แชร์

บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

ผู้เขียน: อวี้จวิน (玉君)
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-22 21:43:34

“หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก”

เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ

ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก

โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ

เรือนรับรองชิงเหอ

สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้

“ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด”

“คนงานเล่า” หลิงยวนถาม

“ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน”

“ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง”

เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้

เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน

“เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้”

หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด

แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง

“ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย”

เขาหยิบกระบี่ขึ้น

คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ

แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน

⸻

หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดินหน้าเรือนรักษา

อีกฝ่ายกำลังจัดห่อยาใส่หีบ ศิษย์ผู้ช่วยสองคนยกเปลพับออกมาวางข้างประตู

“หลิวอันเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“หลับแล้ว ชีพจรสงบขึ้นมาก อาจารย์ฉินเฝ้าอยู่”

เสิ่นซูเหอผูกห่อผ้าจนแน่น ก่อนเงยหน้ามองนาง

“ข้าต้องลงเขาไปตรวจคนงานที่เรือนพักแห่งหนึ่ง เจ้าไปช่วยรับผู้บาดเจ็บกับข้าได้ แต่ต้องอยู่ตรงจุดรักษา”

เยว่ซีมองเปล

“เกี่ยวกับประตูที่เขาเห็นหรือเจ้าคะ”

“อาจเกี่ยว ต้องตรวจให้แน่”

นางกลับไปหยิบเสื้อคลุมกับกระบี่โดยไม่ถามต่อให้เสียเวลา

เมื่อออกมา เสี่ยวถังยืนอยู่ข้างหีบยาแล้ว

“ข้านับผ้าพันแผลให้ครบแล้ว อยู่ช่องขวา เข็มสำรองอยู่ช่องเล็ก”

นางพูดเร็ว ก่อนยื่นห่อผ้าอีกห่อให้เยว่ซี

“ขนมกุ้ยฮวา ยายห่อไว้ให้ตั้งแต่เย็น เจ้าคงยังไม่ได้กินอะไร”

เยว่ซีรับมา

“เจ้าไม่ถามหรือว่าข้าจะไปไหน”

เสี่ยวถังเหลือบมองคนที่กำลังยกเปลขึ้นรถ

“กลับมาแล้วค่อยเล่า ข้าจะช่วยอาจารย์ฉินเฝ้าที่นี่”

เยว่ซีจับมือเพื่อนบีบหนึ่งครั้ง ก่อนรีบตามเสิ่นซูเหอออกไป

ตรงประตูสำนัก หลิงยวนกำลังฟังรายงานจากจ้าวเฉิง

เมื่อเห็นกระบี่ข้างเอวนาง สายตาของเขาหยุดอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าไปกับอาจารย์เสิ่น” เยว่ซีบอกก่อน “อยู่ตรงจุดรักษา”

เขาพยักหน้า แล้วดึงปมเสื้อคลุมซึ่งนางผูกเบี้ยวให้เข้าที่

“หากได้ยินเสียงเรียก บอกคนข้างตัวทันที”

“ท่านก็เช่นกัน”

มือของเขาหยุดเล็กน้อย

เยว่ซีมองตรงเข้าไปในดวงตาคู่นั้น

“ไม่ว่าจะเป็นเสียงใคร”

“ได้”

จ้าวเฉิงยืนรอจนทั้งสองพูดจบ จึงยื่นถุงเล็กให้นาง

ข้างในเป็นสำลีสำหรับอุดหู

“เตรียมไว้ เผื่อข้าเตือนแล้วเจ้าไม่ได้ยิน”

เยว่ซีเลิกคิ้ว

“อุดหูแล้วจะได้ยินเจ้าได้อย่างไร”

เขานิ่งไป ก่อนดึงสำลีออกมาหนึ่งชิ้น

“เช่นนั้นอุดข้างเดียวก่อน”

นางเกือบหัวเราะ แต่พอเห็นเขาเก็บสีหน้าขี้เล่นแล้วหันไปตรวจสายรัดกระบี่ ความกังวลในอกก็กลับมาชัดอีกครั้ง

คืนนี้คงไม่มีผู้ใดได้ใช้ของที่เตรียมมาเพื่อความสบายใจเพียงอย่างเดียว

⸻

เรือนรับรองชิงเหอเปิดประตูให้ผู้ตรวจโดยไม่มีการขัดขืน

ผู้ดูแลเป็นชายวัยกลางคน ใบหน้าขาวซีดจากการถูกปลุก เขายกตะเกียงเดินนำผ่านลานกลาง พลางอธิบายว่าห้องพักทั้งหมดจัดไว้เรียบร้อยแล้ว

