิวอันเลื่อนไปทางผนังว่าง

ปลายนิ้วหลิงยวนแตะด้ามกระบี่

บนผนังนั้น มีรอยชื้นซึมขึ้นเป็นเส้นตรงแล้ว

⸻

“อย่าพังผนัง”

เสียงเยี่ยจื้อหยวนดังมาจากประตูห้อง

ชายผู้นั้นก้าวเข้ามาพร้อมม้วนบันทึก ชายเสื้อคลุมมีฝุ่นจากการเดินทาง เขามองหลิวอันเพียงครั้งเดียว ก่อนวางภาพอักขระลงบนโต๊ะเล็กด้านข้าง

“ทำลายสิ่งที่มันยึดอยู่ได้ แต่หากยังมีรอยชักนำในตัวเขา มันจะสร้างภาพขึ้นใหม่”

หลิงยวนลุกขึ้น

“ตัดตรงไหน”

เยี่ยจื้อหยวนชี้ร่องวงในของภาพ

“ต้องดึงรอยที่ฝังอยู่ในประสาทรับเสียงออกก่อน ข้ากับอาจารย์เสิ่นจะทำ ส่วนเจ้าเฝ้าปราณที่มันส่งตามมา”

เขาหันไปหาหลิวอัน

“ข้าต้องถามเจ้าเรื่องหนึ่ง มารดาของเจ้ายังมีชีวิตหรือไม่”

ชายหนุ่มนิ่งไป

“เสียไปสามปีแล้วขอรับ”

เสียงตอบเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“ก่อนสิ้นใจ นางพูดสิ่งใดกับเจ้า”

หลิวอันหลับตา น้ำตาไหลลงข้างแก้ม

“ข้าไปไม่ทัน”

ไม่มีผู้ใดพูดแทรก

เขากำชายเสื้อแน่น

“ข้าลงเขากลับบ้านช้าไปสองวัน จึงไม่รู้ว่านางจะพูดสิ่งใด”

เยี่ยจื้อหยวนลดม้วนบันทึกลง

“สิ่งนั้นกำลังให้สิ่งที่เจ้ารอ แต่ทุกครั้งที่เจ้าตอบ มันจะใช้ปราณของเจ้าสร้างทางเข้ามาเพิ่ม”

“ถ้า…ถ้าเป็นนางจริงเล่า”

คำถามนั้นทำให้เยว่ซีซึ่งยืนอยู่ข้างประตูเจ็บแปลบในอก

นางเคยอยากได้ยินเสียงบิดามารดามากเพียงใด ย่อมเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงไม่ยอมปล่อยความหวังง่าย ๆ

เยว่ซีก้าวเข้ามาเพียงหนึ่งก้าว

“ความคิดถึงของเจ้าเป็นของจริง” นางกล่าว “แต่เจ้าต้องไม่ยอมให้ใครใช้มันทำร้ายเจ้า”

หลิวอันมองนาง

นางไม่ได้บอกให้เขาเลิกคิดถึง

ไม่ได้เรียกเขาว่าโง่

เขาก้มหน้าลงช้า ๆ แล้วพยักหน้า

⸻

ผู้อาวุโสสวี่ถอดแผ่นรับเสียงจากกล่องสำรองมาตั้งไว้ข้างเก้าอี้ ขณะที่เสิ่นซูเหอปักเข็มประคองชีพจร เยี่ยจื้อหยวนวางนิ้วสองนิ้วหลังใบหูหลิวอัน

เยว่ซีถอยออกมายังระเบียงตามคำสั่ง

นางช่วยผู้รักษาย้ายถาดเข็มและน้ำสะอาดพ้นแนวประตู แล้วสังเกตเห็นรอยชื้นเล็ก ๆ ใต้ขาโต๊ะด้านนอก

มันลากเป็นเส้นบางมุ่งไปหาร่องระบายน้ำ

เยว่ซีไม่ได้แตะ

“ผู้อาวุโสสวี่ ตรงพื้นเจ้าค่ะ”

เขาหันมาเห็นแล้วรีบโยนแผ่นกั้นลงขวางทาง

รอยชื้นหยุดตรงขอบโลหะ

“มันกำลังหาทางอื่น” เขาตะโกนเข้าไป

ในห้อง หลิวอันกระตุก

เสียงของสตรีดังผ่านริมฝีปากเขา

“เหตุใดเจ้าจึงให้คนอื่นมาขวางแม่”

เยว่ซีขนลุกไปทั้งแขน

เยี่ยจื้อหยวนกดปลายนิ้วแน่นขึ้น

“หลิวอัน บอกชื่อของเจ้า”

“หลิว…อัน…”

“อยู่ที่ใด”

“ชิงเสวียน!”

