ธงแดงหลุดจากเสาในกระบวนท่าที่สาม
หลินเยว่ซีกระโจนคว้าได้ทัน แต่แรงลมกลับกระชากทั้งธงทั้งคนไปทางขอบลาน
“ปล่อยธง!”
เหยียนอวี้หนิงตะโกน
“ปล่อยก็แพ้สิ!”
เยว่ซีกอดคันธง หมุนตัวหลบกระบี่ไม้ที่แทงเข้าหาสีข้าง รองเท้าครูดผ่านแผ่นหินจนเกือบพ้นเส้นขาว
อวี้หนิงเหยียบพื้น
สันดินผุดขวางหลังเยว่ซี รับเท้านางไว้ก่อนจะหลุดออกนอกเขต แต่พร้อมกันนั้นก็ตัดสายน้ำที่นางกำลังดึงมาจากร่องข้างลาน
น้ำแตกกระเซ็น
“ข้ากำลังจะใช้น้ำ!”
“ข้ากำลังจะช่วยเจ้าไม่ให้ตก!”
กระบี่ไม้ฟาดลงระหว่างทั้งสอง
พวกนางแยกหลบคนละทาง ฝ่ายใช้กระบี่ไม่ตามเยว่ซี กลับเข้าประชิดอวี้หนิง ส่วนศิษย์หญิงผู้ถือแผ่นอาคมสะบัดมือ
แผ่นไม้ตกลงบนพื้นสามจุด
แสงสีเหลืองเชื่อมเป็นแนวขวางกลางลาน
เยว่ซียกคันธงขึ้นรับลมระลอกใหม่ ขณะอวี้หนิงถูกกระบี่บีบให้ถอยไปอีกฟาก
เพิ่งเริ่มไม่ถึงครึ่งก้านธูป
พวกนางก็ถูกแยกออกจากกันแล้ว
⸻
ก่อนลงลาน ทั้งสองตกลงกันไว้เรียบร้อย
อวี้หนิงรับคนใช้กระบี่ เยว่ซีดูธงและขัดขวางคนใช้ลม หากฝ่ายใช้อาคมเข้ามาใกล้ให้ถอยกลับมารวมกัน
แผนฟังดูดี
จนคนใช้ลมไม่ยอมยืนอยู่ที่เดิม คนใช้กระบี่เปลี่ยนเป้าหมาย และอวี้หนิงยกดินปิดทางที่เยว่ซีตั้งใจจะใช้
กติกามีเพียงรักษาธงให้อยู่ในเขตจนธูปหมดหนึ่งดอก ฝ่ายเข้าชิงต้องนำธงออกนอกเส้นขาว ห้ามทำลายธงและห้ามพันธงติดตัว ผู้ใดถูกตีจุดสำคัญชัดเจนหรือออกนอกเขตต้องหยุดทันที
ขณะนี้เยว่ซีเหลือพื้นที่ให้ถอยไม่ถึงสามก้าว
คนใช้ลมยิ้มอยู่ตรงหน้า
“กอดแน่นเช่นนั้น แขนจะหมดแรงก่อนธูปหมดกระมัง”
เขาพลิกฝ่ามือ
ผืนธงสะบัดฟาดหน้าเยว่ซีเต็มแรง
เสียงหัวเราะหลุดจากข้างลาน ก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงร้องเมื่อกระบี่ไม้ของนางพุ่งออกจากใต้ผืนผ้า
ชายหนุ่มถอยกรูด ปลายกระบี่เฉียดแขนเขาไปนิดเดียว
“เกือบแล้ว”
เยว่ซีดึงธงออกจากหน้า
“คราวหน้าเจ้าไม่ต้องบอก”
นางถอยเข้าหาแนวอาคม แต่ทันทีที่ส้นเท้าแตะแสง ความหนักก็รั้งข้อเท้าไว้
อีกฝั่งหนึ่ง อวี้หนิงกำลังรับกระบี่ต่อเนื่อง
เยว่ซีมองแผ่นไม้บนพื้น
นางเคยเห็นอักขระเช่นนี้ตอนฝึกกับเสี่ยวถัง มันถ่วงการเคลื่อนไหวของคนที่ข้ามแนว ไม่ได้กั้นสิ่งของทุกชนิด
นางตัดสินใจทันที
“อวี้หนิง รับ!”