“หากต้องการตรวจรายชื่อ ข้าจะนำสมุดมาให้”

“เรียกคนงานมารวมกันก่อน” หลิงยวนกล่าว

“ดึกเช่นนี้หรือขอรับ”

หลิงยวนมองเขา

ชายผู้นั้นรีบก้มหน้า

“ข้าจะให้คนไปเรียก”

จ้าวเฉิงเดินแยกไปกับศิษย์หอวินัย ขณะที่ผู้อาวุโสผู้ร่วมทางคุมประตูหลังและทางลงน้ำไว้แล้ว

ไม่นาน คนงานเก้าคนก็ยืนรวมอยู่ใต้ชายคา

บางคนยังสวมรองเท้าไม่เรียบร้อย เด็กยกฟืนคนหนึ่งกอดเสื้อคลุมแน่น มองกระบี่ของคนชิงเสวียนอย่างหวาดหวั่น

หลิงยวนกวาดสายตานับ

“อีกสามคนอยู่ที่ใด”

“สองคนกลับบ้าน อีกคนเฝ้าคลังผ้า”

หญิงคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นทันที

ผู้ดูแลหันไปมองนาง

นางจึงก้มหน้าลงอีกครั้ง

หลิงยวนขยับยืนระหว่างคนทั้งสอง

“เจ้ามีเรื่องจะบอกหรือ”

หญิงผู้นั้นบีบชายเสื้อ

“สองคนที่ท่านว่า…ข้ายังเห็นตอนกินข้าวเย็น”

“พวกเขาออกไปหลังจากนั้น” ผู้ดูแลรีบแทรก

“ข้าไม่ได้ถามเจ้า”

เสียงของหลิงยวนไม่ดัง แต่ทำให้อีกฝ่ายปิดปากทันที

หญิงคนงานกลืนน้ำลาย

“หลังเก็บถ้วย ผู้ดูแลให้พวกเขาไปลองนอนห้องใหม่ บอกว่าจะตรวจว่าแผ่นอุ่นเตียงร้อนเกินไปหรือไม่ ส่วนคนเฝ้าคลังผ้าเป็นน้องชายข้า เขาไปส่งเครื่องนอนด้วยกัน”

จ้าวเฉิงกลับเข้ามาพอดี

ในมือเขามีแม่กุญแจซึ่งเพิ่งถูกตัดขาด

“ประตูคลังล็อกจากด้านนอก ไม่มีคนอยู่ข้างใน”

ผู้ดูแลถอยหนึ่งก้าว

หลิงยวนจับข้อมือเขาไว้ก่อนนิ้วจะสอดเข้าชายเสื้อ

แผ่นกระดูกเล็กตกลงบนพื้น

“ปิดหู!”

จ้าวเฉิงร้องเตือน

แต่ผู้ดูแลกระแทกส้นเท้าลงไปแล้ว

แผ่นกระดูกแตกดังกรอบ

เสียงร้องของเด็กดังขึ้นจากเศษที่แตกกระจาย

“พี่สาว ช่วยข้าด้วย!”

หญิงคนงานพุ่งออกจากชายคาทันที

จ้าวเฉิงคว้าตัวนางไว้ ขณะที่หลิงยวนบิดแขนผู้ดูแลลงกับขอบโต๊ะ ปราณสีเงินอมฟ้ากดทับเศษกระดูกจนเสียงขาดหาย

“น้องเจ้าชื่ออะไร” จ้าวเฉิงถามหญิงในอ้อมแขน

นางดิ้นทั้งน้ำตา

“อาเหยียน! เขาเรียกข้า!”

“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าน้องชายไปยกเครื่องนอน อายุเท่าใด”

“ยี่สิบ…”

คำตอบเบาลงเอง

เสียงที่นางได้ยินเมื่อครู่ เป็นเสียงน้องชายตอนยังเล็ก

จ้าวเฉิงค่อย ๆ คลายแรงจับ

“เราจะหาเขาให้พบ ไปกับคนของข้าก่อน”

หญิงผู้นั้นยกมือปิดปาก พยักหน้าอย่างยากเย็น

ข้างโต๊ะ ผู้ดูแลยังพยายามดิ้น

หลิงยวนกดแขนเขาลงอีกนิด

“คนทั้งสามอยู่ห้องใด”