รอยชื้นบนผนังบิดงอ

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องดังลั่น ประตูสีแดงปรากฏทับผนังครึ่งบาน ก่อนร่างคล้ายสตรีจะดันตัวออกมา

ใบหน้าของมันพร่าเลือน แต่แขนยาวผิดธรรมชาติพุ่งตรงเข้าหาเยี่ยจื้อหยวน

หลิงยวนชักกระบี่

แสงสีเงินอมฟ้าตัดแขนนั้นขาดกลางอากาศ

ปราณดำกระแทกม่านกั้นเป็นวงกว้าง หน้าต่างทั้งสองบานสั่นสะเทือน ก่อนเงาที่เหลือจะหดต่ำแล้วพุ่งออกทางพื้น

หลิงยวนเหยียบขอบเก้าอี้ พลิกตัวข้ามหลิวอันลงขวาง

คมกระบี่ปักพื้น

แสงผนึกแผ่ออกเป็นแนวโค้ง บังคับเงาดำให้ถอยกลับเข้ากลางห้อง

มันคำราม

คราวนี้เสียงที่ออกมากลับเหมือนหลิวอันทุกประการ

“ช่วยข้าด้วย!”

ผู้รักษาด้านนอกเผลอขยับเข้าไป

เยว่ซีคว้าแขนไว้

“คนอยู่บนเก้าอี้เจ้าค่ะ!”

เงาดำฟาดเข้าหาวงผนึกอีกครั้ง แรงปะทะสะบัดถาดทองแดงข้างผนังลอยออกมาทางประตู

เยว่ซีชักกระบี่รับเฉียง

เสียงโลหะกระแทกดังเคร้ง

ถาดเบี่ยงไปชนเสา แต่แรงหนักทำให้ข้อมือนางชา นางถอยตั้งหลักทันที ไม่พยายามรับแรงซ้ำตรง ๆ

จากใต้ถาด เส้นดำพุ่งเข้าหาข้อเท้าผู้รักษา

เยว่ซีแตะเถาที่ขึ้นตามราวระเบียง

ยอดเถาดีดตัวขึ้นเกี่ยวขาถาด ดึงมันกลับมาครอบเส้นดำไว้ชั่วขณะ

“ตรงนี้!”

ผู้อาวุโสสวี่กดแผ่นกั้นทับลงทันที

นางปล่อยปราณไม้ ถอยออกจากวงแสงก่อนเถาจะแตกเป็นเสี้ยน

ภายในห้อง หลิงยวนมองเห็นทุกอย่างแล้ว

“ปิดพื้นด้านนอกให้หมด”

เจ้าสำนักกางฝ่ามือ

อาคมกลางลานสว่างขึ้น แนวปราณตัดทางเลื้อยตามรอยไม้จนเงาดำเหลือเพียงพื้นที่รอบเก้าอี้

เยี่ยจื้อหยวนดึงมือออกช้า ๆ

เส้นดำเล็กเหมือนเส้นผมติดอยู่ระหว่างปลายนิ้ว มันดิ้นและพยายามย้อนกลับไปหาหลิวอัน

“อย่าตอบมัน” เขาบอก

ชายหนุ่มกัดฟัน น้ำตาไหลไม่หยุด

“อันเอ๋อร์…”

เสียงสตรีอ่อนโยนลง

“แม่หนาว”

หลิวอันสะอื้นจนไหล่สั่น

เขายกมือขึ้นเหมือนจะเอื้อมไปหา

เยว่ซีเกร็งมือกับด้ามกระบี่

แต่ก่อนนิ้วของเขาจะถึงเส้นดำ หลิวอันกลับกำมือแน่นแล้วกดมันลงบนเข่าตนเอง

“เอามันออกไป”

เยี่ยจื้อหยวนกระชากรอยชักนำพ้นใบหู

หลิงยวนพลิกคมกระบี่ตัดทันที

เสียงเรียกขาดกลางคำ

เงาบนผนังหันมาทางเขา ใบหน้าแยกออกเป็นช่องมืด ก่อนพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง

หลิงยวนก้าวสวน

กระบี่สีเงินอมฟ้าทะลุกลางเงา ปราณบริสุทธิ์ระเบิดออกตามแนวคม ตรึงมันไว้เหนือพื้นโดยไม่แตะร่างคนบนเก้าอี้

เยี่ยจื้อหยวนส่งรอยชักนำลงในกล่องกั้นเสียง

ผู้อาวุโสสวี่ปิดฝา

แกร๊ก

หลิงยวนบิดข้อมือ

เงาดำแตกกระจายเป็นควัน ถูกแสงผนึกเผาจนหมดในคราวเดียว

ประตูแดงเลือนหายจากผนัง

เหลือเพียงหลิวอันที่ฟุบหน้าร้องไห้อยู่กับฝ่ามือ

⸻

เสิ่นซูเหอตรวจชีพจรเขาอีกครั้ง ก่อนถอนเข็มบางส่วนออก

“ยังต้องเฝ้าอาการคืนนี้ แต่ปราณหยุดไหลออกแล้ว”

หลิวอันพยักหน้าโดยไม่เงยหน้า

“ข้าเกือบพามันเข้ามา”

เยี่ยจื้อหยวนปิดกล่องผนึกชั้นนอก

“เจ้าถูกมันทำร้าย และเมื่อมีโอกาส เจ้าก็ช่วยเราหยุดมัน”

ชายหนุ่มเงียบไป ก่อนค่อย ๆ ลดมือ

เยว่ซียื่นผ้าสะอาดให้

เขารับแล้วกระซิบขอบคุณ

นางไม่ได้ถามว่าเขายังอยากได้ยินเสียงมารดาหรือไม่

บางความคิดถึงไม่อาจหายไปเพียงเพราะรู้ว่าเคยถูกหลอก

แต่คืนนี้ อย่างน้อยเขาจะไม่ต้องอยู่กับมันเพียงลำพัง

⸻

ด้านนอก หลิงยวนจับข้อมือเยว่ซีขึ้นดู

นางขยับนิ้วให้ก่อนเขาจะถาม

“ยังขยับได้ครบ เพียงชาตอนรับถาด”

เขาตรวจข้อต่อแล้วคลายมือ

“ถ้าข้ารับอีกครั้ง กระบี่คงหลุด”

“ครั้งหน้าใช้แนวเสาช่วยบังได้ ไม่จำเป็นต้องรับเองทุกชิ้น”

เยว่ซีพยักหน้า จดจำโดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกตำหนิ

นางเหลือบเห็นชายแขนเสื้อของเขามีรอยขาดเล็กน้อย

“ของท่านล่ะ”

“เพียงเสื้อ”

นางพลิกดูจนเห็นว่าไม่มีแผลจริงจึงปล่อย

หลิงยวนมองท่าทางนั้นแล้วเอ่ยเบา ๆ

“ตรวจละเอียดกว่าผู้คุมเสียอีก”

“ผู้คุมไม่ได้เสียเงินซื้อหมั่นโถวให้ท่านกิน”

เขาเลิกคิ้ว

“ข้าเป็นคนจ่าย”

เยว่ซีชะงัก ก่อนดึงแขนเสื้อเขาลงปิดรอยขาด

“เช่นนั้นข้าตรวจให้เป็นค่าตอบแทน”

มุมปากหลิงยวนยกขึ้น

ความหนักในอกนางเบาลงเล็กน้อย

เสียงเรียกเมื่อครู่ทำให้นางคิดถึงบิดามารดาอีกครั้ง แต่คราวนี้มีมืออุ่นของคนตรงหน้าอยู่ในมือ และนางรู้ว่าตนกำลังยืนอยู่ที่ใด

⸻

หลังจัดเวรเฝ้าหลิวอัน เยี่ยจื้อหยวนนำกล่องไปยังห้องตรวจหลักฐาน

เจ้าสำนักรออยู่พร้อมบันทึกจากป่าระฆัง

“เหตุเก่าถูกจัดการแล้ว เหตุใดจึงมีสิ่งนี้อีก” เขาถาม

เยี่ยจื้อหยวนวางภาพสองชุดเทียบกัน

“ของในป่าใช้เสียงล่อให้คนเดินเข้าหาแหล่งอาคม เมื่อทำลายแหล่งนั้น คนจึงพ้นจากการชักนำ ส่วนชิ้นนี้เพิ่มร่องสำหรับฝังรอยไว้กับผู้ฟัง แม้นำของออกห่าง ภาพก็ยังเกิดขึ้นในฝันได้”