เยว่ซีเหวี่ยงคันธงข้ามแนวแสง
อวี้หนิงเบิกตา
“เจ้าจะโยนมาทำไมตอนนี้!”
ถึงปากจะว่า มือซ้ายก็ยกขึ้นคว้าธง ส่วนกระบี่ขวาปัดอาวุธคู่ต่อสู้ออก
คนใช้ลมเปลี่ยนทิศฝ่ามือทันที
แต่เยว่ซีเข้าถึงตัวเขาแล้ว
นางไม่ได้มีแรงมากพอจะดึงธงสู้กับลม
แต่เมื่อไม่มีธงอยู่ในมือ นางก็วิ่งได้เร็วกว่าตอนกอดมันมาก
กระบี่ไม้ฟันเข้าหาข้อมือ
ชายหนุ่มต้องถอนปราณหลบ ปลายผืนธงจึงตกลงข้างแขนอวี้หนิงโดยไม่ถูกดึงต่อ
เสียงเชียร์ดังขึ้นรอบลาน
จ้าวเฉิงซึ่งนั่งอยู่ใต้ร่มไม้ยกมือค้างเหนือเข่า
“คราวนี้ค่อยเหมือนคนอยากชนะหน่อย”
เสี่ยวถังไม่ได้ตอบ
นางยืนเขย่งจนแทบเห็นสูงกว่าศิษย์ด้านหน้าแล้ว
⸻
เยว่ซีไล่คนใช้ลมได้เพียงสองกระบวนท่า
จากนั้นแผ่นอาคมอีกชิ้นก็ตกลงขวางทาง
นางหยุดเท้าทัน ทว่าชายหนุ่มอาศัยจังหวะนั้นถอยไปอยู่ข้างผู้ใช้อาคม ทั้งสองหันกลับมาพร้อมกัน
เยว่ซีมีคนตรงหน้าสองคน
ส่วนอวี้หนิงต้องรับกระบี่ด้วยมือเดียว ขณะที่อีกมือถือธง
เมื่อครู่พวกนางแก้ปัญหาไปหนึ่งอย่าง
แล้วได้ปัญหาใหม่มาแทนสองอย่าง
“เจ้าถือมันไว้ก่อน!” เยว่ซีร้อง
“ข้าถืออยู่!”
“ข้าหมายถึงอย่าโยนกลับมา!”
“ตอนนี้ข้าอยากโยนเจ้าออกไปมากกว่า!”
เสียงหัวเราะดังจากรอบลาน
อวี้หนิงกัดฟัน รับกระบี่แล้วถอยครึ่งก้าว ฝ่ายตรงข้ามพุ่งตาม นางจึงกระแทกปลายคันธงลงพื้น ยกดินรอบโคนให้หนีบไว้ ก่อนใช้สองมือกดกระบี่คู่ต่อสู้ลง
คนใช้ลมยกแขนทันที
ผืนธงถูกดึงจนคันเอน ดินรอบฐานเริ่มร้าว
อวี้หนิงต้องเลือกว่าจะกดคู่ต่อสู้ต่อหรือกลับไปช่วยธง
เยว่ซีเห็นข้อศอกนางขยับ
“อย่าเพิ่งกลับ!”
นางสะบัดมือซ้าย
น้ำจากร่องข้างลานพุ่งต่ำผ่านพื้น กระแทกหน้าแข้งคนใช้ลมจนเขาเซ ปราณที่ดึงธงขาดไปชั่วขณะ
อวี้หนิงบิดกระบี่สวน
เสียงไม้กระทบข้อมือดังเพียะ
“ออกหนึ่งคน!”