อีกฝ่ายกัดฟันไม่ตอบ

เหนือหลังคา แสงจากหน้าต่างเรือนตะวันตกดับลงพร้อมกันสามบาน

หลิงยวนหันไปทันที

เขาไม่ต้องรอคำตอบแล้ว

⸻

ประตูห้องแรกถูกฟันขาดตรงกลอน

ชายคนหนึ่งนอนหงายบนเตียง ดวงตาปิดสนิท ใต้เตียงมีแสงสีแดงหม่นลอดออกมาตามรอยไม้

หลิงยวนแตะชีพจร

ยังมีชีวิต

แต่เมื่อศิษย์ที่ตามเข้ามาจะยกตัวคนเจ็บ เส้นสีคล้ำกลับรัดแน่นขึ้นรอบข้อมือชายคนนั้น

“หยุดก่อน”

หลิงยวนตัดขาเตียงด้านหน้าออกสองข้าง แล้วใช้ฝักกระบี่ค้ำโครงไว้

แผ่นกระดูกบางเรียงอยู่ใต้พื้นเตียง

กลางแผ่นแต่ละชิ้นมีเส้นผมพันผ่านรูเล็ก ๆ เชื่อมไปยังถุงผ้าเหนือหัวหมอน

จ้าวเฉิงใช้ปลายกระบี่ยกถุงขึ้น

ข้างในเป็นเล็บกับเส้นผมที่มัดแยกไว้

“ของคนบนเตียง?”

“เก็บไว้ตรวจ”

หลิงยวนกดฝ่ามือลงเหนือแผ่นกระดูก ปราณสีเงินอมฟ้าแผ่คลุมมันทั้งแผ่น ก่อนตัดเส้นที่เชื่อมกับตัวคนเจ็บออกทีเดียว

ชายบนเตียงสะดุ้งเฮือก

ดวงตาเปิดโพลง

“อย่าให้เขาปิดประตู!”

เงารูปมือพุ่งออกจากใต้หมอน

หลิงยวนพลิกข้อมือ กระบี่แทงทะลุหมอนลงไปตรึงเงากับพื้นเตียง

ไม้แตกกระจาย

เสียงกรีดร้องแหลมบาดหูดังขึ้น ก่อนเงานั้นจะสลายใต้คมแสง

จ้าวเฉิงรับคนเจ็บที่เกือบกลิ้งตกเตียงไว้

“คนนี้ออกไปได้แล้ว!”

เสียงจากอีกห้องดังตอบ

“พบอีกคน ยังมีชีพจร!”

ทว่าเมื่อหลิงยวนไปถึงห้องสุดท้าย เตียงกลับว่างเปล่า

หน้าต่างเปิดออกสู่บ่อน้ำด้านหลัง

บนขอบไม้มีรอยเลือดจากเล็บมือ

คนที่สามตื่นก่อนพวกเขามาถึง

และเดินตามเสียงออกไปแล้ว

⸻

จุดรักษาตั้งอยู่ในเรือนชาข้างทาง ห่างจากประตูรับรองพอให้ไม่ติดอยู่ในวงล้อม

เยว่ซีช่วยเสิ่นซูเหอรับคนงานที่ถูกพาออกมา ตรวจว่าผู้ใดเวียนศีรษะ ได้ยินเสียงแปลก หรือจำช่วงก่อนเข้านอนไม่ได้

เมื่อหญิงคนงานเล่าเรื่องน้องชาย นางจึงหันไปมองแนวกำแพงทันที

“เขาว่ายน้ำเป็นหรือไม่”

หญิงผู้นั้นชะงัก

“ไม่เป็นเจ้าค่ะ ตั้งแต่ตกน้ำตอนเด็กก็ไม่ยอมลงน้ำอีกเลย”

เยว่ซีรีบเรียกศิษย์เฝ้าทาง

“ฝากบอกคนที่ค้นบ่อน้ำด้วย หากเห็นเขายืนริมฝั่ง อย่าคิดว่าเขาจะหยุดเอง เขาอาจไม่รู้ว่าตนอยู่ตรงไหน”

ยังไม่ทันที่ศิษย์จะออกไป เสียงน้ำกระแทกก็ดังจากหลังแนวกำแพง

ตามด้วยเสียงตะโกน

“อยู่ใต้สะพาน!”

เสิ่นซูเหอคว้าห่อยา

“เอาเปลมา!”