ผู้อาวุโสสวี่ขมวดคิ้ว

“มีคนแก้แบบ”

“ใช่ และสิ่งที่พยายามออกมาเมื่อครู่เป็นปราณมารซึ่งเกาะรอยนั้น เราตัดทางของหลิวอันได้แล้ว แต่ต้องหาว่ามันถูกส่งมาจากที่ใด”

หลิงยวนมองภาพประตูแดงที่ศิษย์คัดไว้ก่อนรอยน้ำแห้ง

“ภาพนี้อาจเป็นสถานที่จริง?”

“อาจใช่ หรือเป็นภาพที่ใช้ล่อ ต้องตรวจจากหลักฐานอื่น”

เจ้าสำนักให้คนคัดภาพส่งไปสอบหานจิ้นกับชายผ้าคลุมเทาแยกกัน จากนั้นจึงส่งอีกชุดให้ผู้ตรวจบันทึกการขนส่ง

เยว่ซีมองกล่องบนโต๊ะ

“หากพบของเช่นนี้อีก คนที่ไม่เคยได้ยินควรทำอย่างไรเจ้าคะ”

เยี่ยจื้อหยวนตอบทันที

“อย่าลองฟังเพื่อพิสูจน์ เก็บระยะแล้วให้ผู้รู้ผนึกมัน หากได้ยินแล้วให้บอกคนข้างกาย แม้เสียงนั้นจะขอให้เก็บเป็นความลับก็ตาม”

นางพยักหน้า

คำเตือนนี้ควรไปถึงศิษย์ทุกคนก่อนงานประลอง

เจ้าสำนักจึงสั่งให้จัดคำชี้แจงสั้น ๆ พร้อมวิธีแจ้งเหตุ โดยไม่เปิดรายละเอียดพยานหรือสถานที่เก็บของกลาง

⸻

เมื่อการตรวจจบลง ผู้อาวุโสสวี่เรียกเยว่ซีไว้

“สมุดที่เจ้าจะดู ข้านำมาแล้ว”

นางชะงัก ก่อนหันไปหาหลิงยวน

เขาพยักหน้าให้นางไป ส่วนตนอยู่ฟังรายงานต่อ

ห้องทำงานด้านข้างมีสมุดเก่าวางอยู่สามเล่ม ผู้อาวุโสสวี่เปิดเล่มกลางให้ดู

กระดาษเต็มไปด้วยรูปชิ้นส่วนกับลายมือสองแบบ

เยว่ซีจำลายมือบิดาได้ทันที

นิ้วของนางหยุดเหนือขอบกระดาษโดยไม่แตะหมึก

“ท่านพ่อเขียนหรือเจ้าคะ”

“ส่วนที่เถียงข้าทั้งหน้านั่นแหละ”

เยว่ซีเงยหน้ามอง

ผู้อาวุโสสวี่ชี้ข้อความริมภาพ

“ข้าจะทำของเล่นให้หมุนด้วยหินปราณ บิดาเจ้าบอกว่าหากทำเช่นนั้น เด็กก็ไม่ต้องเรียนรู้ว่าลมมาจากทางใด”

นางอ่านประโยคนั้นช้า ๆ

ให้นางลองถือรับลมเองก่อน อย่าเพิ่งทำทุกอย่างแทนนาง

ข้างตัวอักษรมีภาพกังหันเล็ก ๆ และรอยหมึกกลมที่ดูไม่เหมือนส่วนใดของแบบ

เยว่ซีแตะขอบหน้ากระดาษ

ภาพหนึ่งวาบขึ้นมา

ปลายนิ้วเล็กของนางเปื้อนหมึก กดลงบนสมุดอย่างภาคภูมิใจ

บิดามองรอยดำแล้วถามว่าเป็นสิ่งใด

“ดวงจันทร์เจ้าค่ะ”

“กลางวันก็มีดวงจันทร์หรือ”

“ข้าอยากให้มี”