ผู้ดูแลชี้ฝ่ายใช้กระบี่
ชายหนุ่มชะงัก ก่อนยอมถอยออกนอกลานพร้อมรอยยิ้มเจ็บใจ
“เจ้าไม่เคยใช้ธงล่อข้า”
อวี้หนิงหอบ
“ข้าก็เพิ่งเคยมีคนโยนมันใส่มือ”
นางหันหาเยว่ซี
แต่เยว่ซีไม่อยู่ตรงเดิมแล้ว
แสงอาคมสองแนวสว่างขึ้นรอบเท้านาง
ศิษย์หญิงฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ช่วยคนใช้กระบี่เลยแม้แต่น้อย ระหว่างทุกคนสนใจธง นางวางแผ่นไม้ชิ้นสุดท้ายสำเร็จแล้ว
เยว่ซีถูกขังอยู่ในวงถ่วงปราณ
⸻
ความหนักกดลงถึงหัวเข่า
เยว่ซียกเท้าเหมือนกำลังเดินลุยโคลนลึก น้ำที่เพิ่งดึงมาทิ้งตัวลงพื้นทันทีที่นางถอนปราณกลับ
ผู้ใช้อาคมไม่ได้เข้ามาตี
นางยืนคุมวงอยู่ห่างออกไป ปล่อยให้เพื่อนใช้ลมหันไปรับมืออวี้หนิงเพียงคนเดียว
ธูปเหลือไม่ถึงครึ่งดอก
ถ้าปล่อยให้เยว่ซีอยู่ในนี้ พวกเขาก็มีเวลารุมอวี้หนิงจนกว่าจะแย่งธงได้
“เยว่ซี!”
“อย่าข้ามมา!”
อวี้หนิงหยุดตรงขอบแสงอย่างหวุดหวิด
เยว่ซีกวาดตามองพื้น
แผ่นไม้สามชิ้นห่างเกินเอื้อม กระบี่นางยาวไม่พอ ส่วนเถาที่ขอบลานอยู่เลยระยะที่ควบคุมได้มั่นคง
นางลองส่งน้ำอีกครั้ง
สายน้ำยกได้เพียงนิดเดียวก็แตกลง ความเมื่อยแล่นจากแขนถึงบ่า
วงนี้ไม่ได้ตัดปราณนาง
แต่มันทำให้ทุกอย่างที่นางทำต้องใช้แรงมากขึ้น
“เจ้าทำลายแผ่นไม้ได้หรือไม่” อวี้หนิงถาม
“ถ้าถึงตัว!”
ลมระลอกหนึ่งกระแทกเข้ามา อวี้หนิงต้องยกแขนบังหน้า รีบถอยไปจับคันธงซึ่งใกล้หลุดจากฐานดิน
เยว่ซีมองตาม
ฝั่งตรงข้ามรู้ว่าพวกนางเหลือทางเลือกน้อยแล้ว
คนใช้ลมจึงเริ่มบุก
เขากระแทกลมครั้งแรกให้อวี้หนิงเอียงตัว ครั้งที่สองดึงธงไปอีกทิศ บีบให้นางเสียหลักตามมือ
อวี้หนิงกดดินรั้งเท้าตนไว้
แต่คนใช้ลมกลับยิ้ม
เขารอให้นางหยุดอยู่กับที่เช่นนี้เอง
แขนเสื้อทั้งสองข้างพองขึ้น
ลมหมุนม้วนตัวใต้ผืนธง
เยว่ซีมองละอองน้ำบนพื้นซึ่งถูกดึงเป็นทาง แล้วหันไปหาแผ่นอาคมด้านใกล้ที่สุด
นางเรียกน้ำไม่พอจะผลักแผ่นนั้นจากในวง
แต่คนที่อยู่ข้างนอกทำได้
“อวี้หนิง!”
อีกฝ่ายหันมาเพียงนิดเดียว
“ยกดินใต้เท้าข้า!”
“เจ้าจะล้ม!”
“ให้ข้าล้มไปทางนั้น!”
เยว่ซีชี้ไปยังแผ่นไม้ทางตะวันออก
อวี้หนิงมองตำแหน่งนั้น แล้วมองคันธงในมือ
นางมีเวลาเพียงช่วงที่อีกฝ่ายกำลังรวบลม
“ก้ม!”