เยว่ซีกับศิษย์อีกคนยกเปลตามไป ทางเดินจากเรือนชาลัดถึงท่าน้ำด้านนอกได้โดยไม่ผ่านลานรับรอง

เมื่อมาถึง นางเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่บนขอบเรือลำเล็กใต้สะพาน

น้ำสูงถึงข้อเท้าเขาแล้ว

เรือกำลังจม

เขายื่นมือไปข้างหน้า ราวกับมีใครยืนรออยู่กลางน้ำมืด

“ข้าจะไปหา…”

บนสะพาน จ้าวเฉิงกระโดดข้ามราวลงสู่เสาหินเตี้ย แล้วเหวี่ยงเชือกออกไปคล้องเอวชายคนนั้น

ทันใดนั้น เงาดำใต้ผิวน้ำก็พุ่งขึ้นพันเชือก

แรงกระชากทำให้เท้าจ้าวเฉิงไถล

หลิงยวนฟันลงจากอีกฝั่ง

คมปราณสีเงินอมฟ้าแหวกผิวน้ำ ตัดเงาที่พันเชือกออก แต่เรือผุรับแรงกระแทกไม่ไหว พื้นแตกออกตรงกลาง

ชายหนุ่มตกน้ำทันที

เยว่ซีวางเปลลง

นางไม่พยายามยกคนทั้งคนด้วยน้ำ

สายตาหยุดที่เชือกซึ่งจ้าวเฉิงยังจับไว้

มันหย่อนลงไปข้างเสาหิน หากติดใต้คาน เขาจะดึงคนขึ้นไม่ได้

นางก้าวถึงริมตลิ่ง ยกมือกวาดสายน้ำสั้น ๆ ผลักเชือกให้พ้นมุมหิน

“ดึงได้แล้ว!”

จ้าวเฉิงออกแรงเต็มแขน

ร่างเปียกโชกถูกกระชากพ้นซากเรือ หลิงยวนเหยียบขอบสะพานลงมารับ แล้วส่งคนเจ็บให้ศิษย์บนฝั่ง

ใต้เท้าเขา น้ำดำหมุนเป็นวง

เสียงหลายเสียงดังซ้อนกันจนฟังไม่เป็นคำ

หลิงยวนยกกระบี่

แสงสีเงินอมฟ้าพุ่งลงตรงกลางวงน้ำ

แรงสะเทือนทำให้เสาหินสั่นครืน เงาดำถูกตรึงอยู่ใต้ผิวน้ำ ก่อนแตกออกเป็นริ้วเล็กแล้วมอดหายไป

เขาลงยืนบนฝั่งตรงที่เยว่ซีเพิ่งถอยออกมา

นางลดมือ หายใจแรงเพียงเล็กน้อย

เขามองปลายนิ้วนางซึ่งยังมั่นคง ก่อนหันไปช่วยยกคนเจ็บขึ้นเปล

⸻

อาเหยียนสำลักน้ำออกมาในที่สุด

พี่สาวของเขาคุกเข่าอยู่ข้างเปล ร้องไห้จนพูดไม่เป็นคำ

เสิ่นซูเหอห้ามไม่ให้นางเขย่าตัวน้องชาย แล้ววางมือหญิงผู้นั้นลงบนแขนเขาแทน

“จับไว้เช่นนี้ ให้เขารู้ว่าเจ้าอยู่ตรงนี้”

ชายหนุ่มลืมตาอย่างยากลำบาก

“พี่…ข้าได้ยินท่านเรียก…”

หญิงผู้นั้นก้มหน้าลง น้ำตาหยดบนแขนเสื้อเปียก

“คราวนี้มองข้าด้วย อย่าฟังแต่เสียง”

เยว่ซีถอยออกมาให้ทั้งสองอยู่ใกล้กัน

นางมองน้ำที่หยดจากปลายแขนเสื้อของตน

เมื่อครู่ปราณน้ำตอบสนองทันทีที่นางเห็นว่าต้องทำอะไร ไม่มีอาการสะดุดจนต้องรอพลังจากหลิงยวนเข้ามาประคอง

เป็นเพียงสายน้ำสั้น ๆ

แต่เป็นจังหวะที่นางเลือกเองทั้งหมด

จ้าวเฉิงเดินมาหยุดข้างนาง ยกแขนที่เปียกจนชุ่มขึ้นดู

“ครั้งหน้าถ้าเจ้าจะช่วย ข้าขอให้ช่วยก่อนน้ำเข้ารองเท้า”

เยว่ซีเหลือบมองรองเท้าเขา

“คราวหน้าข้าจะบอกน้ำให้หลบเจ้า”

“พูดแล้วนะ”

นางหัวเราะเบา ๆ

สายตาของจ้าวเฉิงค้างอยู่บนรอยยิ้มนั้นชั่วครู่ ก่อนเห็นหลิงยวนถือผ้าแห้งเดินเข้ามา

เขาจึงยกมือเสยผมเปียกของตนแล้วถอยไปช่วยศิษย์ยกเปล

หลิงยวนคลุมผ้าบนไหล่เยว่ซี

“หนาวหรือไม่”

“นิดเดียว”

เขาจับมือข้างที่นางใช้ปราณไว้

เยว่ซีก้มมอง ก่อนกระซิบ

“มีคนอยู่”