เสียงหัวเราะของคนสองคนดังขึ้นพร้อมกัน

เยว่ซีหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนลืมขึ้นมามองผู้อาวุโสสวี่

“ข้าบอกว่ามันเป็นดวงจันทร์”

เขานิ่งไป

นางชี้รอยหมึกกลมนั้น

“แล้วท่านบอกว่า ดวงจันทร์ของข้าทำแบบของท่านเลอะ”

ผู้อาวุโสสวี่มองนางอยู่นาน ก่อนหัวเราะเบา ๆ

“ข้าคงพูดเช่นนั้นจริง”

เยว่ซีหัวเราะตาม แต่น้ำตากลับหยดลงบนหลังมือ

ผู้อาวุโสสวี่เลื่อนผ้าให้ แล้วหมุนสมุดให้พ้นหยดน้ำอย่างเงียบ ๆ

“ยังมีอีกหลายหน้า เจ้าค่อยมาดูได้”

นางพยักหน้า

คราวนี้นางไม่รีบพลิกต่อ

เพียงมองรอยนิ้วมือเล็ก ๆ ของตนที่บิดาเก็บไว้บนกระดาษมาตลอด

⸻

ดึกแล้ว เมื่อภาพประตูแดงถูกนำเข้าไปยังห้องสอบสวนของเผยเหวินซู

เขามองสะพานแคบในภาพ ก่อนขอพู่กัน

ผู้คุมเลื่อนให้

เผยเหวินซูวาดเสาหินเพิ่มสองต้นตรงปากสะพาน แล้วขีดวงที่ฐานต้นขวา

“ตรวจว่ามีรอยแตกแนวนี้หรือไม่”

“เจ้ารู้จักสถานที่?”

“ข้าเคยส่งของไป บึงด้านนอกตื้น แต่ใต้สะพานมีทางน้ำลึกสำหรับนำของเข้าทางเรือ”

“ที่ใด”

เผยเหวินซูเขียนชื่อเรือนแห่งหนึ่งลงบนกระดาษ

ผู้คุมอ่านแล้วหน้าเปลี่ยนสี

ชื่อเดียวกันอยู่ในบัญชีสถานที่พักของคณะผู้เข้าร่วมงานประลอง ซึ่งเพิ่งส่งมาถึงสำนักเมื่อเช้า

“เจ้ามั่นใจหรือ”

เผยเหวินซูมองภาพอีกครั้ง

“สะพานคล้ายกัน แต่ข้าไม่เคยเห็นประตูทาสีแดง ตอนที่ข้าไป มันเป็นสีดำ”

เขาวางพู่กัน

“เปิดหน้ารายการของที่ส่งไปครั้งสุดท้าย”

ผู้คุมให้คนนำสำเนามา แล้วเลื่อนตรงหน้า

เผยเหวินซูชี้รายการที่ถูกลงไว้ว่าแผ่นรองพื้น

ใต้บรรทัดนั้น มีจำนวนกำกับอยู่มากกว่าที่ห้องธรรมดาจะใช้หลายเท่า

“ของพวกนี้ไม่ได้ปูให้คนเดิน”

เขาเงยหน้าขึ้น

“มันใช้วางใต้เตียง”

นอกห้อง เสียงระฆังเปลี่ยนเวรดังขึ้น

ผู้คุมคว้ากระดาษแล้วลุกทันที

คืนพรุ่งนี้ คณะศิษย์จากสามสำนักจะเข้าพักที่เรือนแห่งนั้น

และทุกคนถูกจัดให้นอนที่นั่นเรียบร้อยแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 71 — กระบี่ที่ไม่ยอมหลีกทาง