ดินใต้รองเท้าเยว่ซียกพรวด
นางปล่อยตัวตามแรง กระแทกไหล่ลงพื้นแล้วกลิ้งพ้นแนวกลางวง ความหนักยังรั้งขาไว้ แต่ช่วงแขนเอื้อมถึงแผ่นไม้แล้ว
เยว่ซีใช้ด้ามกระบี่กระแทกขอบมันสุดแรง
แผ่นอาคมพลิก
แสงดับไปด้านหนึ่ง
นางกระโจนออกจากช่องว่างในจังหวะที่ลมระลอกใหญ่พุ่งเข้าหาอวี้หนิง
คราวนี้อวี้หนิงยืนไม่อยู่
เท้าข้างหนึ่งหลุดจากฐานดิน ร่างไถลถอยหลังพร้อมคันธง
เส้นขาวอยู่ข้างหลังนางเพียงก้าวเดียว
เยว่ซีถอนปราณจากร่าง ส่งลงสู่เถาที่ร่องดินทันที
เถาพุ่งพันเอวอวี้หนิง
แรงกระชากทำให้เยว่ซีแทบคว่ำ นางกดเข่าลง จับกระบี่ค้ำพื้น มือที่พันผ้าปวดแปลบจนต้องร้องลอดไรฟัน
เถาตึงสุดสาย
อวี้หนิงหยุดก่อนถึงเส้นขาวครึ่งฝ่าเท้า
ทั้งสองสบตากัน
เยว่ซีหอบจนพูดแทบไม่เป็นคำ
“อยู่นิ่ง…ข้าดึงเจ้าได้แค่นี้!”
อวี้หนิงกดเท้าลงอีกครั้ง ดินยกเป็นฐานรองรับใต้ส้น
“ปล่อยเถา ข้ายืนได้แล้ว!”
เยว่ซีถอนปราณทันที
แขนทั้งสองข้างสั่น
แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น นางกลับเห็นผู้ใช้อาคมวิ่งผ่านกลางลานเข้ามา
อีกฝ่ายไม่รอซ่อมวงแล้ว
ในมือมีกระบี่ไม้
⸻
“คนใช้ลมเป็นของข้า” อวี้หนิงกล่าว
“ธงเล่า”
“เจ้ารับไป”
นางโยนมันมาโดยไม่รอคำตอบ
เยว่ซีคว้าคันธงแล้วถอยหนึ่งก้าว กระบี่ของผู้ใช้อาคมฟาดลงทันที
นางรับด้วยกระบี่ตนเอง
แรงไม่หนักเท่าอวี้หนิง
แต่เร็วกว่าเวลานางตั้งใจอ่านอักขระมากนัก!
เยว่ซีถอย รับอีกครั้งแล้วหมุนคันธงหลบมือที่เอื้อมมาแย่ง
ปลายผ้าปัดผ่านแก้มคู่ต่อสู้
คราวนี้คนที่มองไม่เห็นมิใช่นาง
เยว่ซีแทรกเท้าเข้าไป หมุนตัวสลับตำแหน่ง ก่อนวิ่งกลับกลางลาน
“อวี้หนิง ข้าจะใช้น้ำ!”
“ทางไหน!”
“ทางที่เจ้ากำลังยืน!”
“เจ้าช่วยเลือกทางอื่นบ้างไม่ได้หรือ!”
ถึงกระนั้นอวี้หนิงก็กระโดดหลบ
เยว่ซีลากน้ำจากร่องเข้ามาเป็นแถบแคบ มันไม่ได้พุ่งใส่ใคร เพียงไหลผ่านพื้นใต้เท้าคนใช้ลม
เขากระโดดข้ามอย่างง่ายดาย
แล้วเหยียบลงบนดินที่อวี้หนิงเพิ่งคลายไว้
รองเท้าจมวูบ
เพียงแค่ข้อเท้า แต่พอให้เขาหยุดวิ่ง
อวี้หนิงเข้าประชิดทันที
คนใช้ลมยกฝ่ามือจะผลักนางออก
ปลายกระบี่ไม้แตะหน้าอกเขาก่อน
“ออกอีกหนึ่งคน!”