“ข้าตรวจชีพจร”

นางมองนิ้วเขาซึ่งจับอยู่ผิดตำแหน่ง

หลิงยวนสบตานาง แล้วเลื่อนนิ้วขึ้นอย่างไม่รีบร้อน

เยว่ซีเม้มปาก กลั้นรอยยิ้มไม่สำเร็จ

⸻

ก่อนฟ้าสาง คนงานทั้งสิบสองคนถูกนำออกจากเรือนรับรองครบ

ผู้ดูแลถูกคุมตัว คนเฝ้าประตูสองคนถูกแยกสอบสวน ห้องพักทุกห้องปิดไว้รอผู้อาวุโสสวี่เข้าตรวจ ส่วนคณะจากสามสำนักได้รับข่าวและเปลี่ยนสถานที่พักแล้ว

ไม่มีศิษย์คนใดต้องขึ้นนอนบนเตียงเหล่านั้น

จากห้องของผู้ดูแล พบเงินค่าจ้าง หนังสือส่งของ และคำสั่งให้ทดลองกับคนงานสามคนก่อนรับแขก

ลายมือในคำสั่งตรงกับตัวอย่างเอกสารของเฉินซู่ที่ชิงเสวียนมีอยู่

ยังต้องตรวจตราและแหล่งที่มา แต่คราวนี้ข้อกล่าวหาไม่ได้ตั้งอยู่บนปากของหานจิ้นเพียงคนเดียวแล้ว

หลิงยวนอ่านเอกสารจนถึงแผ่นสุดท้าย

เป็นรายชื่อห้องพัก

บางชื่อถูกวงด้วยหมึกแดง

จ้าวเฉิงชะโงกมอง

“ศิษย์ฝีมือดี?”

“บางคน”

หลิงยวนพลิกเทียบรายชื่อคณะเดินทาง

มีทั้งศิษย์ที่ชำนาญกระบี่ ผู้ฝึกอาคม และผู้ใช้ปราณเฉพาะทาง หลายคนยังไม่เคยมีชื่อเสียงในการประลองครั้งใหญ่

ข้างชื่อแต่ละคนมีข้อความสั้น ๆ

มารดาเสียชีวิต

พี่ชายหายสาบสูญ

เคยทิ้งสหายไว้ระหว่างภารกิจ

จ้าวเฉิงเงียบลง

พวกเขาไม่ได้เลือกเพียงร่างที่รับพลังได้

พวกเขาเลือกคนที่มีเสียงบางเสียงอยู่ในใจอยู่ก่อนแล้วด้วย

⸻

เผยเหวินซูได้รับข่าวว่าช่วยคนงานออกมาครบในช่วงเช้า

เขานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะสอบสวน ก่อนค่อย ๆ วางพู่กันที่กำจนแน่นลง

หัวหน้าผู้คุมไม่ได้กล่าวชม เพียงเลื่อนสำเนารายชื่อที่ยึดได้ให้ดู

“เจ้ารู้จักวิธีจัดบัญชีเช่นนี้หรือไม่”

เผยเหวินซูอ่านบรรทัดแรก

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป

เขาพลิกกระดาษกลับ ตรวจเครื่องหมายเล็กตรงมุม แล้วขอสำเนาอีกแผ่นซึ่งเคยเขียนไว้เมื่อคืนมาเทียบ

หัวหน้าผู้คุมยืนรอ

“มีอะไร”

เผยเหวินซูใช้นิ้วชี้รอยขีดท้ายชื่อ

“นี่ไม่ใช่บัญชีของที่จะส่งเข้าเรือนพัก”

“แล้วเป็นอะไร”

“บัญชีตรวจรับ”

ห้องเงียบลง

เขามองวันที่ใต้รายชื่ออีกครั้ง

เก่ากว่าวันส่งแผ่นรองเตียงถึงห้าวัน

“คนที่ถูกวงชื่อเหล่านี้…” เผยเหวินซูเงยหน้าขึ้น “เคยได้รับของจากพวกมันไปแล้ว”

หัวหน้าผู้คุมหันไปสั่งคนทันที

เผยเหวินซูก้มอ่านบรรทัดสุดท้ายซ้ำ

ครั้งนี้เขาไม่ได้รอให้ใครถาม

“แจ้งคณะเดินทางทั้งสาม อย่าเพียงเปลี่ยนที่พัก ให้ตรวจของที่ได้รับระหว่างทางด้วย”

ปลายพู่กันของเขากดลงจนหมึกซึมเป็นจุดเข้ม

“โดยเฉพาะของที่มีผู้บอกว่า…ช่วยให้หลับสบาย”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 72 — ฝากหลังไว้กับเจ้า