    น้ำหยุดอยู่ห่างปลายเท้าหลินเยว่ซีไม่ถึงคืบสันดินผุดขึ้นขวางทาง ก่อนกระบี่ไม้จะฟันผ่านตำแหน่งที่ศีรษะนางเคยอยู่เยว่ซีย่อตัวหลบช้าไปครึ่งจังหวะปลายกระบี่อีกฝ่ายเปลี่ยนจากฟันเป็นกด กระแทกไหล่จนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น“หนึ่งแต้ม”ผู้ดูแลลานฝึกเคาะไม้ลงกับโต๊ะเหยียนอวี้หนิงถอนกระบี่กลับ“ข้าบอกแล้วว่าจะปิดทางน้ำ”เยว่ซีกัดฟันลุกขึ้น ความเจ็บตรงหัวไหล่แล่นลงถึงข้อศอก นางขยับแขนตรวจดู ก่อนยกกระบี่ใหม่“ข้าก็ได้ยิน”“แต่ยังทำเหมือนข้าไม่ได้บอก”อวี้หนิงไม่ได้ยิ้มเยาะ นางเพียงถอยกลับไปยืนหลังเส้นเริ่มต้น ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดนั่นทำให้เยว่ซีเถียงไม่ออกยิ่งกว่าเดิมรอบลานมีศิษย์ต่างกลุ่มยืนรอการฝึกประมือ บางคนจับคู่ซ้อมข้อมือ บางคนกำลังฟังผู้ดูแลอธิบายกติกา กระบี่ทุกเล่มเป็นไม้ ห้ามโจมตีดวงตาและลำคอ ห้ามใช้ปราณกระแทกจุดสำคัญ เมื่อผู้ดูแลสั่งหยุดต้องถอนมือทันทีเยว่ซีเหลือบมองพื้นตรงกลางเป็นแผ่นหินแห้ง ด้านข้างมีร่องดินกับน้ำที่อนุญาตให้ใช้ในการฝึกเมื่อคืนหลิงยวนให้นางลองรับกระบี่บนพื้นแห้งแล้วนางรับได้หลายครั้งแต่เขาไม่ได้ทำให้พื้นใต้เท้าขยับพร้อมกับกระบี่ที่แทงเข้าม

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 70 — หนึ่งครั้งที่ต้องเอื้อมถึง

    ปลายกระบี่ไม้แตะหน้าผากหลินเยว่ซี ก่อนกระบี่ในมือนางจะยกพ้นเอวเสียอีกนางยืนนิ่งโม่หลิงยวนลดมือลง“อีกครั้ง”“เมื่อครู่ข้ายังไม่ได้ตั้งท่า”“ข้าเห็นแล้ว”เยว่ซีหรี่ตาใส่เขาลานฝึกด้านตะวันออกยังปกคลุมด้วยหมอกบาง แสงเช้าส่องผ่านยอดไม้ลงบนพื้นหินซึ่งมีรอยกระบี่เก่าพาดอยู่หลายแนว รอบลานมีรางน้ำตื้นและแปลงไม้เลื้อยสำหรับศิษย์ฝึกปราณ ไม่มีแผ่นอาคมให้เลื่อน ไม่มีโต๊ะหรือแบบแปลนให้ก้มอ่านมีเพียงเขา กระบี่สองเล่ม และระยะห่างสามก้าวก่อนเริ่ม หลิงยวนตรวจแผลที่มือนางแล้ว รอยข่วนไม่ลึก ไหล่ยังตึงเล็กน้อยแต่ขยับได้ตามปกติ เขาจึงกำหนดให้ฝึกช่วงสั้น สลับพัก และยังไม่ใช้ปราณจนกว่าจะอุ่นร่างกายพอเยว่ซีขยับเท้าขวาไปด้านหลังคราวนี้นางยกกระบี่ทันทีเสียงไม้กระทบกันดังแปะกระบี่ของนางถูกปัดออก ปลายกระบี่อีกฝ่ายหยุดตรงหัวไหล่“อีกครั้ง”นางสูดลมหายใจครั้งที่สาม เยว่ซีไม่รอให้เขาลงมือก่อนนางแทงตรงเข้าหาหน้าอกหลิงยวนขยับเพียงครึ่งก้าว คมไม้ของนางผ่านชายเสื้อไป ขณะที่กระบี่เขาแตะข้อมือนางเบา ๆนิ้วคลายโดยไม่ตั้งใจกระบี่ร่วงลงพื้นเยว่ซีก้มมองมัน แล้วเงยหน้ามองเขา“ท่านทำเช่นนี้กับศิษย์ทุกคนหรือ”“คนท

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 69 — คนที่เรียกอยู่ข้างหลัง