เสียงเชียร์ดังลั่น
เยว่ซีไม่มีเวลาหันไปดู
กระบี่จากด้านหลังเฉียดชายแขนนาง นางยกคันธงหลบ แต่คู่ต่อสู้กลับคว้าปลายธงได้
ผ้าตึงระหว่างทั้งสอง
เยว่ซีจำกติกาได้
ห้ามทำลายธง
นางจึงไม่กระชากกลับ
นางพุ่งเข้าหาเสียเอง
ศิษย์หญิงผู้นั้นตกใจ รีบยกกระบี่กั้น ทั้งสองชนกันจนเยว่ซีเซ แต่ธงที่เคยตึงกลับหย่อนลง
เยว่ซีม้วนคันธงหนึ่งรอบ ดึงชายผ้าหลุดจากนิ้วอีกฝ่าย
ทันใดนั้นแผ่นอาคมชิ้นเล็กก็ถูกโยนลงข้างเท้านาง
แสงวาบขึ้น
เยว่ซีชะงัก
อีกฝ่ายเก็บไว้หนึ่งชิ้น!
กระบี่ไม้แทงตรงเข้าหน้าอก
นางถอยไม่ทันแล้ว
“ก้ม!”
เยว่ซีทิ้งตัวลงโดยไม่มองว่าใครอยู่ข้างหลัง
กระบี่อวี้หนิงข้ามไหล่นางไป ปัดอาวุธคู่ต่อสู้เฉออก ก่อนปลายกระบี่อีกฝ่ายจะหยุดตรงต้นแขนผู้ใช้อาคม
เสียงไม้เคาะดังขึ้น
“หยุด!”
ธูปดอกสุดท้ายหักลงในกระถาง
เยว่ซีนั่งอยู่บนพื้น กอดคันธงไว้หลวม ๆ อวี้หนิงยืนคร่อมด้านหลังนาง หอบจนหัวไหล่ขยับ
ผู้ดูแลมองธงซึ่งยังอยู่ในเขต แล้วประกาศ
“ฝ่ายรักษาธงผ่าน”
เสี่ยวถังร้องออกมาเป็นคนแรก
จ้าวเฉิงปรบมือข้างที่ไม่เจ็บลงบนเข่า
ส่วนเยว่ซีก้มมองผืนธง
มันยับจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม
แต่มันยังอยู่ในมือนาง
⸻
“เจ้าก้มเร็วดี”
อวี้หนิงกล่าวระหว่างคืนกระบี่
เยว่ซีขยับหัวไหล่ที่กระแทกพื้น
“เมื่อวานข้าหลบเจ้าไม่ทันมาหลายครั้ง วันนี้จึงไม่อยากเสี่ยง”
อวี้หนิงทำเสียงในลำคอ คล้ายจะหัวเราะแต่ไม่ยอมให้ชัด
ผู้ใช้อาคมเดินเข้ามายื่นแผ่นไม้ที่เยว่ซีตีพลิกให้ดู
“มุมบิ่นแล้ว”
เยว่ซีหน้าเสีย
“ข้าต้องชดใช้หรือไม่”
“ไม่ต้อง ของฝึก” อีกฝ่ายพลิกดู “แต่คราวหน้าข้าจะวางให้ไกลกว่านี้”
“เช่นนั้นข้าคงต้องขอให้นางโยนข้าไกลขึ้น”
เยว่ซีพยักหน้าไปทางอวี้หนิง
“ข้าไม่รับรองว่าจะลงด้วยเท้า” อวี้หนิงตอบ
ทั้งสามหัวเราะ ก่อนแยกย้ายเก็บของ
เยว่ซีเดินออกจากลานแล้วถูกเสี่ยวถังยื่นกระบอกน้ำให้ จ้าวเฉิงรับธงไปดูรอยยับพลางส่ายหน้า
“ผู้ดูแลให้รักษาธง พวกเจ้าทำราวกับธงติดหนี้”
“อย่างน้อยข้าก็ไม่ทำหลุด”
“ข้าเห็น มันเกือบลากเจ้าออกไปแทน”