    ธงแดงหลุดจากเสาในกระบวนท่าที่สามหลินเยว่ซีกระโจนคว้าได้ทัน แต่แรงลมกลับกระชากทั้งธงทั้งคนไปทางขอบลาน“ปล่อยธง!”เหยียนอวี้หนิงตะโกน“ปล่อยก็แพ้สิ!”เยว่ซีกอดคันธง หมุนตัวหลบกระบี่ไม้ที่แทงเข้าหาสีข้าง รองเท้าครูดผ่านแผ่นหินจนเกือบพ้นเส้นขาวอวี้หนิงเหยียบพื้นสันดินผุดขวางหลังเยว่ซี รับเท้านางไว้ก่อนจะหลุดออกนอกเขต แต่พร้อมกันนั้นก็ตัดสายน้ำที่นางกำลังดึงมาจากร่องข้างลานน้ำแตกกระเซ็น“ข้ากำลังจะใช้น้ำ!”“ข้ากำลังจะช่วยเจ้าไม่ให้ตก!”กระบี่ไม้ฟาดลงระหว่างทั้งสองพวกนางแยกหลบคนละทาง ฝ่ายใช้กระบี่ไม่ตามเยว่ซี กลับเข้าประชิดอวี้หนิง ส่วนศิษย์หญิงผู้ถือแผ่นอาคมสะบัดมือแผ่นไม้ตกลงบนพื้นสามจุดแสงสีเหลืองเชื่อมเป็นแนวขวางกลางลานเยว่ซียกคันธงขึ้นรับลมระลอกใหม่ ขณะอวี้หนิงถูกกระบี่บีบให้ถอยไปอีกฟากเพิ่งเริ่มไม่ถึงครึ่งก้านธูปพวกนางก็ถูกแยกออกจากกันแล้ว⸻ก่อนลงลาน ทั้งสองตกลงกันไว้เรียบร้อยอวี้หนิงรับคนใช้กระบี่ เยว่ซีดูธงและขัดขวางคนใช้ลม หากฝ่ายใช้อาคมเข้ามาใกล้ให้ถอยกลับมารวมกันแผนฟังดูดีจนคนใช้ลมไม่ยอมยืนอยู่ที่เดิม คนใช้กระบี่เปลี่ยนเป้าหมาย และอวี้หนิงยกดินปิดทางที่เยว่ซีตั้งใจจ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 71 — กระบี่ที่ไม่ยอมหลีกทาง

    น้ำหยุดอยู่ห่างปลายเท้าหลินเยว่ซีไม่ถึงคืบสันดินผุดขึ้นขวางทาง ก่อนกระบี่ไม้จะฟันผ่านตำแหน่งที่ศีรษะนางเคยอยู่เยว่ซีย่อตัวหลบช้าไปครึ่งจังหวะปลายกระบี่อีกฝ่ายเปลี่ยนจากฟันเป็นกด กระแทกไหล่จนเข่าข้างหนึ่งแตะพื้น“หนึ่งแต้ม”ผู้ดูแลลานฝึกเคาะไม้ลงกับโต๊ะเหยียนอวี้หนิงถอนกระบี่กลับ“ข้าบอกแล้วว่าจะปิดทางน้ำ”เยว่ซีกัดฟันลุกขึ้น ความเจ็บตรงหัวไหล่แล่นลงถึงข้อศอก นางขยับแขนตรวจดู ก่อนยกกระบี่ใหม่“ข้าก็ได้ยิน”“แต่ยังทำเหมือนข้าไม่ได้บอก”อวี้หนิงไม่ได้ยิ้มเยาะ นางเพียงถอยกลับไปยืนหลังเส้นเริ่มต้น ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดนั่นทำให้เยว่ซีเถียงไม่ออกยิ่งกว่าเดิมรอบลานมีศิษย์ต่างกลุ่มยืนรอการฝึกประมือ บางคนจับคู่ซ้อมข้อมือ บางคนกำลังฟังผู้ดูแลอธิบายกติกา กระบี่ทุกเล่มเป็นไม้ ห้ามโจมตีดวงตาและลำคอ ห้ามใช้ปราณกระแทกจุดสำคัญ เมื่อผู้ดูแลสั่งหยุดต้องถอนมือทันทีเยว่ซีเหลือบมองพื้นตรงกลางเป็นแผ่นหินแห้ง ด้านข้างมีร่องดินกับน้ำที่อนุญาตให้ใช้ในการฝึกเมื่อคืนหลิงยวนให้นางลองรับกระบี่บนพื้นแห้งแล้วนางรับได้หลายครั้งแต่เขาไม่ได้ทำให้พื้นใต้เท้าขยับพร้อมกับกระบี่ที่แทงเข้าม