    “ของที่ช่วยให้หลับสบายอยู่ที่ใด”โม่หลิงยวนถามทันทีที่ก้าวเข้าประตูเรือนพักหลังใหม่ผู้อาวุโสผู้ดูแลคณะจากสามสำนักลุกขึ้นจากโต๊ะ ใบหน้ามีแววไม่พอใจจากการถูกเปลี่ยนที่พักกลางดึก แต่เมื่อเห็นกระดาษในมือเขา สีหน้าก็เปลี่ยนไป“เกิดอะไรขึ้นอีก”หลิงยวนวางสำเนารายชื่อบนโต๊ะ“คนเหล่านี้ได้รับของก่อนเดินทางมาหรือไม่”อีกฝ่ายก้มอ่าน ก่อนชี้ชื่อศิษย์สองคนของตน“ได้รับหมอนสมุนไพร บอกว่าเป็นของรับรองจากเรือนชิงเหอ ข้าให้ตรวจแล้ว มีแต่ใบยาแห้งกับดอกไม้”“ใครเป็นผู้ตรวจ”คำถามนั้นทำให้ห้องเงียบลงผู้อาวุโสหันไปมองชายชุดน้ำตาลที่ยืนอยู่ข้างหีบเดินทางชายผู้นั้นค่อย ๆ วางถ้วยชา“ข้าเอง”หลินเยว่ซีหยุดอยู่หลังหลิงยวนครึ่งก้าว นางเห็นมือขวาของชายชุดน้ำตาลหายเข้าไปในแขนเสื้อ“มือเขา!”ถ้วยชาถูกปาใส่ตะเกียงทันทีหลิงยวนชักกระบี่แสงสีเงินอมฟ้าตัดถ้วยกลางอากาศ เศษกระเบื้องยังไม่ทันตกถึงพื้น ชายชุดน้ำตาลก็ถีบหีบเดินทางใส่ผู้อาวุโสแล้วพุ่งไปทางประตูด้านข้างจ้าวเฉิงยืนขวางอยู่ก่อนแล้ว“ข้าอุตส่าห์เลือกประตูที่ลมไม่โกรก”ปลายฝักกระบี่กระแทกข้อมืออีกฝ่ายของชิ้นเล็กหลุดออกจากแขนเสื้อเป็นหลอดกระดูกยาวเพียงครึ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 66 — วันนี้ข้านัดเจ้าไว้

    หลินเยว่ซีเพิ่งพบว่าการเดินลงเขาอาจยากกว่าการฝึกกระบี่โดยเฉพาะเมื่อโม่หลิงยวนจับมือนางมาตลอดทางศิษย์คู่แรกที่เดินสวนมาค้อมศีรษะตามปกติ คู่ถัดไปมองมือทั้งสองแล้วรีบก้มหน้า ส่วนคนสุดท้ายเดินผ่านไปแล้วถึงกับหันกลับมา จนเกือบชนต้นไม้ข้างทางเยว่ซีลองขยับนิ้วหลิงยวนก้มมอง“เจ็บหรือ”“มีคนมอง”เขาหันไปทางศิษย์ที่เพิ่งชนกิ่งไม้ คนผู้นั้นรีบยกแขนคารวะแล้วเดินเร็วกว่าเดิม“ตอนนี้ไม่มีแล้ว”เยว่ซีเม้มปาก“ท่านแก้ปัญหาเช่นนี้หรือ”“เจ้าต้องการให้ข้าปล่อย?”เขาคลายมือเล็กน้อย เปิดโอกาสให้นางดึงออกเยว่ซีกลับเป็นฝ่ายจับไว้หลิงยวนไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากของเขาทำให้นางอยากเหยียบรองเท้าคู่นั้นสักครั้ง⸻เสี่ยวถังวิ่งมาถึงประตูสำนักพร้อมป้ายอนุญาตออกนอกเขตงานช่วงเช้าส่งต่อเรียบร้อยแล้ว นางขอลงตลาดในเวลาพักตามข้อกำหนดของหอวินัย จึงไม่ได้แอบหนีเวร แต่เหตุผลที่บอกผู้ดูแลมีเพียงซื้อด้ายกับของใช้จ้าวเฉิงมองตะกร้าในมือเพื่อน“เจ้าจะซื้อด้ายจริงหรือ”“จริง”“แล้วเหตุใดต้องเดินหลบหลังข้า”“ศิษย์พี่โม่ยังอยู่ข้างหน้า”จ้าวเฉิงถอนหายใจข้างกันมีศิษย์หนุ่มจากเรือนครัวติดมาด้วย เขามีหน้าที่ซื้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status