เยว่ซีจะเถียง แต่เสียงหัวเราะกลับออกมาก่อน
ตรงระเบียง โม่หลิงยวนยืนอยู่กับศิษย์หอวินัย ในมือมีจดหมายปิดผนึก เขารับฟังรายงานสั้น ๆ ก่อนให้คนผู้นั้นไปรอหน้าลาน
เยว่ซีเดินเข้าไปหา
“ท่านเห็นตอนท้ายหรือไม่”
“เห็นตั้งแต่เจ้าเอาธงฟาดหน้าตนเอง”
นางหยุดทันที
“ตอนนั้นไม่นับ”
“ข้ายังไม่ได้จดแต้ม”
เยว่ซีมองเขาอย่างขุ่นเคือง หลิงยวนจึงยื่นมือมา
นางคิดว่าเขาจะขอดูแผล แต่เขากลับรับกระบอกน้ำไปปิดฝาที่นางหมุนไม่สนิท
“วันนี้เจ้ากล้าปล่อยให้อีกคนช่วย”
เยว่ซีเหลือบมองอวี้หนิงซึ่งกำลังเก็บสายรัดข้อมือ
“หากข้าไม่ก้ม กระบี่นางคงโดนหัวข้าแทน”
“เจ้าเชื่อว่านางจะมาถึง”
นางเงียบไปนิด ก่อนพยักหน้า
แล้วสายตาก็เลื่อนลงสู่จดหมายในมือเขา
“มีเรื่องหรือ”
รอยยิ้มหลิงยวนจางลง
“คนที่เจ้าสำนักส่งไปตรวจทรัพย์สินของเฉินซู่ถูกโจมตีระหว่างกลับ มีผู้บาดเจ็บ”
เยว่ซีวางกระบอกน้ำลงทันที
“มากหรือไม่”
“กำลังพากลับมา อาจารย์ฉินเตรียมรับแล้ว”
เขาไม่ได้ปิดบังนาง แต่ก็ไม่พูดสิ่งที่ยังไม่รู้
“ข้าต้องไปพบเจ้าสำนัก”
“ไปเถิด ข้าจะไปช่วยเสี่ยวถังเตรียมผ้ากับน้ำที่เรือนรักษา”
หลิงยวนพยักหน้า
เยว่ซีหลีกทางให้ แต่ก่อนเขาจะก้าวผ่าน นางกลับคว้าชายแขนเสื้อไว้
เขาหันมา
นางเขย่งกระซิบข้างหู
“ส่วนเรื่องธงฟาดหน้า ห้ามเล่าให้ยายฟัง”
หลิงยวนมองนางครู่หนึ่ง
“เช่นนั้นเจ้าต้องเล่าเอง ข้ารับปากยายไว้แล้วว่าจะบอกผลการฝึก”
เยว่ซีปล่อยแขนเขาทันที
“ท่านไปได้แล้ว”
เขาเดินออกไปพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
เมื่อเยว่ซีหันกลับมา อวี้หนิงก็เบือนสายตาไปทางอื่นแล้ว
นางก้มผูกห่อผ้าให้แน่น ก่อนเอ่ยสั้น ๆ
“พรุ่งนี้ข้ายังว่างเวลาเดิม”
เยว่ซีตอบทันที
“ข้าจะมา”
⸻
เสียงล้อรถบดกรวดดังขึ้นหน้าเรือนรักษาในยามบ่าย
เยว่ซีกับเสี่ยวถังช่วยกันยกผ้าสะอาดออกไป ผู้บาดเจ็บสามคนถูกพาลงจากรถ คนหนึ่งกดแขนไว้ อีกคนมีเลือดแห้งตรงขมับ ส่วนคนสุดท้ายนอนบนเปล ใบหน้าซีดจนริมฝีปากแทบไม่มีสี
อาจารย์ฉินเข้าถึงเปลทันที
“หลบทาง ให้คนหายใจสะดวก!”