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 70 — หนึ่งครั้งที่ต้องเอื้อมถึง

    ปลายกระบี่ไม้แตะหน้าผากหลินเยว่ซี ก่อนกระบี่ในมือนางจะยกพ้นเอวเสียอีกนางยืนนิ่งโม่หลิงยวนลดมือลง“อีกครั้ง”“เมื่อครู่ข้ายังไม่ได้ตั้งท่า”“ข้าเห็นแล้ว”เยว่ซีหรี่ตาใส่เขาลานฝึกด้านตะวันออกยังปกคลุมด้วยหมอกบาง แสงเช้าส่องผ่านยอดไม้ลงบนพื้นหินซึ่งมีรอยกระบี่เก่าพาดอยู่หลายแนว รอบลานมีรางน้ำตื้นและแปลงไม้เลื้อยสำหรับศิษย์ฝึกปราณ ไม่มีแผ่นอาคมให้เลื่อน ไม่มีโต๊ะหรือแบบแปลนให้ก้มอ่านมีเพียงเขา กระบี่สองเล่ม และระยะห่างสามก้าวก่อนเริ่ม หลิงยวนตรวจแผลที่มือนางแล้ว รอยข่วนไม่ลึก ไหล่ยังตึงเล็กน้อยแต่ขยับได้ตามปกติ เขาจึงกำหนดให้ฝึกช่วงสั้น สลับพัก และยังไม่ใช้ปราณจนกว่าจะอุ่นร่างกายพอเยว่ซีขยับเท้าขวาไปด้านหลังคราวนี้นางยกกระบี่ทันทีเสียงไม้กระทบกันดังแปะกระบี่ของนางถูกปัดออก ปลายกระบี่อีกฝ่ายหยุดตรงหัวไหล่“อีกครั้ง”นางสูดลมหายใจครั้งที่สาม เยว่ซีไม่รอให้เขาลงมือก่อนนางแทงตรงเข้าหาหน้าอกหลิงยวนขยับเพียงครึ่งก้าว คมไม้ของนางผ่านชายเสื้อไป ขณะที่กระบี่เขาแตะข้อมือนางเบา ๆนิ้วคลายโดยไม่ตั้งใจกระบี่ร่วงลงพื้นเยว่ซีก้มมองมัน แล้วเงยหน้ามองเขา“ท่านทำเช่นนี้กับศิษย์ทุกคนหรือ”“คนท

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 69 — คนที่เรียกอยู่ข้างหลัง

    “ของที่ช่วยให้หลับสบายอยู่ที่ใด”โม่หลิงยวนถามทันทีที่ก้าวเข้าประตูเรือนพักหลังใหม่ผู้อาวุโสผู้ดูแลคณะจากสามสำนักลุกขึ้นจากโต๊ะ ใบหน้ามีแววไม่พอใจจากการถูกเปลี่ยนที่พักกลางดึก แต่เมื่อเห็นกระดาษในมือเขา สีหน้าก็เปลี่ยนไป“เกิดอะไรขึ้นอีก”หลิงยวนวางสำเนารายชื่อบนโต๊ะ“คนเหล่านี้ได้รับของก่อนเดินทางมาหรือไม่”อีกฝ่ายก้มอ่าน ก่อนชี้ชื่อศิษย์สองคนของตน“ได้รับหมอนสมุนไพร บอกว่าเป็นของรับรองจากเรือนชิงเหอ ข้าให้ตรวจแล้ว มีแต่ใบยาแห้งกับดอกไม้”“ใครเป็นผู้ตรวจ”คำถามนั้นทำให้ห้องเงียบลงผู้อาวุโสหันไปมองชายชุดน้ำตาลที่ยืนอยู่ข้างหีบเดินทางชายผู้นั้นค่อย ๆ วางถ้วยชา“ข้าเอง”หลินเยว่ซีหยุดอยู่หลังหลิงยวนครึ่งก้าว นางเห็นมือขวาของชายชุดน้ำตาลหายเข้าไปในแขนเสื้อ“มือเขา!”ถ้วยชาถูกปาใส่ตะเกียงทันทีหลิงยวนชักกระบี่แสงสีเงินอมฟ้าตัดถ้วยกลางอากาศ เศษกระเบื้องยังไม่ทันตกถึงพื้น ชายชุดน้ำตาลก็ถีบหีบเดินทางใส่ผู้อาวุโสแล้วพุ่งไปทางประตูด้านข้างจ้าวเฉิงยืนขวางอยู่ก่อนแล้ว“ข้าอุตส่าห์เลือกประตูที่ลมไม่โกรก”ปลายฝักกระบี่กระแทกข้อมืออีกฝ่ายของชิ้นเล็กหลุดออกจากแขนเสื้อเป็นหลอดกระดูกยาวเพียงครึ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 68 — คนที่ยังไม่หลับ