เยว่ซีถอยตามคำสั่ง รับผ้าจากเสี่ยวถังส่งให้ผู้ช่วยรักษา
ชายบนเปลกลับคว้าแขนเสื้อศิษย์หอวินัยไว้
“หีบ…”
“นำมาแล้ว” อีกฝ่ายรีบตอบ “ไม่มีของหาย”
เขาจึงยอมคลายมือ
หีบไม้ถูกยกลงจากท้ายรถ ฝาด้านหนึ่งมีรอยฟันลึก เชือกที่มัดไว้เปื้อนเลือด
หลิงยวนกับเจ้าสำนักตามมาถึงพร้อมกัน
“คนโจมตีต้องการหีบนี้หรือ” เจ้าสำนักถาม
หัวหน้าชุดส่ายหน้า
“ตอนแรกพวกข้าก็คิดเช่นนั้น แต่พอชิงไปได้ พวกมันกลับเทของทิ้ง ค้นหาเพียงม้วนกระดาษ”
เขานำม้วนหนึ่งออกจากอกเสื้อ
“ข้าเก็บมันแยกไว้ก่อนออกเดินทาง พวกมันจึงหาไม่พบ”
หลิงยวนรับไปคลี่
ภายในเป็นภาพเขียนร่างคน มีเส้นปราณหลายสายลากซ้อนกัน บางตำแหน่งถูกวงด้วยหมึกแดง ข้างภาพมีข้อความสองลายมือ
ลายมือหนึ่งเพิ่งแห้งไม่นาน
อีกลายมือเก่าจนหมึกเริ่มซีด
เยว่ซีซึ่งยืนอยู่ใกล้เห็นคำตรงขอบกระดาษเพียงบรรทัดเดียว
เด็กหญิงสกุลหลิน หลังรับยาครั้งที่เจ็ด
ความเย็นแล่นขึ้นตามแผ่นหลังนาง
หลิงยวนอ่านต่อ ดวงตาหยุดอยู่ตรงข้อความท้ายม้วน ก่อนส่งให้เจ้าสำนัก
“ให้ผู้อาวุโสสวี่กับท่านเยี่ยดูด้วย”
เจ้าสำนักพยักหน้า แล้วสั่งคุมของทั้งหมดแยกจากผู้บาดเจ็บ
เยว่ซีมองหลิงยวน
“บันทึกการรักษาของข้า?”
“สำเนาส่วนหนึ่ง ต้องตรวจว่าใครเขียนและใครส่งต่อ”
นางหันกลับไปมองหีบ
คนที่พยายามเข้าพบมู่เฉิงเจ๋อถูกจับแล้ว
เฉินซู่ก็ถูกจับแล้ว
แต่ยังมีคนรู้ว่าของชิ้นนี้อยู่ที่ใด และยอมลงมือตอนกลางวันเพื่อเอามันกลับไป
หัวหน้าชุดหยิบสิ่งสุดท้ายออกจากถุงหลักฐาน
เป็นป้ายไม้ที่หลุดจากเอวคนโจมตีระหว่างต่อสู้
ด้านหน้าว่างเปล่า
ด้านหลังมีตรารับรองสำหรับคณะเดินทางเข้าร่วมงานประลอง
เยว่ซีจำตรานั้นได้
เมื่อเช้ามันเพิ่งถูกติดไว้ข้างประกาศหน้าลานฝึก
เจ้าสำนักรับป้ายไป สีหน้าเคร่งลง
“ตรวจหมายเลขกับรายชื่อผู้รับก่อน ห้ามให้ข่าวรั่วออกไป”
หลิงยวนหันสั่งศิษย์หอวินัย
“เพิ่มคนตรวจทางเข้า แยกคนถือป้ายออกสอบหากข้อมูลไม่ตรง แต่ให้คณะที่ตรวจผ่านเดินทางตามปกติ”
ไม่มีเสียงระฆังเตือนภัย
นอกเรือนรักษา ศิษย์ยังขนม้านั่งไปจัดรอบลานประลอง เสียงพูดคุยเรื่องคู่แข่งดังแว่วมาตามลม
เยว่ซีก้มมองมือตนเอง
เมื่อเช้านางเพิ่งเรียนรู้ว่าจะรักษาธงจากคนสามคนได้อย่างไร
บัดนี้ ในบรรดาคนที่กำลังเดินทางขึ้นเขา อาจมีบางคนถือภาพเส้นปราณของนางมาแล้ว
และคนเหล่านั้นไม่ได้มาเพื่อดูว่านางจะชนะการประลองหรือไม่