    “หยุดคณะเดินทางทั้งสามก่อนถึงเรือนพัก” เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การของเผยเหวินซูลงบนโต๊ะ ศิษย์หอวินัยรับตราคำสั่งแล้วออกไปทันที อีกสองคนแยกนำข่าวไปยังด่านใต้เขาและทางแยกฝั่งตะวันออก โม่หลิงยวนก้มมองชื่อบนกระดาษ เรือนรับรองชิงเหอ สถานที่พักสำหรับศิษย์ต่างสำนักซึ่งเดินทางมาร่วมงานประลอง อยู่ห่างจากตลาดใต้เขาออกไปไม่ถึงยี่สิบลี้ “ส่งคนไปตรวจจากภายนอกแล้วขอรับ” หัวหน้าหอวินัยรายงาน “หน้าประตูยังมีคนเฝ้า โรงครัวก่อไฟตามปกติ ไม่มีคณะศิษย์เข้าพักก่อนกำหนด” “คนงานเล่า” หลิงยวนถาม “ผู้ดูแลแจ้งไว้สิบสองคน” “ยืนยันว่าอยู่ที่ใดบ้าง อย่าให้ความสนใจเฉพาะห้องรับรอง” เจ้าสำนักเลื่อนภาพสะพานที่เผยเหวินซูเติมรายละเอียดมาให้ เสาหินสองต้น รอยร้าวใต้ฐานด้านขวา และทางน้ำใต้สะพานซึ่งลึกพอให้เรือเล็กลอดผ่าน “เขาระบุว่าของถูกส่งเข้าทางนี้” หลิงยวนมองข้อความอีกบรรทัด แผ่นรองพื้นไม่ได้ปูบนพื้น ทุกแผ่นติดอยู่ใต้เตียง “ให้คนเฝ้าปลายน้ำทั้งสองฝั่งด้วย” เขาหยิบกระบี่ขึ้น คราวนี้สิ่งที่พวกเขาต้องไปให้ถึงก่อน ไม่ใช่ขบวนรถ แต่เป็นเวลาที่คนในเรือนดับตะเกียงเข้านอน ⸻ หลินเยว่ซีพบเสิ่นซูเหอตรงทางเดิ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 67 — อย่าเปิดให้เสียงนั้น

    “นางบอกว่าครั้งนี้…หากข้าไม่ไป นางจะออกมาหาข้าเอง” เสิ่นซูเหอมองรอยประตูที่ศิษย์หนุ่มวาดบนโต๊ะ น้ำตรงส่วนอื่นเริ่มแห้งแล้ว แต่เส้นใต้ประตูยังเปียก ราวกับมีใครลากนิ้วซ้ำอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่มือของเขาวางอยู่บนตัก นางเลื่อนถ้วยออกจากรอยนั้นอย่างสงบ “เจ้าชื่ออะไร” ชายหนุ่มกะพริบตา “หลิวอันขอรับ” “หลิวอัน มองข้า ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด” “ชิงเสวียน” “ดี วางเท้าทั้งสองลงบนพื้น อย่ามองโต๊ะ” เขาทำตาม ทว่าดวงตายังเหลือบกลับไปหารอยน้ำ เสียงเคาะดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผู้คุมหน้าประตูหันขวับ เสียงไม่ได้มาจากด้านนอก มันดังจากใต้โต๊ะ เสิ่นซูเหอกดกระดาษยันต์ลงเหนือรอยประตู แสงอ่อนสว่างขึ้นทันที เสียงเคาะขาดหายไป แต่หลิวอันกลับสะดุ้งสุดตัว “อย่าปิด!” เขาพุ่งมือไปหากระดาษ เสิ่นซูเหอจับข้อมือไว้ ผู้คุมเข้าช่วยประคองไหล่โดยไม่กดเขาลงกับพื้น ชายหนุ่มดิ้น หอบจนคำพูดแตกเป็นช่วง “ท่านแม่อยู่ข้างใน…นางกลัวความมืด…” เสิ่นซูเหอสั่งผู้คุมอีกคนทันที “เชิญท่านเจ้าสำนักกับโม่หลิงยวนมา นำของที่มีอาคมออกจากห้องข้างเคียง แล้วปิดทางเดินนี้” ใต้แผ่นยันต์ รอยน้ำค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ⸻ เยว่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status